ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 17.2 สะบั้นวาสนา สิ้นสุดชะตาที่ผิดพลาด


     

    เสียงปนสะอื้นของนางดังคลอไปกับเสียงลมพัดใบไม้แห้ง ช่างชวนให้คนฟังปวดใจยิ่งนัก ทว่าจูเกาเซวี่ยนกลับไม่เจ็บปวดแม้แต่น้อย เขามีเพียงความรู้สึกละอายและเสียดายช่วงเวลาที่สูญเปล่าเหล่านั้น

    ชายหนุ่มหันไปเผชิญหน้ากับนาง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “วาสนาที่ผิดพลาด หากฝืนรั้งไว้ก็มีแต่จะทำให้เจ็บปวดทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าเจ้าจะรู้สึกเช่นไร ระหว่างเราไม่อาจเป็นจริง สมรสระหว่างข้าและเจ้าเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว”

    กล่าวจบเขาก็เดินลงมาจากเนินแห่งนั้นอย่างเด็ดขาด ไม่หันกลับไปมองอีกแม้สักเสี้ยวขณะ

    เห็นแผ่นหลังของเขา จางลั่วหลินก็สะท้านขึ้นทั้งร่าง

    “หวางเย่ ! หวางเย่ !”

    นางเดินแกมวิ่งตามหลังเขาไป ทว่าแต่ละย่างก้าวราวกับเหยียบลงบนบ่อโคลน ร่างนางซวนเซเกือบทรงตัวไว้ไม่ได้ สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ ห่างออกไป

    ใบเหมยสีน้ำตาลปลิวขึ้นเมื่อสายลมพัดมา แต่ร่างของนางเย็นเฉียบยิ่งกว่าลมหนามในยามนี้

    จางลั่วหลินจ้องไปบนทางเดินตาค้าง นางไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าผลมันจะเป็นเช่นนี้

    นางวาดภาพเหตุการณ์ไว้มากมาย แต่ไม่ใช่เช่นนี้

    เหตุใดจึงกลายเป็นว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางเลยเล่า

    แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร เขาอ่อนโยนกับนาง ยามได้พบปะก็สนทนากับนางมากกว่าสตรีอื่นใด มาวันนี้กลับพูดว่าเป็นความเข้าใจผิด

    ท่านกลับบอกว่าข้าไม่ใช่นาง !

    ข้าขัดคำสั่งบิดา มาขอพบท่าน ทิ้งศักดิ์ศรีสตรี ยอมลดตัวเป็นอนุ

    ท่านกลับตัดข้าอย่างไร้เยื่อใย

    ดวงตาภายใต้หมวกแพรของนางสิ้นเชื้อราวกับปลาตาย เสียงลมหายใจหอบสะท้าน ม่านแพรบนหมวกถูกลมเป่าจากด้านในเป็นจังหวะ แต่แล้ว ใบหน้าที่เคยอ่อนหวานก็ค่อย ๆ บิดเบี้ยว เสียงสะอื้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะแหลมต่ำ

    จูเกาเซวียน ท่านปฏิเสธข้าราวกับของไร้ค่า

    แต่คงไม่รู้สินะ…ว่าพระชายาของท่านก็มาที่นี่เช่นกัน

    ท่านรักนางหรือไม่เล่า

    หรือเห็นนางเป็นเพียงเครื่องมือเช่นเดียวกับข้า

    แต่หากนางเห็นท่านอยู่กับข้า นางจะรู้สึกอย่างไร !

    เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้นจากด้านหลัง ปลุกสติที่กำลังแตกกระสานซ่านเซ็นของจางลั่วหลินให้กลับคืนมา นางสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมอง พลางถามเสียงตื่น

    “เจ้าเป็นใคร !”

    บุรุษร่างสูงในชุดบัณฑิตสีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นเหมยห่างออกไป ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขามีรอยแผลเป็นเหมือนถูกไฟไหม้ เขามองตรงมาด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ

    “ข้าเป็นเพียงบัณฑิตอัปลักษณ์ที่บังเอิญมาอยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้น”

    จางลั่วหลินมองเขาอย่างระแวดระวัง

    “คุณหนูไม่ต้องระมัดระวังข้าเพียงนั้น” เขากล่าวด้วยเสียงสบาย ๆ

    มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของจางลั่วหลินกำแน่น แน่นจนเล็บจกลงบนฝ่ามือนางก็ยังไม่รู้ตัว

    บัณฑิตยิ้มเศร้ามองนาง “จากชีวิตสูงศักดิ์ตกลงมาสู่โคลนตม...ข้าเองก็เคย”

     

    กร็อบ !

    เสียงสิ่งของหักดังขึ้นท่ามกลางป่าเขาอันเวิ้งว้าง สตรีนางหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าผาข้างศาลาพักเท้า ณ ตำแหน่งนี้นางสามารถมองไปเห็นเนินเขาของป่าเหมยยื่นออกมาเหมือนชะง่อนผา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ผู้คนมักมาเยือนยามเหมยขาวผลิบาน

    ยามนี้แม้ไม่มีดอกเหมย แต่ป่าไม้ที่กลายเป็นสีน้ำตาลอมทองก็มีความงามอีกแบบ

    บนเนินแห่งนั้นมีหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรีที่เป็นเหมือนกิ่งทองใบหยกยืนเคียงข้างกันไม่ห่าง

    ซูอันหนิงถอนสายตาจากร่างสองร่างบนเนินแห่งนั้น ก้มลงมองพัดในมือที่หักออกเป็นสองส่วน ดวงตาของนางไหวระริกเจือไปด้วยความสับสนงุนงง ยามที่นางยกมือที่สั่นเทาขึ้นกุมอกพัดหักในมือก็หล่นร่วงลงพื้น

    เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกเจ็บปวดที่ใจเช่นนี้...เป็นเจ้าใช่หรือไม่...ซูหวางเฟย เจ้ายังตัดใจจากเขาไม่ได้ใช่หรือไม่ ?

    นางตั้งคำถามกับตัวเอง เมื่อตั้งหลักได้แล้วจึงสูดหายใจลึก หมุนตัวเดินลงจากเขา แต่นางไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าใบหน้าของตนยามนี้ดื้อรั้นไม่ยอมรับความจริงเพียงใด

    เฉินหลิงและเฉินชิงชิงเดินตามอยู่ด้านหลัง ทั้งสองทำตัวราวกับไร้ตัวตน ไม่เอ่ยถาม ไม่ปลอบโยน และไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ที่จะเป็นการสั่นคลอนจิตใจของนายหญิง

    เมื่อกลับมาถึงลานจอดรถม้า ซูอันหนิงก้าวขึ้นไปโดยไม่หันหลังกลับ นางคิดว่าตนเองเยือกเย็นเช่นยามปกติ ทว่าทุกคนเห็นอยู่ในสายตา ทุกย่างก้าวของนางหนักหน่วง ส่งแรงออกไปอย่างกระแทกกระทั้น สะบัดม่านรถม้าเสียงพรึบ

    เขาอยากพบใครมันเรื่องของเขา ข้าไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย !

    “กลับ !”

     

    จางเจี้ยนก็กำลังเดินวนไปวนมาราวกับมดบนกระทะร้อน ครั้นเห็นเจ้านายกลับลงมาเขาก็รีบเข้าไปรายงานทันที

    “แย่แล้วขอรับ เมื่อครู่…ไม่ทราบว่าหวางเฟยเสด็จมาได้อย่างไร จู่ ๆ นางก็ปรากฏตัว แล้วเดินขึ้นไปบนเขาด้านหลัง กระหม่อม…ไม่กล้าขัดขวาง...”

    จูเกาเซวียนขมวดคิ้ว ถามเสียงเข้ม “พูดให้รู้เรื่อง นางเห็นสิ่งใดบ้าง”

    “เห็นหมดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่เพราะอยู่ไกลเกินไปจึงไม่ได้ยินบทสนทนาของหวางเย่”

    “นางไปนานเพียงใดแล้ว”

    “ครู่ใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ขึ้นไปไม่นานนัก ยืนดูจากชะง่อนผาด้านข้าง...”

    จากศาลาพักเท้าตรงนั้นสามารถมองเห็นผู้คนบนเนินป่าเหมยได้อย่างชัดเจน แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าท่าทาง และไม่อาจล่วงรู้ได้เลย…ว่าคำพูดใดบ้างที่ถูกเอ่ยออกมา

    หัวใจของจูเกาเซวียนหนักอึ้ง

    เขากระโดดขึ้นม้าแล้วควบออกไปอย่างไม่ลังเล

    ม้าเร็วของฮั่นอ๋องตามมาทันตอนที่รถม้าของพระชายาเข้าประตูเมืองไปพอดี เขามุ่งมั่นที่จะตามนางให้ทันเร่งรีบจะอธิบายให้นางเข้าใจจึงมุ่งหน้ากลับจวนทันที ส่วนรถม้าจวนอ๋องที่พระชายานั่งมานั้น ได้แล่นต่อไปที่ย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของเมือง กระทั่งมาจอดอยู่หน้าร้านรุ่ยจิ่งฟาง

     

    จูเกาเซวียนกลับมาถึงจวน ก็รีบตามไปที่เรือนหลังทันที เมื่อไปถึงเขากลับพบว่าบนลานของเรือนหลังมีบ่าวกำลังทำงานง่วนอยู่

    “หวางเฟยอยู่ที่ใด”

    หม่าหมัวมัวซึ่งคอบคุมงานอยู่รีบเข้ามาทำความเคารพ รายงานว่า “หวางเฟยเสด็จออกไปข้างนอก ยังไม่กลับเข้ามาเลยเพคะ”

               จูเกาเซวียนมองสภาพสวนอันเละเทะ บัวบางต้นยังมีดอกชูช่อกลับถูกถอนออกมากองข้างสระจนเกลี้ยง โทสะในใจของเขาพลันลุกโหม นางถึงขั้นทำลายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อนาง !

               นางกล้าดีอย่างไร !

    ยามนี้ความไม่พอใจกลบทับความร้อนใจเรื่องที่นางอาจจะเข้าใจผิดไปจนหมดสิ้น เขาถึงขั้นคิดว่านางอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรหลังจากเห็นเขากับจางลั่วหลินอยู่ด้วยกัน

    ชื่อเหลยเจิ้นถิง พลันผุดขึ้นในหัว พอคิดว่าเดิมทีนางก็ไม่ได้พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ แล้วยังมีเหมยเขียวม้าไม้ไผ่อยู่ทั้งคน ในอกก็เปรี้ยวฝาดไปหมด

    เขาไม่ถามสิ่งใดอีก สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินกลับไปยังเรือนหน้า เห็นเกาเฉินผิงยังนอนพังพาบอยู่ตรงระเบียงศาลาจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังศาลาสุ่ยเซี่ยริมน้ำแทน

    “ท่านกลับมาแล้วหรือ เหตุใดมีสีหน้าราวกับจับชู้ได้เช่นนั้น...” เกาเฉินผิงชะงักคำพูด ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างคนเพิ่งนึกได้ว่าพูดเกินเลย

    จูเกาเซวียนปรายตามอง...ถ้าหากสายตาของเขาเป็นมีด เกาเฉินผิงก็คงพรุนไปทั้งตัวแล้ว

    “หลี่เหวินหมิง !”

    ชายหนุ่มชุดดำพลิ้วลงมาจากหลังคา ประสานมือคำนับ “หวางเย่”

    “รายงานมา !”

    “หลังจากหวางเย่ออกจากจวนไปเมื่อเช้า ก็มีคนส่งเทียบเชิญมาให้หวางเฟย จากนั้นนางก็ออกจากจวนไปพร้อมสาวใช้สองนางพ่ะย่ะค่ะ”

    จูเกาเซวียนขมวดคิ้ว “เทียบอะไร ผู้ใดส่งมา”

    “กระหม่อมไม่เห็นคนส่งเทียบ เห็นแค่ตอนที่หลีกงกงนำเทียบไปส่งหวางเฟยขอรับ”

    “หลีกงกง...”

    คิดว่าเป็นคนของเสด็จพ่อแล้วข้าจะไม่กล้าจัดการเจ้าหรือ !

    แววตาคมหรี่ลงช้า ๆ มือที่วางบนโต๊ะกำแน่น เสียงกระดูกลั่นดังกร็อบอย่างชัดเจน เกาเฉินผิงรู้ว่ายามนี้ไม่ควรเอ่ยปาก แต่นิสัยอยากรู้อยากเห็นก็ไม่อาจแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน จึงเอ่ยถามอย่างระมักระวัง

    “อย่าบอกนะว่าคนที่จับชู้ได้เป็นหวางเฟย...”

    เขายังพูดไม่จบประโยคดีด้วยซ้ำ ฮั่นอ๋องก็คว้าถ้วยชาขึ้นมาจะขว้างใส่เขา เกาเฉินผิงเอะอะโวยวาย ยกมือยกไม้ปัดป้องพัลวัน แม้ถ้วยชาจะไม่ปลิวมา แต่กก็ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786