ตอนที่ 1 โลกไตรโลกา
จักรวาลนั้นยิ่งใหญ่ มันกว้างใหญ่จนไม่อาจคาดคะเนขนาดที่เเท้จริงได้ ภายในจักรวาลนั้นมีระบบสุริยะธรณีเทพ ที่แห่งนี้เป็ระบบสุริยะแห่งหนึ่งในกาเเล็กซี่ทางช้างเผือก
ภายในระบบสุริยะธรณีเทพมีดวงดาวหนึ่ง มันมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แห่งระบบสุริยะถึง 1000 เท่า เรียกดวงดาวนี้ว่า โลกไตรโลกา หรือ สามโลก ดวงดวงนี้มีลักษณะเหมือนโลกมนุษย์ ที่เเตกต่างคือที่นี้มีคลื่นเวท ช่วยให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตได้ คลื่นเวทคือกฎของสามโลก
เสียงท่องคัมภีร์ไตรเวทจากเด็กน้อยคนหนึ่ง " ์คือสิ่งที่ดำรงอยู่เป็กฎที่สร้างขึ้นมาจากจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าอยากชนะ์จะต้องเป็ ผู้วิเศษที่สามารถััได้ถึงคลื่นเวท ผู้วิเศษ คือ ผู้ที่สามารถใช้คลื่นเวท ยกวัตถุต่างๆได้ ผู้วิเศษเเบ่งออกเป็ 8 ขั้น โดย 8 ขั้น แบ่งออกเป็ 3 เขตใหญ่ คือ เขตต้น คือขั้นที่ 1-3 เขตกลางคือ ขั้นที่ 4-6 เขตปลาย ขั้นที่ 7-8 "
น้ำเสียงผู้เป็อาจารย์เอ่ยขึ้น "คงอยู่เ้าหยุดท่องก่อน ไปท่องคัมภีร์กายกายาให้อาจารย์ฟัง"
"ขอรับท่านอาจารย์"
"กายกายาคือ กายที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา มันถือเป็ของขวัญที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้กับสรรพชีวิตชั้นสูง ผู้ที่ได้กายกายาถือเป็ ลูกรักเเห่ง์ กายกายาแบ่งออกเป็ 2 ประเภท คือ 1 กายเวท (ต่อสู้) มี กายครุฑเหินหาว สามารถเหินทะยานท่องนภาได้รวดเร็ว ช่วยให้การเคลื่อนที่ของร่างกายว่องไว้ขึ้น ได้ครองธาตุลมเเต่กำเนิด กายเอราวัณมงคล สามารถมีร่างกายที่เเข็งแกร่งดั่งช้างสาร พละกำลังดุจช้าง กายชนะา สามารถนำพลังเวทของคู่ต่อสู้ครึ่งหนึ่งมาเป็ของตนเอง กายเทวาเนรมิต สามารถสะกดจิตคู่ต่อสู้ได้ "
ผู้เป็อาจารย์เอ่ย "พอก่อนคงอยู่ ตอบคำถามอาจารย์ได้เ้าไม่ต้องอ่านคัมภีร์กายกายาให้อาจารย์ฟังอีก กายกายาไหนถือเป็เอก "
คงอยู่ขบคิดจริงจัง มันอ่านคัมภีร์กายกายาเล่มนี้มามาก ถ้าถามถึงว่าอ่านมาเเล้วเท่าใด มันอ่านมาเเล้วไม่ต่ำกว่า 3000 ครั้ง อ่านจนสามารถท่องย้อนกลับหลังได้
"อาจารย์ขอรับ ศิษย์ขอตอบตามหลักมหาสมาคมจอมเวท คือกายกายา ไกรราชเหยีบธรณี ขอรับ "
ผู้เป็อาจารย์ได้ฟังคำตอบนี้ ใบหน้ามันไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนี้นัก " อ่านต่อไปอีก 10 รอบ "
คงอยู่ได้ฟังวาจาอาจารย์มันไม่ได้เสียใจอะไร เพราะท่านอาจารย์ถามคำถามนี้มาเเล้วหลายครั้ง เเต่มันก็ยังคงตอบเช่นเดิม
ผู้เป็อาจารย์มองไปยังศิษย์อีกคน "ไตรเทพ เ้าตอบคำถามอาจารย์มา กายกายาใดถือเป็เอก "
ไตรเทพที่ยามนี้กำลังตั้งใจอ่านคัมภีร์การต่อสู้ อย่างหลงไหลมันไม่ได้มองหน้าอาจารย์ที่ถามคำถามนี้แม้เเต่น้อย คำตอบของมันเพียงตอบเเบบส่งๆ "กายกายาใดถือเป็เอกย่อมไม่มี เพราะเเต่ ละกายกายาต่างก็มีข้อดีของมัน ใช้ถูกที่ถูกเวลาถูกกาลก็ถือเป็เอกแห่งกายนั้น"
ผู้เป็อาจารย์เอ่ย " คงอยู่ เ้าเข้าใจเเล้วหรือยัง "
คงอยู่เพียงก้มหัวรับด้วยความเข้าใจ เเต่ภายในใจมันนั้น ไม่มีความยอมรับต่อแนวความคิดนี้เลยสักนิด กายกายาที่เก่งกล้าอย่างเเท้จริงก็คือ 1 ใน 10 กายกายาเท่านั้น เพราะทั้ง 10 กายคือภูมิความรู้ที่มหาสมาคมจอมเวทประเมินออกมา มันจะไปผิดได้อย่างไร อาจารย์ของตนเก่งกว่ามหาสมาคมจอมเวทหรือ เก่งกาจกว่า บรมอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ประเมินออกมาหรือ ก็ไม่ เเล้วจะให้มันเชื่อ ไม่ย่อมไม่เชื่อ
ผู้เป็อาจารย์เอ่ยขึ้น" วันนี้เป็วันครบรอบ 3 ปีที่อาจารย์รับพวกเ้าทั้ง 3 คนมาเป็ศิษย์ จะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จะได้รับการเป็ลูกศิษย์สืบทอดที่เเท้จริงของข้า ในมือข้าคือคัมภีร์ยชุรเวทเเละคัมภีร์อถรรพเวท ถ้าเ้าคนใดคนหนึ่งเรียนรู้วิชาทั้งสองได้รวดเร็วที่สุด คนผู้นั้นจะได้เป็ศิษย์สืบทอดของข้า"
ไตรเทพเอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ข้าได้เรียนรู้คัมภีร์ ฤคเวท สามเวท เเล้ว คัมภีร์อีก 2 คงหมดที่จะเรียนรู้เเล้วใช่หรือไม่ เมื่อเรียนครบทั้ง 4 มหาคัมภีร์ มีคัมภีร์อื่นอีกหรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ "
ผู้เป็อาจารย์คำนึงอยู่ในใจพักหนึ่งก่อนมองหน้าไตรเทพ ภายในใจของเขาอยากจะตบหัวสังสอนศิษย์ผู้นี้นักที่วันๆ ศึกษาเเต่ศึกษาคัมภีร์การต่อสู้ โดยไม่สนใจคัมภีร์หลักอย่าง ฤคเวท สามเวทเลยแม้เเต่น้อย มันหารู้ไม่ว่า คัมภีร์ที่มันฝึกคือสุดยอดมหาวิชาที่ทั่วสามโลกต่างใฝ่ฝันอยากฝึก "ถ้าเ้าสามารถเข้าใจ 4 มหาคัมภีร์ที่อาจารย์สอนได้อย่างเเท้จริง ข้าจะให้คัมภีร์การต่อสู้แก่เ้า "
ไตรเทพเอ่ยอย่างตื่นเต้น "ท่านอาจารย์ท่านพูดเเล้วห้ามคืนคำ "
ศิษย์คนที่ 3 นาม อาศรมมองภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความสะใจ เ้าสองคนนี้ไม่รู้เื่อันใดเลยจริงๆ กระทั้งตัวตนของอาจารย์พวกมันก็ไม่รู้ กระทั้งมหา 4 คัมภีร์ที่ทั่วสามโลกอยากมันทั้งสองกลับ มองเป็วิชาพื้นฐานเสียได้ ถ้าพวกมันรู้ความจริงคงสำนึกเสียใจตายพอดี อาจารย์ที่สอนพวกมันก็คือ มหาบรมอาจารย์ยุวราช ผู้เป็ 1 ใน 5 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสามโลก สมญานาม ราชันแห่งจอมขมังเวท
คงมีเเต่ข้าอาศรมเท่านั้นที่รู้ถึงความเป็มาของท่านอาจารย์ ข้าต้องเป็ศิษย์สืบทอดให้ได้
ไตรเทพ ตั้งใจศึกษาคัมภีร์ ยชุรเวท เเละอถรรพเวทอย่างจริงจัง ทุกข้อความมันตั้งใจอ่านอย่างเเท้จริง สำหรับมันเเล้วไม่ยากนักที่จะทำความเข้าใจต่อคัมภีร์ทั้งสอง เพียงเวลาไม่นานนักมันได้อ่านจนเข้าใจอย่างแท้จริง สามารถจดจำได้ทุกข้อความโดยการอ่านเพียงครั้งเดียว มันหันหน้าซ้ายขวา เห็นศิษย์น้องทั้งสองที่ยามนี้กำลังตั้งใจศึกษากันอย่างเคร่งเครียด มันไม่รีบเอ่ยต่อผู้เป็อาจารย์ว่ามมันเข้าใจเเล้ว เพียงรอให้ศิษย์น้องทั้งสองเอ่ยขึ้นก่อน
"ยามนี้ข้าควรนำ คัมภีร์การต่อสู้ที่ท่านอาจารย์เคยให้มาศึกษาทำความเข้าใจก่อนเพื่อฆ่าเวลารอศิษย์น้องทั้งสองคน" ไตรเทพหยิบคัมภีร์สิบทิศขึ้นมาภายในนี้มีสอนการใช้อาวุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ ดาบ พระขรรค์ ทวน หอก ธนู โดยทุกวิชาต่างมีชื่อเรียกต่างกัน ถ้าฝึกหอกมันจะชื่อว่า วิชาหอกสิบทิศ เมื่อฝึกดาบจะชื่อว่า วิชาดาบสิบทิศ คัมภีร์สิบทิศเป็สิ่งที่ไตรเอกชอบมากที่สุดยามนี้มันเปิดอ่าน วิชาหอกสิบทิศ
หอกคืออาวุธใช้ทะลวงเป็หนึ่ง
แต่ในขณะนั้นน้ำเสียงดีใจเอ่ยดังขึ้น ท่านอาจารย์ข้าเรียนรู้ได้เเล้ว คนที่เอ่ยขึ้นก็คือ คงอยู่
ไตรเทพไม่รีรอมันเก็บคัมภีร์สิบทิศก่อนเอ่ย ข้าก็เรียนรู้ได้เเล้ว เราสองเรียนรู้พร้อมกันเลยนะศิษย์น้องคงอยู่
คงอยู่ได้ยินเช่นนี้ ก็หาได้สนใจศิษย์พี่อย่างไตรเทพไม่ เห็นๆ อยู่ว่าข้าเอ่ยขึ้นก่อนเ้านั้นเเละเอ่ยขึ้นที่หลังข้า ยังมีหน้ามาเอ่ยวาจาว่าพร้อมกันอีก ช่างหน้าหนายิ่งนัก
ผู้เป็อาจารย์เอ่ยขึ้น ในเมื่อพวกเ้าเรียนรู้ได้พร้อมกันการเรียนรู้ครั้งนี้ก็ถือเป็อันสิ้นสุด ทันใดนั้น คัมภีร์ทั้งสองได้หายไป
อาศรมที่อ่านคัมภีร์ยชุรเวทยังไม่ทันจบ มันอ่านได้เพียง 4 ส่วนจาก 10 ส่วน เเละคัมภีร์สามเวทก็ยังไม่ได้อ่าน มันมองไปยังศิษย์พี่ทั้งสองของมันอย่างโกรธเคือง "เ้าพวกสัตว์ปลาดนั้นมันคัมภีร์ระดับชั้นสูงสุดนะ เหตุใดพวกเ้าถึงอ่านได้รวดเร็ว เรียนรู้ได้ไวนัก
ในความเป็จริงคงอยู่ที่อ่านคัมภีร์ยชุรเวทมันเข้าใจเพียง 6 ส่วนจาก 10ส่วนถึงจะอ่านจนหมดเเล้วก็ตาม เพราะมีบางส่วนมันยังไม่เข้าใจ ส่วนคัมภีร์สามเวทสำหรับมันที่อ่านจนจบ กลับเข้าใจเพียง 7 ส่วน จาก 10 ส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลือมันไม่เข้าใจแม้เเต่น้อย
ผู้เป็อาจารย์เอ่ย "ข้าจะทดสอบพวกเ้าทั้งสามด้วยการให้ร่ายเวทคาถาป้องกันขึ้นมา ใครที่สามารถรับการจอมตีของข้าได้นานที่สุด ผู้นั้นย่อมได้ชัยชนะ เเละถือว่าเรียนรู้ได้ไวที่สุด ได้เป็ศิษย์สืบทอด "
ไตรเทพได้ยินเช่นนี้มันกลับสายหน้า ก่อนเดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น เมื่อไกล้ถึงที่นั่งของท่านอาจารย์ มันก้มลงกราบเท้าท่านอาจารย์ "ศิษย์ไม่ขอเเข่งขั้นเื่นี้ ข้านั้นไม่เหมาะสมที่จะเป็ศิษย์สืบทอดของท่าน ถึงข้าจะรู้ว่าจะชนะในการทดสอบนี้ก็ตาม ได้โปรดท่านอาจารย์เห็นใจ "
ผู้เป็อาจารย์ย่อมรู้ในสิ่งที่ไตรเทพเอ่ยออกมา เพราะเขาก็รับรู้ได้ว่าใครเรียนรู้ได้ไวที่สุด" เมื่อเป็เช่นนี้ก็ตามใจเ้า ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์สืบทอดชั่วคราว รอเ้าพร้อมค่อยมาหาข้า "
ไตรเทพได้ยินเช่นนี้ มันกราบเท้าอาจารย์ของมันอีกครั้งด้วยความจริงใจ ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอนศิษย์ ศิษย์จะเป็คนมีคุณธรรมปกป้องความสงบสุขของมนุษย์เเละความดี
ผู้เป็อาจารย์เอ่ยขึ้น "ดี "
คงอยู่รีบเอ่ยขัด "ท่านอาจารย์เห็นๆ อยู่ว่าศิษย์พี่เอ่ยที่หลังข้าจะเรียนรู็ได้ไวก่อนข้าได้อย่าวไร"
อาศรมไม่รอให้ท่านอาจารย์เอ่ยชี้เเจง "ศิษย์พี่คงอยู่ท่านอาจารย์ตัดสินใจเเล้ว ท่านควรเคารพการตัดสินใจของท่านอาจารย์ "
คงอยู่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่ว่ามันจะทำอะไร ศิษย์พี่ไตรเทพของมันก็ทำได้ดีดว่ามันเสมอ เเละท่านอาจารย์ก็ชอบพอศิษย์พี่ของมันมากกว่ามันอีก
"ผู้เป็อาจารย์เอ่ย พวกเ้าทั้งสองร่ายเวทอาคมได้เเล้ว "
คงอยู่เเละอาศรม ต่างท่องคาถาออกมาทันใดนั้น ภาษาบาลีได้ลอยขึ้นมาปกป้องร่างกายพวกมัน ภาษาบาลีที่เป็สีขาวได้กลายเป็ ภาพมายาตัวอักษรนับร้อยตัววนเวียนปกป้องคนทั้งสอง
ผู้เป็อาจารย์เพียงปล่อยหนึ่งหมัด หมัดนี้มีเเสงสีทองกระจายออกมา เป็สัญลักษณ์ โอม พุ่งโจมตีใส่คนทั้งสอง
ตู้ม ตู้ม เพียงหนึ่งหมัดได้ทำลายการป้องกันของทั้งสองจนพังทลาย พวกมันปลิวกระเด็นออกไปกว่า 100 เมตรได้สลบไปทันที
ผู้เป็อาจารย์สายหน้าไปมาด้วยความผิดหวัง ก่อนมองไปที่ไตรเทพ "เ้าพร้อมหรือยัง "
ไตรเทพไม่เอ่ยตอบ มันได้ร่ายอาคมขึ้นมาทันที ทันใดนั้นอักษรบาลีได้กระจายออกมาจากไตรเทพ พวกมันลอยปกป้องไตรเทพ เเต่ภาพอักษรบาลีนี้มีความเเตกต่างจากศิษย์น้องทั้งสองคน เพราะตัวอักษรบาลีนี้รวมกันกลายเป็ภาพมายาขนาดใหญ่ ภาพนี้เป็ูเาขนาดใหญ่นั้นคือเขาหิมาลัย
ผู้เป็อาจารย์เห็นภาพนี้รอยยิ้มอันหาได้ยากปรากฎขึ้น ทันใดนั้นหนึ่งหมัด ได้ปล่อยออกไป ตัวอักษรโอมขนาดใหญ่ได้ เข้าโจมตีภาพมายาเขาหิมาลัย
ตูม ตูม เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ไตรเทพที่ยามนี้รู้สึกได้ถึงเเรงโจมตี ร่างกายของมันยามนี้สั่นเทา
เเต่ทันใดนั้น หมัดที่สองก็ตามมา
ตู้ม ตู้ม ร่างกายไตรเทพยามนี้มีความบอบช้ำที่ิั มันรู้สึกได้ถึงการโดนไม้ทุบที่ิั เเต่ความรู้สึกเจ็บที่ได้รับยามนี้ สำหรับมันเเล้วช่างหางไกลความเ็ปนัก
หมัดที่สาม ตู้ม ตู้ม
หมัดที่สี่ ตู้ม ตู้ม
หมัดที่ห้า ตู้ม ตู้ม ยามนี้ร่างกายของไตรเทพเต็มไปด้วยเืที่ไหลออกมาจากร่างกาย กระดูกของมันยามนี้เเตกกระจายหมดสิ้น
หมัดที่หก ตู้ม ตู้ม ภาพมายาเขาหิมาลัย ยามนี้แตกกระจาย ร่างกายไตรเทพปลิวกระเด็น
แต่ใบหน้าของไตรเทพยามนี้กลับมีรอยยิ้ม "หัวใจของข้าสามารถทนต่อได้อีกหมัด แค่นี้ก็พอแล้ว "
ร่างกายของไตรเทพกระแทกพื้นดิน จนเสียงดังสนั่นหวันไหว มันได้สลบไสลไปทันที
ในขระที่ไตรเทพสลบ ร่างกายของมันถูกเเสงสีเขียวคอยรักษาร่างกาย เขารู้สึกได้ว่าร่างกายมันยามนี้ มีพลังเวทเพิ่มขึ้น