[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน

    บทที่ 34 เหล้าราคาสูงลิ่ว

    บทที่ 34 เหล้าราคาสูงลิ่ว

     

    “เป็นเพราะตระกูลเฝิง”

          

    หลี่โฉ่วพูด “เฝิงจวิ้นเหรินพูดว่าไม่ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ต้องเอาชีวิตเจ้าให้ได้”

          

    “หมาจิ่วก็ตกลงรับงานแล้ว”

          

    ตระกูลเฝิงอีกแล้ว…

        

    ลูกชายเขาถูกส่งเข้าคุกไปแล้ว เฝิงเจิ้งชูก็ยังไม่สะทกสะท้านสินะ

          

    แต่จ้าวผิงยังถามอย่างสงสัย “อาหลี่ หมาจิ่วโพนทะนาว่าจะฆ่าข้าเช่นนี้ ทางการยังไม่สนใจอีกหรือ?”

          

    “สนใจไปทำไม?”

          

    หลี่โฉ่วพูด “เงินที่หมาจิ่วกำนัลให้ใต้เท้านายอำเภอแต่ละปีนับยังนับไม่ไหว ใต้เท้านายอำเภอก็ปิดตาข้างหลับตาข้างน่ะสิ”

          

    “ถ้าปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ ก็ลากนักโทษประหารออกมาเป็นแพะ พ่อหนุ่มจ้าว เจ้าอย่าเพิ่งสนใจเรื่องพวกนี้ รีบคิดหาวิธีการก่อนเถอะ”

          

    “ข้าจะมีวิธีการอะไรได้?” จ้าวผิงแบมือ “ก็คงต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์เอาน่ะสิ”


    “ไม่ใช่สิ เมื่อครู่ท่านบอกว่าเป็นฝีมือใครนะ?”

          

    “เฝิงจวิ้นเหริน”

     

    “เขาถูกขังไว้ในคุก รอวันสักหน้าส่งตัวไปสมทบกองทัพอยู่ไม่ใช่รึ?”

     

    “นั่นก็แค่คำพูดอุดปากพวกเราเท่านั้นแหละ เชื่อถือไม่ได้หรอก”

          

    พูดถึงเรื่องนี้ หลี่โฉ่วโมโหยิ่งกว่าเดิม “ใต้เท้านายอำเภอของพวกเราเป็นประเภทเห็นเงินแล้วตาโตน่ะสิ ขอแค่ให้เงิน เรื่องอะไรเขาก็กล้าทำทั้งนั้น”

          

    “ได้ยินว่าตระกูลเฝิงรวบรวมเงินได้หนึ่งพันตำลึง จากนั้นใต้เท้านายอำเภอก็ปล่อยตัวเฝิงจวิ้นเหรินออกมาแล้ว”

          

    เอ่อ!

          

    จ้าวผิงตะลึงงัน

          

    ตอนเรียนหนังสืออยู่เขาก็เคยได้ยินมาแล้วว่า เป็นขุนนางสามปีได้เงินหนึ่งแสนตำลึง*[1]

          

    ตอนนั้นจ้าวผิงยังรู้สึกว่าเกินจริงไปบ้าง แต่มาตอนนี้ดูแล้ว แสนตำลึงยังถือว่าน้อยไป

          


    หวงเฟิงเหนียนเป็นแค่นายอำเภอที่เป็นขุนนางขั้นเจ็ดยังสามารถรับเงินโดยไม่สนใจกฏหมาย กระทั่งนักโทษที่ต้องสักหน้าส่งไปสมทบกองทัพ เขายังกล้ารับเงินแล้วปล่อยตัวออกไป

          

    แค่คิดดูก็รู้แล้วได้ว่ารายรับใต้โต๊ะคงเป็นจำนวนมหาศาล

          

    แต่เรื่องนี้เข้าทางจ้าวผิงพอดี

          

    ถ้าหากแก้ปัญหาาได้ด้วยเงินก็นับว่าง่ายแล้ว

     

    ส่วนเรื่องเงิน จ้าวผิงคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย

          

    เหล้าของเขามีชื่อเสียงเมื่อไหร่ก็จะไม่จำเป็นต้องกลุ้มเรื่องเงินอีกต่อไป เดี๋ยวเงินก็ไหลเข้ามาเอง

          

    เห็นจ้าวผิงไม่พูดอะไรอยู่นาน หลี่โฉ่วเข้าใจว่าเขาคงตกใจกลัวจนบื้อแล้วจึงพูดเร่งว่า “พ่อหนุ่มจ้าว ถ้าเจ้าไม่มีแผนรับมือก็รีบเก็บของหนีไปเถอะ”

          

    “อาหลี่ ขอบคุณที่ท่านมาบอกเรื่องนี้กับข้า” จ้าวผิงยิ้มพูด “แต่หมู่บ้านซีผิงคือบ้านของข้า ข้าไม่หนีไปไหนหรอก”


    “ถ้าหมาจิ่วไม่มาก็แล้วไป แต่ถ้ากล้ามา ข้ามั่นใจว่าสามารถทำให้เขามาได้กลับไม่ได้อีก”

          

    กล่าวถึงตอนท้าย สองตาของจ้าวผิงสาดประกายเย็นเยียบออกมาสองสาย

          

    ทำเอาหลี่โฉ่วตัวสั่นสะท้าน

          

    อวิ๋นหม่านพูดขึ้นมาว่า “อาหลี่ ท่านวางใจเถอะ อาจารย์ของข้าเป็นผู้กล้าปราบเสือเชียวนะ ต่อให้หมาจิ่วอะไรนั่นมาจริง ยังจะร้ายกาจเท่าเสือร้ายอีกหรือ?”

          

    “อะไรนะ?” หลี่โฉ่วอึ้งไป

    อวิ๋นหม่านชี้ไปยังเสือที่จ้าวเสียวเสี่ยวขี่อยู่พลางว่า “อาจารย์ข้าเป็นคนฆ่าเสือตัวนั้นเอง ตัวหนักตั้งห้าร้อยชั่งเชียวนะ”

     

    เฮือก!

          

    เห็นขนาดเสือตัวนั้นกับสภาพสะบักสะบอมของมันแล้ว หลี่โฉ่วก็ต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บ

          

    ในใจค่อยโล่งอกขึ้นบ้าง

          

    เขาเป็นพ่อค้า ช่วงไหนว่างก็มักจะเข้าไปในตัวอำเภอ ได้สัมผัสผู้คนมากมายหลายประเภท ทำอาชีพอะไรก็มีทั้งนั้น

          

    เคยได้ยินคนพูดว่า ในอำเภออื่นมีผู้กล้าปราบเสือคนหนึ่ง เพราะสามารถฆ่าเสือร้ายด้วยมือเปล่าจึงถูกเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ามือปราบ ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากนายอำเภออย่างมาก

          

    สุดท้ายนายอำเภอได้เลื่อนตำแหน่งไปเป็นเจ้าเมืองที่อื่นก็พาผู้กล้าปราบเสือคนนั้นไปด้วย

          

    เรียกได้ว่าการงานก้าวหน้าพรวดพราด

          

    บุญพาวาสนาส่งแท้ ๆ

          

    จ้าวผิงสามารถฆ่าเสือตัวใหญ่ขนาดนี้ได้จะต้องอนาคตไกลแน่นอน

          

    หลี่โฉ่วกลอกตาไปมาแล้วว่า “พ่อหนุ่มจ้าว ในเมื่อเจ้ามีแผนรับมือแล้ว ข้าก็จะไม่พูดมาก”

          

    “ช่วงนี้ก็ไม่ต้องให้หลี่หู่กลับบ้านแล้ว เขามีแรงเยอะ อยู่ที่นี่ด้วยอาจช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง”

          

    จ้าวผิงคิดไม่ถึงว่าหลี่โฉ่วจะพูดเช่นนี้ ถามอย่างประหลาดใจว่า “ท่านไม่กลัวว่าจะเดือดร้อนหรือ?”

          

    “พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันก็คงร่วมแรงร่วมใจกันสิ”

          

    หลี่โฉ่วหัวเราะหึ ๆ พลางว่า “หมาจิ่วคิดจะรังแกพวกเราก็ต้องถามกำปั้นของพวกเราก่อนว่ายอมหรือ”

          

    “ดี ดี” จ้าวผิงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ต้องขอบคุณอาหลี่แล้ว”


    “ข้ามีกระต่ายที่ยังไม่เชือดอยู่สองตัวพอดี ท่านรับกลับบ้านไปเถอะ”

          

    หลี่โฉ่วก็ไม่เกรงใจ รับกระต่ายแล้วกลับบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

          

    จ้าวผิงกลับอารมณ์ดีไม่ลง

          

    อย่าเห็นว่าเขาพูดเสียดิบดีว่าพลิกแพลงตามสถานการณ์ แต่ถึงอย่างไรหมาจิ่วก็เป็นกุ๊ยในอำเภออวิ๋นอัน ทั้งยังมีลูกน้องในสังกัดตั้งยี่สิบกว่าคน

          

    ฝ่ายเขาเล่า?

          

    รวมแล้วก็มีแค่สามคน

     

    ถึงอวิ๋นหม่านจะเป็นนายพราน แต่เพิ่งอายุสิบเจ็ด ยังเป็นเด็กอยู่เลย

          

    หลี่หู่อาจมีเรี่ยวแรงมาก แต่สมองมีปัญหาเล็กน้อย มีกำลังหากไร้อุบาย

     

    ตนเองเล่า?

          

    เป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่งที่มาอยู่ในร่างกายที่ทรุดโทรมเพราะน้ำเมา ไม่ถนัดต่อสู้เลยสักนิด

          

    แต่สามารถใช้หน้าไม้ขงเบ้งได้

     

    แต่ฝ่ายตรงข้ามมีคนยี่สิบกว่าคน หน้าไม้ขงเบ้งสามารถยิงธนูต่อเนื่องกันได้สิบดอกเท่านั้น

     

    ยังไม่แน่ว่าจะยิงออกมาหมดอีกต่างหาก

     

    ต่อให้ยิงออกมาจนหมดก็ไม่แน่ว่าจะทำให้อีกฝ่ายสูญเสียกำลังต่อสู้ในทันที

          

    ช้าก่อน หน้าไม้ขงเบ้ง

     

    จ้าวผิงคิดถึงหลู่ซิว

          

    แต่หลู่ซิวเป็นเด็กวิทย์ขนานแท้ ให้เขาก้มหน้าก้มตาทำงานวิจัยพอได้ แต่ให้มาต่อสู้คงไม่ไหว

     

    แต่เวลามีน้อยเกินไป ทำหน้าไม้ขงเบ้งเพิ่มไม่ทันแล้ว

          

    ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเขาสามคนมีหน้าไม้ขงเบ้งในมือคนละตัว ต่อให้หมาจิ่วพาคนทั้งยี่สิบกว่าคนมาพร้อมกัน จ้าวผิงก็ไม่พรั่น

          

    คนมีน้อยเกินไป

          

    ถ้ากลุ่มปราบเสือสามารถช่วยเหลือตนเองได้ จะต้องมีโอกาสชนะมากกว่าเดิมแน่นอน

          

    คิดถึงตรงนี้ เขาก็หันไปถามอวิ๋นหม่าน “อวิ๋นหม่าน เจ้าคิดว่าถ้าข้าเชิญพวกเซี่ยเฉวียนมาช่วยข้ารับมือหมาจิ่ว พวกเขาจะยอมมาไหม?”

          

    “มาแน่นอน”

          

    ผิดคาด อวิ๋นหม่านตอบเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ

          

    “เพราะอะไร?” จ้าวผิงสงสัย


    “หมาจิ่วอยู่ในอำเภออวิ๋นอันของพวกเราก็เป็นภัยร้ายอย่างหนึ่ง ต่อยตีผู้ชายฉุดคร่าผู้หญิง ไม่มีเรื่องชั่วไหนไม่ทำ”

          

    อวิ๋นหม่านพูด “ตอนนั้นแม่ของพี่เฉวียนตามพ่อของเขาไปขายขนสัตว์ในอำเภอ ถูกหมาจิ่วหมายตาเข้า ก่อนใช้กำลังจะขืนใจ”

          

    “แม่ของพี่เฉวียนฆ่าตัวตายเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ พ่อของพี่เฉวียนก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส นอนซมอยู่บนเตียงได้ครึ่งปีก็ตรอมใจตาย”

          

    “สรุปได้ว่า หมาจิ่วกับพี่เฉวียนมีความแค้นถึงขั้นไม่ยอมอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยขวางเอาไว้ เขาคงเข้าอำเภอไปแลกชีวิตกับหมาจิ่วแล้ว”

          

    “ถ้าอาจารย์ให้โอกาสเขาได้แก้แค้น เขาจะต้องตอบตกลงแน่นอน”

          

    “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?” จ้าวผิงนึกทอดถอนใจ


          

    หรือนี่จะเป็นเพราะออร่าของตัวเอกที่คนเขาพูดกัน?

          

    อยากได้อะไรก็มีคนมาส่งให้ถึงที่

          

    คิดไร้สาระไปยกหนึ่ง จ้าวผิงก็พูดต่อไปว่า “อวิ๋นหม่าน เจ้าไปเชิญเซี่ยเฉวียนจากหมู่บ้านเซี่ยซุนมาหน่อย ให้เขาพาคนที่ไว้ใจได้มาด้วยสักหลายคน”

          

    “อย่าบอกเขาว่าพวกเราจะต่อกรหมาจิ่ว ให้พูดว่าข้าจะบอกวิธีทำกับดักฆ่าเสือให้พวกเขา”

          

    “อาจารย์ วิธีทำกับดักฆ่าเสือเป็นวิชาลับประจำสำนักของท่าน จะเอาไปบอกคนนอกง่าย ๆ ได้ยังไง?” อวิ๋นหม่านพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ

          

    “ฮ่าฮ่า อาจารย์ของเจ้ามีความสามารถมากมาย บอกคนอื่นไปสักอย่างสองอย่างก็ไม่อดตายหรอก”

     

    จ้าวผิงหัวเราะแล้วว่า “อีกอย่าง ถ้าไม่ยื่นผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คนอื่นบ้าง ใครเขาจะยอมขายชีวิตให้เจ้า?”

          

    “เอาละ ไปทำตามที่ข้าบอกได้แล้ว”

          

    “รีบไปเร็วเข้า”

          

    อวิ๋นหม่านค่อยยอมจากไป แต่ปากยังบ่นพึมพำระบายความไม่พอใจออกมา

          

    จ้าวผิงไม่ได้ถือสา บอกให้เหวินฮุ่ยกับหลิ่วเมิ่งหรูทำกับข้าว ส่วนเขาไปดูอาการเฉียนลิ่ว

          

    เจ้าเด็กนี่ถูกคนตระกูลเถียนทำร้ายมาหนักทีเดียว

          

    ยังดีที่ยาจินช่วงเย่าที่ตระกูลเถียนให้มาได้ผลดี หลังทาไปแล้ว แผลก็เริ่มตกสะเก็ด

          

    แต่อากาศร้อนอบอ้าว บางจุดจึงเกิดอักเสบและเริ่มเป็นหนอง

          

    ตอนนี้ยังไม่อาจกลั่นแอลกอฮอล์สำหรับใช้ทางการแพทย์ได้ จ้าวผิงจึงได้แต่ใช้เหล้าฤทธิ์แรงฆ่าเชื้อ

          

    ล้างแผลวันละสองครั้ง

     

    ตอนนี้ถึงรอบเย็นแล้ว

          

    จากประสบการณ์ของจ้าวผิง รออีกสามถึงห้าวัน เฉียนลิ่วก็สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วเหมือนเดิมแล้ว

          

    ถึงจะเป็นตอนนี้ ถ้าเขายอมทนเจ็บสักหน่อยก็สามารถลงมาเดินเหินได้เหมือนกัน

     

    ไม่ต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงในกระท่อมเหมือนช่วงหลายวันก่อนอีกแล้ว

          

    “โอ๊ย!”

          

    ทันทีที่เหล้าฤทธิ์แรงถูกปากแผล เฉียนลิ่วก็ส่งเสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดออกมา


    แต่แล้วทันใดนั้น มีเสียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนักดังมาจากในลานบ้าน

          

    “เกิดอะไรขึ้น?”

     

    “ไม่เจอกันไม่กี่วัน จ้าวเซียนเชิงก็เริ่มฆ่าหมูแล้วรึ?”

          

    “เอ๊ะ นี่เป็นกลิ่นเหล้าอะไร?”

     

    ได้ยินเสียงนั้น จ้าวผิงหันไปมองก็เห็นว่าเป็นโจวอัน

          

    โจวอันก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน

          

    พอเห็นชัดว่าเป็นเรื่องราวใด เขาก็ก้าวฉับ ๆ เข้ามาแย่งไหเหล้าไปจากมือจ้าวผิง

          

    แล้วพูดอย่างโมโห “จ้าวผิง เจ้าคนล้างผลาญนี่ เอาเหล้ามาเทใส่ร่างคนอื่นเช่นนี้เท่ากับสิ้นเปลืองของดีชัด ๆ”

          

    “เหล้านี่ใช้ล้างแผลฆ่าเชื้อได้ เทใส่ปากแผลป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ”

          

    จ้าวผิงอธิบายอย่างรวบรัด ก่อนถามขึ้นอย่างสงสัย “พ่อบ้านโจว ทำไมจู่ ๆ ท่านถึงมาได้?”

     

    “ติดเชื้อแล้วจะทำไม?”

          

    โจวอันไม่ตอบคำถามของจ้าวผิง แต่ถามอย่างไม่พอใจต่อไปว่า “ผ่านไปไม่กี่วันก็ดีขึ้นเอง ไม่ถึงกับตาย”

          

    “แต่เหล้านี่เป็นของดีนะ! ท่านรู้ไหมว่ามันมีค่าแค่ไหน แต่กลับเอามาใช้กับพวกไร้ประโยชน์เช่นนี้”

          

    “เขาไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์ แต่เป็นพี่น้องของข้า” จ้าวผิงแก้ให้


    เฉียนลิ่วได้ยินแล้วก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล

     

    “ต่อให้เป็นพี่น้องก็ไม่ได้” โจวอันยังพูดต่อไป “เหล้านี่ถ้าเอาไปขายในเมืองใหญ่ หนึ่งไหมีค่าพันตำลึงเชียวนะ”


    “เท่าไหร่นะ?”

          

    ถึงจ้าวผิงจะมั่นใจในเหล้าของตัวเอง แต่ก็ยังต้องตกใจ

          

    หนึ่งไหมีเหล้าสิบชั่ง

          

    หนึ่งพันตำลึง เท่ากับว่าเหล้าหนึ่งชั่งขายได้ร้อยตำลึง

     

    หนึ่งตำลึงเทียบเท่าเงินเจ็ดร้อยถึงหนึ่งพันหยวนในยุคปัจจุบัน

     

    อย่างน้อยที่สุด เหล้าของเขาหนึ่งชั่งก็ขายได้ราคาถึงเจ็ดหมื่นหยวนเชียวนะ

          

    ต่อให้เป็นเหล้าเหมาไถ *[2] ยังต้องพูดสักคำว่านับถือ

          

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวผิงค่อยระงับความพลุ่งพล่านในใจลงได้ ถามอย่างสงสัย “พ่อบ้านโจว นี่ก็แค่เหล้าไหเดียว จะขายได้ราคาสูงขนาดนั้นได้ยังไง?”



    *[1] ขุนนางสามปีได้เงินหนึ่งแสนตำลึง หมายถึง ในสมัยโบราณ ขุนนางสุจริตคนหนึ่งรับราชการสามปียังสามารถหาเงินได้ถึงหนึ่งแสนตำลึง

    *[2] เหล้าเหมาไถ (茅台) เป็นเหล้าขาวดีกรีแรงที่มีชื่อเสียงของจีน ผลิตที่ตำบลเหมาไถ มณฑลกุ้ยโจว

     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586