เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 พญามังกรผู้เก่งกาจ ขอเข้าร่วมรบ!

            ภายในโถงดันเจี้ยนลับของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง

            เหล่านักศึกษาปีหนึ่งที่ยืนเข้าแถวด้วยความเรียบร้อยและรุ่นพี่ปีสองปีสามอีกมากมายต่างมองหวังเฉินที่เคลื่อนจากท้ายแถวผ่านแต่ละคนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกระตือรือร้นของเหล่าหญิงสาวที่หลีกทางให้ 

            ราวกับโดนฟ้าผ่าเข้ากลางใจ!

            หล่อแล้วไง?เพราะสำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพนั้น พลังคือทุกสิ่งต่างหากเล่า!

            เสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความริษยาดังขึ้นในใจของใครหลายคน

            ท่ามกลางฝูงชนเหยียนเหลียงผู้มีร่างสูงใหญ่ มองเหล่าหญิงสาวรอบกายที่ใบหน้าแดงระเรื่อดวงตาแทบจะติดหนึบอยู่กับหวังเฉินจนคิ้วขมวดเป็นปมใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด

            “ปกติพวกผู้หญิงพวกนี้ทำตัวเย็นชา ฉันชวนคุยยังไม่ค่อยสนใจเลย”

            “ตอนนี้เห็นหน้าตาดีหน่อยก็เป็นบ้ากันไปหมด!”

            เขาพึมพำอย่างขุ่นเคือง

            ข้างกายรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะชายตามองเขา แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ

            ก็ดูหน้าเหลี่ยมๆของนายน่ะสิ สาวๆ ถึงไม่สนใจ นายไม่รู้ตัวเลยหรือไง?

            “ฮึฮึ!”

            เขาหัวเราะเยาะก่อนจะมองไปยังร่างสูงเพรียวที่อยู่หน้าฝูงชนด้วยความอิจฉา

            ถ้ามีความหล่อสักครึ่งหนึ่งของไอ้หมอนี่ก็คงจะดี!

            ...

            หลังจากเพิ่มเพื่อนกับรุ่นพี่สิบกว่าคนและรออีกสองนาที หวังเฉินก็มาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บริการในที่สุด

            “รุ่นน้องหวังเฉิน ต้องการเข้าดันเจี้ยนลับไหนดีคะ?”

            เบื้องหลังเคาน์เตอร์รุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งถามด้วยรอยยิ้มอย่างกระตือรือร้น

            “หืม?”

            หวังเฉินอดไม่ได้ที่จะผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นรุ่นพี่สาวคนนี้

            อ้าวคนที่รับหน้าที่ลงทะเบียนไม่ใช่พวกอาจารย์เหรอ?

            “ดูเหมือนว่ารุ่นน้องคงจะไม่ค่อยได้สนใจกระดานภารกิจของมหาวิทยาลัยสินะคะการทำภารกิจในมหาวิทยาลัยก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราจะได้รับหน่วยกิตค่ะ”

            ราวกับจับสังเกตความสงสัยของเขาได้รุ่นพี่สาวจึงอธิบายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะจ้องมองหวังเฉินอย่างไม่ละสายตา

            “อ๋อ ผมตั้งใจจะเข้าดันเจี้ยน ‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ครับ”

            หวังเฉินพยักหน้าและยื่นนาฬิกาข้อมูลของเขาไป

            ก่อนจะมาเขาเตรียมตัวมาแล้วดันเจี้ยนลับระดับเงินที่มหาวิทยาลัยเหยียนหลงเปิดให้นักศึกษาเข้ามีทั้งหมด 20แห่ง

            ในบรรดาที่ทั้งหมด‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ถือเป็นดันเจี้ยนที่ง่ายที่สุดเหมาะสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียน

            หวังเฉินตั้งใจจะใช้ดันเจี้ยนลับแห่งนี้เพื่อหยั่งเชิงดู

            รุ่นพี่ปีสองรับนาฬิกาไปและเริ่มดำเนินการบนอุปกรณ์ที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับเตือนว่า

            “รุ่นน้องหวังเฉินคะโปรดทราบว่ารางวัลจากการผ่านดันเจี้ยนลับจะถูกกำหนดโดยระยะเวลาที่คุณผ่านดันเจี้ยนและความสามารถในการทำคะแนนของคุณค่ะ”

            “หากไม่พอใจกับผลสุดท้าย ก็สามารถเลือกที่จะออกแล้วกลับเข้าไปใหม่ได้ค่ะ”

            “ไม่ส่งผลต่อรางวัลสุดท้ายที่จะได้รับเมื่อผ่านดันเจี้ยนค่ะ”

            เมื่อได้ยินคำพูดของรุ่นพี่หวังเฉินก็พยักหน้าอย่างสุภาพและกล่าวขอบคุณ

            รางวัลจากการผ่านดันเจี้ยนลับจะมีมากที่สุดเพียงครั้งแรกเท่านั้นหลังจากนั้น ทุกครั้งที่ผ่านดันเจี้ยนลับ ก็จะได้รับเพียงรางวัลพื้นฐานเท่านั้น

            ดังนั้นหลายคนจึงเตรียมตัวอย่างเต็มที่ก่อนเข้าดันเจี้ยนลับเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการผ่านดันเจี้ยน

            “เรียบร้อยแล้ว รุ่นน้องหวังเฉิน ทุ่งร้างทมิฬเป็นดันเจี้ยนระดับเงินที่คุณสามารถเข้าได้ฟรีค่ะ”

            “นอกจากดันเจี้ยนระดับเงินแล้วสิทธิ์ของคุณยังเหลือโอกาสเข้าดันเจี้ยนระดับทองคำได้อีก 15 ครั้งค่ะ”

            รุ่นพี่ปีสองกล่าวพร้อมกับส่งนาฬิกาข้อมูลคืนให้หวังเฉินด้วยใบหน้าอิจฉา

            การเข้าดันเจี้ยนระดับเงินฟรีถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่อยู่อันดับหนึ่งของตารางคะแนนในแต่ละปีเท่านั้น

            สำหรับพวกเธอหากต้องการเข้าดันเจี้ยนระดับเงินสักครั้งก็ต้องใช้หน่วยกิตถึงร้อยแต้มในแต่ละครั้ง

            “ขอบคุณครับรุ่นพี่!”

            หวังเฉินรับนาฬิกาข้อมูลมาพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ไม่ลังเล เดินตรงไปยังประตูมิติข้างเคาน์เตอร์บริการทันที

            [ข้อควรระวัง: คุณเข้าสู่ดันเจี้ยนลับ ‘ทุ่งร้างทมิฬ’สำเร็จแล้ว!]

            [ระดับดันเจี้ยนลับ: ระดับเงิน]

            [ความยากของดันเจี้ยนลับ: ระดับนรก]

            [เลเวลที่สามารถเข้าได้: เลเวล 40 ขึ้นไป]

            [จำนวนผู้เข้า: ผู้เล่นเดี่ยว]

            [ม้วนคัมภีร์กลับเมืองถูกส่งมอบให้โดยอัตโนมัติ หากพบอันตราย จงฉีกคัมภีร์แล้วท่านจะถูกวาร์ปออกจากดันเจี้ยนลับทันที]

            ...

            เมื่อโลกหมุนคว้างการเดินของหวังเฉินก็หยุดลง เท้าทั้งสองข้างกลับมายืนอยู่บนพื้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของดันเจี้ยนลับดังก้องในหู

            หลังจากฟังคำแนะนำแล้วหวังเฉินไม่ได้เลือกที่จะดำเนินการทันที แต่หันไปสำรวจรอบๆ

            ขณะนี้เขาอยู่ในทุ่งรกร้างที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของยามค่ำคืน

            ใต้แสงจันทร์สลัวมองเห็นร่องรอยของการต่อสู้ที่พาดผ่านพื้นทุ่งรวมถึงชุดเกราะและอาวุธที่แตกหักกระจัดกระจาย

            ขณะที่หวังเฉินกำลังสำรวจสภาพแวดล้อม...

            [ถูกกัดเซาะด้วยไอเวทมนตร์ทมิฬ คุณสมบัติทั้งหมดของผู้ท้าทายลดลง 10%]

            [ถูกกัดเซาะด้วยไอเวทมนตร์ทมิฬ ความสามารถในการฟื้นฟูของผู้ท้าทายลดลง 10%]

            เสียงแจ้งเตือนของดันเจี้ยนลับดังขึ้นอีกครั้ง

            “ติดสถานะลดประสิทธิภาพสองอย่างเลยเหรอ?”

            หวังเฉินพึมพำเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตนหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

            ตั้งแต่ดันเจี้ยนลับระดับเงินขึ้นไปผู้ท้าทายจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์อสูรในดันเจี้ยนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมพิเศษของดันเจี้ยนนั้นๆ ด้วย

            “ปิงชิง ซูซู ได้เวลาออกโรงแล้ว!”

            เขาขยับแขนขาแล้วเรียกเจ้าตัวน้อยทั้งสองออกมาจากมิติสัตว์อสูร

            “เจ้าผู้โง่เขลา จะขอพึ่งพาพลังของข้าอีกแล้วสินะเจ้าคะ?”

            เพิ่งบินออกมาจากมิติสัตว์อสูรปิงชิงก็ร่อนลงบนไหล่ของหวังเฉิน เชิดคอเล็กๆ ขึ้นอย่างหยิ่งผยอง

            “หงิง!”

            บนไหล่อีกข้างหนึ่งซูซู จิ้งจอกเก้าหางเทวะ ก็กระดิกหางตาม

            “เอ่อ...”

            หวังเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น

            “ต้อง ‘เจ้านาย’ สิ ไม่ใช่‘เจ้า’!”

            เขาลูบหัวเล็กๆของปิงชิงเบาๆ และพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            เวลาปิงชิงพูดอะไรอย่างอื่นก็พูดชัดถ้อยชัดคำ แต่ทุกครั้งที่เรียกเขา ก็มักจะเรียกผิดเสมอ

            ถ้าเรียกแบบนั้นตอนอยู่กันสองคนก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าคนอื่นได้ยินละก็...

            หวังเฉินรู้สึกว่าตนเองกำลังจะถูกสังคมตราหน้าจนไม่เหลือที่ยืน!

            ขณะที่เขากำลังสั่งสอนปิงชิง...

            “โฮก!”

            เสียงคำรามแหบๆดังขึ้นกะทันหันบนทุ่งรกร้าง

            แกรกแกรก แกรก!

            ตามมาด้วยเสียงกระดูกเสียดสีกันโครงกระดูกทีละตัวก็โผล่ออกมาจากพื้นดินที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้

            นักรบโครงกระดูก!

            สัตว์อสูรพิเศษที่มีเฉพาะในดันเจี้ยนลับ‘ทุ่งร้างทมิฬ’

            หวังเฉินเลือกดันเจี้ยนลับแห่งนี้นอกจากต้องการลองเชิงแล้ว ยังต้องการหาความรู้เพิ่มอีกด้วย

            เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงแม้ว่าจะมีสัตว์อสูรป่ามากมายอยู่นอกเมืองแต่ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตจากเผ่าภูตผีแม้แต่ตัวเดียว

            เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังแห่งความตายหากพวกมันรวมตัวกันเป็นจำนวนมากจะก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ต่อโลกแห่งความเป็นจริง

            ดังนั้นสัตว์อสูรจากเผ่าภูตผีใดๆที่ปรากฏตัวขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงจะถูกกำจัดทันที

            ในขณะเดียวกัน

            การปรากฏตัวของนักรบโครงกระดูกก็ดึงดูดความสนใจของปิงชิงในทันที

            “พญามังกรผู้เก่งกาจ ขอเข้าร่วมรบในสมรภูมินี้เจ้าค่ะ!”

            มันกระพือปีกเล็กๆอย่างตื่นเต้น

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน