การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 23 เรื่องราวของฉิงเหม่ย

    มิติแดนอสูร
    หญิงสาวได้มีท่าที ตกใจ สับสน และไม่เข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นในตอนนี้ นางจึงได้กล่าวถามหวังเหว่ยว่า “นายท่าน ที่นี่คือที่ใดกัน ?” “ฮ่า ฮ่า เจ้าช่างถามได้สั้นดีจริงๆ ที่นี่คือมิติแดนอสูร เป็นมิติส่วนตัวของข้า และนั่น ราชาหมูอสูรเขี้ยวตัน ส่วนทางนั้น ราชาหนูอสูรพงไพรกับราชาแมวป่าอสูรวายุ พวกเจ้าทักทายกันสิ” “เจ้าค่ะนายท่าน” หญิงสาวกล่าว “ขอรับนายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นหญิงสาวได้หันหน้าไปมองทาง3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์และได้พูดขึ้นว่า “ยินดีที่ได้รู้จักพวกท่านทั้งสาม ข้ามีชื่อว่า ฉิงเหม่ย” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ ถึงแม้จะยังสับสนกับเรื่องราว แต่ก็ได้พูดทักทายทำความรู้จักกับฉิงเหม่ยตามที่หวังเหว่ยบอก หลังจากที่ฉิงเหม่ย และ3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ ได้พูดคุยทักทายกับเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ให้ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์กลับไปฝึกฝนตนเองกันต่อ จากนั้นหวังเหว่ยได้อัญเชิญสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสอง ที่ถูกทำสัญญาไว้ตั่งแต่ก่อนเริ่มเข้าเมืองครั้งแรกออกมา และได้สอน "ทักษะแปลงกายรูปแบบมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" และ "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสอง จากนั้นหวังเหว่ยได้ให้สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสอง แยกตัวออกไปฝึกฝนในพื้นที่ว่างที่อยู่ไม่ไกล ฉิงเหม่ยมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยถึงสิ่งที่หวังเหว่ยกำลังทำอยู่ แต่นางก็เลือกที่จะเฝ้าดูอยู่เงียบๆข้างๆหวังเหว่ย หลังจากที่หวังเหว่ยทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงได้หันมามองใบหน้าที่งดงามของฉิงเหม่ย จากนั้นจึงได้กล่าวขึ้นว่า “เจ้าคงมีเรื่องสงสัยอยู่หลายเรื่องสินะ เอาล่ะ ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง” จากนั้นหวังเหว่ยได้เริ่มต้นเล่าเรื่องราวตั่งแต่เรื่องของพลังปราณอสูรที่พิเศษภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้ และเรื่องของ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่แปลงร่างมาจากสัตว์อสูร รวมถึงเรื่องที่หวังเหว่ยทราบว่านางเป็นเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูง สัตว์อสูรจิ้งจอกขาวราตรี ฉิงเหม่ยได้มีท่าทีหวาดระแวงทันทีเมื่อรู้ว่า หวังเหว่ยรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง จากนั้นฉิงเหม่ยได้รวบรวมความกล้ากล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ท่านทราบได้อย่างไร ว่าข้าคือสัตว์อสูรจิ้งจอกขาวราตรี ท่านพ่อและท่านแม่ ของข้าเคยบอกเอาไว้ว่าไม่มีใครสามารถรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของข้าได้ ถ้าข้าไม่เปิดเผยตัวตนออกมา” “บิดาและมารดาของเจ้าพูดถูกแล้ว คนธรรมดาทั่วไปแม้กระทั่งสัตว์อสูรชั้นสูงก็ไม่สามารถรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าได้ถ้าเจ้าไม่ต้องการเปิดเผย !” หวังเหว่ยได้กล่าวตอบฉิงเหม่ย “เช่นนั้นท่านรู้ได้อย่างไร ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความสงสัย “เรื่องนั้นข้าจะบอกเจ้าเมื่อถึงเวลา แต่เจ้าสบายใจได้ ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ทำร้ายเจ้ารวมถึงครอบครัวของเจ้าอย่างแน่นอน เอาล่ะในเมื่อข้าพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว เจ้าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ในตลาดค้าแห่งนั้นได้” หวังเหว่ยได้กล่าวถามฉิงเหม่ย ฉิงเหม่ยเมื่อได้ยินดังนั้น ถึงแม้จะยังสงสัยเรื่องที่หวังเหว่ยรับรู้ถึงตัวตนของนางอยู่บ้าง แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว ตั่งแต่นางและครอบครัวเดินทางออกมาจากเผ่านางและครอบครัวยังไม่เคยบอกกับใครเรื่องตัวตนที่แท้จริงของนาง แม้แต่กลุ่มคนที่ทำร้ายนางและครอบครัวก็ยังไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้ ทำให้นางคิดได้ว่านายท่านของนางผู้นี้ จะต้องไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงรู้สึกโล่งใจ และเริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนางรวมถึงครอบครัวว่า “เมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ข้าและท่านพ่อ ท่านแม่ กำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ภายในอาณาจักรเทพมังกร ในขณะที่ข้ากำลังเดินเล่นอยู่ภายในเกาะกลางน้ำแห่งหนึ่งของอาณาจักรเทพมังกร ข้าได้พบเจอกับจ้านหู่หลงบุตรชายของผู้นำตระกูลจ้าน ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะกลางน้ำแห่งนั้น จ้านหู่หลงรู้สึกรักใคร่ชอบพอข้าตั้งแต่แรกพบเห็น เขาได้เข้ามาพูดคุยทำความรู้จักกับข้าและได้บอกข้าว่าเขาต้องการรับข้าไปเป็นภรรยาน้อย เมื่อข้าได้ยินดังนั้นข้าจึงได้กล่าวปฏิเสธในทันที สีหน้าของจ้านหู่หลงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาหลังจากได้ยินคำกล่าวของข้า เขาได้จากไปอย่างหุนหันพร้อมกับผู้ติดตามของเขา หลังจากพวกเขาหายไปจนลับตาแล้ว ท่านพ่อได้บอกให้ข้าและท่านแม่รีบเดินทางออกจากเกาะของตระกูลจ้าน แต่ในระหว่างทางไปยังสถานีวิหกโดยสาร พวกข้าได้พบกับการซุ่มโจมตีจากนักสู้ระดับสูงของเผ่าพันธุ์มังกรเป็นจำนวนมาก ในเวลานั้นท่านพ่อและท่านแม่ของข้า ได้บอกให้ข้ารีบหนีไปด้วยของวิเศษ "แผ่นหยกเคลื่อนย้าย" และในขณะที่ข้ากำลังลังเล ข้าได้บังเอิญถูกคลื่นพลังโจมตีของนักสู้เผ่าพันธุ์มังกรทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อท่านพ่อและท่านแม่เห็นข้าได้รับบาดเจ็บ พวกท่านจึงได้ตะโกนเสียงดังบอกให้ข้ารีบหนีไป ข้าที่เชื่อฟังท่านพ่อและท่านแม่มาโดยตลอดจึงได้เปิดใช้ "แผ่นหยกเคลื่อนย้าย" จากนั้นข้าได้ถูกส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่งและหมดสติสลบไป พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าข้าได้มาอยู่ในตลาดค้าทาสแล้ว” หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นจึงได้ถามฉิงเหม่ยต่อว่า “เช่นนั้นเจ้าก็คงไม่รู้ว่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่สินะ ?” ฉิงเหม่ยได้มีน้ำตานองหน้าในทันที ขณะที่ได้ยินหวังเหว่ยกล่าวเช่นนั้น หวังเหว่ยเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้มีท่าทีทำอะไรไม่ถูก เพราะตนเองเป็นต้นเหตุทำให้นางร้องไห้ หวังเหว่ยเมื่อหมดหนทางจึงได้นำมือของตนเองลูบไปบนหัวของนางอย่างที่เคยทำ ฉิงเหม่ยเมื่อเห็นว่าหวังเหว่ยพยายามนำมือมาลูบกับหัวของนางเพื่อปลอบใจนาง นางจึงได้ยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ท่านเข้าใจถูกแล้ว ข้ายังไม่ทราบว่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ของข้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และข้าก็ยังไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรกับชีวิตของตัวเองต่อไปดี ข้าจึงได้อาศัยอยู่ในตลาดค้าทาสแห่งนั้นมานานหลายปี” หลังจากที่ฟังฉิงเหม่ยกล่าวจบ ทันใดนั้นหวังเหว่ยได้นึกถึงทักษะหนึ่งขึ้นมาได้ หวังเหว่ยจึงได้กล่าวกับฉิงเหม่ยว่าสามารถช่วยตรวจสอบได้ว่าบิดา มารดาของนางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉิงเหม่ยได้มีท่าที ตื่นเต้น ดีใจ ในทันทีภายหลังจากที่หวังเหว่ยกล่าวเช่นนั้น “เอาล่ะ เจ้ายื่นมือออกมาข้างหน้าข้าจะใช้ทักษะบางอย่างตรวจสอบดูว่าบิดา มารดาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ !” ฉิงเหม่ยได้มีท่าทีตื่นเต้นในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย นางได้ยื่นมือเรียวสวยของนางออกไปทางหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทางของนาง จากนั้นเขาได้เริ่มเขียนอักษรบางอย่างขึ้นบนฝ่ามือของนาง วิ้ง วิ้ง แสงสีฟ้าอ่อนกระจายออกมาจากกลางฝ่ามือของนางอย่างช้าๆ และได้หมุนวนรวมตัวกันกลายเป็นดวงไฟสีขาวสองดวงล่องลอยกระพริบแสงสีขาวอยู่กลางฝ่ามือของนาง หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “บิดา มารดาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่! เพียงแต่พวกท่านอาจจะกำลังได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากดวงไฟสีขาวมีการกระพริบ” ฉิงเหม่ยได้มีแววตาสับสนระคนดีใจในทันทีหลังจากได้ยินว่าบิดา มารดายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็รู้สึกเป็นกังวลใจเช่นกันเมื่อได้รับรู้ว่าพวกท่านอาจจะกำลังได้รับบาดเจ็บ หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง บิดา มารดา ของเจ้า เป็นถึงเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูง สัตว์อสูรจิ้งจอกขาวราตรี พวกท่านมีร่างกายที่แข็งแกร่งอีกทั้งยังสามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จากผลของทักษะที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูง ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่พวกท่านจะปลอดภัยแน่นอนเจ้าสบายใจได้ ในอนาคตเมื่อข้ามีความสามารถมากพอ ข้าจะพาเจ้าไปช่วยเหลือ บิดา มารดา ของเจ้าอย่างแน่นอน” ฉิงเหม่ยเมื่อได้ยินที่หวังเหว่ยกล่าวจึงได้รู้สึกดีขึ้น หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นจึงได้กล่าวต่ออีกว่า “เอาล่ะ ข้ารับรู้เรื่องราวของเจ้าทั้งหมดแล้ว ในตอนนี้ข้าอยากถามเจ้าว่า เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่ ?” “แน่นอน ข้าเชื่อใจท่าน ท่านเป็นผู้ที่มอบความหวังให้กับข้า ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็พร้อมที่จะเชื่อใจท่านเสมอ !” หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนางหลังจากได้ยินคำกล่าวของนาง “เช่นนั้น ข้าต้องการให้เจ้าทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้า เจ้าตกลงหรือไม่” ฉิงเหม่ยได้พยักหน้าของนางเพื่อตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย “ข้าตกลงทำสัญญาสัตว์อสูรกับท่าน !” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้เริ่มการทำสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยด้วยตัวของนางเองในทันที ขณะที่เริ่มทำสัญญาได้มีพลังปราณอสูรสีขาวแผ่ออกมาจากร่างกายของนาง  “ท่านต้องการทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าหรือไม่ ?” หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ข้าตกลง” ตูม! พลังปราณอสูรสีขาวที่อยู่รอบตัวฉิงเหม่ยได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายพันเมตรและได้จางหายไปในเวลาไม่นาน “ขอบคุณเจ้ามากที่เชื่อใจยอมทำสัญญากับข้า หลังจากนี้เป็นต้นไปเจ้าคือสัตว์อสูรของข้า” “ทราบแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของฉิงเหม่ย ก็รู้สึกเห็นใจนาง 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์จึงได้บอกกับนางว่า “ในอนาคตเมื่อนายท่านเดินทางไปช่วยเหลือ บิดา มารดา ของเจ้า พวกข้าทั้ง3จะช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่แน่นอน” ฉิงเหม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้กล่าวขอบคุณ3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์อย่างซาบซึ้งใจ เมื่อหวังเหว่ยเห็นดังนั้นจึงได้กล่าวขึ้นว่า “พวกเจ้าทั้งสาม ย่อมต้องได้เป็นกำลังหลักในการช่วยเหลือ บิดา มารดา ของนางแน่นอนอยู่แล้ว เอาล่ะ ฉิงเหม่ย ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะสอนทักษะต่อสู้ให้กับเจ้า ตัวเจ้าในตอนนี้เป็นสัตว์อสูรชั้นสูงระดับเลเวล20 ที่ได้เรียนรู้ "ทักษะสื่อสารภาษามนุษย์" รวมถึง "ทักษะจำแลงกายของเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูง" มาจาก บิดา มารดา ของเจ้าสินะ” “ใช่แล้วเจ้าค่ะ นายท่าน มีเพียง "ทักษะจำแลงกาย" และ "ทักษะสื่อสารภาษามนุษย์" เท่านั้นที่ท่านพ่อเคยสอนให้กับข้า ท่านพ่อ ท่านแม่ ยังไม่เคยสอนทักษะต่อสู้ให้กับข้าเลย พวกท่านเคยบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะฝึกฝนทักษะต่อสู้” หวังเหว่ยได้ยินดังนั้นจึงได้พยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จากนั้นได้กล่าวกับฉิงเหม่ยว่า “จากนี้เป็นต้นไป ข้าจะเริ่มสอนทักษะต่อสู้ให้กับเจ้าเองสาวน้อย เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องความยอดเยี่ยมของทักษะต่อสู้ที่ข้าจะสอนให้กับเจ้า รับรองได้ว่าแม้แต่หัวหน้าของเผ่าสัตว์อสูรจิ้งจอกราตรี เมื่อได้พบเห็นทักษะนี้เข้าก็ต้องตกตะลึงจนตาค้างอย่างแน่นอน” “นายท่าน... คือว่า... ปีนี้ข้าอายุ21ปีแล้ว แต่ท่าน... ท่านยังเป็นเด็กหนุ่มที่อายุน่าจะเพียงแค่15ปี ข้ามีอายุมากกว่าท่าน ท่านไม่ควร... ไม่ควรเรียกข้าว่าสาวน้อย” ฉิงเหม่ยพูดขึ้นมาอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ พร้อมกับทำแก้มของนางพองขึ้นเล็กน้อย 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่กำลังฝึกตนอยู่ เมื่อได้ยินที่ฉิงเหม่ยกล่าวก็แอบพยักหน้าเห็นด้วย ในเรื่องที่หวังเหว่ยมักจะชอบใช้คำพูดเกินวัยของตัวเอง หวังเหว่ยเมื่อเห็นท่าทีของฉิงเหม่ย และ3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ ก็ได้เกาหัวเบาๆอย่างหมดท่า จากนั้นจึงได้กล่าวขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเรื่องพูดคุยว่า “เอาล่ะ สาวน้... ฉิงเหม่ย ข้าจะเริ่มต้นสอนทักษะต่อสู้ให้กับเจ้า ส่วนพวกเจ้า 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ จงตั้งใจฝึกตนปรับสมดุลพลังปราณอสูรในร่างกายของพวกเจ้าให้มั่นคง จากนั้นข้าจะเริ่มสอนทักษะต่อสู้ให้กับพวกเจ้า” “ขอรับนายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นหวังเหว่ยได้หันไปมองหน้าของฉิงเหม่ยและได้กล่าวขึ้นว่า “ในตอนที่ข้าสัมผัสมือของเจ้าเพื่อตรวจสอบเรื่องของบิดา มารดาของเจ้า ทำให้ข้าได้รับรู้ว่าร่างกายของเจ้ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรชั้นสูงที่อายุพอๆกับเจ้า ข้าเดาว่าคงเป็นเพราะ บิดา มารดา ของเจ้า ได้ให้เจ้ากินสมุนไพรมากมายมาตั่งแต่เจ้ายังเด็กสินะ” “ใช่เจ้าค่ะนายท่าน ท่านพ่อและท่านแม่ ของข้าได้ให้ข้ากินสมุนไพรที่ข้าไม่รู้จักจำนวนมากมาตลอดตั่งแต่ข้าอายุ 6ปี จนถึงตอนที่ข้ามีอายุ 17ปี จากนั้นเมื่อข้าถูกจับตัวมายังตลาดค้าทาส ข้าก็ไม่เคยได้กินสมุนไพรใดๆอีก” เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้ยิ้มอย่างมีความสุข เพราะว่าในที่สุดหนึ่งในทักษะสำหรับสัตว์อสูรที่ดีที่สุด ของหวังเหว่ยที่เคยคิดค้นขึ้นก็ได้พบกับผู้สืบทอดแล้ว ทักษะนี้เหมาะสำหรับฉิงเหม่ยเป็นอย่างมากเนื่องจากว่า ตั่งแต่เกิดมานางยังไม่เคยฝึกฝนทักษะการต่อสู้ใดๆเลย อีกทั้งยังมีพื้นฐานจากการพัฒนาร่างกายให้แข็งแกร่งโดยการกินสมุนไพรอย่างต่อเนื่องมานานเกินกว่า 10ปี ซึ่งทักษะนี้ของหวังเหว่ยมีเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะฝึกฝนอยู่สองข้อ ข้อแรกจะต้องยังไม่เคยฝึกฝนทักษะการต่อสู้ใดๆเลยมาตลอดชีวิต ข้อสองต้องเคยกินสมุนไพรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างต่อเนื่องมานานเกินกว่า 10ปีขึ้นไป ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะยอมเสียเวลาในการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ นานเกินกว่าสิบปีตั่งแต่เด็กเพื่อกินสมุนไพรปรับสมดุลของร่างกายให้แข็งแกร่ง หลังจากคิดทบทวนกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งหวังเหว่ยได้กล่าวกับฉิงเหม่ยว่า “เจ้าตั้งใจฟังข้าให้ดี ทักษะนี้คือ ทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพ ทักษะนี้มีทั้งหมดห้าขั้น ขั้นแรกชื่อว่า "ลวงตาราตรี" ขั้นที่สองชื่อว่า "มายาราตรี" ขั้นที่สามชื่อว่า "พสุธาราตรี" ขั้นที่สี่ชื่อว่า "พิชิตราตรี" ขั้นที่ห้าชื่อว่า "ราตรีทลายพิภพ" เมื่อเจ้าฝึกฝนจนสามารถใช้ขั้นที่ห้า ราตรีทลายพิภพได้ แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องสั่นสะเทือน! ทักษะนี้ต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นสำคัญถึงจะฝึกฝนได้ ร่างกายของเจ้าในตอนนี้ถึงแม้จะแข็งแกร่งมากแล้ว แต่ก็เพียงพอให้เจ้าฝึกฝนได้อย่างมากเพียงขั้นที่สองเท่านั้น หนทางการฝึกฝนของเจ้ายังอีกยาวไกล แต่เจ้าก็นับว่าโชคดีมากแล้วที่ได้เริ่มต้นในจุดที่ดีเช่นนี้” “เจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่ไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” “ดีมาก หลังจากที่ข้าสอนทักษะให้เจ้าเสร็จแล้ว 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์จะเป็นคู่ซ้อมให้กับเจ้า และเมื่อใดที่เจ้าฝึกฝนจนสำเร็จขั้นแรกของทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปร่วมแข่งขันประลองฝีมือภายในเมืองแห่งนี้เพื่อสร้างชื่อเสียง !” จากนั้นหวังเหว่ยได้เริ่มสอนทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพให้กับฉิงเหม่ย หลังจากเวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ฉิงเหม่ยก็สามารถทำความเข้าใจทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพครบทั้ง5ขั้นได้สำเร็จ หวังเหว่ยจึงได้ให้ฉิงเหม่ยเริ่มต้นฝึกฝนร่วมกับ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ในทันที หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว หวังเหว่ยได้หันไปมองสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสอง ที่กำลังช่วยกันฝึกฝน "ทักษะแปลงกายรูปแบบมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" และ "ทักษะภาษามนุษย์" จากนั้นหวังเหว่ยได้นั่งสมาธิเพื่อปลดผนึกพลังของตนเองให้กลับมาอยู่ในระดับเลเวล33 ทำให้ฉิงเหม่ยตกตะลึงอีกครั้ง เนื่องจากระดับเลเวลที่เพิ่มขึ้นของหวังเหว่ย หวังเหว่ยจึงได้ยิ้มให้นางเล็กน้อย และเริ่มต้นทำสมาธิดูดซับพลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรเพื่อพัฒนาระดับเลเวล