เช้าวันถัดมาเทพกระต่ายหนุ่มก็กลายเป็ตุ๊กตาหน้ารถให้นายทหารหนุ่มร่างใหญ่ทู่สือเยว่นั่งมองถนนหนทางรอบ ๆ ตลอดทางที่ผ่านเขาคิดว่าโลกมนุษย์นั้นช่างกว้างใหญ่เอาเสียจริง ๆ
บางครั้งก็แทบตามไม่ทัน
เทพาไม่เคยจารจารึกเื่ราวพวกนี้ของมนุษย์โลกให้เหล่าเทพได้เรียนรู้เลยแม้แต่ตัวอักษรเดียวเทพที่เคยลงมาผ่านด่านเคราะห์ก็ไม่เคยเล่าถึงความเจริญรุ่งเรืองเหล่านี้ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ยุคนี้ของเขานั้นเป็ศูนย์
ทู่สือเยว่หันกลับไปมองซีกหน้าของคนที่กำลังขับรถอยู่พลันยิ้มออกมาสามีของเขานั้นรูปงามเสียจริง หากอาจารย์ได้ยลคงต้องอิจฉาเขาไม่น้อย
เทพทู่เอ๋อเสินนอกจากปกครองหุบเขาพยับเมฆาแล้วก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำแล้ววัน ๆ ก็ลอยตัวชม้อยชม้ายชายตาให้เหล่าเทพปิศาจได้ยลโฉมเล่นเมื่อศรรักปักอกเหล่าเทพปิศาจ เทพกระต่ายก็หนีหายกลับเข้าหุบเขาไปเสียแล้วแต่ละวันจึงมีเทพปิศาจมากหน้าหลายตามาเคาะประตูทางเข้าหุบเขาไม่เว้นวัน
ทู่สือเยว่เห็นมันจนชินแต่บรรดาเทพปิศาจรูปงามพวกนั้นก็หาได้งามเท่าสามีของเขาไม่
เทพกระต่ายหนุ่มยิ้มในตา
อยากจะเป่ามนตราคาถาให้ฉางฉินหลงรักตนเสียจริงแต่ลืมไปว่าศาสตร์มืดพวกนั้นเขาไม่ได้เรียนรู้มา
ฉางฉินมองคนตัวเล็กที่เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็พยักหน้ากับตัวเองเงียบๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกสงสัยว่าในหัวน้อย ๆ นั้นกำลังคิดอะไรอยู่
ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงบ้านของนายพลฉางเป็ที่เรียบร้อยบ้านพักของนายพลฉางเป็บ้านเก่าตระกูลฉางในปักกิ่งไม่ใช่บ้านพักนายทหารเช่นนายทหารคนอื่น ๆ
ฉางฉีผู้เป็พ่อและหลี่หลิวผู้เป็แม่นั้นเป็คนปักกิ่ง ดังนั้นฉางฉินจึงเป็คนปักกิ่งโดยกำเนิดเขาเกิดและเติบโตที่เมืองหลวงแห่งนี้
ฉางฉินเปิดประตูรถลงมาเขาเดินอ้อมไปอีกฝั่งก็เห็นคนตัวบางะโลงมาจากรถพอดีลงมาได้แล้วก็ยิ้มแฉ่งให้เขาฉางฉินจึงพยักหน้าให้หนึ่งครั้งก่อนจะหยิบของที่ท้ายรถออกมา เป็ของฝากเล็ก ๆ น้อยๆ ที่เตรียมนำมาเยี่ยมเยียนพ่อแม่
ที่บ้านเงียบสงบพ่อกับแม่คงอยู่ด้านใน เช้า ๆ แบบนี้เป็เวลาพักผ่อนของสองสามีภรรยาตระกูลฉาง
“สามี”
“ครับ” ฉางฉินเลิกคิ้วมอง
“บ้านหลังนี้ใหญ่มาก”ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ อย่างอึ้ง ๆ แม้ไม่ใหญ่เท่าวิมานของเทพทู่เอ๋อเสินแต่ก็ใหญ่กว่าบ้านในหมู่บ้านนายทหาร
“บ้านเก่าของตระกูลน่ะครับเมื่อก่อนญาติเยอะ ตอนนี้แยกครอบครัวออกไปแล้ว”
“อื้ม ๆ” เกอหนุ่มพยักหน้าหงึก ๆ
“ไปกันเถอะครับ”
มือขาวยื่นออกไปเกาะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เอียงคอแย้มยิ้มส่งให้เ้าของแขน “ไปกันครับ ตื่นเต้นจังเลยครับ”
“ทำตัวตามสบายครับ พ่อกับแม่ของผมใจดี”
“ผมเชื่อสามีครับ”
“ดีมากครับ”
เดินเข้าไปถึงโถงรับแขกก็เห็นคุณฉางและคุณนายฉางนั่งเล่นหมากล้อมด้วยกันอยู่
“พ่อครับ แม่ครับ” ฉางฉินเอ่ยเรียกบิดามารดา
ชายหญิงวัยกลางคนเงยหน้าจากกระดานหมากล้อมแล้วยิ้มออกมา“ตาฉิน มาแล้วเหรอ มา ๆ เสี่ยวเยว่มาหาแม่มาเร็ว” คุณนายฉางกวักมือพร้อมรอยยิ้มดีใจ
“สวัสดีครับคุณป้า” ทู่สือเยว่ค้อมตัวทักทายก่อนจะเดินอย่างเอียงอายเข้าไปหาผู้ใหญ่
“ไอยา!เรียกแม่สิจ๊ะ เด็กคนนี้นี่จริง ๆ เชียว”
แก้มของเทพกระต่ายหนุ่มขึ้นสีเขาเอ่ยน้ำเสียงอุบอิบ “ครับ คุณแม่”
“ดีมาก” คุณนายฉางยิ้มกว้างถูกอกถูกใจรวบตัวลูกสะใภ้เข้ามากอดแน่น “เป็ยังไงบ้างจ๊ะอยู่กับพี่เขา”
“ดีครับ” เกอหนุ่มตอบเสียงเบา “สบายดี”
“ได้ยินแบบนี้แม่ก็เบาใจพี่เขาน่ะก็นิสัยทหาร ๆ นั่นแหละ ถ้าเขาทำอะไรให้ไม่พอใจก็โทรศัพท์มาบอกแม่ได้เลยนะจ๊ะ”
“มะ...มะไม่ครับ พี่ฉินดีมากครับ”เกอหนุ่มรีบโบกมือส่ายหน้าค้านคำพูดของคุณนายฉาง
“ช่างน่ารักเสียจริงลูกสะใภ้คนนี้”
“ตาฉินดูแลน้องให้ดี ๆ ล่ะบอบบางขนาดนี้ เฮ้อ! เป็คุณนายทหารก็เหนื่อยหน่อยนะเสี่ยวเยว่”
เทพกระต่ายที่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรได้แต่ยิ้มอ้อนประจบแล้วพยักหน้ารับ
ฉางฉินมองสองแม่ลูกผูกจิตแล้วรู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็คนนอกเขาวางของที่หอบมาลงบนโต๊ะแล้วนั่งจิบน้ำชากับบิดาแทน
ผ่านไปพักใหญ่คุณนายฉางจึงเอ่ยชวนให้ไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเกอหนุ่มถูกคุณนายยังสาวจับมือไว้ไม่ปล่อย เดินคุยกันไปสองคน
“เหมือนฉันจะตกกระป๋อง” นายพลฉางเอ่ยกับลูกชายเสียงเบา
“ผมก็ด้วย”
ทั้งสองถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
หลังจากออกจากบ้านฉางทู่สือเยว่ก็ขอให้ฉางฉินพาเขาไปเที่ยวรอบๆ เมือง ฉางฉินเองก็คิดว่าควรพาภรรยาออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเพราะอีกฝ่ายยังไม่เคยไปเที่ยวเลย
“ใกล้ ๆกับบ้านเรามีร้านค้าเยอะเลยนะครับ”เกอหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเขตชุมชนรอบนอกบ้านพักทหารนั้นคึกคักไม่น้อยเลย
“ร้านนั้นร้านตัดชุด ไปดูไหมครับแม่ซื้อเสื้อผ้าไว้ให้คุณเท่าไรแล้วหรือครับ” ฉางฉินเอ่ยถามเพราะเขารู้มาบ้างว่าวันที่อีกฝ่ายเข้ามาในเมืองหลวงนั้นคุณนายฉางได้ซื้อเสื้อผ้าไว้ให้แล้วด้วยชุดที่สวมใส่วันนี้ก็น่าจะมาจากที่แม่ของเขาซื้อให้
“ซื้อให้เจ็ดชุดครับ” ทู่สือเยว่นับในใจแล้วเอ่ยตอบตามความจริง
“อย่างนั้นซื้อเพิ่มอีกหน่อยก็แล้วกันครับสั่งตัดชุดออกงานไปด้วยเลยก็ดี” ชายหนุ่มตัดสินใจเองเสร็จสรรพจูงมือภรรยาเกอเดินข้ามถนนไปยังร้านตัดชุดที่หมายตาร้านนี้คุณนายทหารมาใช้บริการกันเยอะ เขาค่อนข้างมั่นใจในคุณภาพแม่ของเขาเองก็มาบ่อยครั้ง
“สวัสดีค่ะผู้พันฉาง”ผู้จัดการร้านเอ่ยต้อนรับ “รับชุดแบบไหนดีคะ”
“สวัสดีครับช่วยดูชุดสำเร็จให้ภรรยาผมหน่อยครับแล้วก็เอาแบบชุดทางการสั่งตัดมาให้ดูหน่อยด้วยนะครับ”
“โอ้!ได้ค่ะ ๆ” ผู้จัดการร้านใเล็กน้อยที่ผู้พันซึ่งครองโสดมานานได้แต่งงานแล้ว “ยินดีด้วยนะคะคุณนายดูดีมากค่ะ” เธอยิ้มให้เกอหนุ่มที่ส่งยิ้มและก้มหัวให้เบา ๆ
สดใสมาก...ผู้จัดการสาวเอ่ยชมในใจ “เช่นนั้นให้เด็กวัดตัวก่อนนะคะฉันจะไปเลือกชุดที่เหมาะสมมาให้ค่ะ”
“ครับ”
“เสี่ยวหลาง เอาแค็ตตาล็อกชุดทางการมาให้ผู้พันฉางหน่อยเสี่ยวหยินมาวัดชุดคุณนายน้อยฉางด้วย”
“ค่ะผู้จัดการจู”
เสี่ยวหยินมาถึงพร้อมอุปกรณ์เขามองหน้าคุณนายน้อยฉางตาโต น่ารักมากไม่เคยเห็นเกอที่ตาโตและเปล่งประกายเท่านี้มาก่อนเลย ออร่าอย่างกับเทพเซียนแน่ะ!
“คุณให้พนักงานวัดตัวหน่อยนะผมจะนั่งรอตรงนั้น” ฉางฉินเอ่ยกับคนตัวบาง ทู่สือเยว่กล่าวตกลงพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ขออนุญาตวัดตัวนะครับคุณนาย”
“เชิญเลยครับ”เทพกระต่ายหนุ่มฉีกแย้มยิ้มกว้างอ้าแขนให้พนักงานเกอหนุ่มที่ตัวสูงกว่าเขาเล็กน้อย
พนักงานเสี่ยวหยินดวงตาพร่ามัวแค่เจอกันครู่เดียวเขายังตกหลุมรัก ไม่กล้าคิดว่าผู้พันฉางฉินที่อยู่ร่วมบ้านกับอีกฝ่ายทุกวันจะตกหลุมความน่ารักนี้ไปกี่ครั้งแล้ว