ภายในโถงดันเจี้ยนลับของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง
เหล่านักศึกษาปีหนึ่งที่ยืนเข้าแถวด้วยความเรียบร้อยและรุ่นพี่ปีสองปีสามอีกมากมายต่างมองหวังเฉินที่เคลื่อนจากท้ายแถวผ่านแต่ละคนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกระตือรือร้นของเหล่าหญิงสาวที่หลีกทางให้
ราวกับโดนฟ้าผ่าเข้ากลางใจ!
หล่อแล้วไง?เพราะสำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพนั้น พลังคือทุกสิ่งต่างหากเล่า!
เสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความริษยาดังขึ้นในใจของใครหลายคน
ท่ามกลางฝูงชนเหยียนเหลียงผู้มีร่างสูงใหญ่ มองเหล่าหญิงสาวรอบกายที่ใบหน้าแดงระเรื่อดวงตาแทบจะติดหนึบอยู่กับหวังเฉินจนคิ้วขมวดเป็นปมใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด
“ปกติพวกผู้หญิงพวกนี้ทำตัวเย็นชา ฉันชวนคุยยังไม่ค่อยสนใจเลย”
“ตอนนี้เห็นหน้าตาดีหน่อยก็เป็นบ้ากันไปหมด!”
เขาพึมพำอย่างขุ่นเคือง
ข้างกายรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะชายตามองเขา แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ
ก็ดูหน้าเหลี่ยมๆของนายน่ะสิ สาวๆ ถึงไม่สนใจ นายไม่รู้ตัวเลยหรือไง?
“ฮึฮึ!”
เขาหัวเราะเยาะก่อนจะมองไปยังร่างสูงเพรียวที่อยู่หน้าฝูงชนด้วยความอิจฉา
ถ้ามีความหล่อสักครึ่งหนึ่งของไอ้หมอนี่ก็คงจะดี!
...
หลังจากเพิ่มเพื่อนกับรุ่นพี่สิบกว่าคนและรออีกสองนาที หวังเฉินก็มาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บริการในที่สุด
“รุ่นน้องหวังเฉิน ต้องการเข้าดันเจี้ยนลับไหนดีคะ?”
เบื้องหลังเคาน์เตอร์รุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งถามด้วยรอยยิ้มอย่างกระตือรือร้น
“หืม?”
หวังเฉินอดไม่ได้ที่จะผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นรุ่นพี่สาวคนนี้
อ้าวคนที่รับหน้าที่ลงทะเบียนไม่ใช่พวกอาจารย์เหรอ?
“ดูเหมือนว่ารุ่นน้องคงจะไม่ค่อยได้สนใจกระดานภารกิจของมหาวิทยาลัยสินะคะการทำภารกิจในมหาวิทยาลัยก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราจะได้รับหน่วยกิตค่ะ”
ราวกับจับสังเกตความสงสัยของเขาได้รุ่นพี่สาวจึงอธิบายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะจ้องมองหวังเฉินอย่างไม่ละสายตา
“อ๋อ ผมตั้งใจจะเข้าดันเจี้ยน ‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ครับ”
หวังเฉินพยักหน้าและยื่นนาฬิกาข้อมูลของเขาไป
ก่อนจะมาเขาเตรียมตัวมาแล้วดันเจี้ยนลับระดับเงินที่มหาวิทยาลัยเหยียนหลงเปิดให้นักศึกษาเข้ามีทั้งหมด 20แห่ง
ในบรรดาที่ทั้งหมด‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ถือเป็นดันเจี้ยนที่ง่ายที่สุดเหมาะสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียน
หวังเฉินตั้งใจจะใช้ดันเจี้ยนลับแห่งนี้เพื่อหยั่งเชิงดู
รุ่นพี่ปีสองรับนาฬิกาไปและเริ่มดำเนินการบนอุปกรณ์ที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับเตือนว่า
“รุ่นน้องหวังเฉินคะโปรดทราบว่ารางวัลจากการผ่านดันเจี้ยนลับจะถูกกำหนดโดยระยะเวลาที่คุณผ่านดันเจี้ยนและความสามารถในการทำคะแนนของคุณค่ะ”
“หากไม่พอใจกับผลสุดท้าย ก็สามารถเลือกที่จะออกแล้วกลับเข้าไปใหม่ได้ค่ะ”
“ไม่ส่งผลต่อรางวัลสุดท้ายที่จะได้รับเมื่อผ่านดันเจี้ยนค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของรุ่นพี่หวังเฉินก็พยักหน้าอย่างสุภาพและกล่าวขอบคุณ
รางวัลจากการผ่านดันเจี้ยนลับจะมีมากที่สุดเพียงครั้งแรกเท่านั้นหลังจากนั้น ทุกครั้งที่ผ่านดันเจี้ยนลับ ก็จะได้รับเพียงรางวัลพื้นฐานเท่านั้น
ดังนั้นหลายคนจึงเตรียมตัวอย่างเต็มที่ก่อนเข้าดันเจี้ยนลับเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการผ่านดันเจี้ยน
“เรียบร้อยแล้ว รุ่นน้องหวังเฉิน ทุ่งร้างทมิฬเป็นดันเจี้ยนระดับเงินที่คุณสามารถเข้าได้ฟรีค่ะ”
“นอกจากดันเจี้ยนระดับเงินแล้วสิทธิ์ของคุณยังเหลือโอกาสเข้าดันเจี้ยนระดับทองคำได้อีก 15 ครั้งค่ะ”
รุ่นพี่ปีสองกล่าวพร้อมกับส่งนาฬิกาข้อมูลคืนให้หวังเฉินด้วยใบหน้าอิจฉา
การเข้าดันเจี้ยนระดับเงินฟรีถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่อยู่อันดับหนึ่งของตารางคะแนนในแต่ละปีเท่านั้น
สำหรับพวกเธอหากต้องการเข้าดันเจี้ยนระดับเงินสักครั้งก็ต้องใช้หน่วยกิตถึงร้อยแต้มในแต่ละครั้ง
“ขอบคุณครับรุ่นพี่!”
หวังเฉินรับนาฬิกาข้อมูลมาพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ไม่ลังเล เดินตรงไปยังประตูมิติข้างเคาน์เตอร์บริการทันที
[ข้อควรระวัง: คุณเข้าสู่ดันเจี้ยนลับ ‘ทุ่งร้างทมิฬ’สำเร็จแล้ว!]
[ระดับดันเจี้ยนลับ: ระดับเงิน]
[ความยากของดันเจี้ยนลับ: ระดับนรก]
[เลเวลที่สามารถเข้าได้: เลเวล 40 ขึ้นไป]
[จำนวนผู้เข้า: ผู้เล่นเดี่ยว]
[ม้วนคัมภีร์กลับเมืองถูกส่งมอบให้โดยอัตโนมัติ หากพบอันตราย จงฉีกคัมภีร์แล้วท่านจะถูกวาร์ปออกจากดันเจี้ยนลับทันที]
...
เมื่อโลกหมุนคว้างการเดินของหวังเฉินก็หยุดลง เท้าทั้งสองข้างกลับมายืนอยู่บนพื้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของดันเจี้ยนลับดังก้องในหู
หลังจากฟังคำแนะนำแล้วหวังเฉินไม่ได้เลือกที่จะดำเนินการทันที แต่หันไปสำรวจรอบๆ
ขณะนี้เขาอยู่ในทุ่งรกร้างที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของยามค่ำคืน
ใต้แสงจันทร์สลัวมองเห็นร่องรอยของการต่อสู้ที่พาดผ่านพื้นทุ่งรวมถึงชุดเกราะและอาวุธที่แตกหักกระจัดกระจาย
ขณะที่หวังเฉินกำลังสำรวจสภาพแวดล้อม...
[ถูกกัดเซาะด้วยไอเวทมนตร์ทมิฬ คุณสมบัติทั้งหมดของผู้ท้าทายลดลง 10%]
[ถูกกัดเซาะด้วยไอเวทมนตร์ทมิฬ ความสามารถในการฟื้นฟูของผู้ท้าทายลดลง 10%]
เสียงแจ้งเตือนของดันเจี้ยนลับดังขึ้นอีกครั้ง
“ติดสถานะลดประสิทธิภาพสองอย่างเลยเหรอ?”
หวังเฉินพึมพำเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตนหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ตั้งแต่ดันเจี้ยนลับระดับเงินขึ้นไปผู้ท้าทายจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์อสูรในดันเจี้ยนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมพิเศษของดันเจี้ยนนั้นๆ ด้วย
“ปิงชิง ซูซู ได้เวลาออกโรงแล้ว!”
เขาขยับแขนขาแล้วเรียกเจ้าตัวน้อยทั้งสองออกมาจากมิติสัตว์อสูร
“เจ้าผู้โง่เขลา จะขอพึ่งพาพลังของข้าอีกแล้วสินะเจ้าคะ?”
เพิ่งบินออกมาจากมิติสัตว์อสูรปิงชิงก็ร่อนลงบนไหล่ของหวังเฉิน เชิดคอเล็กๆ ขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
“หงิง!”
บนไหล่อีกข้างหนึ่งซูซู จิ้งจอกเก้าหางเทวะ ก็กระดิกหางตาม
“เอ่อ...”
หวังเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ต้อง ‘เจ้านาย’ สิ ไม่ใช่‘เจ้า’!”
เขาลูบหัวเล็กๆของปิงชิงเบาๆ และพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เวลาปิงชิงพูดอะไรอย่างอื่นก็พูดชัดถ้อยชัดคำ แต่ทุกครั้งที่เรียกเขา ก็มักจะเรียกผิดเสมอ
ถ้าเรียกแบบนั้นตอนอยู่กันสองคนก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าคนอื่นได้ยินละก็...
หวังเฉินรู้สึกว่าตนเองกำลังจะถูกสังคมตราหน้าจนไม่เหลือที่ยืน!
ขณะที่เขากำลังสั่งสอนปิงชิง...
“โฮก!”
เสียงคำรามแหบๆดังขึ้นกะทันหันบนทุ่งรกร้าง
แกรกแกรก แกรก!
ตามมาด้วยเสียงกระดูกเสียดสีกันโครงกระดูกทีละตัวก็โผล่ออกมาจากพื้นดินที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้
นักรบโครงกระดูก!
สัตว์อสูรพิเศษที่มีเฉพาะในดันเจี้ยนลับ‘ทุ่งร้างทมิฬ’
หวังเฉินเลือกดันเจี้ยนลับแห่งนี้นอกจากต้องการลองเชิงแล้ว ยังต้องการหาความรู้เพิ่มอีกด้วย
เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงแม้ว่าจะมีสัตว์อสูรป่ามากมายอยู่นอกเมืองแต่ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตจากเผ่าภูตผีแม้แต่ตัวเดียว
เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังแห่งความตายหากพวกมันรวมตัวกันเป็นจำนวนมากจะก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ต่อโลกแห่งความเป็นจริง
ดังนั้นสัตว์อสูรจากเผ่าภูตผีใดๆที่ปรากฏตัวขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงจะถูกกำจัดทันที
ในขณะเดียวกัน
การปรากฏตัวของนักรบโครงกระดูกก็ดึงดูดความสนใจของปิงชิงในทันที
“พญามังกรผู้เก่งกาจ ขอเข้าร่วมรบในสมรภูมินี้เจ้าค่ะ!”
มันกระพือปีกเล็กๆอย่างตื่นเต้น