หลังจากหนิงเอ้อหลานแอบหนีออกจากหมู่บ้าน แม่เฒ่าหนิงและหนิงหย่งต่างก็นำเสื้อผ้าที่เก่าที่สุดของตัวเองมาย่ำและถูกับพื้นจนเกิดรอยขาด จากนั้นค่อยนำเสื้อผ้าชุดนั้นมาสวมและแกล้งบาดเจ็บ
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านไปเห็นสภาพของแม่เฒ่าหนิงกับหนิงหย่งก็ได้แต่ถอนใจในความโชคร้ายของคนบ้านหนิง ก่อนจะสอบถามจนได้ความว่าหลังจากที่แม่เฒ่าหนิงพาหนิงเอ้อหลานกลับมาที่บ้าน นางก็ได้ทำอาหารให้หนิงเอ้อหลานกินเพราะคิดว่าคงเป็นมื้อสุดท้ายที่นางจะได้อยู่กับหลานชายสุดที่รัก แต่ใครจะไปคิดว่าหลังจากที่ทุกคนในบ้านกำลังหลับอยู่ กลับมีคนร้ายที่คาดว่าจะเป็นคนของคู่อริที่เรียนอยู่สำนักศึกษาแห่งเดียวกับหนิงเอ้อหลานส่งคนมาทำร้ายเขา แม่เฒ่าหนิงและหนิงหย่งถูกทำร้ายจนสลบ ส่วนจางซื่อมารดาของหนิงเอ้อหลานกับหนิงไป๋หลิงถูกคนร้ายนำไปขังไว้ในห้องเก็บฟืน ตัวหนิงเอ้อหลานก็ถูกคนกลุ่มนั้นพาตัวไป แต่เพราะเป็นเวลากลางคืน คนบ้านหนิงจึงไม่มีใครเห็นใบหน้าคนร้ายชัดๆ เลยสักคน
“หากเรื่องเป็นอย่างที่พวกเจ้าเล่ามา ก็ถือเป็นคราวซวยของพวกเจ้าเอง แต่หากข้าจับได้ว่าพวกเจ้าแต่งเรื่องโกหกเพื่อแอบช่วยให้หนิงเอ้อหลานหลบหนีแล้วล่ะก็...พวกเจ้าทุกคนต้องรู้เอาไว้ว่าการร่วมกันปิดบังความผิดและช่วยเหลือคนร้ายให้หลบหนี โทษที่พวกเจ้าจะได้รับก็จะไม่ต่างจากหนิงเอ้อหลานเช่นกัน” หัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้น
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ต่อให้ข้าจะรักหลานชายมากขนาดไหน แต่ข้าก็คงไม่ขวัญกล้าเทียมฟ้าเพื่อปล่อยให้เขาหนีไปได้หรอก ข้าแก่แล้ว ข้าไม่อยากถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หรือหากพวกเจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ไปดูที่ห้องเก็บฟืนได้ จางซื่อกับหลิงเอ๋อยังนอนเจ็บอยู่ในนั้น เช้านี้ข้าตกใจมาก จึงยังไม่ได้เข้าไปดูอาการของพวกนาง”
หัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้คนไปพาจางซื่อกับหนิงไป๋หลิงออกมาจากห้องเก็บฟืน แต่สภาพของจางซื่อกับหนิงไป๋หลิงดูรุนแรงกว่าสภาพของแม่เฒ่าหนิงและหนิงหย่งเป็นอย่างมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหนิงหย่งลงมือตบตีภรรยากับบุตรสาวเพื่อให้แผนการที่ตนและแม่เฒ่าหนิงวางเอาไว้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเขาอยากจะลงมือกับภรรยาหัวแข็งคนนี้มานานแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไรนางก็มักจะขัดเขาอยู่ตลอด อีกทั้งหากเขาไม่ลงมือกับนางในครั้งนี้ก็คงไม่มีโอกาสอื่นแล้ว เพราะพี่ชายของนางล้วนแต่เป็นผู้ชายที่มีพละกำลัง เขากลัวว่าพี่เขยพวกนั้นจะต้องตามมาเอาเรื่องเขาเป็นแน่ แต่สำหรับหนิงไป๋หลิง เขาแค่อยากระบายแค้นที่นางมาทำให้ลูกชายสุดที่รักของตนต้องหมดอนาคตไป
“แม่เฒ่าหนิง ข้าว่าเจ้าไปตามท่านหมอฉีมาดูอาการของจางซื่อสักหน่อยเถอะ” หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับตกใจเมื่อเห็นสภาพของจางซื่อ
“บาดเจ็บแค่นี้รักษาไม่กี่วันก็หาย กระดูกแข็งอย่างนางไม่ตายง่ายๆ หรอก” แม่เฒ่าหนิงไม่ยอม
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน อันที่จริงบาดแผลนี้...” จางซื่อพูดยังไม่ทันจบก็ถูกหนิงหย่งวิ่งมาเอามือมาปิดปากไว้เสียก่อน
“หากเจ้ากล้าพูดเรื่องนี้ออกไป ข้าจะขายหลิงเอ๋อเข้าหอโคมเขียว” หนิงหย่งกระซิบบอกภรรยา
“เจ้าว่าอย่างไรหรือจางซื่อ” หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้น
“ข้าจะบอกว่าข้าต้องการหย่ากับหนิงหย่งเจ้าค่ะ” จางซื่อตัดสินใจขึ้นในที่สุด นี่เป็นวิธีเดียวที่นางจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างหนิงหย่งไปได้ อีกทั้งยังเป็นทางเลือกเดียวที่นางจะช่วยบุตรสาวได้เช่นกัน จางซื่อจึงเริ่มแต่งเรื่อง “ข้าแต่งงานกับเขามาหลายปี มีทั้งบุตรชายและบุตรสาวให้เขาจนครบ งานบ้านและงานในไร่ข้าก็ทำทุกอย่าง แม้แต่ปรนนิบัติแม่สามีก็ไม่มีตกหล่นเลยสักเรื่อง แต่เมื่อคืนเมื่อเขาเห็นว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน นอกจากเขาไม่คิดที่จะปกป้องข้า เขายังผลักข้าเข้าไปหาคนร้ายและยังใช้ข้าเป็นโล่กำลังอีก มิหนำซ้ำตั้งแต่เช้า เขาก็ยังไม่คิดที่จะเข้าไปดูอาการของข้ากับหลิงเอ๋อแม้แต่น้อย ข้าไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาอีกแล้วเจ้าค่ะ”
“จางซื่อ ถึงแม้การปกครองของฮ่องเต้ในรัชสมัยนี้จะให้อำนาจภรรยาในการขอหย่ากับสามี และการหย่าร้างก็ไม่ถือเป็นเรื่องที่น่าละอาย แต่เจ้าคิดดีแล้วหรือ หากเจ้าหย่ากับหนิงหย่ง เจ้าก็จะต้องกลับไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของเจ้า คนที่บ้านเจ้าเขายังจะยินดีรับเจ้ากลับไปหรือ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อคืนนี้หนิงหย่งอาจจะแค่ตกใจจนลืมเข้าไปช่วยเหลือเจ้าก็เป็นได้ เจ้าลองคิดให้ดีๆ ก่อนดีหรือไม่” หัวหน้าหมู่บ้านพูดเกลี้ยกล่อม
“เหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ระหว่างความเป็นความตาย แต่หนิงหย่งกลับไม่สนใจและไม่เคยคิดถึงความปลอดภัยของข้า ในเมื่อข้าสามารถรอดชีวิตออกมาได้แล้ว ข้าก็จะไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตร่วมกันกับเขาอีก วันนี้ข้าต้องการหย่ากับเขาและข้าก็ไม่ขอนำอะไรติดตัวออกไปทั้งนั้นนอกจากจะพาหลิงเอ๋อออกไปกับข้าด้วย” จางซื่อพูดออกมาจนหมด ก่อนที่จะหันไปหาแม่เฒ่าหนิงและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หวังว่าแม่สามีคงไม่ขัดข้องกับการตัดสินใจของข้านะเจ้าคะ หากไม่แล้วข้าก็ยินดีที่จะสละชีวิตของตัวเอง ความผิดใดๆ ข้าก็ยินดีรับทั้งหมด”
แม่เฒ่าหนิงรู้ว่าคำพูดของจางซื่อหมายถึงสิ่งใด หากนางไม่ยอมรับปาก จางซื่อก็จะเปิดโปงแผนการที่นางช่วยหนิงเอ้อหลานหลบหนี แต่แม่เฒ่าหนิงไม่ยอมให้ตัวเองถูกบังคับได้ง่ายๆ ถึงเพียงนั้น “หากเจ้าตั้งใจอย่างนั้นข้าก็ไม่ขัด ดีเสียอีก...ข้าจะได้หาภรรยาใหม่ที่ทั้งสาวและสวยให้กับเจ้าใหญ่ของข้า และจะให้เขามีหลานออกมาให้ข้าเลี้ยงอีกหลายๆ คน ตัดสตรีที่ไม่สามารถมีบุตรได้อย่างเจ้าออกไปก็ดี เจ้ามันก็แค่หญิงไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้น”
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินแล้วใช่ไหมเจ้าคะ ท่านรีบเขียนหนังสือหย่าให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ และเอ่อ...ข้าอยากเช่ากระท่อมร้างหลังนั้นพักอาศัยด้วยเจ้าค่ะ” จางซื่อรีบพูดขึ้น
“เจ้าฟังข้าให้จบก่อนสิจางซื่อ เจ้าจะหย่ากับลูกชายของข้าก็ย่อมได้ แต่ข้าไม่ยกหลิงเอ๋อให้เจ้าหรอกนะ ข้าจะยอมให้หลิงเอ๋อออกไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับเจ้าได้อย่างไร อีกทั้งอายุของนางก็ถึงเวลาออกเรือนได้แล้ว ตัวเจ้าจะหาครอบครัวดีๆ ให้นางได้อย่างนั้นหรือ” แม่เฒ่าหนิงยังคงจับจุดอ่อนของหนิงไป๋หลิงได้ เพราะรู้ดีว่าหนิงไป๋หลิงเป็นคนรักสบาย หากหนิงไป๋หลิงคิดตามคำพูดของนาง หนิงไป๋หลิงจะต้องไม่ตามมารดาของตัวเองไปด้วยแน่
หนิงไป๋หลิงที่นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่ก็ตกหลุมพรางของแม่เฒ่าหนิงจริงๆ “ข้าไม่ไปกับท่านหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะอยู่กับท่านย่าอยู่กับท่านพ่อ ข้าไม่อยากอดตายไปกับท่าน ออกไปทั้งที่ไม่มีอะไรติดตัวต่อไปข้าจะออกเรือนอย่างไร”
“เจ้าจะไม่ถามความเห็นของข้าสักคำเลยหรือจางซื่อ” หนิงหย่งพูดขึ้นหลังจากตั้งสติได้ เขาไม่เคยมีความคิดที่จะหย่ากับภรรยา ถึงแม้ว่านางจะชอบขัดใจเขา แต่นางก็ดูแลเขาและคนในครอบครัวได้ดีอย่างที่นางพูดจริงๆ
“จางซื่อเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ว่าหลิงเอ๋อไม่อยากตามเจ้าออกไป” แม่เฒ่าหนิงหันไปห้ามบุตรชาย “เจ้าไม่ต้องไปสนใจนาง เจ้าใหญ่เชื่อแม่ แม่จะหาภรรยาใหม่ให้เจ้าเอง เอาให้ดีกว่านางจางซื่อคนนี้สิบเท่าร้อยเท่าไปเลย เจ้าอย่าลืมว่าภรรยาของเจ้าไม่สามารถมีบุตรให้เจ้าได้อีกแล้วนะ”
“แต่ว่าท่านแม่...” หนิงหย่งยังอาลัยอาวรณ์ภรรยาอยู่
แม่เฒ่าหนิงไม่เปิดโอกาสให้หนิงหย่งได้โต้แย้ง นางรีบบอกให้หัวหน้าหมู่บ้านเขียนหนังสือหย่าออกมาโดยเร็ว ใช้เวลาไม่นาน หนิงหย่งและจางซื่อก็หย่ากันเรียบร้อย
หนิงลี่และครอบครัวไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นที่บ้านของแม่เฒ่าหนิง เพราะเวลานี้พวกนางนำอาหารมาขอบคุณหวงจื่อจิ้งที่บ้านของเขา
“ท่านป้าหวัง พี่หยางฟาง พี่หนิงลี่ หลันเอ๋อ พวกท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือ” หวงจื่อจิ้งสงสัยเมื่อเห็นครอบครัวของหนิงลี่มายืนอยู่หน้าบ้านของตัวเองกันครบทุกคน
“เข้าไปคุยในบ้านเถอะ ยืนอยู่อย่างนี้เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่” เซียวหยางฟางบอก
มารดาของหวงจื่อจิ้งกำลังนั่งรับลมอยู่ที่ลานหน้าบ้าน เมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้ามา นางก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก ก่อนหน้านี้นางโกรธหนิงลี่ที่เป็นต้นเหตุทำให้บุตรชายคนโตของนางต้องตาย แต่พอได้ฟังบุตรชายคนเล็กเล่าเหตุผลที่แท้จริงให้ฟัง นางก็รู้สึกผิดกับหนิงลี่ อีกทั้งยังขอบคุณหนิงลี่ที่ยังรักษาชื่อเสียงของบุตรชายเอาไว้
“พี่สะใภ้หวงสุขภาพของท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หวังซื่อถามขึ้น เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เกิดเรื่องของหวงจื่อกับหนิงลี่ ตัวนาง จางซื่อ และแม่หม้ายหวงก็มักจะไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ