“ซิลฟี่ ซิลฟี่..ข้าชอบ ข้ารู้สึกถึงสายลมในชื่อนี้”
เ้านกน้อยที่ได้ชื่อใหม่ร้องอย่างดีใจ พลางบินฉวัดเฉวียนเหนือศีรษะชายหนุ่ม
“นิค ชื่อนี้มีความหมายหรือเปล่า?”
“ข้าเอามาจากคำว่า ‘ซิลฟ์’ ภูติแห่งสายลม เ้าพอใจไหม?”
ชายหนุ่มกล่าวพลางลูบหัวซิลฟี่เบา ๆ ขนมันช่างนุ่มยิ่งนัก
“ชอบ ข้าชอบ! ข้าคือซิลฟี่ ภูติแห่งสายลม ฮ่าฮ่าฮ่า!”
มันส่งเสียงเริงร่า แล้วทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ขนสีขาวบริสุทธิ์ส่องประกายเงางามต้องแสงอรุณยามเช้า
“งดงามยิ่งนัก เหมือนมีมานาแผ่ออกมารอบตัวมันเลย”
อีรินพึมพำเบาๆ ขณะมองตามซิลฟี่ที่บินไปมาอย่างร่าเริง
“ถูกแล้ว มันได้กลายเป็สัตว์กึ่งเวทไปแล้ว”
จอมเวทชราพูดยืนยัน เขาเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น มานาบางๆ รอบตัวของซิลฟี่
“สัตว์กึ่งเวทเชี่ยวเหรอขอรับ แบบนี้เ้าฮอร์คของข้าไม่กลัวจนขนหดหมดเลยเหรอ”
แจ็คไม่มีโอกาสพูดต่อ ต้องรีบก้มหลบกรงเล็บของฮอร์คที่โฉบผ่านหัวเขาไปอย่างเฉียดฉิว
“โอ๊ย ข้าแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง!”
ทุกคนต่างส่ายหัวกับภาพชินตา แจ็คช่างพูดกับนกขี้หงุดหงิด ช่างจับคู่กันได้ลงตัวจริง ๆ
“เอาล่ะ เ้าไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วค่อยไปกินข้าวเช้ากัน”
พ่อบ้านรอยกล่าวกับนายน้อย พลางถอนเวทกั้นเสียงและเวทลวงตาที่ร่ายไว้ก่อนหน้านี้
“วันนี้ข้าจะไปลงทะเบียนจัดตั้งกิลด์ ‘เขี้ยวอัสดง’ ที่สมาคมฮันเตอร์ ส่วนพวกเ้า จะไปพัก ไปเดินเที่ยว หรืออะไรก็ตามสบาย สองสามวันนี้พักผ่อนให้เต็มที่”
“แล้วซากสัตว์กับอาวุธที่ยึดมา จะเอาไปจัดการยังไงดีล่ะท่านพ่อ?”
วิคเตอร์เอ่ยถามขึ้น
“เ้าช่วยนำไปขายด้วย แต่หลีกเลี่ยงไม่ให้พัวพันกับกลุ่มซินเดรสเทรล ถ้าขายไม่ได้จริง ๆ เราค่อยไปขอความช่วยเหลือจาก โอลิเวอร์”
“ท่านตา การจดทะเบียนกลุ่มฮันเตอร์ ต้องใช้บัตรประจำตัวฮันเตอร์ของจักรวรรดิวาลเดียไม่ใช่หรือ แล้วท่านจะทำอย่างไร”
นิโคลัสสงสัยอย่างยิ่ง เพราะการจัดตั้งกลุ่มฮันเตอร์ในแต่ละจักรวรรดิ ผู้ขอจดทะเบียนต้องเป็ฮันเตอร์ของจักรวรรดินั้นๆ ส่วนสมาชิกจะเป็คนของจักรวรรดิไหนก็ได้ ขอเพียงไม่สร้างความเดือดร้อนเท่านั้น
“ข้ามี”
คำตอบกระชับ ไม่มีใครกล้าซักต่อ
ขณะเดียวกัน ในห้องรับรองของกลุ่มพ่อค้าเหรียญทอง
“ท่านเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนใช่ไหม แม้ตัวข้าไม่ได้เป็นักเวท ยังคิดว่ามันผิดปกติ ท่านเคยเห็นอะไรแบบนี้ไหม?”
อเล็กซ์เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้ว เขาที่ประสบการณ์น้อยอยู่จึงต้องถามความเห็นของพ่อค้าผู้กว้างขวางคนนี้
“จะว่าเป็ฝึกร่ายเวทก็ไม่ใช่ มันดูเหมือนการ ‘ปะทุพลัง’ เลื่อนขั้นมากกว่า แต่มัน...รุนแรงเกินไป”
โอลิเวอร์รู้สึกหวั่นใจ ยามนึกถึงเหตุการณ์นั้น
“ท่านจะบอกใครไหม?”
ชายหนุ่มถามด้วยความกังวล
“ไม่มีทาง! และท่านอย่าไปพูดกับใครเช่นกันนะ ยกเว้นปู่และพ่อของท่าน แม้แต่เหล่าอาจารย์ที่จะมารับ อย่าได้เอ่ยถึงเด็ดขาด”
โอลิเวอร์กำชับเขาอีกครั้ง เพราะหากชายหนุ่มเผลอพูดไป ต้องเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่
“ข้าเข้าใจแล้ว..แต่ท่านว่า นิโคลัสจะสอบเข้าสถาบันวาลเดียลาได้ไหม?”
อเล็กซ์อยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะได้เป็เพื่อนนักเรียนของเขาไหม
“แม้ข้าจะไม่ทราบวิถีและขั้นของเขา แต่สัญชาตญาณบอกข้าว่า คนนี้พิเศษ แตกต่างจากอัจฉริยะทั่วไป”
“เมื่อท่านเข้าสถาบันไปแล้ว หากเป็เพื่อนไม่ได้ ห้ามเป็ศัตรูด้วยเด็ดขาด”
หัวหน้าพ่อค้ากลุ่มเหรียญทองให้คำตอบที่แม้แต่ผู้ถามยังคาดไม่ถึง
สีหน้า แววตาและน้ำเสียงยามกล่าวคำ บอกให้ทราบถึงความหนักหนาของประโยคดังกล่าวได้อย่างดี
“ขอบคุณที่สั่งสอน”
“อาจารย์ท่านจะมาถึงเย็นนี้หรือไม่ ข้าจะได้ให้คนจัดเตรียมที่พักและอาหารไว้ให้พร้อม”
“คาดว่าน่าจะถึงเย็นนี้ ท่านเตรียมทุกอย่างไว้ได้เลย”
“ขอรับ เช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวก่อน”
อเล็กซ์มองดูแผ่นหลังของพ่อค้าใหญ่ที่เดินจากไป ย้อนนึกถึงคำพูดของเขาก่อนหน้า
ถูกต้อง ตัวเขาก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน และไม่เพียงชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดา
จอมเวทชรา ที่อยู่เคียงข้าง ยิ่งกว่าไม่ธรรมดาเสียอีก
เขาต้องรอบคอบและมีมารยาทมากขึ้น ถ้าอยากรู้ข้อมูลของชายชราผู้นั้นโดยตัวเองไม่เดือดร้อน
ในห้องพักขนาดกลางที่มีห้องนอนแยกกับห้องนั่งเล่น ซิลฟี่ กำลังเพลิดเพลินกับการบินโฉบไปมาภายในห้อง โดยไม่มีท่าทีจะหมดแรง
นิโคลัสกำลังสำรวจร่างกายตนเองอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากชำระล้างร่างกายและล้างหนังเก่าออกไปจนหมดแล้ว
“ผมหงอกด้านข้าง ไม่มีท่าทีจะกลับไปดำเหมือนเดิมเลย นี่คงเป็บทลงโทษสำหรับการใช้พลังเกินตัวซินะ”
แม้จะดูน้อยนิดสำหรับการใช้ พลังเกินตัว แต่หากใช่เื่ความเป็ความตายแล้ว เขาจะไม่ใช้มันอีกแน่นอน
จากนั้นเริ่มทำสมาธิเพื่อดูดซับมานาทันที
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง คลังมานา ภายในแกนมานาฝึกหัดแทบไม่เปลี่ยนแปลง มันคล้ายกับการเทน้ำแก้วเดียวลงในสระว่ายน้ำ
“บ้าอะไรกัน ข้าก็คิดว่า คลังใหญ่ จะได้เปรียบ ทำไมมันเป็แบบนี้ล่ะ”
นักเวทฝึกหัดมือใหม่ ผู้คาดหวังไปไกลแต่กลับผิดหวังอย่างแรง
จากความทรงจำเ้าของร่างตอนฝึกฝนในขั้นนักเวทฝึกหัด คลังมานาของเขามีขนาดสามเมตร ที่นับได้ว่าเป็สุดยอดอัจฉริยะแล้ว การสะสมมานาหนึ่งชั่วโมง ยังพอเห็นมานาที่ก้นคลังได้บ้าง
แต่ตัวเองที่ฝึกมาหนึ่งชั่วโมง มีเพียงแค่ก้นคลัง เท่านั้นเอง
‘ไว้ค่อยไปถามท่านตาว่ามีวิธีอื่นอีกไหมที่สะสมมานาได้เร็วขึ้น’
คิดได้ดังนั้น เขาเริ่มสำรวจแกนวีร่าแรกเริ่มต่อไป
‘แกนวีร่า สะสมได้ประมาณครึ่งแล้วคาดว่าน่าจะหลงเหลือมาจากตอนใช้พลังเกินตัว ส่วนวีร่าที่สะสมตอนาเ็คงหายไปเองเมื่อร่างกายหายดีแล้ว’
สุดท้ายคือ ตำราสรรพสัตว์ ของรักของหวงของเขาเลยทีเดียว
“ขอดูหน่อย ล็อตโตของข้าจะออกอะไร”
จากประสบการณ์ที่แผ่นหนังแต่ละหน้าจะค่อยๆ แวววาวขึ้นจากการดูดซับพลัง เมื่อถึงครึ่งแผ่นแล้วจะปรากฏอักษรขึ้นมา
มันคล้ายกับการขูดล็อตโตเพื่อลุ้นโชค นายน้อยผู้นี้จึงรอลุ้นผลรางวัลอย่างใจจดใจจ่อ
เพียงครุ่นคิด ตำราปกหนังเกล็ดั ตามที่เ้าตัวตั้งชื่อให้ดูดี ปรากฏขึ้นในมือ
เขาพลิกเปิดไปแผ่นแรกที่มี โคลงแนะนำอยู่ แผ่นหนังเป็มันวาวไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรแล้ว
ในแผ่นที่สอง ที่ส่วนบน มีวิธีปิดผนึกกลิ่นหอมไม่ให้กระจายออกไป และวิธีบังคับกลิ่นให้เคลื่อนไหวตามใจนึก
‘เอ๊ะ! ครึ่งล่างมีข้อความขึ้นมาแล้ว’
เขาดีใจอย่างยิ่งที่เห็นข้อความในส่วนล่างของแผ่นที่สองแล้ว
เมื่ออ่านข้อความที่ปรากฏขึ้น เขาเริ่มแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยคิดถึงสิ่งนี้เลย
> “มิติสรรพสัตว์”: พื้นที่พิเศษสำหรับสัตว์พันธสัญญาและสัตว์เลี้ยง
> เริ่มต้นขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร ขยายตามขั้นที่สูงขึ้น
> ดูดซับพลังงานจากธรรมชาติรอบข้างโดยไม่ผิดสังเกต
> คำเตือน: ห้ามใส่สัตว์ศัตรูไว้ร่วมกันโดยไม่แบ่งอาณาเขตเด็ดขาด
> การตกแต่งด้วยพืช–แหล่งน้ำ–ดอกไม้ เพิ่มความผ่อนคลายให้สัตว์ในมิติ
‘น่าสนใจไม่ต่างจากซาฟารีส่วนตัวเลย’
ชายหนุ่มอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นมาอย่างมีความสุข พลางขบคิดวางแผนที่จะทำกับมิตินี้
“ซิลฟี่ มาหาข้าหน่อย”
นกน้อยบินมาเกาะที่แขนเขาเช่นเคย
“ฟังนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าอย่าตื่นใ”
พูดจบ ชายหนุ่มใช้สมาธินำมันเข้าสู่มิติสรรพสัตว์ทันที
“ที่นี่ที่ไหน!?”
มันร้องออกมาด้วยความใ เมื่ออยู่ดีๆ ร่างเล็กของมันโผล่มาในถ้ำขนาดย่อมสีขาวโล่ง
“ใจเย็นๆ ข้าก็อยู่กับเ้าด้วยไง”
เขาเรียกสติเ้านกน้อย
“นิค ที่นี่ที่ไหน”
“เ้าสัญญากับข้า ไม่สิไม่ต้องสัญญาเพราะเราทำพันธสัญญากันแล้ว”
“เ้าอย่านำเื่มิตินี้ไปพูดกับใครเด็ดขาด จำไว้นะ”
นิโคลัสกล่าวด้วยเสียงจริงจัง ซิลฟี่รับรู้ได้ทันทีจากจิตที่เชื่อมกันอยู่
“ตกลง แต่ที่นี่คือที่ไหน”
“มิติเล็กๆ ในร่างกายข้าเอง”
เขากล่าวด้วยเสียงราบเรียบเหมือนมันเป็เื่ปกติ
“เ้า..มีมิติในร่างเหรอ!? เ้ากลืนถุงสัตว์เลี้ยงเข้าไปหรือเปล่า? ไม่ถูกต้อง ถุงสัตว์เลี้ยงจะทำให้หลับพักผ่อน แต่ข้ายังคุยกับเ้าอยู่ เ้าเป็อะไรกันแน่”
“เ้าบ้า อยู่ดี ๆ ใครจะกินถุงสัตว์เลี้ยง ข้าก็มีความลับของข้า เหมือนที่เ้ามีความลับของเ้า ถามจริง ๆ นะ เ้าไม่สงสัยเลยเหรอว่าทำไมข้าสื่อสารกับเ้าได้ั้แ่แรก”
เ้านกนี่น่าจะลืมไปแล้วว่า คนปกติเขาไม่สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ หรือเพราะเขาช่วยเหลือมันตอนาเ็มันท่ี่กำลังมีอาการมึนและสับสน จนไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปกติ หลังจากนั้นก็เกิดความเคยชินจนลืมไปเลย
“ก็..นั่นซิ ข้าลืมไปเลย”
ซิลฟี่ยอมรับแต่โดยดี
“เอาหล่ะ ข้าบอกเ้าได้ เพราะยังไงเราก็มีพันธสัญญากัน ข้าได้รับพลังพิเศษด้านฝึกสัตว์ เลยสามารถสื่อสารและฝึกสัตว์ได้ และมิตินี้น่าจะไว้สำหรับให้สัตว์ได้อาศัย”
“ข้าไม่อยากอยู่ในที่แบบนี้ มันโล่งไป ไม่มีอะไรเลย”
“ใจเย็นซิ เดี๋ยวข้าปลูกต้นไม้ ดอกไม้ แล้วหาผีเสื้อมาด้วย จะได้มีหนอนผีเสื้อไว้ให้เ้า เ้าชอบนี่นะหนอนตัวอ้วน ๆ”
“ดี ไว้ตอนเดินทางแล้วข้าเบื่อ ข้าก็เข้ามานอนในนี้ ดีกว่าไปนอนในถุงสัตว์เลี้ยง มันมืดและอึดอัด”
“ได้ แต่รอหน่อยนะ ข้าต้องหาถุงสัตว์เลี้ยงให้ได้ก่อน ไว้ทำทีว่าเอาเ้าเข้าถุงสัตว์เลี้ยง คนอื่นจะได้ไม่สงสัย ข้าคิดว่าในเมืองนี้น่าจะพอมีขายนะ”
แม้จะดีใจเพียงใด แต่เขายังไม่คลายความระวังลงแม้แต่น้อย นิสัยเดิม ของเขา ทำให้เขารอดชีวิตมาหลายครั้งแล้ว
“เราออกไปกันก่อนเถอะ”
เมื่อออกมาจากมิติสัตว์แล้ว เขาก็ปล่อยซิลฟี่ให้ออกไปบินเล่น ส่วนตนเองสำรวจ ตำราสรรพสัตว์ อีกครั้ง
แผ่นหนังแผ่นที่สอง นอกจากบอกถึง มิติสรรพสัตว์ แล้ว ไม่มีสิ่งใดอีก และแผ่นหนังแวววาวทั้งแผ่นแล้ว
เมื่อไม่พบเห็นอะไรอีก เขาจึงเปิดแผ่นถัดไปทันที
“เอ๊ะ!”
สิ่งที่เห็นทำให้เขาแปลกใจจนอดไม่ได้ต้องส่งเสียงออกมา ซิลฟี่บินกลับหาเขาเพราะคิดว่าอาจเกิดอะไรขึ้น
“นิค มีอะไร แล้วเ้าทำไมทำท่าทางเหมือนถืออะไรอยู่ เล่นตลกให้ข้าดูหรือไง?”
ฟี่น้อยถามด้วยความสงสัย เมื่อบินกลับมาแล้วเห็นท่าทางของเขา
“เ้าไม่เห็นของในมือข้าหรือ”
ชายหนุ่มสงสัยอย่างมาก เนื่องจากเขากลัวคนอื่นเห็นตำราจึงไม่เคยนำออกมาต่อหน้าใครเลย
“ถ้าข้าเห็นข้าจะถามเ้าเหรอ”
“โอ ขอโทษที มันคือ มิติ ที่เ้าเข้าไปอยู่นั่นแหล่ะ ข้าเอาออกมาดูเท่านั้นเอง”
เขาไม่ได้โกหก เพราะ มิติ อยู่ภายใน ตำรา จริงๆ
“แล้วเ้าร้องทำไม”
“ข้าขอถามเ้าเื่หนึ่งได้ไหม แต่ถ้าเ้าไม่สะดวกใจที่จะตอบ ข้าก็ไม่ได้บังคับ”
ชายหนุ่มเคร่งขรึมขึ้นอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เขาเห็นใน แผ่นหนังแผ่นที่สาม เป็ข้อมูลของ ซิลฟี่ นั่นเอง
นกน้อยผงกหัวเป็สัญญาณว่า เชิญเลย
“เ้ามีสายเืของ วิหคศักดิ์สิทธิ์ ใช่ไหม”
“เ้า..เ้า รู้ได้ยังไง”
ถึงคราวที่ซิลฟี่ต้องประหลาดใจจริงๆ แล้ว
“เพราะเ้าเป็สัตว์พันธสัญญาของข้า ทำให้ข้ารู้ถึงสายเืของเ้านิดหน่อย รวมถึง..การเพิ่มระดับสายเืให้บริสุทธิ์”
ได้ยินดังนั้น ซิลฟี่น้อยไม่รออะไรอีกแล้ว รีบบินไปเกาะไหลแล้วซุกไซร้ขนอันอ่อนนุ่มกับใบหน้าเขาไปมา
“ต่อไปนี้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ นี้เป็ของท่านแต่เพียงผู้เดียว ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนายท่าน”
“รู้แล้วน่า เ้าไปเล่นที่อื่นก่อนนะ”
หลังจากมันบินออกจากห้องไปเล่นที่อื่นแล้ว ชายหนุ่มกลับมาสนใจข้อมูลของซิลฟี่อีกครั้ง
> **ชื่อ**: ซิลฟี่
> **เพศ**: เมีย
> **ระดับ**: สัตว์กึ่งเวทขั้นต้น
> **สายพันธุ์**: ปักษาฟ้าพิสุทธิ์
> **สายเื**: วิหค์ศักดิ์สิทธิ์ 1/10
>
> **ความสามารถปัจจุบัน**
> – ฉลาด เรียนรู้ภาษามนุษย์
> – มีเสน่ห์โดยธรรมชาติ เป็ที่รักของคนและสัตว์ แต่ดึงดูดภัยโดยไม่รู้ตัวเพราะความอิจฉา
> – ตรวจจับอันตรายในระยะ 30 เมตร (พัฒนาได้)
> – สร้างความสงบใจ ต่อต้านเวทรบกวนจิตระดับต้น (พัฒนาได้)
>
> **ความสามารถจากสายเื** (ยังไม่เปิดใช้)
> – เพลงกล่อม ลบสถานะผิดปกติทางจิต (เปิดเมื่อสายเื 5/10)
> – ต่อต้านธาตุมืดในรัศมี 10 เมตร (เปิดเมื่อสายเื 7/10)
> – แปลงร่างกึ่งมนุษย์ (เปิดเมื่อสายเื 9/10 และถึงระดับ4 ราชันย์สัตว์)
>
> **วิธีพัฒนา**: ใช้แกนพลังตระกูลวิหค ยกเว้นธาตุมืด
นิโคลัสอ่านทวนข้อมูลของซิลฟี่ในตำราอย่างตั้งใจและดีใจในเวลาเดียวกัน
‘ไม่น่าเชื่อว่าเ้าตัวเล็กนี่ก็มีดีเหมือนกัน แต่ก็น่าหวั่นใจ เื่เสน่ห์ของมันนี่แหล่ะ’
‘ที่าเ็ตอนพบกันครั้งแรก อาจเพราะเหตุนี้ ถ้าเข้าไปในเมืองใหญ่ ใครเห็นต้องอยากได้แน่ ต้องปรึกษาท่านตาแล้ว’
เขาต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ลดปัญหาได้หนึ่งเื่ย่อมเป็เื่ดี
‘ไม้ใหญ่กลางป่าย่อมโดนฟ้าผ่าก่อน วิหคที่งดงามเกินไป…ก็ไม่ต่างกัน