ซูเก๋อมีสีหน้าลังเลใจ เขายังคาดเดาไม่ถูกว่า จั่วอันแกล้งทำเป็แพ้ให้เขาหรือแพ้จริง ๆ กันแน่?
ตามหลักเหตุผลแล้ว จั่วอันมีขอบเขตการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นเทียนกังระดับหนึ่ง ส่วนเขาเป็เพียงขั้นหยวนตันระดับเก้า ดังนั้นจั่วอันไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ทว่าท่าทางท้อแท้ของจั่วอันนั้นก็ไม่คล้ายแสร้งทำเลยสักนิด
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ซูเก๋อสับสนมึนงงเล็กน้อย
"เดิมทีท่านเ้าสำนักเคยบอกกับข้าว่าเ้าซ่อนฝีมือมาโดยตลอด ตอนแรกข้ายังไม่อยากจะเชื่อ" จั่วอันสั่นศีรษะ
"มาบัดนี้ดูท่าแล้ว ท่านเ้าสำนักพูดถูกทุกประการ เ้าไม่เพียงซ่อนฝีมือเอาไว้ แต่ความสามารถยังเหนือกว่าที่พวกเราทุกคนจินตนาการไว้นัก อายุเพียงสิบเจ็ดปีก็สามารถรับมือกับขั้นเทียนกังระดับหนึ่งได้ตรง ๆ อัจฉริยะเช่นนี้ นับั้แ่ก่อตั้งสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยของเรามา ยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนเลย"
จั่วอันจ้องมองซูเก๋อด้วยความรู้สึกหลากอารมณ์ ทั้งถอนหายใจและตื่นตะลึง
"ยากจะจินตนาการจริง ๆ ว่า ราชวงศ์ต้าเซี่ยจะกำเนิดอัจฉริยะเช่นเ้าออกมาได้"
การพ่ายแพ้ให้แก่คนหนุ่มย่อมรู้สึกไม่ยินยอมเป็ธรรมดา ทว่าหากคนหนุ่มผู้นี้เป็ศิษย์ในสำนักของตน เช่นนั้นก็ใช่ว่าจะยอมรับไม่ได้
เมื่อต้องเผชิญกับคำชมเชยของจั่วอัน ซูเก๋อจึงยิ้มกล่าวว่า "ท่านรองเ้าสำนักกล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ"
พร์ของตนเองมีมากน้อยเพียงใด ไม่มีผู้ใดรู้ดีไปกว่าซูเก๋ออีกแล้ว หากไม่ใช่เพราะระบบปรากฏขึ้นมา ป่านนี้เขาคงถูกขับออกจากสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยไปแล้ว จะมีหน้ามีตาอย่างในยามนี้ได้อย่างไร?
ซูเก๋อไม่ได้รู้สึกทะนงตนแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าทุกสิ่งที่ตนอยู่ ณ ตอนนี้ล้วนเป็สิ่งที่ระบบมอบให้ทั้งสิ้น
เมื่อเห็นใบหน้าอันเงียบสงบผ่อนคลายของซูเก๋อ จั่วอันก็แอบถอนหายใจด้วยความชื่นชม และยิ่งชื่นชอบซูเก๋อมากยิ่งขึ้น
"เอาล่ะ การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว" จั่วอันฟื้นฟูพลังปราณขึ้นมาบ้างแล้ว จึงเหลียวมองไปรอบทิศ โคจรพลังปราณขยายเสียงของตนให้ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งลานประลอง
"ข้าขอประกาศว่า ซูเก๋อสอบผ่าน!"
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็หยุดไปชั่วครู่ ก่อนที่สายตาจะทอดมองไปยังซูเก๋ออีกครั้งพร้อมเอ่ยให้กำลังใจ "พยายามเข้าล่ะซูเก๋อ ข้าหวังว่าในภายภาคหน้า สำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยจะภาคภูมิใจที่มีเ้า"
"ข้าจะพยายามขอรับ" ซูเก๋อตอบรับอย่างจริงจัง
จั่วอันยิ้มพยักหน้า จากนั้นจึงค่อย ๆ ทะยานกายลอยไปลงข้างกายเจียงเยี่ยน
อีกด้านหนึ่ง ซูเก๋อเดินเข้าไปหาจางหลิน แล้วเอ่ยแย้มยิ้มว่า "เป็อย่างไร คงไม่ทำให้เ้าผิดหวังกระมัง?"
จางหลินตื่นเต้นจนแทบลุกขึ้นรำ รู้สึกตื่นตะลึงจากใจจริง "ซูเก๋อ เ้ามันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! นั่นมันรองเ้าสำนักเลยนะ! เ้าถึงกับสยบรองเ้าสำนักลงได้!"
ท่าทางตื่นเต้นนั้นยิ่งกว่าตัวซูเก๋อเองเสียอีก
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะผละจากไป เจียงเยี่ยนก็ร้องทักขึ้นกะทันหัน "ซูเก๋อ"
เห็นเพียงเจียงเยี่ยนนำจั่วอันและอาจารย์ระดับยอดเยี่ยมอีกหลายท่านเดินเข้ามา
ซูเก๋อและจางหลินหยุดเท้าลง แล้วคารวะอย่างนอบน้อม "ท่านเ้าสำนัก"
"ซูเก๋อ สืบเนื่องจากการแสดงออกอันยอดเยี่ยมของเ้าในการสอบครึ่งปี ข้าและท่านรองเ้าสำนักได้หารือกันแล้ว และตัดสินใจมอบตำแหน่งศิษย์เกียรติยศให้แก่เ้า"
เจียงเยี่ยนยิ้มเอ่ยว่า "ศิษย์เกียรติยศสามารถรับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าอาจารย์ระดับยอดเยี่ยม ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ระดับยอดเยี่ยมเช่นกัน นับั้แ่ก่อตั้งสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ยมา มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับแต่งตั้งเป็ศิษย์เกียรติยศ เ้าเป็คนที่สาม ซูเก๋อ ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ทำให้เกียรติยศของตำแหน่งนี้ต้องด่างพร้อย"
เมื่อคำกล่าวนี้ถูกเอ่ยออกมา เหล่าอาจารย์และศิษย์โดยรอบต่างจ้องมองซูเก๋อด้วยความตื่นตะลึง
ศิษย์เกียรติยศ นั่นคือเกียรติยศสูงสุดของศิษย์
ซุนกวน หลิ่วชิง มั่วชิงอู่ หยวนทงเทียน นับเป็อัจฉริยะชั้นยอด แต่พวกเขากลับไร้คุณสมบัติที่จะได้รับเกียรติยศนี้ แม้แต่จีเสี่ยวเสวี่ยเองก็มีเพียงศักยภาพเท่านั้น สุดท้ายจะได้ตำแหน่งนี้หรือไม่ก็ยังไม่แน่นอน
ทว่า ยามนี้ซูเก๋อกลับชิงได้รับแต่งตั้งเป็ศิษย์เกียรติยศไปก่อนก้าวหนึ่งแล้ว นี่หมายถึงการยอมรับอย่างเป็ทางการจากสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย
เมื่อได้รับการยอมรับนี้ ซูเก๋อก็ถือเป็อัจฉริยะที่ได้รับการรับรองอย่างแท้จริง
พวกซุนกวนต่างมองซูเก๋อด้วยความริษยา ั้แ่เข้าร่วมสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย พวกเขาก็เพียรพยายามมาโดยตลอด หวังว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็ศิษย์เกียรติยศ แต่กลับไม่มีผู้ใดประสบความสำเร็จ บัดนี้ซูเก๋อ เพียงเข้าสอบครึ่งปีครั้งเดียวก็ชนะใจทั้งเ้าสำนักและรองเ้าสำนักได้ มีหรือที่พวกเขาจะไม่ริษยา?
แต่ว่าเมื่อหวนนึกถึงความแข็งแกร่งของซูเก๋อ พวกเขาก็จำต้องนิ่งเงียบไป ต่อให้ในใจจะทะนงตนเพียงใด พวกเขาก็ต้องยอมรับว่า ซูเก๋อเหมาะสมที่จะได้รับเกียรติยศนี้ยิ่งกว่าพวกเขาจริง ๆ
เมื่อคิดตกเช่นนี้ ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอีกต่อไป พวกเขาััได้ว่า ด้วยพร์ที่ซูเก๋อแสดงออกมา ไม่ว่าจะเกียรติยศใด ซูเก๋อก็คู่ควรทั้งสิ้น
"ศิษย์เกียรติยศ..." ซูเก๋อลังเลเล็กน้อย
"ข้า... ทำได้จริง ๆ หรือขอรับ?"
เขาจำได้ราง ๆ ว่า เงื่อนไขการเป็ศิษย์เกียรติยศนั้นเข้มงวดเป็อย่างยิ่ง นอกจากข้อกำหนดด้านความแข็งแกร่งแล้ว ยังมีข้อกำหนดด้านผลงานสร้างประโยชน์อีกด้วย เขาจำไม่ได้ว่าเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงคืออะไร แต่ย่อมรวมถึงการทำภารกิจทหารรับจ้างที่สำนักประกาศอย่างแน่นอน
และซูเก๋อ จนถึงบัดนี้เขายังไม่เคยสำเร็จภารกิจทหารรับจ้างเลยแม้แต่ภารกิจเดียว
"ตามหลักการแล้ว ยามนี้เ้ายังไม่บรรลุเงื่อนไขทั้งหมดของศิษย์เกียรติยศ" เจียงเยี่ยนยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า "แต่พร์ของเ้าสูงส่งยิ่งนัก สูงจนสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยสามารถละเว้นเป็กรณีพิเศษให้เ้าได้ กฎเกณฑ์เป็สิ่งที่ตายตัว แต่คนเป็สิ่งที่มีชีวิต การแสดงออกของเ้าคู่ควรกับเกียรติยศของศิษย์เกียรติยศแล้ว"
เจียงเยี่ยนหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยต่อว่า "แน่นอนว่า เมื่อเสวยสุขกับสิทธิของศิษย์เกียรติยศแล้ว ย่อมต้องแบกรับหน้าที่อันพึงมีด้วย ในฐานะศิษย์เกียรติยศ แต่ละปีเ้าจำเป็ต้องสำเร็จภารกิจทหารรับจ้างสามภารกิจ และความยากต้องไม่ต่ำกว่าแปดดาว ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?"
ภารกิจทหารรับจ้างที่สำนักประกาศ ส่วนใหญ่คือการกวาดล้างมารนอกพิภพ ซึ่งภารกิจความยากระดับแปดดาวจะรับมือกับมารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับสี่ถึงระดับหก ส่วนเก้าดาวจะรับมือกับมารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับเจ็ดถึงระดับเก้า
"น่าจะไม่มีปัญหาขอรับ" ซูเก๋อครุ่นคิดแล้วตอบรับอย่างจริงจัง
มารนอกพิภพขั้นหยวนตันสำหรับศิษย์ทั่วไปแล้ว แทบจะเป็สิ่งที่เอาชนะไม่ได้ แม้แต่พวกซุนกวน มั่วชิงอู่ และหลิ่วชิงที่เป็อัจฉริยะก็รับมือได้เพียงพวกมารนอกพิภพขั้นหยวนตันที่อ่อนแอเท่านั้น ทว่าสำหรับซูเก๋อ มารนอกพิภพขั้นหยวนตันไม่ได้นับเป็ภัยคุกคามใหญ่หลวงอันใดเลย
เจียงเยี่ยนเผยรอยยิ้มพึงพอใจเอ่ยว่า "ดี อีกครู่ข้าจะส่งคนนำชุดเครื่องแต่งกายประจำตำแหน่งศิษย์เกียรติยศไปส่งที่หอพักของเ้า หากไม่พอดีตัวสามารถสั่งตัดใหม่ได้"
"ขอบคุณท่านเ้าสำนักขอรับ" ซูเก๋อเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
ชั่วครู่ต่อมา ซูเก๋อและจางหลินก็เดินออกจากสนามประลอง เหล่าศิษย์จำนวนมากต่างจับจ้องแผ่นหลังของซูเก๋อ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา การได้เห็นการถือกำเนิดของศิษย์เกียรติยศด้วยตาตนเอง การมาครั้งนี้นับว่าคุ้มค่าแล้ว
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ตำแหน่งของซูเก๋อในใจของทุกคนได้ก้าวข้ามเหล่าอัจฉริยะอันเปล่งประกายใน่หลายปีที่ผ่านมา ก้าวข้ามซุนกวน หลิ่วชิง มั่วชิงอู่ หยวนทงเทียน และก้าวข้ามจีเสี่ยวเสวี่ย กลายเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยอย่างแท้จริง แสงเจิดจรัสของเขาทำให้อัจฉริยะในอดีตเ่าั้ต้องหม่นหมองลงไปถนัดตา
"ซูเก๋อ!"
"ซูเก๋อ!"
"ซูเก๋อ!"
แม้ซูเก๋อจะเดินลับสายตาไปไกลแล้ว ทว่าภายในสนามประลองยังคงก้องกังวานไปด้วยเสียงโห่ร้องกึกก้องด้วยความตื่นเต้น
ศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนมากต่างยึดถือซูเก๋อเป็แบบอย่าง อัจฉริยะผู้ไม่เปิดเผยตัวแต่เมื่อสั่งสมพลังได้ก็สั่นะเืฟ้าดินผู้นี้ได้เข้าแทนที่ตำแหน่งแบบอย่างของพวกซุนกวนและหลิ่วชิง ในใจของพวกเขาอย่างรวดเร็ว กลายเป็ผู้ที่พวกเขาเลื่อมใสศรัทธามากที่สุด
เหล่าศิษย์ปีหนึ่ง ปีสอง และปีสาม ยิ่งยึดถือซูเก๋อเป็เป้าหมาย ปรารถนาว่าในวันใดวันหนึ่งในภายภาคหน้า ตนเองจะสามารถกลายเป็อัจฉริยะอันเจิดจรัสเช่นซูเก๋อได้บ้าง
...
ณ หอพัก
หลังจากซูเก๋อผลัดเปลี่ยนมาสวมชุดเครื่องแต่งกายประจำตำแหน่งศิษย์เกียรติยศ ทั่วทั้งร่างก็ดูเจิดจรัสสะดุดตายิ่งขึ้นราวกับมีรัศมีที่มองไม่เห็นโอบล้อมอยู่รอบกาย
"สง่างามยิ่งนัก!" ดวงตาของจางหลินเป็ประกายเอ่ยชมเชยว่า "ข้าส่องดูแล้ว รู้สึกว่าชุดนี้ราวกับสั่งตัดมาเพื่อเ้าโดยเฉพาะ โดดเด่นโฉบเฉี่ยวเหลือเกิน"
ชุดของศิษย์ทั่วไปล้วนเป็เสื้อคลุมยาวสีฟ้า แต่ชุดของซูเก๋อกลับเป็ชุดคลุมยาวสีขาว ทั้งยังปักลวดลายงดงามลงบนชุดสีขาว เมื่อประกอบกับใบหน้าอันชวนมองของเขา ก็ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนเป็พิเศษ
เพียงแต่ซูเก๋อ ผู้คุ้นชินกับการถ่อมตน มักรู้สึกว่าชุดนี้ดูสะดุดตาเกินไปหน่อย
"จริงสิ ซูเก๋อ ภาคเรียนใหม่ยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบกว่าวันจึงจะเริ่ม เ้าคิดวางแผนอย่างไรไว้บ้าง?" จางหลินเอ่ยถาม
หลังจากจบการสอบครึ่งปี เหล่าศิษย์จะมีวันหยุดสิบห้าวัน ใน่เวลานี้พวกเขาสามารถจัดสรรเวลาและกิจกรรมของตนเองได้ตามใจชอบ
"วางแผนหรือ?" ซูเก๋อครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า "ข้าน่าจะกลับบ้านสักเที่ยว"
เขามาอยู่ที่สำนักมาห้าปีแล้ว โดยตลอดห้าปีที่ผ่านมาไม่เคยกลับไปเลยสักครั้งเดียว ตอนนี้คิดถึงคนในครอบครัวยิ่งนัก
นอกจากนี้ อีกไม่กี่วันเขาก็จะมีอายุครบสิบแปดปีเต็ม เขายังจำได้ว่า ก่อนจะมายังสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย ท่านพ่อและท่านแม่เคยกำชับไว้ว่า เมื่ออายุครบสิบแปดปีต้องกลับตระกูลสักครั้ง เพื่อจัดพิธีสวมหมวก
"กลับบ้านหรือ?" จางหลินเอ่ยพลางเงียบเสียงลงกะทันหัน
ซูเก๋อรู้สึกตัวจึงรีบเอ่ยขออภัย "ขอโทษด้วย ข้าลืมไป..."
เขาลืมไปว่าจางหลินเป็เด็กกำพร้าจึงะเืใจกับคำว่า 'บ้าน' เป็พิเศษ
"หรือว่าจะ..." ซูเก๋อลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยชวนว่า "อย่างไรเสียเ้าก็ไม่มีธุระอันใด ไม่สู้ร่วมเดินทางกลับบ้านกับข้าสักเที่ยว จะได้ไม่รู้สึกเบื่อ"
"ข้า... ไปบ้านเ้าได้จริงหรือ? ท่านลุงท่านป้าจะรังเกียจข้าหรือไม่..." จางหลินรู้สึกประหม่า
ซูเก๋อหัวเราะอย่างผ่าเผย "จะเป็ไปได้อย่างไรกัน? ท่านพ่อท่านแม่ของข้าต้อนรับยินดียิ่งกว่าสิ่งใดเสียอีก! ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน พวกเราเดินทางกลับบ้านด้วยกัน อีกครู่ก็ออกเดินทางได้เลย!"