ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 107 : คมมีดในรอยยิ้ม

    จารึกที่ 107 : คมมีดในรอยยิ้ม : การปะทะของปัญญา 


    ณ โถงงานเลี้ยงที่เหลือเพียงเศษซากความวุ่นวาย


    ความวุ่นวายในโถงงานเลี้ยงเริ่มคลี่คลายลงเมื่อเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลเฟิงเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และลากตัวพ่อบ้านทรยศออกไปสอบสวน เฟิงอี้หราน แม้จะยังหน้าซีดจากเหตุการณ์เฉียดตาย แต่เขาก็พยายามรักษามารยาท ส่งแขกเหรื่อกลับจนหมดสิ้น


    เมื่อห้องโถงเหลือเพียงความเงียบ เฟิงอี้หรานก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาหันไปมอง อาเจีย ที่กำลังยืนสั่งการให้ เจ้าสัว (ในร่างหุ่นรูปปั้น) กลับไปยืนนิ่งๆ ในกล่องของขวัญ


    "อาเจีย..." เฟิงอี้หรานเอ่ยเสียงแผ่ว "ขอบใจเจ้ามาก... อีกครั้งแล้วสินะ ที่เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้"


    อาเจียหันมาเลิกคิ้ว "ไม่ต้องซึ้งใจไปขอรับ ข้าทำตามหน้าที่ (และเงิน) เท่านั้น"


    เฟิงอี้หรานหัวเราะในลำคอ แววตาเหม่อลอยไปไกลคล้ายนึกถึงอดีต


    "เจ้าพูดเหมือนวันนั้นไม่มีผิด... วันที่เราเจอกันใน 'ป่ากระดูก' เมื่อปีกลาย..."


    อาเจียชะงักมือที่กำลังจัดริบบิ้น เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก


    "อ้อ... ท่านหมายถึงวันที่ท่านถูกศิษย์ทรยศไล่ฆ่า แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาชนข้าที่กำลังขุดสมุนไพรอยู่น่ะรึ?"


    "ใช่..." เฟิงอี้หรานพยักหน้า "ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้าจะทิ้งข้าแล้วหนีไปคนเดียวเสียอีก แต่เจ้ากลับหันกลับมา... ใช้ระเบิดควันทำมือกับกับดักหลุมพรางตื้นๆ เล่นงานพวกมันจนหัวหมุน แล้วลากข้าที่บาดเจ็บหนีตายออกมาได้"


    "ข้าไม่ได้อยากช่วยท่านหรอก!" อาเจียรีบแก้ตัว (หน้าแดงเล็กน้อย) "ตอนนั้นพวกมันเห็นหน้าข้าแล้ว ข้ากลัวโดนปิดปากต่างหาก! อีกอย่าง... ท่านสัญญาว่าจะให้ 'หยกพกมังกร' ชิ้นนั้นแก่ข้า ข้าถึงยอมแบกท่านวิ่งข้ามเขาสามลูก!"


    "นั่นแหละ..." เฟิงอี้หรานยิ้มอย่างจริงใจ "ตั้งแต่วันนั้นใน ป่ากระดูก ที่เราสู้หลังชนหลังด้วยกัน... ข้าก็รู้แล้วว่า ถึงเจ้าจะงกจนน่าเกลียด แต่เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าไว้ใจให้ระวังหลังให้ได้... มากกว่าคนในตระกูลข้าเสียอีก"


    อาเจียเบือนหน้าหนี ทำท่าปัดฝุ่นบนเสื้อ "เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วขอรับ! อดีตก็คืออดีต ตอนนี้มาคุยเรื่องปัจจุบันดีกว่า... พ่อบ้านนั่นเป็นแค่หมากตัวเล็กๆ ข้ามั่นใจว่า 'ตัวการใหญ่' ยังอยู่ในจวนนี้"


    เฟิงอี้หรานสีหน้าเคร่งขรึมลงทันที "เจ้าหมายถึง...?"


    "คนที่ข้าสงสัย... ไม่ใช่คนตระกูลรอง" อาเจียหรี่ตาลง "แต่เป็นแขกวีไอพีที่นั่งเงียบกริบอยู่มุมห้องเมื่อครู่... ชายสวมหน้ากากชุดดำ ผู้นั้น"


    "มู่เฉิน... รายงานตำแหน่ง!"


    "มันกำลังเคลื่อนที่... ไปทางเรือนรับรองปีกตะวันตก กลิ่นอายจิตสังหารจางลง แต่ยังสัมผัสได้" วิญญาณบรรพชนระบุพิกัด


    "ไปกันเถอะคุณชายเฟิง..." อาเจียแสยะยิ้มที่ดูอันตรายยิ่งกว่านักฆ่า "ไปคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับคนที่กล้ามาพัง 'บ่อเงินบ่อทอง' ของข้ากัน!"


    ...


    ณ เรือนรับรองปีกตะวันตก


    ชายชุดดำสวมหน้ากากกำลังเก็บข้าวของเตรียมหลบหนี มันคือ 'เงาโลหิต' มือสังหารระดับหัวหน้าหน่วย ที่ถูกจ้างวานมาควบคุมงานนี้ แต่แผนการกลับพังไม่เป็นท่าเพราะ "รูปปั้นบ้าๆ" นั่น


    "บัดซบ! ตระกูลเฟิงไปเอาหุ่นเชิดระดับนั้นมาจากไหน!" มันสบถพึมพำ


    ปัง!


    ประตูห้องถูกถีบเปิดออก อาเจียเดินเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ โดยมีเฟิงอี้หราน (ที่ถือกระบี่) และเจ้าสัว (ที่เดินตึงตัง) ตามหลังมาติดๆ


    "จะรีบไปไหนรึขอรับ ท่านจอมยุทธ์?" อาเจียถามยิ้มๆ "งานเลี้ยงยังไม่เลิกเลยนะ อาหารก็ยังกินไม่คุ้ม"


    "พวกเจ้า..." เงาโลหิตชักมีดสั้นคู่ออกมา "คิดจะขวางข้ารึ? แค่หุ่นเชิดตัวเดียว อย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้!"


    "หยุดได้หรือไม่ได้ ไม่ต้องลองหรอกขอรับ" อาเจียโบกมือ "ข้าไม่ได้มาสู้... ข้ามา 'เจรจาธุรกิจ'"


    "ธุรกิจ?" เงาโลหิตงุนงง


    "ใช่..." อาเจียหยิบลูกคิดทองคำ (ที่จิ๊กมาจากงานเลี้ยง) ขึ้นมาดีด แกรก แกรก


    "ค่าจ้างที่ 'นายจ้าง' ของท่านให้มาเพื่อฆ่าคุณชายเฟิง... เท่าไหร่รึ? ห้าร้อยตำลึงทอง? หรือหนึ่งพัน?"


    เงาโลหิตนิ่งเงียบ


    "เอาอย่างนี้..." อาเจียยิ้มกว้าง "ข้าจ่ายให้ท่าน สองพันตำลึงทอง ... แลกกับการที่ท่านบอกชื่อ 'คนจ้างวาน' และกลับไปบอกมันว่าภารกิจล้มเหลว... ดีไหม?"


    เฟิงอี้หรานตาโต "เฮ้ย! อาเจีย! เจ้าจะเอาเงินมาจากไหนตั้งสองพัน!"


    "เงินท่านไง!" อาเจียกระซิบตอบ "จ่ายไปก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน!"


    เงาโลหิตลังเล เงินสองพันตำลึงทองคือจำนวนมหาศาล...


    "เจ้าพูดจริงรึ?" เงาโลหิตลดมีดลง


    "ข้าไม่เคยล้อเล่นเรื่องเงิน" อาเจียโยนถุงเงิน (ของเฟิงหลิงเอ๋อร์ที่ได้มาก่อนหน้านี้ + ของเฟิงอี้หราน) ไปตรงหน้าเงาโลหิต

    เงาโลหิตรับถุงเงิน ตรวจสอบดูแล้วพยักหน้า


    "คนจ้างวานคือ... 'ผู้อาวุโสลำดับที่สาม' ของตระกูลเฟิงเอง... เขาต้องการให้คุณชายใหญ่ตาย เพื่อดันลูกชายตัวเองขึ้นแทน"


    เฟิงอี้หรานกำหมัดแน่น "อาสาม... เป็นท่านจริงๆ ด้วย!"


    "ข้าบอกแล้ว... ข้าไปล่ะ" เงาโลหิตเตรียมกระโดดออกทางหน้าต่าง


    "เชิญขอรับ..." อาเจียผายมือ


    แต่ทันทีที่เงาโลหิตหันหลัง...


    "เจ้าถุงเงิน! จัดการ!"


    ฉึก!


    แมงมุมทมิฬที่ดักรออยู่บนขอบหน้าต่าง พ่นใยเหนียวรัดพันขาของเงาโลหิตจนล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น พร้อมกับกัดเข้าที่ข้อเท้าฉีดพิษอัมพาตเข้าไปทันที


    "อึก! จ... เจ้า! เจ้าคนตระบัดสัตย์!" เงาโลหิตดิ้นพล่าน


    "ตระบัดสัตย์ตรงไหน?" อาเจียเดินเข้าไปเก็บถุงเงินคืนมาหน้าตาเฉย "ข้าบอกว่า 'จ่ายแลกกับชื่อ' ... ท่านบอกชื่อแล้ว ข้าก็จ่ายแล้ว (ชั่วคราว)... ส่วนตอนนี้ ข้าจับท่านในข้อหา 'บุกรุกยามวิกาล' มันคนละเรื่องกัน!"


    "อ้อ... และเงินสองพันนี่..." อาเจียตบถุงเงินปุๆ "ถือเป็นค่ารักษาพยาบาลจิตใจของคุณชายเฟิงก็แล้วกัน!"


    เฟิงอี้หรานมองอาเจียด้วยความทึ่งปนสยอง


    "เตือนข้าทีนะอาเจีย... ว่าอย่าไปเป็นศัตรูกับเจ้าเด็ดขาด... เจ้ามันปีศาจชัดๆ"


    อาเจียยักไหล่ "ปีศาจที่ช่วยท่านมาตั้งแต่ ป่ากระดูก ไงล่ะ... เอ้า! ลากมันไปให้ท่านพ่อท่านสิ งานนี้ปิดจ๊อบสวยๆ!"

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน