หยกงามเคียงบัลลังก์

    บทที่ 51 ข้าดูเบาเจ้าเกินไป

    บทที่ 51 ข้าดูเบาเจ้าเกินไป

     

    “เป็นท่านอ๋องเสียอีก เฮอะ” กู้อวี้แค่นหัวเราะ “ทราบข่าวรวดเร็วเช่นนี้แต่กลับไม่รายงานต่อฝ่าบาท มีแผนการอันใดอยู่กันแน่”

     

    เนื่องจากอยู่ใกล้กันมาก กู้ซื่อจื่อจึงต้องประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงขบกรามของเซียวเหยาอ๋อง

     

    ทว่านางคิดไม่ถึงยิ่งกว่าที่ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ นางยังมีแก่ใจมาวอกแวก

     

    ในที่สุดดาวหายนะผู้นี้ก็ถูกนางยั่วโทสะได้สำเร็จเสียที ใช่ไหม?

     

    ที่ผ่านมานางมักเป็นฝ่ายถูกทำให้โมโหจนควันออกหู สมควรสนองคืนเขากลับไปเสียบ้าง

     

    แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตามที

     

    จวินเจ๋อข่มโทสะในใจ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าดูเบาเจ้าเกินไป”

     

    กู้อวี้ค่อยหายใจหายคอได้เสียที คิดในใจว่าเคยมีตอนที่ท่านประเมินข้าไว้สูงส่งด้วยหรือ

     

    ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เมื่อครู่นี้นางถูกเซียวเหยาอ๋องกดดันเอาไว้จึงไม่ทันสังเกตความเคลื่อนไหวด้านนอก

     

    กลับเป็นเซียวเหยาอ๋องเสียอีก ทั้งสามารถพูดจาข่มขู่นาง ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังตรงมาทางนี้

     

    ประสาทสัมผัส พละกำลัง ความสามารถในการจดจำและประสาทสัมผัสทั้งห้าล้วนดีจนน่าตกใจ…

     

    กู้อวี้ลอบโอดครวญในห้วงความคิด ทำไมนางต้องมาเจอะเจอตัวประหลาดแบบนี้ด้วยนะ?

     

    “เจ๋อเอ๋อร์ กู้ซื่อจื่ออยู่กับเจ้าหรือไม่?” เสียงองค์หญิงใหญ่ดังขึ้นมาแต่ไกล

     

    องค์หญิงใหญ่ ท่านคือดาวช่วยชีวิตของข้าแท้ ๆ

     

    กู้อวี้รีบเปิดประตูออกไปแสดงคารวะต่อองค์หญิงใหญ่ “ข้าน้อยคารวะองค์หญิงใหญ่ ขอพระองค์ทรงมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง”

     

    นางเหลือบเห็นซงหยางจวิ้นจู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่ ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร กู้อวี้แสดงคารวะต่ออีกฝ่ายด้วยเช่นกัน “ข้าน้อยคารวะซงหยางจวิ้นจู่”

     

    ผิดคาด องค์หญิงใหญ่เห็นนางแล้วกลับขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

     

    ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ไม่ต้องมากพิธี พวกเจ้าคุยกันเสร็จแล้ว?”

     

    ดูจากปฏิกิริยาตอบสนองขององค์หญิงใหญ่คงยังไม่ทราบข่าวการตายของจูเจี้ยนชุน แม้จะไม่ทราบว่าเหตุใดเซียวเหยาอ๋องจึงบอกข่าวเรื่องนี้ให้ตนทราบก่อน แต่กู้อวี้คิดว่าลดลงเรื่องหนึ่งดีกว่ามีเพิ่มมากอีกเรื่อง จึงตอบไปว่า “คุยกันเสร็จแล้ว”

     

    องค์หญิงใหญ่มีสีหน้าแข็งทื่อ ก่อนจะกล่าวว่า “ซงหยางมีเรื่องร้อนใจมาก บอกว่าต้องการพบเจ้า”

     

    ซงหยางจวิ้นจู่พูดด้วยสีหน้าร้อนใจ “กู้ซื่อจื่อ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่าน”

     

    กู้อวี้งุนงง เวลาแบบนี้ เหตุใดซงหยางจวิ้นจู่จึงมาหานาง หรือจะรู้แล้วว่าถูกนางจัดฉากแก้แค้นต่งฉางเม่า?

     

    ไม่ควรเป็นอย่างนั้นนี่นา

     

    แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญ เรื่องสำคัญคือในที่สุดนางก็ได้โอกาสหนีจากโทสะของดาวหายนะแล้ว วันนี้ดาวหายนะน่ากลัวยิ่งนัก

     

    นางจึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าน้อยคงต้องขอตัวจากไปพร้อมซงหยางจวิ้นจู่แล้ว”

     

    “หยุดอยู่ตรงนั้น! ข้าให้เจ้าไปแล้วงั้นรึ?”

     

    เสียงแฝงโทสะของเซียวเหยาอ๋องดังขึ้น

     

    อึดใจต่อมา มือของคนผู้นี้ก็กดลงบนไหล่ซ้าย

     

    เขาออกแรงไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้นางต้องชะงักเท้าจนไม่อาจเดินไปข้างหน้า

     

    ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของกู้อวี้ แต่ลมหายใจถัดมาก็กลับคืนสู่ความสงบดังปกติ

     

    นางใช้หางตาเหลือบมององค์หญิงใหญ่และซงหยางจวิ้นจู่ พลางยกมือขึ้นประคองสองแก้มของตนเอง ขมวดคิ้วน้อย ๆ แสดงท่าทางราวกับได้รับความอัปยศ “ข้าน้อยผิดไปแล้ว ไม่ควรไม่ขออนุญาตจากท่านอ๋องก่อน”

     

    จากนั้นก็ลดมือลงมา เผยแก้มด้านที่แดงเล็กน้อยให้ซงหยางจวิ้นจู่เห็น และกล่าวอย่างหดหู่ว่า “จวิ้นจู่ ข้าน้อยกับท่านอ๋องยังคุยกันไม่เสร็จ เกรงว่าคงไม่อาจทำตามประสงค์ของจวิ้นจู่ได้แล้ว”

     

    ซงหยางจวิ้นจู่มีสีหน้าตกใจ ก้าวเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่า “กู้ซื่อจื่อ เกิดอะไรขึ้นกับหน้าของท่าน?”

     

    กู้อวี้ส่ายศีรษะ ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ยับยั้งชั่งใจเอาไว้

     

    ซงหยางจวิ้นจู่ตำหนิอย่างกรุ่นโกรธ “ญาติผู้พี่ กู้ซื่อจื่อนิสัยอ่อนโยน ถ้าเขาทำอะไรไม่ถูกใจท่าน แค่ตำหนิด้วยวาจาก็พอแล้ว อาศัยเพียงลมปากของท่านก็เพียงพอให้คนโมโหจนตายได้แล้ว ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับกู้ซื่อจื่อด้วย!”

     

    กู้อวี้แทบอยากปรบมือโห่ร้องให้วาจานั้น จวิ้นจู่ ท่านพูดได้ดีมาก!

     

    องค์หญิงใหญ่สังเกตเห็นรอยแดงบนแก้มของกู้อวี้แล้วเช่นกัน จึงถามอย่างร้อนใจว่า “เจ๋อเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรลงไป?”

     

    จวินเจ๋อหันมามองสีหน้าเสแสร้งของกู้อวี้ ก่อนแค่นเสียงออกมาลอดไรฟัน “ดี กู้ซื่อจื่อ เจ้าทำได้ดีนัก คอยดูไปเถอะ!”

     

    กู้อวี้หน้าซีด ครางเสียงต่ำด้วยความปวดร้าว

     

    คราวนี้นางไม่ได้เสแสร้ง แต่เป็นเพราะจวินเจ๋อออกแรงบีบไหล่นางจนทำให้ขยับตัวไม่ได้ …เจ็บยิ่งนัก

     

    ดาวหายนะผู้นี้ลงมือไม่เกรงใจกันเลยสักนิด!

     

    ซงหยางเห็นแล้วก็รีบแกะมือของจวินเจ๋อออกไป เห็นสภาพแบบนั้นของกู้อวี้ก็ปวดใจจนตาแดงก่ำ

     

    กู้อวี้กุมไหล่ แขนข้างนี้ช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ ต้องบาดเจ็บเพราะคนผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

     

    “กู้ซื่อจื่อ ข้าขอดูหน่อยว่าไหล่ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ซงหยางจวิ้นจู่ว่าแล้วก็ขยับเข้ามาแหวกปกเสื้อของกู้อวี้

     

    นางคว้าข้อมือของซงหยางไว้อย่างตื่นตัว กล่าวอย่างตกใจว่า “จวิ้นจู่ ชายหญิงแตะต้องตัวกันเป็นเรื่องไม่เหมาะสม”

     

    ซงหยางคิดไม่ถึงว่ากู้อวี้จะพูดจาเช่นนี้จึงลดมือลงช้า ๆ นางเป็นห่วงเขา เขากลับไม่รับน้ำใจ จึงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

     

    ทว่าซงหยางไม่ได้ระบายความเสียใจใส่คนในดวงใจ แต่หันไปฟ้ององค์หญิงใหญ่ “ท่านป้า ท่านดูสิ เขารังแกคนอื่นอีกแล้ว!”

     

    จากนั้นก็ดึงแขนคนข้างกาย “กู้ซื่อจื่อ ไปกันเถอะ ข้าจะพาท่านไปหาหมอ”

     

    กู้อวี้ก้าวตามแรงดึงของนาง

     

    “กู้อวี้ ถ้าเจ้ากล้าไปกับนาง เชื่อไหมว่าข้าจะหักขาของเข้าซะ” จวินเจ๋อขู่นาง

     

    องค์หญิงใหญ่มองรอยแดงบนแก้มของกู้ซื่อจื่อ รวมถึงสีหน้าอดสูของอีกฝ่าย ก่อนหันไปเห็นดวงตาวาวโรจน์ที่จวินเจ๋อใช้มองซงหยาง ราวกับไม่พอใจที่นางแตะเนื้อต้องตัวกู้อวี้

     

    องค์หญิงใหญ่พลันว้าวุ่นขึ้นมา หัวใจเต้นรัว ในหัวมีแต่เสียงหวีดร้องว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

     

    ซงหยางเชิดหน้า ตอกกลับเซียวเหยาอ๋องว่า “ท่านจะเผด็จการเกินไปแล้ว! กู้ซื่อจื่อไม่ใช่ข้ารับใช้ของท่านเสียหน่อย ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งว่าไม่ให้ไปก็ต้องไม่ไป”

     

    เสียงแหลมสูงของซงหยางดึงองค์หญิงใหญ่ออกมาจากภวังค์ จึงค่อยตำหนิออกมาอย่างโมโห “เจ๋อเอ๋อร์! เจ้าจะทำอะไรกันแน่!”

     

    มือข้างหนึ่งของกู้อวี้ถูกซงหยางดึงเอาไว้ มืออีกข้างกุมไหล่ซ้ายของตนเอง

     

    นางแน่ใจแล้วว่าจวินเจ๋อยังไม่คิดจะบอกข่าวการตายของจูเจี้ยนชุนต่อองค์หญิงใหญ่ จึงพูดว่า “ข้าน้อยผิดเอง เมื่อครู่นี้มีปากเสียงกับท่านอ๋อง ทำให้ท่านอ๋องโมโห”

     

    ซงหยางและองค์หญิงใหญ่รับทราบความปากร้ายของจวินเจ๋อ ที่ผ่านมามีแต่จวินเจ๋อทำให้คนอื่นโมโห เคยมีคนอื่นทำให้เขาโมโหเสียที่ไหนกัน

     

    กู้อวี้บอกว่ามีปากเสียงกัน แสดงว่าเป็นความผิดของจวินเจ๋อ

     

    จวินเจ๋อเห็นมารดากับญาติผู้น้องของตนมีสีหน้าตำหนิติติงเหมือนกันไม่มีผิด เขาจะเดาความคิดของพวกนางไม่ออกได้อย่างไร จึงกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นเสียงดัง

     

    กู้อวี้ เจ้าแน่นักนะ!

     

    ช่างล้อเล่นกับใจคนเก่งเสียจริง!

     

    ซงหยางกล่าวขึ้นว่า “ญาติผู้พี่ ถ้ากู้ซื่อจื่อได้พูดจาล่วงเกินท่าน ข้าก็ขออภัยแทนเขาด้วย ท่านก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้ ปล่อยเขาไปเถอะ”

     

    จวินเจ๋อมองญาติผู้น้องที่โง่งมจนไร้หนทางเยียวยาคนนี้ ก่อนกล่าวอย่างโมโหร้ายว่า “เจ้าเป็นอะไรกับเขา มีสิทธิ์อะไรมาขอโทษแทนเขา!”

     

    ซงหยางพลันมีสีหน้าปั้นยาก เหลือบมองกู้อวี้อย่างไม่สบายใจ เลิกแกล้งทำตัวมีเหตุผล แต่ขึ้นเสียงตอบกลับไปว่า “ข้า… ข้าไม่ชอบท่าทางวางอำนาจบาตรใหญ่ของท่านแล้วจะทำไม”

     

    จวินเจ๋อรู้สึกว่าเส้นเลือดบนขมับเต้นตุบ ๆ “ถูกคนขายแล้วยังไปช่วยคนอื่นเขานับเงินอีก ข้ามีญาติผู้น้องแบบเจ้าได้อย่างไรกัน”

     

    ซงหยางไม่รู้ตัวว่าวันนี้ถูกกู้อวี้วางอุบาย ไม่ว่าจวินเจ๋อจะพูดจาอย่างไรก็รู้สึกว่าเขากำลังใช้อำนาจรังแกคนอื่น จึงพูดจาราดน้ำมันใส่กองเพลิงต่อไป “ยื่นทางลงให้ท่านกลับไม่ยอมลง ท่านมันไร้ยางอายชัด ๆ”

     

    จวินเจ๋อเห็นว่ากู้อวี้ที่ยืนอยู่ข้างกายซงหยางถึงกับกล้ายิ้มท้าทายให้เขา ฉับพลันนั้นจึงบันดาลโทสะจนปล่อยกำลังภายในออกมา

     

    เพล้ง!

     

    ชุดถ้วยน้ำชาในตำหนักแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ

     


    คล้ายกับเรื่องหยกงามเคียงบัลลังก์ ที่คุณอ่าน