ทันทีที่การต่อสู้ระหว่างทันย่าและราชันสงครามลำดับที่ 60 สิ้นสุดลง ความเงียบงันเข้าครอบงำสนามรบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ทันย่าผู้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางประกายไฟฟ้าที่ค่อยๆ จางหายไป ผืนห้องที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้บิดเบี้ยวและสั่นสะเทือนจากพลังที่เพิ่งแสดงออกมา
ราชันสงครามลำดับที่ 60 หรือ “อัสนีผู้ยิ่งใหญ่” ร่างกายของเขาทรุดลงบนพื้น หายใจอย่างหนักหน่วง
บาดแผลที่เกิดจากการโจมตีด้วยพลังอวกาศของทันย่าปรากฏชัดบนร่างกายอันแข็งแกร่งของเขา แม้เขาจะเป็นผู้ครอบครองกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าอันแข็งแกร่งและมีเกราะพลังที่ไม่เคยถูกทำลายมาก่อน แต่ในวันนี้ เกราะนั้นกลับถูกฉีกทิ้งด้วยพลังที่สูงส่งเกินกว่าจินตนาการ
“เป็นไปไม่ได้...”
อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ยังคงบ่นพึมพำออกมาอยู่เล็กน้อย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เขาจะเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ที่อยู่ในระดับ 4 ดาว แต่กฎต้นกำเนิดดั้งเดิมอย่างอวกาศที่ทันย่าใช้ มันได้ก้าวข้ามกฎต้นกำเนิดธรรมดาใดๆไปโดยสิ้นเชิง
ทันย่าหยุดนิ่งอยู่ตรงห้องโถงที่แทบพังทลาย โดยที่มีดบินของเขาที่เคยหมุนวนรอบตัวก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ พลังแห่งอวกาศที่เขาปลดปล่อยออกมาค่อยๆหดกลับเข้าสู่ตัว ราวกับว่าพลังนี้เป็นเพียงแค่เงาของอำนาจที่แท้จริง ซึ่งพวกมันยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด
“แข็งแกร่งจริงๆ ใครจะไปคิดละว่านักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาวจะมีพลังเช่นนี้ได้”
“พวกแกลืมอะไรไปหรือเปล่า.. ทันย่าต่อสู้ติดต่อกันมาถึงสี่คนเลยนะ แต่ดูเหมือนพลังเขาแทบจะไม่ลดลงเลยซักนิด!”
“แกจะบอกว่ายีนพันธุกรรมของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าความผิดปกติไปอย่างมาก แกจะบอกกับพวกเราแบบนั้นใช่ไหม?”
ราชันสงครามคนอื่นๆต่างซุบซิบกัน
ทว่าเมื่อได้เห็นความพ่ายแพ้ของอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ทุกคนก็เงียบสนิท ทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาพที่ตื่นตระหนก ผู้แข็งแกร่งหลายคนยืนมองดูการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อสายตาของตนเลยซักนิด
“เขาควบคุมกฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่กฎแห่งสายฟ้าเท่านั้น...”
ในตอนนั้นเสียงของเบลาลินก็ได้ดังขึ้น
เขาฟื้นขึ้นมาจากอาการที่หมดสติและได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของทันย่า พอได้เห็นว่าทันย่าเปิดใช้กฎต้นกำเนิดอย่างอวกาศ เบลาลินก็ทำได้เพียงส่ายหัวและยกยิ้มออกมา
เพราะเขารู้แล้วว่าตลอดที่สู้กัน ตัวของทันย่าไม่ได้เอาจริงกับตนเลยซักนิด ไม่ต้องไปพูดถึงคนอย่างกานจิและตงหยาง ทั้งสองเคยถูกท้าทายในตอนแรกๆก็ทำได้เพียงพูดอะไรไม่ออก เหมือนกำลังอยู่ในภาวะช็อกเลยก็ว่าได้
“ใช่! ในข้อมูลของซากอารยธรรมโบราณที่พวกเราได้พบเจอมา เห็นว่ากฎอวกาศถือเป็นกฎที่เรียนรู้ได้ยากมากที่สุดในจักรวาล”
“มีเพียงนักสู้ดาวเคราะห์ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ ใครที่มีกฎนี้ในระดับขั้นพลังที่ต่ำต้อย พวกเขาจะถือว่าเป็นอัจฉริยะ!”
“แต่ทันย่ากลับควบคุมมันได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนเป็นพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด!”
ราชันสงครามอีกคนหนึ่งเอ่ยเสริม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพและเกรงกลัว
ในขณะที่ผู้ชมกำลังตกตะลึงอยู่กับพลังของทันย่า ผู้แข็งแกร่งอีกหลายคนเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
แววตาของพวกเขาเปลี่ยนไปจากความชื่นชมเป็นความหวาดกลัว รู้ดีว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับนักสู้ที่มีศักยภาพในการกลายเป็นราชันสงครามในอันดับที่สูงขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย
“เขาเป็นมากกว่าที่เราคิด...”
“ถ้าปล่อยให้ทันย่ายังคงเติบโตต่อไป ตัวของเขาอาจก้าวข้ามพวกเราทุกคนในเร็ววัน เผลอๆอาจกลายเป็นเทพสงคราม”
เสียงของราชันสงครามอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม น้ำเสียงแฝงด้วยความกังวลที่ยากจะปิดบัง
“................”
ทันย่ามองไปรอบๆ เขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ส่งมาจากเหล่าราชันสงครามและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหวแต่อย่างใด
สายตาของเขายังคงคมกริบ ส่องประกายและเฉยชา ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงแค่การทดสอบเล็กน้อยสำหรับทันย่าเท่านั้น
ราชันสงครามอย่างอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ยังคงหายใจหนัก เขาหันไปมองยังทันย่า พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและยอมรับ
“เจ้าแข็งแกร่ง… แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก!! แม้บาดแผลนี้จะทำให้ข้าต้องเจ็บปวด แต่ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้กลับทำให้ข้าได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง”
เขาพูดขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม
ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็หันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
“มันยังไม่พอ! เป้าหมายของฉันคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุด!”
เสียงของเขาสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำป่าวประกาศ แต่เป็นการเตือนผู้แข็งแกร่งทุกคนที่อยู่ที่นั่น ว่าพลังของทันย่ายังมีศักยภาพที่จะแข็งแกร่งกว่านี้มาก และเขาจะไม่หยุดยั้ง จนกว่าจะไปถึงจุดสุดยอดของการเป็นนักสู้พันธุกรรมที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในยุคนี้
“เขาจะเป็นภัยคุกคามที่พวกเราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด”
พอได้ยินเช่นนั้น ราชันสงครามหลายคนได้คิดในใจ ขณะที่บางคนเริ่มหวาดหวั่นกับความสามารถและความทะเยอทะยานของทันย่า
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การท้าทายตำแหน่งหรือเป็นการทดสอบการทลายพันธะแห่งราชันสงครามเท่านั้น แต่มันเป็นสัญญาณที่บอกให้เหล่าผู้แข็งแกร่งรู้ว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป และทันย่าคือผู้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนั้น
“การทลายพันธะของราชันสงคราม รอบที่ 4 ผู้ชนะคือทันย่า”
“ต่อไปคือรอบสุดท้าย ผู้ที่ถูกท้าทายคือ ราชันสงครามลำดับที่ 30 อัลเบี้ยน”
เสียงประกาศของหลี่จิ้งกึกก้องไปทั่วลานประลอง ดวงตาของเหล่าผู้ชมต่างจับจ้องไปที่ทันย่า ผู้ที่เพิ่งผ่านศึกทลายพันธะของราชันสงครามมาอย่างทรงพลัง เขาไม่เพียงแค่เป็นผู้ท้าทายที่พยายามจะไต่ระดับในตำแหน่ง
แต่เขากลับกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนโครงสร้างของเหล่าราชันสงครามและโลกแห่งนี้ทั้งใบ
ในตอนนั้น อัลเบี้ยน ราชันสงครามลำดับที่ 30 ก้าวออกมาจากฝูงชน สายตาของเขาเยือกเย็นและแหลมคม
เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน ห้องโถงก็ดูเหมือนจะเงียบสงัดลงในทันที
“เจ้ามั่นใจว่าจะท้าทายข้าจริงๆหรือ?”
อัลเบี้ยนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แต่ลึกๆแล้วก็แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
ทันย่าเป็นผู้ท้าทายที่เขาไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป การกระทำของทันย่าในแต่ละรอบทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง เขาสามารถต่อกรกับราชันสงครามที่มีลำดับสูงกว่าตนเองได้ติดต่อกัน ที่สำคัญ เขาไม่มีแม้แต่บาดแผลเลยซักนิด
“เข้ามาเลย! ทรราชแห่งเพลิงทองคำ”
ความเงียบชั่วขณะถูกทำลายด้วยเสียงเชียร์ของฝูงชนที่ดังขึ้นทั่วสนาม
ทันย่าและอัลเบี้ยนต่างตั้งท่าพร้อมสู้ การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การแย่งชิงตำแหน่งเท่านั้น แต่มันคือบททดสอบที่โลกจะต้องจดจำ
ถ้าทันย่าสามารถชนะอัลเบี้ยนที่เป็นถึงผู้แข็งแกร่งแห่งยุคได้ การทลายพันธะแห่งราชันสงครามก็จะสิ้นสุดลง และทันย่าจะกลายมาเป็นราชันสงครามคนแรกที่ได้รับอิสระภาพอย่างแท้จริง จะไม่มีใครสามารถสั่งการเขาได้ แม้นั้นจะเป็นถึงเทพแห่งสงครามอย่างหลี่จิ้งเองก็ตาม