กรีซซ กรีซซซซ.....
คล้ายอะไรบางอย่างกระทบกันอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดะเิขนาดใหญ่และความรุนแรงก็มากพอสมควรทีเดียวและพร้อมกับเสียงกรีดร้องคำรามดังสนั่นของสัตว์อสูรไปทั่วรวมทั้งพลังแรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมาเพื่อทำการข่มศัตรูที่ต่ำต้อยกว่าตามมา มีคาเอลนอกจากจะมีความรู้สึกใแล้วก็ยังรู้สึกงงๆ สับสนๆ อยู่ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันความรู้สึกและสิ่งที่รับรู้ที่ส่งผ่านมาจากสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเขามันทำให้รู้สึกที่จะนิ่งนอนใจไม่ได้เลย นี่มันเขาเพิ่งจะ 5 ขวบเศษเองนะเพิ่งจะก่อกำเนิดจิติญญาเองนะ และอีกอย่างเขายังไม่ได้ตามหาความจริงของปริศนาอีกครึ่งหนึ่งของตนเองและท่านแม่ผู้จากไปเลยนะจะมาตกตายที่แห่งนี้ได้อย่างไรกัน...
“บัดซับ พวกมันกำลังจะมาทางนี้!” ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเอ่ยออกมาเมื่อััได้ถึงขุมพลังเป็จำนวนมากหลายทิศทางที่กำลังเร่งรูดดาหน้าตรงมา ณ ต้นไม้ใหญ่ที่แห่งนี้ที่มันกับเด็กน้อยเปรียบเสมือนนายของมันแล้วอยู่ เหมือนดั่งว่าต้นไม้ใหญ่บนูเาแอลฟ์นี้เป็จุดกลางเป้าหมาย ทางด้านหลังที่เป็ทางหุบเขาชี่ต่อก็มีการเคลื่อนไหวโดยรับรู้จากพลังแรงกดดันจากสัตว์อสูรผู้ท้าชิงั้แ่ระดับขาวขั้นสูงสุดขึ้นไปจนถึงระดับเทาต่างล้วนแต่เป็สัตว์อสูรที่เปิดภูมิปัญญาแล้วและพวกมันเองนะดับเดียวกันก็กำลังต่อสู้กันเองด้วยเช่นกันเมื่อปะหน้ากันและสิ่งที่มุ่งหวังก็เป็สิ่งเดียวกันเช่นกันคงไม่ต้องบอกแก่นจิติญญาัที่สูงส่งเป็ตำนานในตำนานมากเช่นนี้แต่กลับฟักตัวออกมาในระดับเพียงระดับขาวเท่านั้น (ปกติับางตนบางสายพันธุ์ตามความสูงส่งยิ่งใหญ่เนี่ยจะฟักตัวแรกเริ่มที่ระดับเทาหรือหยกกันเลยทีเดียว) การสังหารเพื่อแย่งชิงแก่นจิติญญาจึงไม่ใช่เื่ยาก
‘มากมายขนาดนี้เลยรึ ต้องหนีเราต้องหนีก่อน’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) ดูจากระดับพลังและจำนวนที่มันััได้ไม่มีทางที่มันจะต่อสู้ได้อย่างซึ่งๆ หน้าแน่นอนและอีกอย่างนายท่านในพันธะสัญญาของมันดันเป็แค่เด็ก 5 ขวบเศษอีกนี่สิเหมือนกับไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตนเองตายเสียหากมันหยิ่งทระนงในตัวตนอันสูงส่งของสายเืของมันและเลือกที่จะต่อสู้
เพราะความผิดพลาดต่างๆ ทำให้มันไม่ควรเป็ไปอย่างที่ควรแต่การหนีอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีเช่นนี้ยิ่งกับการหนีที่ต้องหนีสัตว์อสูรที่ก็ไม่ได้มีสายเืสายพันธุ์ที่ส่งสูงกว่าเพียงแค่มีระดับสูงกว่าแค่นั้นเองแล้วไม่ว่ายังไงสายเืสายพันธุ์ระดับของมันหรือแม้แต่ัธรรมดาๆ ก็ยังไม่เคยทำและไม่คิดจะทำด้วย!
“แต่ศักดิ์ศรีของเ้าตอนนี้มันยังกินไม่ได้ และข้าก็ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!”
“ข้าจะหนี!” มีคาเอลรับรู้และได้ยินเสียงความคิดภายในจิตใจของสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของตนแล้วจึงเริ่มเข้าใจเื่ราวต่างๆ มากขึ้น และสิ่งที่เขาคิดได้ตอนนี้มีเพียงแค่การหลบหนีเท่านั้นแม้ว่ามันจะเป็ทางที่มองไม่เห็นเลยก็ตามแต่อย่างน้อยมันมีแสงริบหรี่อยู่บ้างให้เห็นเส้นทางรอดจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ ทางทางด้านหลังเป็สัตว์อสูรก็ต้องไปทางอื่น ขาที่กำลังก้าวกลับทางตระกูลของตนถึงกับหยุดชะงักพลางคิดว่าหากข้ากลับตระกูลล่ะก็แล้วพวกสัตว์อสูรนั้นจะไม่ตามไปหรือ งั้นข้ากลับตระกูลไม่ได้อย่างงั้นหรือ... บ้านของข้า ท่านแม่...
“อึก...” และความคิดะเืใจที่จะไม่ได้กลับบ้านที่เป็ที่เพียงหนึ่งเดียวของตนนั้นของมีคาเอลส่งผลถึงสัตว์อสูรในพันธะสัญญาโดยตรงเช่นกัน เป็ครั้งแรกที่มีคาเอลมีความรู้สึกคล้ายเด็กๆ ความนิ่งสงบกลายเป็รู้สึกลนลานไม่ถูกไม่อยากทำความเข้าใจอะไรต่างๆ อย่างสิ่งที่ตนกำลังประสบพบเจออยู่และอยากกลับบ้านไปหาท่านพ่อและท่านปู่ของตน บาสเตียนพ่อบ้านคนสนิทเพียงเท่านั้นแต่หากกลับไปล่ะก็ทุกคนคง....
“มีคาเอล!” นี่คงเป็ครั้งแรกอีกด้วยกระมังที่ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภานั้นยอมเอ่ยเรียกชื่อของเด็กเส้นผมและดวงตาสีรัตติกาลที่เป็นายของตนแล้ว เื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับนายตนคล้ายจะส่งทอดผ่านมาทางความทรงจำด้วยเช่นกันหลังเป็ผลมาจากการทำพันธะสัญญาสิ่งที่มันรับรู้และเห็นก็พอจะเข้าใจความเ็ปต่างๆ ของมีคาเอลยิ่งลึกซึ้งขึ้น ช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้เป็เด็กที่มีจิตใจเปราะบางยิ่งนักซ่อนทุกสิ่งอย่างไว้ภายใต้หน้ากากแสนซื่อเ็านิ่งสงบ
“เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เ้าจะมาคิดตัดทอนตนเอง หากเ้าหาทางรอดออกจากที่แห่งนี้ได้บ้านของเ้าน่ะจะกลับเมื่อใดก็ได้ทั้งนั้น”
“ข้าจะกลับเข้าไปอยู่ในจิติญญาของเ้าเพื่อจะช่วยลบกลิ่นอายตัวตนได้บ้าง แต่เ้าก็ต้องรีบหนีไปจากที่นี้ตรงนี้ให้เร็วที่สุดเช่นกันให้ก่อนที่จะมีอะไรหรือใครมาเจอตัวเ้าที่นี้” ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวจบร่างกายหยาบนั้นก็ค่อยๆ สลายกลายเป็อณูเข้ามารายล้อมรอบเข้าสู่จิติญญาที่เชื่อมต่อกันระหว่างผู้ทำพันธะสัญญา กลิ่นอายที่รุนแรงค่อยๆ คลายจะถูกเจือจางลงบ้างและก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าผู้ละโมบท้าชิงทั้งหลายจะไม่รู้เลย
“ใคร?” มีคาเอลสงสัยและก็ได้รับกระจ่างและสร้างความตื่นใให้แก่ตนยิ่งนักที่ไม่เคยเจอเื่รางเหตุการณ์เช่นนี้ ที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงสัตว์อสูรทางด้านหลังเท่านั้นที่ดาหน้าเข้ามาแต่ก็ยังมีเหล่าผู้กล้าแกร่งตามมาด้วยจำนวนพลไม่น้อยอยู่ทุกทิศทางทั้งหลายที่ตามดาหน้าเข้ามาเช่นกัน!
‘แย่ล่ะสิ แบบนี้ข้าจะหนีอย่างไรเล่า’ มีคาเอลรู้สึกคล้ายจะหมดหนทาง ต้นไม้ใหญ่แห่งนี้ที่ตนอยู่เป็เป้าหมายศูนย์กลางคล้ายกับตนทุกต้อนจนจนมุมปิดล้อมแล้วทุกทางถูกกักขังไว้เพียงเพื่อรอการปะหน้ารอการสังหารเท่านั้นทางหนีที่ไล่ทางใดก็คล้ายจะถูกปิดหมดไม่ว่าจะไปทางไหนก็ต้องพบเจอเหมือนส่งอ้อยเข้าไปช้างเหมือนส่งตนเองไปให้แก่ศัตรูเลยทั้งนั้นใคร่คล้ายหนีเสือปะจระเข้หนีสัตว์อสูรก็ดันมาเหล่าผู้กล้าแกร่ง ระดับและจำนวนของแต่ละคนก็ใช่ว่าจะธรรมดาอีกด้วย
“เ้าอสรพิษเ้าตัวน่ารำคาญและเ้าตัวซวย ข้าไม่น่าช่วยให้เ้าฟักไข่ออกเลยจริงๆ” คงอาจจะเป็ความซวยของตนด้วยกระมังแต่มีคาเอลก็อดคาดโทษสัตว์อสูรสูงส่งนี้ไม่ได้แม้ว่าตอนนี้จะกลายเป็ผู้ทำพันธะสัญญาร่วมกันไปแล้ว เ้าอยู่ข้าอยู่ เ้ารอดข้ารอด เ้าตายข้าก็ตาย!
‘ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะมีคาเอล ข้าก็ช่วยเ้านะ... เหอะ อีกอย่างก็จงรู้ไว้ซะด้วยว่าหากเ้าไม่ดูดพลังเวทย์ธาตุของข้าไปข้าก็จะฟักได้อย่างสมบูรณ์แบบมิใช่แค่ระดับต่ำๆ เช่นนี้ ให้ต้องหนีสัตว์อสูรสายเืชั้นต่ำกว่าอย่างพวกไร้ศักดิ์ศรีและน่าอับอายเป็ความอับอายของข้ายิ่งนัก!’
“เป็เพราะความโลภของเ้าแต่แรกไม่ใช่ด้วยรึ ที่คิดจะมาแย่งชิงแก่นจิติญญาของข้า!” และตอนนี้พวกนั้นมันก็จะเข้ามาแย่งชิงแก่นจิติญญาของเ้าเช่นกันแต่แล้วเหตุอันใดข้ายังจะต้องมาหนีด้วยเช่นนี้ หนีทั้งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหนีทั้งเหล่าผู้กล้าแกร่งทั้งหลายนั้นที่คงอาจจะมาจากหลายขุมอำนาจเป็แน่ แล้วทางตระกูลของเขาเหล่าตอนนี้จะวุ่นวายเป็เช่นไรที่มีสัตว์อสูรผู้สูงส่งยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่แถวละแวกในเขตตระกูลตนเองและไหนจะเหล่าสัตว์อสูรระดับสูงที่ดาหน้าเข้ามาคล้ายกับคลุ้มคลั่งในใกล้กับเขตตระกูลแบบนี้มีแต่อันตรายทั้งนั้น
กลับมาทางด้านเหล่าผู้กล้าแกร่งจากขุมอำนาจต่างๆ
ไม่ว่างทางซ้ายหรือทางขวาหรือโดยรอบต่างก็กำลังทำการเตรียมตัวอยู่ เพราะไม่ใช่เื่ง่ายที่จะเข้าไปจัดการได้ทันทีไม่ใช่เพราะพวกของตนนั้นไม่มีฝีมือแต่ว่าเพราะอาณาเขตบริเวณนั้นต่างหากไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปได้ง่ายๆ หรือสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป
“จะดีหรือขอรับ บริเวณนั้นเป็อาณาเขตบริเวณของตระกูลแม็กซีวีลอนและนั้นอาจจะเป็สัตว์อสูรที่ตระกูลแม็กซีวีลอนจะทำการฟักมันเพื่อทำพันธะสัญญาให้กับนายน้อยคนใดคนหนึ่งของตระกูลก็ได้กระมังขอรับ หากเราเข้าไปล่ะก็...”
“การแย่งชิงก็คือการแย่งชิงก็จริงแต่เื่ผิดใจกับตระกูลขุมอำนาจใหญ่สุดอย่างตระกูลแม็กซีวีลอนก็ต้องเป็เื่ที่ต้องคิดให้ดี”
“เพราะทุกฝ่ายคิดเช่นนี้อย่างไรเล่าจึงยังไม่มีฝ่ายใดลงมือเลย นอกจากสัตว์อสูรที่บ้าคลั่งนั้นที่ดาหน้าเข้ามาอย่างเต็มกำลังเพื่อแย่งชิงแก่นจิติญญา”
นั้นเป็ความคิดของเหล่าผู้มาเยือนทั้งหลายที่มิอาจลงมือเลยได้ ตระกูลใหญ่ขุมอำนาจหลักทั้งสี่อยู่กันที่นี้ครบรวมถึงแม้แต่ตระกูลขุมอำนาจรองและเหล่าขุมอำนาจอื่นแต่ก็ยังไม่ผู้ใดกล้าลงมือในพื้นที่ของตระกูลแม็กซีวีลอนต่างมองดูเหตุการณ์ความเป็ไปเสียก่อน ยิ่งคล้ายเ้าบ้านยังไม่เคลื่อนพลก็ต้องยิ่งระวังมากยิ่งขึ้น การมีเื่ผิดใจกันนั้นไปไม่ใช่เื่ที่แก้ไขได้ง่ายๆ มันมีอะไรที่มากกว่าและตามทีหลังอีกมากแต่จะว่าหากพูดถึงสัตว์อสูรสูงส่งที่ฟักตัวนั้นแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็ตัวอะไรกันแน่แต่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดานั้นก็ไม่รู้แน่ว่าอาจจะเยกได้ว่าอาจจะคุ้มก็ได้ที่ต้องผิดใจกัน
จะลงมือเพื่อการใดนั้นจึงต้องคิดตริตรองเป็อย่างดีมีเพียงหนึ่งอย่างเท่านั้นที่ได้มาและก็ต้องมีหนึ่งอย่างที่จะต้องเสียไปเป็การทดแทนแลกเปลี่ยน แต่ต่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนนั้นมันก็ต้องเป็สิ่งคุ้มค่าแก่การได้มาด้วยเช่นกัน
ทางด้านตระกูลแม็กซีวีลอน
“ยกเลิกการทดสอบแต่เพียงเท่านี้ก่อน ผู้มีระดับพลังั้แ่ครึ่งนักบุญเวทย์ขึ้นไปตรงไปทีู่เาแอลฟ์กับข้า!” เสียงสั่งการอันน่าเกรงขามกร้าวหาญของท่านประมุขของตระกูลแท็กซีวีลอนดังสนั่นขึ้นทั่วลานทดสอบของเด็กผู้เยาว์หลังจากที่ได้รับรู้ถึงกลิ่นอายเย็นที่แผ่ซ่านออกมาของสัตว์อสูรที่สายเืสูงส่งยิ่งใหญ่กำลังทำการฟักตัวและผู้กล้าแกร่งทุกคนของตระกูลเองก็รับรู้เช่นกัน แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้างกับเหตุใดกันที่สัตว์อสูรที่สายเืสูงส่งยิ่งใหญ่ถึงมาอยู่ทำการฟักตัวอยู่ทีู่เาแอลฟ์แต่นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่้าหาคำตอบ
และที่สำคัญนั้นไม่สามารถบอกแน่ชัดได้เลยว่าเป็สัตว์อสูรชนิดใดด้วยคงต้องไปด้วยตนเองนั้นแล
“ขอรับท่านประมุข”
ตระกูลแม็กซีวีลอนเริ่มทำการเคลื่อนไหวเพื่อรูดหน้าไปทีู่เาแอลฟ์ทันที พวกเขารับรู้ถึงพลังแรงกดดันจากสัตว์อสูรผู้ท้าชิงคล้ายกำลังคลุ้มคลั่งเลยทีเดียวในการแย่งชิงนี้ และเช่นกันนั้นก็รับรู้ถึงพลังของผู้กล้าแกร่งของขุมอำอาจอื่นๆ ทันทีด้วยกำลังพลที่มากมาย เห็นทีว่าที่ยังไม่ลงมือก็คงเพราะเห็นว่าเป็เขตพื้นที่ในการดูแลของตระกูลแม็กซีวีลอนอย่างไรเล่า นี่จึงเป็โอกาสสำคัญในการจับและถึงตัวสัตว์อสูรที่สายเืสูงส่งยิ่งใหญ่นั้นก่อนเพื่อมา!
ผู้เหมาะสมในการทำพันธะสัญญานั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าใครจะได้รับไปแต่ต้องจับมันมาให้ได้ก่อนนั้นสิคือสิ่งที่ต้องทำ! สัตว์อสูรที่สายเืสูงส่งยิ่งใหญ่แม้จะระบุไม่ได้เพราะการฟักตัวที่นิ่งสงบที่ััพอถึงได้นั้นอาจจะเป็สัตว์อสูรตำนานในตำนานก็เป็ได้ทำให้นาธานเนียลประมุขของตระกูลถึงกับที่จะไปด้วยตนเองทั้งสามเสาหลักเมื่อเห็นนั้นแล้วมีหรือที่อยู่นิ่งเฉย ศึกการใดก็ตามหากมีทั้งท่านประมุขและทั้งสามเสาหลักแล้วมีหรือที่ใครจะกล้าสู้ได้ช่างไร้เทียมแล้วเล่า
ผู้ที่เตรียมตัวนอกจากผู้ที่มีระดับพลังครึ่งนักบุญเวทย์ขึ้นไปแล้วก็รวมถึงบาสเตียนด้วยเนื่องจากเขาเป็หนึ่งในระดับนักบุญเวทย์ที่ผ่านการรับรองการเลื่อนระดับคืออัจฉริยะผู้เยาว์ของตระกูลอย่างไรเล่า (ผ่านระดับนี้ั้แ่อายุยังน้อยจะถูกจัดอยู่ในกำลังหลักด้วย) ก็ถือว่าเป็กำลังหลักสำคัญเช่นกันในยามเกิดเื่ต่างๆ
“บาสเตียน” แต่ว่าขณะที่บาสเตียนกำลังทำการเตรียมมุ่งหน้าตามไปด้วยนายท่านเดเนียลก็เรียกเขาให้หยุด บาสเตียนทำการโค้งเคารพต่อนายท่านรองก่อนรอฟังคำสั่งอีกที
“ขอรับ”
“เ้าไม่ต้องไปทีู่เาแอลฟ์ แต่ไปหามีคาเอลที”
“เอ่อ ขอรับนายท่านรอง” บาสเตียนตอบรับแม้ว่าจะไม่เข้าใจนักกับคำสั่งนี้เสียงนิ่งขรึมของนายท่านรองของตนและใบหน้าที่นิ่งสงบนั้นฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเขาคิดดีๆ แล้วจากคำสั่งของนายท่านรองใน่เวลาที่สำคัญเช่นนี้แต่กลับไม่ให้เขาไปรวมกับกำลังพลแต่ให้ไปหาตัวนายน้อยมีคาเอลแทน ณ ที่ภูแอลฟ์งั้นรึ... หา! บาสเตียนพลางคิดขึ้นได้ว่าหากเป็ูเาแอลฟ์ล่ะก็เขาเองก็เคยเห็นนายน้อยมีคาเอลชอบแอบไปเดินเล่นที่นั้นอยู่บ่อยครั้งเป็อีกสถานที่สุนทรียภาพอารมณ์ของนายน้อยเลยเช่นกันมันทำให้เขารู้สึกตื่นขึ้นมาทันที
แม้ว่าจะเอะใจเล็กน้อยว่าเหตุใดนายท่านเดเนียลที่เป็ผู้มีการงานที่รัดตัวแทบไม่มีเวลาให้กับบุตรชายนี้เลยถึงได้รู้ว่านายน้อยมีคาเอลชอบแอบไปเดินเล่นข้างนอกตระกูล แต่นั้นก็ช่างมันเถอะตอนนี้เขาเพียงไปหาตัวน้อยของเขาให้พบและแน่ใจถึงความปลอดภัยเสียก่อนดีกว่า นายท่านเดเนียลเพียงพยักหน้าเป็อย่างนั้นทางนั้นคงต้องฝากนายท่อนรองและรีบแยกตัวออกไปตามตัวนายน้อยมีคาเอลของตนโดยด่วน ตอนนี้ทุกฝ่ายเริ่มการเคลื่อนไหวแล้ว
ส่วนข้างๆ นั้น....
“เ้าจงไปบอกความแก่สามีข้า ให้จงรีบลงมือชิงสัตว์อสูรสายเืสูงส่งยิ่งใหญ่นั้นซะ มันไม่ใช่สิทธิ์เ้าของโดยแม็กซีวีลอนและตอนนี้ตระกูลทางนี้ก็กำลังเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกันมีั้แ่ระดับครึ่งนักบุญเวทย์ขึ้นไป อันตรายที่สุดคือร่วมด้วยทั้งสามเสาหลักนั้น....”