ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 344 : หอกสวรรค์หวนคืน

จารึกที่ 344 : หอกสวรรค์หวนคืน : บัญญัติเต๋าพิฆาตเซียนปฐมพี


ช่วงเวลาที่แสงแรกแห่งรุ่งอรุณพยายามแหวกม่านเมฆอันมืดมิด ท่ามกลางเดือนสี่ไหวเยว่ร่มเงาไม้ผลิใบ 槐月 (ฮว๋ายเยว่ - ต้นตั๊กแตนผลิใบ) ท้องฟ้าเหนืออาณาเขตสำนักหมื่นอักขระ 万符宗 (วั่นฝูจง) กลับเต็มไปด้วยความวิปลาสอันงดงาม เปลวเพลิงสวรรค์สีทองคำที่ควรจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นเถ้าธุลี บัดนี้กลับร่วงหล่นลงมาประดุจกลีบสุวรรณพฤกษาที่ไร้ซึ่งอุณหภูมิและความร้อนใดๆ


ความตายที่ถูกส่งลงมาจากเตาหลอมสวรรค์นิรันดร์ 永恒天炉大阵 (หย่งเหิงเทียนหลูต้าเจิ้น) อันแลกมาด้วยชีวิตของนักรบสวรรค์เกราะเงินนับหมื่นนาย บัดนี้ถูก 'ปฏิเสธ' การดำรงอยู่ของสัจธรรมแห่งการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มผู้ถือพู่กันเบื้องล่าง!


เซินตู่เหยียน แม่ทัพสวรรค์ขอบเขตเซียนปฐมพี (Earth Immortal) ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่กลางอากาศธาตุ โลหิตสีทองคำยังคงหยดทะลักจากรอยตัดบริเวณหัวไหล่ขวาที่ขาดสะบั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ทอดมองประกายไฟที่ร่วงหล่นลงกระทบหลังคาตำหนักเบื้องล่างโดยไม่สร้างแม้แต่รอยไหม้เกรียม ความภาคภูมิใจและตบะเซียนนับหมื่นปีของเขาถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี


"ปฏิเสธกฎเกณฑ์... เจ้า... เจ้าเป็นแค่เศษสวะในขอบเขตวิญญาณแรกเริ่ม! เจ้าจะบิดเบือนกฎเกณฑ์ที่วิหารเทพอนันตกาลตั้งไว้ได้อย่างไร! นี่มันเป็นไปไม่ได้!" เซินตู่เหยียนแผดเสียงคำรามลั่น เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ


เบื้องล่าง อาเจียยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านอาจารย์มู่เฉิน แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยและยังคงรักษาท่วงท่าอันสง่างาม ทว่าภายในห้วงวิญญาณกลับกำลังปั่นป่วนดุจพายุคลั่ง


จารึกปฏิเสธสัจธรรม 否理真言符 (โฝวหลี่เจินเหยียนฝู) หาใช่ปาฏิหาริย์ที่ไร้ต้นทุน การที่ภาชนะอันจำกัดต้องแบกรับ 'ความขัดแย้ง' ของกฎเกณฑ์ระดับเซียนปฐมพี ทำให้ สมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ของเขาเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับจะปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โลหิตสีข้นไหลซึมออกจากมุมปากและจมูกอย่างไม่อาจควบคุมได้


"เจ้านาย! โครงสร้างการปฏิเสธของเจ้ากำลังกัดกินรากฐานวิญญาณ!" องค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแห่งพู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) กรีดร้องเตือนอยู่ข้างใบหู นางใช้ชั้นหนังสือวิญญาณทั้งหมดเพื่อช่วยค้ำยันสมการที่กำลังจะพังทลาย "เจ้าปฏิเสธความร้อนของไฟสวรรค์ได้ แต่มวลพลังงานของมันยังคงอยู่! หากตาเฒ่านั่นบีบอัดเตาหลอมลงมาด้วยน้ำหนักทางกายภาพ ร่มเงาอักขระพิทักษ์ฟ้าของท่านมู่เฉินและตัวเจ้าจะต้องถูกบดขยี้แน่!"


"ข้าทราบดี..." อาเจียตอบกลับผ่านกระแสจิตอย่างเยือกเย็น ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก พยายามรักษาสติสัมปชัญญะที่เริ่มพร่ามัว "การป้องกันคือการรอคอยความพ่ายแพ้ จารึกปฏิเสธสัจธรรมเป็นเพียงโล่ที่ใช้ซื้อเวลา... หากต้องการพลิกกระดาน ข้าต้องใช้ 'หอก' ที่คมกริบกว่าของพวกมัน"


ดวงตาอันลึกล้ำของอาเจียตวัดมองไปยังก้นหลุมลึกริมทะเลสาบหมึกวารี สถานที่ซึ่งแขนขวาอันเต็มไปด้วยโลหิตเซียนและหอกศักดิ์สิทธิ์ของเซินตู่เหยียนร่วงตกลงไป


บนชั้นฟ้า เซินตู่เหยียนที่กำลังคลุ้มคลั่งก็ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เช่นกัน ประสบการณ์สงครามของมหาเซียนทำให้เขามองทะลุถึงขีดจำกัดของอาเจีย "ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้เด็กจองหอง! เจ้าบิดเบือนสัจธรรมได้ก็จริง แต่เจ้ารับมวลพลังงานมหาศาลนี้ไว้ไม่ได้นานหรอก! ในเมื่อไฟไม่อาจเผาเจ้า เช่นนั้นข้าจะใช้เตาหลอมสวรรค์ทั้งใบบดขยี้สำนักของเจ้าให้แบนราบเป็นหน้ากลอง!"


มหาเซียนที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวเร่งเร้าพลังปราณขีดสุด รัศมีเซียนปฐมพีระเบิดออกจนพื้นที่รอบด้านเกิดรอยแยกมิติสีดำ เตาหลอมสวรรค์นิรันดร์ขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่เบื้องบนพลันหดตัวเล็กลง บีบอัดมวลความหนาแน่นจนกลายเป็นก้อนโลหะสีทองคำแดงที่หนักอึ้งยิ่งกว่าขุนเขานับแสนลูก ก่อนจะพุ่งหลาวทะยานลงมาปะทะกับ ร่มเงาอักขระพิทักษ์ฟ้า 遮天符伞 (เจ้อเทียนฝูส่าน) ของมู่เฉินโดยตรง!


*ครืนนนนน! ตึง!*


เสียงปะทะกึกก้องกังวานไปไกลนับหมื่นลี้ ร่มเงาอักขระบรรพกาลของมู่เฉินยุบตัวลงอย่างรุนแรง ปรมาจารย์เฒ่ากระอักเลือดออกมาคำโต ร่างเนื้ออักขระบรรพกาล 远古符肉身 (หย่วนกู่ฝูร่วเซิน) ของท่านเกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่วแขนทั้งสองข้าง


"ท่านอาจารย์!" อาเจียอุทาน


"ไม่ต้องห่วงเปิ่นจั้ว! ทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำเสีย!" มู่เฉินกัดฟันกรอด แววตาของปรมาจารย์เฒ่าทอประกายเด็ดเดี่ยว ท่านรีดเร้นพลังปราณต้นกำเนิดทั้งหมดเพื่อค้ำยันร่มเงาอักขระเอาไว้ ไม่ยอมให้เตาหลอมนั่นร่วงหล่นลงมาทำลายศิษย์รุ่นหลังเบื้องล่าง


อาเจียพยักหน้า เขารู้ดีว่าทุกเสี้ยวลมหายใจแลกมาด้วยชีวิตของอาจารย์และสรรพชีวิตในสำนัก ชายหนุ่มทะยานร่างดุจสายฟ้าฟาด พุ่งตรงไปยังก้นหลุมที่แขนของเซินตู่เหยียนตกอยู่


"พี่มู่หลาง! อี้หราน! ชิงเสวี่ย! ปิงอวิ๋น!" อาเจียตะโกนก้องขณะร่อนลงสู่ก้นหลุม "ใช้พลังของพวกเจ้าทั้งหมด ถ่ายทอดลงมาที่ศิลาปราณรอบๆ หลุมนี้! ข้าจะเปิดเตาหลอมกฎเกณฑ์ย่อยใต้ดิน บังคับหลอมรวมชิ้นส่วนเซียนปฐมพี!"


สหายทั้งสี่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พวกเขาที่เพิ่งฟื้นฟูพลังจากแก่นภพปฐมกาล ทะยานร่างมายืนล้อมรอบปากหลุมทั้งสี่ทิศ


"รับไป! เจตจำนงกระบี่หยกเย็น!" ฉินมู่หลางปลดปล่อยรังสีอำมหิตสีขาวโพลน

"เพลิงอัคคีบรรพกาล จงเผาผลาญความหยิ่งยโสของมัน!" เฟิงอี้หรานอัดกระแทกเปลวไฟสีชาดลงสู่เบื้องล่าง

"วิถีแห่งมิติ... บีบอัดขอบเขต!" หลินชิงเสวี่ยกางม่านมิติสีเงินยวงเพื่อสร้างห้องหลอมปิดตาย

"พลังพฤกษา... ชำระล้างปราณมารสวรรค์!" เย่ปิงอวิ๋นส่งรากไม้เรืองแสงเข้าไปชอนไชรอบๆ โลหิตเซียน


อาเจียหยัดยืนอยู่ก้นหลุม เบื้องหน้าของเขาคือแขนขวาขนาดมหึมาที่แผ่กลิ่นอายทำลายล้าง และหอกศักดิ์สิทธิ์ที่สั่นสะเทือนต่อต้านผู้บุกรุก ชายหนุ่มไม่เกรงกลัว เขาใช้มือซ้ายที่อาบไปด้วยเลือดของตนเอง จับลงบนคันหอกสวรรค์อย่างแรง!


*เปรี๊ยะ! ซู่!*


พลังต่อต้านจากหอกศักดิ์สิทธิ์แผดเผาฝ่ามือของอาเจียจนไหม้เกรียม ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เขากัดฟันแน่น ดวงตาทอประกายความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม


"ในโลกเซียนแห่งนี้ ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ... หากสวรรค์ต้องการกลืนกินพวกเรา ข้าก็จะขอกลืนกินสวรรค์กลับคืน!"


อาเจียตวัด พู่กันนิรันดร์ ด้วยมือขวา หมึกปราณสีเทาเงินยวงของ อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ไหลทะลักออกมาดุจน้ำตก ชายหนุ่มมิได้วาดอักขระลงบนอากาศ แต่วาดประทับลงบนผิวหนังของ 'แขนเซียนปฐมพี' โดยตรง!


กระบวนการ 'ผู้กำหนดอักขระ' เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง อาเจียต้องใช้สติปัญญาและวิถีเต๋าของตน เข้าไปรื้อถอนสมการกฎเกณฑ์แห่งวิหารเทพอนันตกาลที่ฝังรากลึกอยู่ในเนื้อเยื่อและกระดูกสีทองคำของมหาเซียน เขาใช้เจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางตัดเส้นชีพจรเดิม ใช้เพลิงของเฟิงอี้หรานหลอมละลายตราประทับสวรรค์ ใช้มิติของหลินชิงเสวี่ยบีบอัดรูปทรง และใช้ปราณพฤกษาของเย่ปิงอวิ๋นเชื่อมต่อเส้นสายใหม่


"อักขระหลิง (零) คือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่สามารถรองรับทุกสรรพสิ่ง" อาเจียพึมพำขณะที่ปลายพู่กันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมองเห็นเพียงภาพติดตา "เนื้อหนังของเซียนปฐมพี อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งความหนักอึ้งและการทำลาย... ข้าจะริบเอาเจตจำนงของเจ้าของเดิมออก และแทนที่มันด้วยเจตจำนงแห่งการย้อนศร!"


โลหิตแก่นแท้ของอาเจียหยดลงผสมกับหมึกปราณ สมอแห่งเต๋าในวิญญาณเปล่งแสงสว่างวาบถึงขีดสุด บังคับให้แขนสวรรค์ที่ขาดสะบั้นเริ่มบิดเบี้ยวและหลอมรวมเข้ากับคันหอกศักดิ์สิทธิ์ เนื้อเยื่อสีทองคำแปรสภาพกลายเป็นลวดลายอักขระโบราณที่สลักลึกลงไปบนตัวหอก เปลี่ยนหอกสีทองสว่างให้กลายเป็นศัสตราวุธสีเทาเงินยวงที่แผ่กลิ่นอายแห่งความดับสูญ


เบื้องบน ทันทีที่การเชื่อมต่อระหว่างตนเองกับแขนข้างขวาถูกลบเลือนไปอย่างสมบูรณ์ เซินตู่เหยียนกระอักโลหิตออกมาอีกครา ความหวาดกลัวที่แท้จริงเริ่มเกาะกุมจิตใจ "มันกำลังหลอมอาวุธระดับเซียนปฐมพีใหม่! เป็นไปไม่ได้... มนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มจะทนทานต่อพลังสะท้อนกลับของกฎเกณฑ์ระดับนี้ได้อย่างไร!"


เซินตู่เหยียนทุ่มพลังทั้งหมด กดเตาหลอมสวรรค์ลงมาอย่างบ้าคลั่ง ร่มเงาอักขระของมู่เฉินเริ่มปริแตกออกเป็นวงกว้าง แสงสว่างบาดตาของโลหะที่ถูกบีบอัดสาดส่องลงมากระทบผืนดิน


ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง... เสียงระเบิดดังกึกก้องจากปากหลุมลึกริมทะเลสาบ!


คลื่นพลังงานสีเทาเงินยวงที่เปี่ยมไปด้วยความว่างเปล่าและแรงดึงดูดมหาศาล ระเบิดออกกวาดต้อนพลังของสหายทั้งสี่ให้ถอยร่นไป อาเจียทะยานร่างขึ้นมาจากปากหลุม อาภรณ์สีครามของเขาขาดวิ่นชุ่มโชกไปด้วยเลือด ทว่าในมือขวาของเขา บัดนี้กอบกุมศัสตราวุธชิ้นใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น


มันคือหอกยาวที่มีรูปทรงคดเคี้ยวประดุจสายฟ้า ทว่ากลับดำมืดและทอประกายสีเทาเงินยวง ตัวหอกสลักแน่นไปด้วยอักขระสูญตาที่ไหลเวียนดุจมีชีวิต กลิ่นอายของมันไม่ใช่ความหนักอึ้ง ไม่ใช่ความร้อนรุ่ม แต่มันคือ 'การลบล้าง'


"จารึกที่สลักลงบนกระดูกของเซียน... โตมรสูญตาพิฆาตเซียน 弑仙零矛 (ซื่อเซียนหลิงเหมา)!"


อาเจียเงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองเซินตู่เหยียนที่อยู่เบื้องบน ชายหนุ่มยกโตมรสูญตาขึ้นพาดบ่า รอยยิ้มเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันรันทดเผยออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะแสร้งถอนหายใจยาว ตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรมเป็นคราสุดท้าย


"ท่านแม่ทัพสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่... แขนขวาที่ท่านทอดทิ้งลงมายังผืนดินอันต่ำต้อย บัดนี้ได้ซึมซับความทุกข์ยากและเสียงร้องไห้ของสรรพชีวิตที่ท่านพยายามบดขยี้... มันได้ละทิ้งความหยิ่งยโสของสวรรค์ และเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างความสัตย์จริงของมรรคาอักขระแล้ว..."


อาเจียชี้ปลายโตมรขึ้นสู่นภากาศ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความดุดันและเด็ดขาดเฉียบขาด "วิหารเทพอนันตกาลชอบมอบทัณฑ์สวรรค์ลงมานักมิใช่หรือ? วันนี้ สำนักหมื่นอักขระขอส่งคืนทัณฑ์ปฐพีกลับไปให้พวกท่านบ้าง! รับไปเสีย!"


อาเจียระเบิดพลังจากสมอแห่งเต๋าในแก่นวิญญาณจนถึงขีดจำกัดสูงสุด เขาเชื่อมต่อโตมรสูญตาเข้ากับ เตาหลอมกฎเกณฑ์ ที่อยู่ใต้ทะเลสาบหมึกวารี ดึงเอาพลังปราณมหาศาลจากแก่นภพปฐมกาลมาเป็นแรงขับเคลื่อน ชายหนุ่มง้างแขนขวาสุดตัว ก่อนจะขว้าง โตมรสูญตาพิฆาตเซียน ขึ้นสู่ชั้นฟ้าด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี!


*เปรี้ยงงงงงงงงงง!*


มิติเบื้องหน้าของอาเจียแตกร้าวเป็นรอยทางยาว โตมรสูญตาพุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า มันพุ่งทะลุผ่าน ร่มเงาอักขระพิทักษ์ฟ้า ของมู่เฉินออกไปโดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับก้นของ เตาหลอมสวรรค์นิรันดร์ ที่เซินตู่เหยียนกดทับลงมา!


ไม่มีเสียงระเบิดอันกึกก้อง... ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า


ทันทีที่ปลายโตมรสูญตาสัมผัสกับเตาหลอมสวรรค์ อักขระหลิง (零) ที่สลักอยู่บนตัวหอกพลันทำงาน มันปลดปล่อยกฎเกณฑ์แห่งการลบล้าง เปลี่ยนมวลโลหะที่หนักอึ้งนับแสนขุนเขาให้กลับกลายเป็นความว่างเปล่า! โตมรสูญตาทะลวงผ่านเตาหลอมสวรรค์ไปอย่างง่ายดายประดุจแทงมีดร้อนลงในก้อนเนย เจาะทะลุโครงสร้างค่ายกลมหาเวทที่แลกมาด้วยชีวิตของทหารหมื่นนายจนแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง


"ม... ไม่! นี่มันวิชานอกรีตอันใดกัน!" เซินตู่เหยียนเบิกตากว้าง ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้จนเขาหายใจไม่ออก เขาพยายามจะวาดมือซ้ายสร้างโล่กฎเกณฑ์ขึ้นมาป้องกัน ทว่าโตมรนั้นรวดเร็วและไร้ปรานีเกินไป


*ฉึก!*


โตมรสูญตาพิฆาตเซียนพุ่งเสียบทะลุกลางอกของเซินตู่เหยียนอย่างจัง!


ความว่างเปล่าของอักขระสูญตาปะทุขึ้นภายในร่างกายของมหาเซียน มันกัดกินและบดขยี้ 'แก่นวิญญาณเซียนปฐมพี' ของเขาอย่างบ้าคลั่ง กฎเกณฑ์สวรรค์ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขาถูกลบล้างและลอกคราบออกไปทีละชั้นๆ โลหิตสีทองคำที่เคยบริสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นหมอง


"อ้ากกกกก! เจตจำนงของข้า! รากฐานเต๋าของข้า!" เซินตู่เหยียนแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช ร่างกายของเขาร่วงหล่นจากท้องฟ้าดุจวิหคปีกหัก กลิ่นอายตบะขอบเขตเซียนปฐมพีที่เคยคุกคามโลกเบื้องล่าง บัดนี้ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว กฎเกณฑ์สวรรค์ถูกทำลายจนหมดสิ้น ร่วงหล่นลงมาสู่ขอบเขตเซียนมนุษย์ (Human Immortal) และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง!


*ตู้ม!*


ร่างของเซินตู่เหยียนถูกโตมรสูญตาตอกตรึงติดกับหน้าผาศิลาด้านหลังสำนักหมื่นอักขระอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน มหาเซียนผู้เคยโอหังบัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล วิญญาณเต๋าแตกสลาย กลายเป็นเพียงคนพิการที่สูญสิ้นตบะอันยิ่งใหญ่ไปตลอดกาล


ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณ สำนักหมื่นอักขระรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ล้างสำนักได้อย่างปาฏิหาริย์ ศิษย์และผู้อาวุโสทุกคนต่างเบิกตากว้าง ทอดมองภาพของแม่ทัพสวรรค์ที่ถูกตอกตรึงอยู่บนหน้าผาด้วยความสั่นสะท้านในจิตใจ


ริมทะเลสาบหมึกวารี อาเจียร่างกายโอนเอน ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นศิลา กระอักโลหิตออกมาอีกระลอกใหญ่ บาดแผลและภาระที่สมอแห่งเต๋าต้องแบกรับนั้นสาหัสยิ่งนัก ทว่าดวงตาของเขากลับสว่างไสวเปี่ยมด้วยปัญญาแห่งการบรรลุธรรม


"อาเจีย!" มู่เฉินและสหายทั้งสี่รีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขา


"ข้าไม่เป็นไร... เพียงแค่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูรากฐานเต๋าที่บอบช้ำ" อาเจียเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ทว่าผลลัพธ์นี้... คุ้มค่ายิ่งนัก"


ในศึกครั้งนี้ เขาไม่ได้เพียงแต่เอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ทว่าเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัด สั่งสมประสบการณ์ในการรื้อถอนและบัญญัติกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ วิถีแห่งการเป็น 'ผู้กำหนดอักขระ' ของเขาหยั่งรากลึกลงไปในจิตวิญญาณอย่างแท้จริง


ทว่า ท่ามกลางความโล่งใจ อาเจียแหงนหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ยังคงหลงเหลือรอยปริร้าวของมิติ แววตาของเขาฉายความเคร่งเครียดอันลึกล้ำ


"วิหารเทพอนันตกาลสูญเสียแม่ทัพเซียนปฐมพีไปหนึ่งคน พร้อมกับกองทัพนับหมื่น... พวกมันย่อมไม่ยอมกลืนเลือดก้อนนี้ลงคอแน่" อาเจียพึมพำ "สงครามที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นขอรับ ท่านอาจารย์"


เดิมพันได้ถูกยกระดับขึ้นแล้ว จากความขัดแย้งระดับบุคคลและสำนัก บัดนี้มันได้บานปลายกลายเป็นการประกาศสงครามกับสวรรค์อย่างเต็มรูปแบบ มหากาพย์แห่งราชันหมื่นอักขระกำลังจะก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ที่นองเลือดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเซียนเบื้องล่าง!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน