พุทธศักราช 2466
บ้านไม้ทรงไทยสองชั้นหลังใหญ่ ตั้งอยู่ห่างไกลผู้คนในหมู่บ้านผู้เป็เ้าของคือพ่อเรือง ชายหนุ่มผู้เป็เถ้าแก่โรงสีขนาดใหญ่ ได้รับมรดกมาจากผู้เป็บิดามารดาที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว
พ่อเรืองอาศัยอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้แต่งงาน หรือหมั้นหมายกับหญิงสาวบ้านไหน จะมีบ้างที่ว่าจ้างชาวบ้านมาทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ให้แต่ก็นาน ๆ ที
บริเวณหลังบ้านที่ติดกับป่า ทั้งยังรอบ ๆก็ไม่มีบ้านคนอยู่ในระแวกเดียวกัน ทำให้บรรยากาศพาขนลุกยิ่งนัก
“พ่อเรืองไม่คิดจะตบแต่งสาวบ้านไหนบ้างเหรอ อายุก็น่าจะสร้างครอบครัวได้แล้วนะ”
เสียงของป้ายมที่พ่อเรืองมักจะจ้างมาทำความสะอาดบ้านให้เป็ประจำถามขึ้น
“ไม่หรอกจ้ะป้าฉันยังไม่อยากเอาใครมาผูกมัด อยู่ไปแบบนี้ก็ไม่ปวดหัวดี” และเขาก็ตอบอย่างเช่นทุกครั้ง
เพราะความร่ำรวยทั้งหน้าตาที่เรียกได้ว่าหล่อเหลาราวกับเทพสรรสร้าง ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้านต่างอยากเสนอตัวเข้ามาเป็คู่เคียงเรียงหมอนแต่ชายหนุ่มกลับไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย
/////
ค่ำคืนนี้ลมพัดเย็นสบายพ่อเรืองออกมายืนรับลมอยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน กลิ่นดอกกระดังงาโชยตามลมส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาเตะจมูก
ในความมืดมิดที่ไร้แสงจันทร์ของคืนเดือนดับสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา
“นั่นใครน่ะ”
เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนใครบางคนเดินเหยียบใบไม้แห้ง ดังมาจากทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก
“เอ็งเป็ใครมาทำอะไรแถวบ้านข้า”
พ่อเรืองถามขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างบางหลังต้นไม้ก้าวออกมาให้เห็นเต็มตัว หญิงสาวที่มีใบหน้านวลผ่องราวกับแสงจันทร์ผมดำยาวสลวยรับกับใบหน้างาม ๆ นั่นยิ่งนัก
“ฉันชื่อปรางจ้ะฉันหนีไอ้พวกที่จะไล่ปล้ำฉันมา ทั้งวิ่ง ทั้งเดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงที่นี่แหละจ้ะ”
หญิงสาวเอ่ยตอบทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย เหมือนกำลังหวาดกลัวเป็อย่างมาก
“แล้วเอ็งจะไปที่ไหนมีญาติในหมู่บ้านนี้หรือเปล่า”
“ไม่มีฉันไม่มีญาติที่ไหน”
พ่อเรืองถอนหายใจเล็กน้อยจะไล่ไปรึก็สงสาร ผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าเกิดไปเจอกับพวกเลวนั้นอีกจะทำอย่างไร
“งั้นเอ็งก็พักที่นี่ก่อนเถอะเอาไว้เช้าแล้วค่อยคิดว่าจะไปที่ไหน” เขาเอ่ยบอกเธอแล้วเดินนำกลับเข้ามาในตัวบ้าน
/////
รุ่งเช้า
“ให้ฉันช่วยอะไรไหมจ๊ะ”
เสียงของแม่ปรางถามขึ้นเมื่อเธอลงมาจากข้างบนก็เห็นเ้าของบ้านกำลังจัดสำรับกับข้าวอยู่
“ไม่มีอะไรให้เอ็งต้องช่วยหรอกมากินข้าวกินปลาเสีย อิ่มแล้วก็มาคิดว่าจะเอายังไงต่อ”
พ่อเรืองพูดขึ้นพร้อมกับจัดการวางจานข้าวให้กับหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้เมื่อคืน
บรรยากาศมื้ออาหารเช้าเงียบเชียบไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาแต่สายคมของผู้เป็เ้าของบ้านเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าเป็ระยะ
เมื่อคืนที่เห็นก็ว่าเธองามมากแล้วแต่พอมาเห็นในตอนเช้า ยิ่งงามกว่าเมื่อคืนหลายเท่า
อาหารมือเช้าจบลง แม่ปรางก็รับอาสาเก็บกวาดและนำจานชามทั้งหมดไปล้างให้ถ้าจะปล่อยให้เ้าของบ้านทำก็คงกระไรอยู่
“มานั่งตรงนี้สิ” พ่อเรืองเอ่ยเรียกหญิงสาวที่ยืนทำท่าทางเก้ ๆกัง ๆ อยู่ตรงหน้า ให้มานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน
“ฉันนั่งพื้นได้จ้ะ” ว่าแล้วแม่ปรางก็นั่งพับเพียบลงกับพื้น
พ่อเรืองมองใบหน้าหญิงสาวยิ่งมองก็ยิ่งถูกชะตา ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกอยากชิดใกล้
“แล้วนี่เอ็งจะเอายังไงต่อ จะไปอยู่ที่ไหน”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ”
ใบหน้าสวยนั้นน่าสงสารจนทำให้เ้าของบ้านใจอ่อน พ่อเรืองถอนหายใจเบา ๆ ก่อนที่จะพูดออกมา
“งั้นเอ็งก็อยู่เสียที่นี่แหละช่วยข้าทำนั่นทำนี่ ส่วนข้าก็จะจ่ายค่าจ้างให้ เอ็งว่ายังไง”
“ตกลงจ้ะฉันตกลง ขอบพระคุณมากนะจ๊ะ”
แม่ปรางยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคนตรงหน้าหลายครั้งจนพ่อเรืองต้องบอกให้พอเธอถึงได้หยุด
/////
วันเวลาผ่านไปจากวันเป็เดือน แม่ปรางทำหน้าที่ตัวเองอย่างขยันขันแข็งในขณะที่สายตาคมของผู้เป็เ้าของบ้านแอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง จนเขามั่นใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นข้างในนั้นคือความรัก
“แม่ปรางข้ามีเื่จะพูดกับเอ็ง”
“เื่อะไรเหรอจ๊ะ”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปประชิดตัวสองมือหนาจับที่หัวไหล่มนสองข้างเอาไว้
“เอ็งอยู่ที่นี่มาก็เป็เดือนแล้วจะตกลงไหม ถ้าข้าอยากจะให้เอ็งมาเป็เมีย”
“ปะเป็เมียเหรอจ๊ะ”
ั์ตาคู่สวยหลุบลงต่ำท่าทีเขินอาย ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเรื่อ
“นะแม่ปราง เป็เมียข้าเถอะ ข้าจะดูแลเอ็งอย่างดี”
“จ้ะฉันยอมจ้ะ”
หลังจากหญิงสาวตกลงพ่อเรืองก็ประกาศให้ชาวบ้านทราบกันถ้วนหน้า ทีแรกเขาตั้งใจไว้ว่าจะจัดพิธีแต่งงานเพื่อไม่อยากให้เธอโดนดูถูกแต่แม่ปรางก็ขอเอาไว้ เธอไม่อยากวุ่นวายกับใคร อยากอยู่เงียบ ๆ กับเขาแค่สองคนซึ่งพ่อเรืองก็ตกลง
ทั้งคู่ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขพ่อเรืองเป็สามีที่ดี ส่วนแม่ปรางก็ทำหน้าที่ภรรยามิเคยขาดตกบกพร่อง แต่มีอยู่เื่หนึ่งที่ทำให้พ่อเรืองคาใจมาหลายครั้ง
ในทุกคืนวันเดือนดับแม่ปรางมักจะออกจากห้องนอนตอนกลางคืนเสมอหายไปไม่นานเท่าไหร่ก็กลับมานอนข้างเขาเหมือนเดิมแต่เวลาที่เธอกลับมามักจะได้กลิ่นสาปรุนแรงติดตัวมาด้วยทุกครั้งครั้นพอตื่นเช้าก็จะหายไป
และในคืนนี้ก็เป็คืนเดือนดับพ่อเรืองตั้งใจไว้ว่าจะต้องตามไปดูให้รู้เื่ พอล้มตัวลงนอนสักพักเขาก็แกล้งหลับเป็เหมือนอย่างทุกที เมื่อเห็นว่าเขาหลับแล้ว แม่ปรางก็ลุกขึ้นออกจากห้องไป
คราวนี้พ่อเรืองตามออกมาเงียบ ๆ แล้วเขาก็เห็นว่าภรรยาเปิดประตูบ้านเดินออกไปข้างนอกเข้าไปในป่าที่เขาเห็นเธอในครั้งแรก
ชายหนุ่มตามไปด้วยความระมัดระวังและสิ่งที่เห็นทำให้เขาเบิกตาโพลงด้วยความใและกลัวสุดขีด
ภรรยาสุดที่รักกำลังกลายร่างจากหญิงสาวผู้งดงามเป็เสือโคร่งตัวใหญ่แล้วก็ไล่จับสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ในบริเวณนี้กินราวกับหิวโหยมาเป็แรมเดือน
“เสือ!!เสือสมิง!!”
ด้วยความกลัวเขาจึงะโออกมาสุดเสียงเสือโคร่งตัวใหญ่หันขวับมาทางเขาทันที ั์ตาสีแดงแวววับจ้องมองมาที่พ่อเรืองเขม็งพร้อมก้าวเท้ามาทางเขาอย่างช้า ๆ
พ่อเรืองรีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นทันทีเป้าหมายคือ ต้องไปที่บ้านพ่อหมอคงให้เร็วที่สุด
“พี่เรืองพี่อย่าไป รอฉันก่อน”
เสือสมิงกลับคืนร่างกลายเป็แม่ปรางดังเดิมเสียงร้องไห้โหยหวนดังก้องทั่วบริเวณ แต่คนที่ใกลัวก็ไม่ได้หันกลับมามองแม่ปรางวิ่งตามผู้เป็สามีไปจนถึงบ้านพ่อหมอคง
“พี่เรืองอย่ากลัวฉันเลยนะพี่ ยังไงฉันก็ไม่ทำร้ายพี่หรอกจ้ะ ฉันรักพี่นะ ถึงได้ทำแบบนี้”แม่ปรางะโบอกกับพ่อเรืองจากใต้ถุนบ้าน น้ำตาไหลออกมาเป็สายเสียใจที่ชายคนรักหวาดกลัวตัวเอง
“แต่เอ็งเป็เสือสมิงเอ็งจะอยู่กับข้าได้อย่างไร”
เสียงพ่อเรืองะโโต้ตอบเขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเมียรัก
“แต่ฉันก็ไม่เคยทำร้ายใครนี่จ๊ะพี่อย่ากลัวฉันเลยนะ”
แม่ปรางยังคงอ้อนวอนอย่างน่าสงสารแต่คนที่กลัวสุดขีดนั้นคงจะไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น
“เอ็งเป็เสือสมิงจะมาอยู่กับคนได้อย่างไร มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น อย่าให้ข้าต้องได้ทำร้ายเอ็งเลย”พ่อหมอคงเดินออกมาจากตัวบ้าน พร้อมกับจ้องมองเสือสมิงตรงหน้าเขม็ง แม้นจะรู้ว่านางเสือตนนี้มิได้มีเจตนาจะทำร้ายพ่อเรืองแต่คนกับผีจะอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกันได้อย่างไร
“มึงอย่ามายุ่งเื่ของผัวเมีย กูจะเอาพี่เรืองคืน”
พอมีคนมายุ่งก็ทำให้ผีร้ายที่แปลงกายอยู่กลับสู่ร่างเดิมทันทีเสือโคร่งตัวใหญ่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าบ้าน
“พูดดีๆ ไม่ฟัง ถ้างั้นก็คงต้องใช้กำลัง”
พ่อหมอคงล้วงมีดพกในย่ามขึ้นบริกรรมคาถาแสงสีทองทอประกายพร้อมกับยันต์สีทองครอบลงบนตัวปีศาจร้ายแค่เห็นเท่านั้นก็ทำเอาเสือสมิงสาวรู้ทันที่ว่านี่คือมีดปราบเสือสมิง
“พี่เรืองฉันรักพี่ แต่พี่กลับตอบแทนด้วยการให้คนอื่นมาทำลายฉันอย่างนั้นรึ”ความรู้สึกตอนนี้ทั้งรักทั้งแค้น แววตาสีแดงทอประกายความโกรธ
พ่อหมอคงท่องคาถาต่อไปเรื่อยๆ จนมีดแหลมเปล่งประกายสีทอง แล้วหันไปหานางเสือสมิง เห็นแบบนั้นนางเสือก็ทำท่าจะล่าถอย แต่ก็มียันต์สีทองมาคลุมร่างเอาไว้ทำให้ไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก
เมื่อไม่มีทางหนีแล้วเสือสมิงเลยรวบรวมพลังทั้งหมดที่ตัวเองมีกล่าวคำสาปแช่ง
“อีกร้อยปีข้างหน้า ทายาทของตระกูลพีี่จะต้องพบจุดจบที่ทรมานเหมือนกับตัวข้าจำเอาไว้!!”
เสียงคำสาปแช่งจบลงพร้อมกับร่างเสือโคร่งตัวใหญ่ที่สลายหายไป
//////////////////////////////////////////