ตอนที่ 29
ข้อตกลง
"โจวอู่เว่ย" จิวอิงเอ่ยนามของผู้ที่เอ่ยวาจาขัดจังหวะของมัน แน่นอนว่าคนผู้นี้ย่อมมีฐานะไม่ธรรมดาในสำนักัฟ้า ถึงได้กล้าเอ่ยขัดผู้ที่เป็ถึงรองประมุขสำนัก เพราะว่าโจวอู่เว่ย นั้นเป็รองประมุขอีกคนหนึ่งของสำนักัฟ้า และแน่นอนว่าโจวอู่เว่ยกับจิวอิงนั้นไม่ใคร่จะกินเส้นกันเท่าใดนัก รูปลักษณ์ภายนอกของโจวอู่เว่ยนั้น ไม่มีราศีผู้ทรงอำนาจอันโดดเด่นเช่นเดียวกับจิวอิง แต่ด้วยใบหน้าองอาจ คิ้วเข้มหนา ดวงตากระจ่างใสซุกซนราวเด็กหนุ่ม แม้สีผมบนหัวจะเปลี่ยนเป็สีดอกเลาบ้างแล้ว แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดต่อเพศตรงข้ามไม่คลาย และที่สำคัญน่าดูกว่าจิวอิงมากนัก "เ้าเข้ามายุ่งกับการคัดเลือกในครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร"
"มีจุดประสงค์ แน่นอน...ข้ามาเพราะเด็กคนนี้" โจวอู่เว่ยชี้ไปเสวี่ยิ แม้เขาจะไม่เคยพบเสวี่ยิมาก่อน แต่จากคำบอกเล่าของหลานรัก โจวอู่เว่ยก็พอจะเดาได้ว่าเด็กหนุ่มหน้าขาว ผู้ซึ่งยืนประจันหน้าอยู่กับจิงอิงคนนี้ ต้องเป็เด็กหนุ่มที่ชื่อเสวี่ยิอย่างแน่นอน
"เ้า..."จิวอิงจ้องมองเขม็งไปที่เสวี่ยิ ก่อนจะหันกลับไปหาโจวอู่เว่ย "การรับศิษย์ในปีนี้ หาใช่อำนาจหน้าที่ของเ้า ดังนั้นข้าจะให้เ้าเด็กคนนี้ผ่านหรือไม่ผ่านมันก็สิทธิ์ของข้า" แน่นอนเมื่อเป็ความประสงค์ของโจวอู่เว่ย จิวอิงย่อมไม่เห็นด้วย
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่นึกเลยว่าเพียงเพราะข้าเห็นในพร์ของเด็กน้อยคนนี้ เ้าจึงตั้งแง่กีดกันเขา หากใครรู้เข้าคงได้แต่หาว่าเ้าอยุติธรรมไร้ยางอาย" โจวอู่เว่ยมีนิสัยไม่อินังขังขอบ แต่มีนิสัยรักความยุติธรรม แม้ฉลาดหลักแหลม แต่หาได้มีเล่ห์เหลี่ยมเช่นเดียวกับจิวอิง
"ผายลมเ้าเถอะ เ้าเด็กคนนี้แม้แต่ทำให้หินวัดพร์แตกยังทำไม่ได้ เ้าเอาอะไรมาพูดว่ามันมีพร์"
"ตัวข้าไงละ" โจวอู่เว่ยยิ้มกว้าง "ข้าเป็ถึงรองประมุขพรรคไม่ต่างจากเ้า ใยคำพูดของข้าถึงไร้น้ำหนัก แถมเด็กคนนี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วถึงสองด่าน ต่อให้ไม่ทดสอบในด่านที่สาม เขาก็ควรจะได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักัฟ้า"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จิวอิงยิ่งมายิ่งรังเกียจเสวี่ยิที่ได้รับการหนุนหลังจากโจวอู่เว่ย แต่เพราะระหว่างที่เจรจามันพลันเกิดแผนการชั่วร้ายขึ้นในใจ จึงพยายามลากเื่ราวให้ซับซ้อน เพื่อหวังผลเล่นงานโจวอู่เว่ยในคราเดียว "เพราะว่าเ้าเป็รองเ้าสำนัก ดีคำกล่าวเ้าข้ายอมรับ แต่หากว่าเ้าเด็กคนนี้ไม่ได้มีพร์อย่างที่เ้าว่า ใยไม่ใช่เป็การสิ้นเปลืองกันเล่า"
"แล้วหากว่ามันมีพร์เล่า ใยมิใช่เพราะเ้าเมินเฉยจึงทิ้งขว้างอัญมณีสูงค่าที่ยังมิได้เจียระไนทิ้งไป"
"เ้ากล้าเอาตำแหน่งรับประกันไหมเล่า" ในที่สุดหางจิ้งจอกของจิวอิงก็โผล่ออกมาจนได้ เพราะจิวอิงรู้จักนิสัยอันดื้อรั้นเอาชนะคะคานแบบเด็ก ๆ ของโจวอู่เว่ยเป็อย่างดี หากโจวอู่เว่ยได้ปักใจเื่ใดไปแล้วละก็ ต่อให้เื่ราวเสียเปรียบ หรือย่ำแย่แค่ไหน โจวอู่เว่ยก็พร้อมจะทุ่มเสี่ยงจนสุดตัว
"ท่านรองเ้าสำนักโจว..."เสวี่ยิพยายามจะเอ่ยทัดทาน เพราะเขารู้สึกว่าแค่โจวอู่เว่ยออกหน้าให้กับตัวเอง ก็มากเกินพอแล้ว แต่การเอาตำแหน่งรองเ้าสำนักซึ่งใหญ่โตไม่ด้อยไปกว่าการเป็เ้าเมืองหยกม่วงมายุ่งเกี่ยว หาใช่ความคิดที่ดี และแน่นอนว่าเสวี่ยิย่อมดูออกว่าเป็หลุมพรางของจิวอิง
แต่ไม่ทันที่เสวี่ยิจะเอ่ยจบ มือคู่หนึ่งก็กระตุกเสื้อของเขาจนต้องเหลียวหน้ากลับหลังไป "จื่อฮุย..."เสวี่ยิไม่ทันเอ่ยถาม จื่อฮุยเพียงฉีกยิ้มกว้างและพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบาบาง...โดยมีใจความว่ามิต้องเป็กังวล...ราวกับว่าจื่อฮุยรับรู้เื่ราวอยู่ก่อนแล้ว
โจวอู่เว่ยขมวดคิ้วแน่น "รับประกัน...เ้าท้าทายข้า"
"แน่นอนถ้าเ้ามั่นใจว่าเด็กคนนี้มีความสามารถที่แท้จริง เ้าย่อมต้องกล้ารับประกัน"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ๆ จิวอิง หนอ...จิวอิง เ้าคิดว่าข้ามิรู้รึว่าในใจเ้าคิดอันใด ข้าโจวอู่เว่ยกระทำสิ่งใดล้วนแลกมาด้วยความสมใจของตัวเอง ตำแหน่งแม้สำคัญสำหรับข้า แต่ก็เป็เพียงเปลือก หาได้มีค่ามากกว่าความพอใจส่วนตัวของข้าเอง ในเมื่อเ้า้าเช่นนั้น เ้าก็เสนอเงื่อนไขมา"
"ข้าถือว่าเ้ารับปากแล้วนะ"
"คำไหนคำนั้น อย่าเสียเวลาอีกเลย"
"ดี งั้นข้าจะให้เวลาเ้าเด็กนี่หนึ่งเดือน หากภายในหนึ่งเดือน เ้าเด็กนี่สามารถไต่อันดับได้ต่ำกว่าอันดับที่ 200 ในหอประลองัฟ้าได้ ข้าจะถือว่าเ้าชนะ แต่ถ้ามันทำไม่ได้เ้า โจวอู่เว่ยเ้าต้องยินยอมสละตำแหน่งรองประมุข"
โจวอู่เว่ยหันไปชำเลืองมองเสวี่ยิแวบหนึ่ง "ถ้าหากข้าชนะพนันครั้งนี้เล่า"
"ข้าก็จะรับเ้าเด็กนี่เข้าเป็ศิษย์ของสำนักตามที่ท่าน้า เช่นนี้ล้วนยุติธรรมทั้งสองฝ่าย"
"ข้าไม่เห็นด้วย" แม้จื่อฮุยจะห้ามเอาไว้ แต่เสวี่ยิมิอาจทานทนได้อีกต่อไป
"สามหาว !" จิวอิงตวาดลั่นพร้อมแผ่พลังกดดันเข้าใส่เสวี่ยิจนสองขาอ่อนล้า แทบจะประคองร่างเอาไว้ไม่อยู่ จนต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น แต่โจวอู่เว่ยก็แผ่พุ่งพลังเข้าต่อต้านเอาไว้ได้ทัน เสวี่ยิจึงยังไม่ได้ล้มลงไป "ใครใช้ให้เ้าพูดแทรกการสนทนาของข้า" จิวอิงยังคงมีน้ำโหอยู่ไม่คลาย
ความร้อนสายหนึ่งระอุอุ่นอยู่ในอก แต่สิ่งนี้หาใช้พลังลมปราณ หากแต่เป็อารมณ์ความรู้สึกที่อัดแน่นตลอดมาล้วนล้นทะลักจนเสวี่ยิมิอาจทานทนได้อีก ยิ่งมาเสวี่ยิยิ่งเข้าใจโลกใบนี้ถ่องแท้ขึ้น เล่ห์เหลี่ยมแต้มคูของมนุษย์ ทุกการกระทำล้วนเพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง โลกของปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้อ่อนแอย่อมมิมีที่ยืนมั่น หากเขา้าชีวิตอิสระที่แท้จริงจำต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และไม่เพียงแต่พลัง จิตใจที่กล้าแข็งเองก็สำคัญมิแพ้กัน ยามเสวี่ยิเห็นการแสดงออกของโจวอู่เว่ยที่ปกป้องตัวเอง แต่กลับถูกจิวอิงฉวยโอกาสโขกสับ เสวี่ยิยิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า แต่เพียงคำพูดว่าอยากเปลี่ยนแปลงนั้นง่ายดาย แต่ยามกระทำกลับยากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นชั้นฟ้า หากเป็ยามที่เพิ่งออกจากเมืองวิหคทองเพื่อเวียนว่ายตามเส้นทางที่ชะตาฟ้าลิขิต เสวี่ยิคงได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำตัดสินของจิวอิง และสำนึกเสียใจแทนโจวอู่เว่ย แต่หลังจากที่เขาผ่านเื่ราวมากมายในเมืองหยกม่วง เฉียดผ่านความตาย พบเจอยอดวิชา จนกระทั่งทุ่มเททั้งชีวิตเอาชนะอสูรร้ายในข่ายอาคมมาได้ ความแน่วแน่ที่แตกกระสานซ่านเซ็นในอดีตล้วนประกอบกลับคืน เพียงชั่วลมหายใจเข้าออก ความคิดพลันแปรเปลี่ยนกลับกลาย ยามมองหวนกลับไปยังอดีตล้วนรังเกียจเดียจฉันตัวตนที่เหยาะแหยะของตนเอง ความคิดไม่ยินยอมอ่อนข้อตอ่ผู้คนที่คิดร้ายพลันขยายใหญ่ และแน่นอนว่านี้เป็อีกคุณสมบัติของผู้ที่จะก้าวสู่เส้นทางแห่งราชันที่เพิ่งจะก่อตัวได้ไม่นาน
...ชีวิตเป็ของข้า ข้าย่อมลิขิตมันเอง หากมีเขาสูงขวางหน้าข้าจะบดขยี้มันให้ราบเรียบ หากมีมหาสมุทรขวางกั้นข้าจะถมมันให้สิ้น วันนี้ข้าเสวี่ยิจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับโชคชะตาอีกต่อไป และข้าจะไม่อ่อนข้อให้กับใครก็ตามที่ขวางหน้า หากดีกับข้า ข้ายอมตอบแทนมิตกหล่น แต่หากร้ายมาข้าจะให้มันได้ชดใช้ร้อยเท่าพันทวี
ความคิดแล่นไวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาซ้ายพลันเจิดจ้าเป็ประกายขึ้นพร้อมกัน แต่เพียงแวบก็กลับคืนสู่สภาวะดังเดิม หาได้มีผู้ใดสังเกตเห็น
"ข้าเสวี่ยิยินยอมรับการทดสอบจากท่านรองประมุขจิวอิง แต่หากข้าอยากเล่นพนันด้วยเล่า" เมื่อการพนันคือการประลอง แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่เสวี่ยิรู้ดีว่าตัวเขาแข็งแกร่งกว่าที่ผู้คนภายนอกรับรู้ และเป็เหตุให้เสวี่ยิหาทางเอาคืนจิวอิงบ้าง
"เ้าเด็กชั้นต่ำ เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร จึงมีสิทธิ์มาท้าพนันกับข้า" จิวอิงยิ่งมายิ่งเกลียดขี้หน้าของเสวี่ยิ
โจวอู่เว่ยเองก็แปลกใจมิใช่น้อย กับการกระทำของเสวี่ยิที่ก่อนหน้ายังดูสงบเสงี่ยมต่อหน้าจิวอิง แต่เหตุใดจึงผันแปรเป็อหังการเกรี้ยวกราดขึ้นมาได้ กลับกล้าต่อล้อต่อเถียงกับจิวอิงซึ่ง ๆ หน้า แต่เพราะนิสัยที่ใส่ใจเฉพาะเื่ราวที่ตนเองพอใจของโจวอู่เว่ย ทำให้มันยิ่งมากลับยิ่งถูกใจกับบุคลิกเช่นนี้ของเสวี่ยิ "ดี ดี เ้าหนูหากเ้าพนันสิ่งใดไปให้ถือว่าข้าพนันร่วมกับเ้า...แต่หากเ้าไม่พอใจจะยกเลิกการพนันข้าก็จะยืนอยู่ข้างเ้าเอง"เอ่ยจบโจวอู่เว่ยก็หันจ้องไปยังจิวอิง "เ้าได้ยินที่ข้าเอ่ยแล้วกระมัง หากเ้าอยากให้ข้าใช้ตำแหน่งเดิมพัน เ้าย่อมต้องรับข้อเสนอของเด็กน้อยผู้นี้"
เสวี่ยิยิ้มรับ ก่อนโค้งคำนับโจวอู่เว่ยด้วยความนับถืออย่างที่สุด
"เหลวไหล" จิวอิงสบถคำก่นด่าพึมพำไม่หยุดปาก แต่เพราะผลประโยชน์กลับยิ่งใหญ่กว่า หากว่ามันสามารถทำให้โจวอู่เว่ยหลุดจากตำแหน่งไปได้ละก็ ขั้วอำนาจภายในเมืองหยกม่วง ล้วนแล้วแต่ต้องพลิกกลับตาลปัดกันไปจนหมดสิ้น "ย่อมได้ ย่อมได้"เมื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ จิวอิงก็กลับคือสู่ความเยือกเย็นเ้าเล่ห์อีกครั้ง "เ้า...ชื่อเสวี่ยิสินะ"
เสวี่ยิพยักหน้ารับด้วยท่าทีเรียบเฉย และหาได้นอบน้อมเช่นเดียวกับที่แสดงต่อโจวอู่เว่ย แม้จิวอิงจะไม่พอใจนัก แต่เพื่อแผนการใหญ่ มันย่อมยินยอมปล่อยผ่านเื่ราวเล็กน้อยเช่นนี้ไป
"ในเมื่อโจวอู่เว่ยยืนยันให้เ้าเป็ผู้เอ่ยเงื่อนไขประลองแทนที่ เ้าก็จงพูดออกมา อย่าได้ทำให้ข้าเสียเวลาไปกว่านี้" ทุกคำพูดของจิวอิงล้วนแฝงด้วยพลังลมปราณกดดันทางจิตเช่นก่อนหน้า แต่ครานี้กลับไม่สามารถสั่นคลอนความคิดของเสวี่ยิได้แม้สักนิดเดียว จนแม้แต่มันเองยังลอบแปลกใจมิใช่น้อย
"ข้าไม่ยินยอมรับเงื่อนไขของรองประมุขจิว ที่้าให้ข้าไต่อันดับสู่อันดับที่ต่ำกว่าสองร้อย ส่วนข้อเสนอเดิมเื่ตำแหน่งในเมื่อท่านรองประมุขโจวอู่เว่ยยินยอมใช้ตำแหน่งเดิมพันข้าก็ยืนยันตามเดิม หากแต่แต่ข้าอยากเสนอเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม"
"ว่ามา"จิวอิงเอ่ยกลับทันควัน เพราะสิ่งที่มัน้าก็คือ้าก็คือตำแหน่งรองประมุขของโจวอู่เว่ย
"หากข้าจะขอเปลี่ยนเงื่อนไขเป็เอาชนะศิษย์ในของสำนักัฟ้า ภายในเวลาหนึ่งเดือนแทนท่านจะว่าอย่างไรไหม" คำกล่าวออกจากปาก ทำเอาทุกผู้คนในห้องล้วนจ้องมองเสวี่ยิเป็ตาเดียว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จิวอิงหัวเราะร่า เพราะเงื่อนไขที่เสวี่ยิเสนอนั้นกลับงี่เง่ายิ่งนัก เพราะว่าศิษย์ในของสำนักย่อมหมายถึงศิษย์ผู้ที่อยู่ในลำดับสิบเก้าถึงร้อยของหอประลอง และแน่นอนว่าย่อมแข็งแกร่งกว่า ศิษย์นอกในอันดับ 200 อย่างเทียบไม่ติด "ดี ๆ ในเมื่อเ้าขอเงื่อนไขดี ๆ เช่นนี้มีหรือที่ข้าจะปฏิเสธ" จิวอิงยิ่งมายิ่งรู้สึกว่าเสวี่ยินั้นโง่เง่ากว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นมากนัก
"ข้าย่อมรู้ดีว่าเงื่อนไขนั้นยากลำบากกว่าที่เป็อยู่ แต่เมื่อเงื่อนไขยากขึ้น สิ่งเดิมพันแลกเปลี่ยนเดิม ๆ มันก็ดูจะไม่ยุติธรรมสำหรับท่านรองประมุขโจวอู่เว่ย" เสวี่ยิที่หันน้อมศีรษะให้โจวอู่เว่ย "ดังนั้นหากข้าทำได้ ไม่เพียงแต่ท่านต้องยินยอมให้ข้าเข้าเป็ศิษย์ของสำนักัฟ้า แต่ท่านยังต้องก้าวลงจากตำแหน่งรองประมุข เช่นเดียวกับท่านรองประมุขโจวอู่เว่ยด้วย หากเป็เงื่อนไขนี้ ไม่ทราบว่าท่านรองประมุขจิวจะเห็นด้วยหรือไม่"
แม้จะไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง แต่เพราะมันมั่นใจว่าเสวี่ยิต้องไม่มีทางเอาชนะศิษย์ในได้ภายใน 1 เดือนอย่างแน่นอน จิวอิงจึงตกปากรับคำด้วยความมั่นใจ "แน่นอนข้าย่อมเห็นด้วย" รอยยิ้มอย่างผู้มีชัยปรากฏบนใบหน้าของจิวอิงอย่างมิอาจปิดบัง