(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 78 ทรราชแห่งเพลิงทองคำ อัลเบี้ยน!

            ทันทีที่การต่อสู้ระหว่างทันย่าและราชันสงครามลำดับที่ 60 สิ้นสุดลง ความเงียบงันเข้าครอบงำสนามรบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ทันย่าผู้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางประกายไฟฟ้าที่ค่อยๆ จางหายไป ผืนห้องที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้บิดเบี้ยวและสั่นสะเทือนจากพลังที่เพิ่งแสดงออกมา


            ราชันสงครามลำดับที่ 60 หรือ “อัสนีผู้ยิ่งใหญ่” ร่างกายของเขาทรุดลงบนพื้น หายใจอย่างหนักหน่วง


            บาดแผลที่เกิดจากการโจมตีด้วยพลังอวกาศของทันย่าปรากฏชัดบนร่างกายอันแข็งแกร่งของเขา แม้เขาจะเป็นผู้ครอบครองกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าอันแข็งแกร่งและมีเกราะพลังที่ไม่เคยถูกทำลายมาก่อน แต่ในวันนี้ เกราะนั้นกลับถูกฉีกทิ้งด้วยพลังที่สูงส่งเกินกว่าจินตนาการ


            “เป็นไปไม่ได้...”


            อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ยังคงบ่นพึมพำออกมาอยู่เล็กน้อย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เขาจะเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ที่อยู่ในระดับ 4 ดาว แต่กฎต้นกำเนิดดั้งเดิมอย่างอวกาศที่ทันย่าใช้ มันได้ก้าวข้ามกฎต้นกำเนิดธรรมดาใดๆไปโดยสิ้นเชิง


            ทันย่าหยุดนิ่งอยู่ตรงห้องโถงที่แทบพังทลาย โดยที่มีดบินของเขาที่เคยหมุนวนรอบตัวก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ พลังแห่งอวกาศที่เขาปลดปล่อยออกมาค่อยๆหดกลับเข้าสู่ตัว ราวกับว่าพลังนี้เป็นเพียงแค่เงาของอำนาจที่แท้จริง ซึ่งพวกมันยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด


            “แข็งแกร่งจริงๆ ใครจะไปคิดละว่านักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาวจะมีพลังเช่นนี้ได้”


            “พวกแกลืมอะไรไปหรือเปล่า.. ทันย่าต่อสู้ติดต่อกันมาถึงสี่คนเลยนะ แต่ดูเหมือนพลังเขาแทบจะไม่ลดลงเลยซักนิด!”


            “แกจะบอกว่ายีนพันธุกรรมของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าความผิดปกติไปอย่างมาก แกจะบอกกับพวกเราแบบนั้นใช่ไหม?”


            ราชันสงครามคนอื่นๆต่างซุบซิบกัน


            ทว่าเมื่อได้เห็นความพ่ายแพ้ของอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ทุกคนก็เงียบสนิท ทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาพที่ตื่นตระหนก ผู้แข็งแกร่งหลายคนยืนมองดูการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อสายตาของตนเลยซักนิด


            “เขาควบคุมกฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่กฎแห่งสายฟ้าเท่านั้น...”


            ในตอนนั้นเสียงของเบลาลินก็ได้ดังขึ้น


            เขาฟื้นขึ้นมาจากอาการที่หมดสติและได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของทันย่า พอได้เห็นว่าทันย่าเปิดใช้กฎต้นกำเนิดอย่างอวกาศ เบลาลินก็ทำได้เพียงส่ายหัวและยกยิ้มออกมา


            เพราะเขารู้แล้วว่าตลอดที่สู้กัน ตัวของทันย่าไม่ได้เอาจริงกับตนเลยซักนิด ไม่ต้องไปพูดถึงคนอย่างกานจิและตงหยาง ทั้งสองเคยถูกท้าทายในตอนแรกๆก็ทำได้เพียงพูดอะไรไม่ออก เหมือนกำลังอยู่ในภาวะช็อกเลยก็ว่าได้


            “ใช่! ในข้อมูลของซากอารยธรรมโบราณที่พวกเราได้พบเจอมา เห็นว่ากฎอวกาศถือเป็นกฎที่เรียนรู้ได้ยากมากที่สุดในจักรวาล”


            “มีเพียงนักสู้ดาวเคราะห์ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ ใครที่มีกฎนี้ในระดับขั้นพลังที่ต่ำต้อย พวกเขาจะถือว่าเป็นอัจฉริยะ!”


            “แต่ทันย่ากลับควบคุมมันได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนเป็นพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด!”


            ราชันสงครามอีกคนหนึ่งเอ่ยเสริม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพและเกรงกลัว


            ในขณะที่ผู้ชมกำลังตกตะลึงอยู่กับพลังของทันย่า ผู้แข็งแกร่งอีกหลายคนเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม


            แววตาของพวกเขาเปลี่ยนไปจากความชื่นชมเป็นความหวาดกลัว รู้ดีว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับนักสู้ที่มีศักยภาพในการกลายเป็นราชันสงครามในอันดับที่สูงขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย


            “เขาเป็นมากกว่าที่เราคิด...”


            “ถ้าปล่อยให้ทันย่ายังคงเติบโตต่อไป ตัวของเขาอาจก้าวข้ามพวกเราทุกคนในเร็ววัน เผลอๆอาจกลายเป็นเทพสงคราม”


            เสียงของราชันสงครามอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม น้ำเสียงแฝงด้วยความกังวลที่ยากจะปิดบัง


            “................”


            ทันย่ามองไปรอบๆ เขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ส่งมาจากเหล่าราชันสงครามและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหวแต่อย่างใด


            สายตาของเขายังคงคมกริบ ส่องประกายและเฉยชา ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงแค่การทดสอบเล็กน้อยสำหรับทันย่าเท่านั้น


            ราชันสงครามอย่างอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ยังคงหายใจหนัก เขาหันไปมองยังทันย่า พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและยอมรับ


            “เจ้าแข็งแกร่ง… แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก!! แม้บาดแผลนี้จะทำให้ข้าต้องเจ็บปวด แต่ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้กลับทำให้ข้าได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง”


            เขาพูดขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็หันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง


            “มันยังไม่พอ! เป้าหมายของฉันคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุด!”


            เสียงของเขาสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้องโถง


            คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำป่าวประกาศ แต่เป็นการเตือนผู้แข็งแกร่งทุกคนที่อยู่ที่นั่น ว่าพลังของทันย่ายังมีศักยภาพที่จะแข็งแกร่งกว่านี้มาก และเขาจะไม่หยุดยั้ง จนกว่าจะไปถึงจุดสุดยอดของการเป็นนักสู้พันธุกรรมที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในยุคนี้


            “เขาจะเป็นภัยคุกคามที่พวกเราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด”


            พอได้ยินเช่นนั้น ราชันสงครามหลายคนได้คิดในใจ ขณะที่บางคนเริ่มหวาดหวั่นกับความสามารถและความทะเยอทะยานของทันย่า


            การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การท้าทายตำแหน่งหรือเป็นการทดสอบการทลายพันธะแห่งราชันสงครามเท่านั้น แต่มันเป็นสัญญาณที่บอกให้เหล่าผู้แข็งแกร่งรู้ว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป และทันย่าคือผู้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนั้น


            “การทลายพันธะของราชันสงคราม รอบที่ 4 ผู้ชนะคือทันย่า”


            “ต่อไปคือรอบสุดท้าย ผู้ที่ถูกท้าทายคือ ราชันสงครามลำดับที่ 30 อัลเบี้ยน”


            เสียงประกาศของหลี่จิ้งกึกก้องไปทั่วลานประลอง ดวงตาของเหล่าผู้ชมต่างจับจ้องไปที่ทันย่า ผู้ที่เพิ่งผ่านศึกทลายพันธะของราชันสงครามมาอย่างทรงพลัง เขาไม่เพียงแค่เป็นผู้ท้าทายที่พยายามจะไต่ระดับในตำแหน่ง


            แต่เขากลับกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนโครงสร้างของเหล่าราชันสงครามและโลกแห่งนี้ทั้งใบ


            ในตอนนั้น อัลเบี้ยน ราชันสงครามลำดับที่ 30 ก้าวออกมาจากฝูงชน สายตาของเขาเยือกเย็นและแหลมคม


            เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน ห้องโถงก็ดูเหมือนจะเงียบสงัดลงในทันที


            “เจ้ามั่นใจว่าจะท้าทายข้าจริงๆหรือ?”


            อัลเบี้ยนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แต่ลึกๆแล้วก็แฝงไปด้วยความระแวดระวัง


            ทันย่าเป็นผู้ท้าทายที่เขาไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป การกระทำของทันย่าในแต่ละรอบทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง เขาสามารถต่อกรกับราชันสงครามที่มีลำดับสูงกว่าตนเองได้ติดต่อกัน ที่สำคัญ เขาไม่มีแม้แต่บาดแผลเลยซักนิด


            “เข้ามาเลย! ทรราชแห่งเพลิงทองคำ”


            ความเงียบชั่วขณะถูกทำลายด้วยเสียงเชียร์ของฝูงชนที่ดังขึ้นทั่วสนาม


            ทันย่าและอัลเบี้ยนต่างตั้งท่าพร้อมสู้ การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การแย่งชิงตำแหน่งเท่านั้น แต่มันคือบททดสอบที่โลกจะต้องจดจำ


            ถ้าทันย่าสามารถชนะอัลเบี้ยนที่เป็นถึงผู้แข็งแกร่งแห่งยุคได้ การทลายพันธะแห่งราชันสงครามก็จะสิ้นสุดลง และทันย่าจะกลายมาเป็นราชันสงครามคนแรกที่ได้รับอิสระภาพอย่างแท้จริง จะไม่มีใครสามารถสั่งการเขาได้ แม้นั้นจะเป็นถึงเทพแห่งสงครามอย่างหลี่จิ้งเองก็ตาม


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน