ภายในท้องพระโรง...
หลังจากที่องค์ชายฟ็อกซ์เสด็จกลับมาถึงวัง เมื่อมีเหล่าทหารไปกราบทูลองค์จักรพรรดิ ฟ็อกซ์ก็ถูกเรียกตัวไปพบองค์จักรพรรดิทันที สำหรับราชวงศ์เลเทียแล้วนั้นผู้ที่สามารถเข้าร่วมประชุม ภายในท้องพระโรงได้นอกเหนือจากบรรดาข้าราชการเหล่าขุนนางสำคัญ ก็มีเพียงเหล่าองค์ชายและองค์หญิงที่เลือกทางเดินในสายของนักสู้เท่านั้น จึงมีสิทธิเข้าไปในท้องพระโรงแห่งนี้ได้
ทำให้พระสนมเอกโรซาเรียที่เป็นเพียงคนธรรมดาได้แต่เฝ้ารออยู่แต่ภายในตำหนักของนางด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าองค์จักรพรรดินั้นทรงโปรดปราณบุตรชายของนางมาก แต่เมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดชังและคนที่เกลียดชังบุตรชายของนางก็คือ พระมเหสีที่เป็นมารดาขององค์ชายริวเอ็น รัชทายาทลำดับที่ 8 ทว่าสิ่งที่นางทำได้ในเวลานี้คือรออย่างกระวนกระวายใจกลัวว่าบุตรชายของนางจะถูกลงโทษ
ฟ็อกซ์ที่เห็นมารดาของเขาเป็นห่วงก็ได้แต่เพียงปลอบใจเท่านั้น ก่อนจะเดินเข้าท้องพระโรงด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามีบิดาเป็นถึงองค์จักรพรรดิ แต่เมื่อก้าวเข้ามาถึงความรู้สึกเดือดดาลในใจกลับพลุ่งพล่านขึ้น เมื่อเห็นหน้าพระมเหสียิ้มเยาะเขาอยู่ฟ็อกซ์ต้องพยายามสงบสติอารมณ์เป็นอย่างมาก
"เสด็จพ่อ ลูกขออภัยที่ทำให้ทรงต้องเป็นห่วงและวุ่นวายไปทั่ว ลูกขอยอมรับผิด" ฟ็อกซ์เอ่ยอย่างสุขุม
แต่การกลับมาครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าขุนนางต่างๆ รวมไปถึงองค์ชายองค์หญิงที่มาร่วมประชุม กระทั่งองค์จักรพรรดิเองยังแปลกใจไม่น้อยแต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ถูกขัดขึ้น
"รัชทายาทลำดับที่ 10 เจ้าคิดหรือว่าเพียงแค่คำขออภัยคำเดียว เพียงพอกับการที่เจ้าก่อปัญหาใหญ่หลวงเช่นนี้" พระมเหสีกล่าวขัดขึ้นอย่างยโส
ทว่าฟ็อกซ์กลับไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ ทั้งยังยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ แม้เจ้าของเดิมในร่างนี้จะไม่ชอบอ่านหนังสือ การต่อสู้ก็ไม่เอาอ่าวแต่กลับมีมวลความรู้เกี่ยวกับ กฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ นานาในหัวสมอง เพราะความหวังเพียงอย่างเดียวของเจ้าของร่างเดิมคือ ไม่ต้องการให้มารดาของเขาต้องถูกกดขี่ข่มเหงจากพระมเหสี ถึงจะมีความรู้มากมายในเรื่องพวกนี้ แต่ที่ขาดไปคือความกล้าที่จะพูดเท่านั้น
"ข้ากำลังพูดคุยอยู่กับเสด็จพ่อ ท่านมีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้าพูดจาในท้องพระโรงที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้"
"นี่เจ้า!!?" พระมเหสีถึงกับเดือดดาล
"พระองค์ต้องทรงจัดการกับรัชทายาทลำดับที่ 10 ให้กระหม่อมนะเพคะ ไม่เช่นนั้นต่อไปรัชทายาทจะต้องเหิมเกริมมากกว่านี้เป็นแน่" พระมเหสีรีบทูลฟ้องทันที
ทว่าในเวลานี้องค์จักรพรรดิ และคนอื่นๆ ในท้องพระโรงกลับมีความคิดที่ต่างกันออกไป แม้ทุกคนจะรับรู้ว่าว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 จะเอาแต่ใจ ชอบทำร้ายและทรมาณ เหล่าข้ารับใช้ แต่ก็ยังมีสัมมาคารวะอยู่บ้าง แล้วเพราะอะไรกันที่ทำให้รัชทายาทลำดับที่ 10 กล้าสามหาวในท้องพระโรงแบบนี้
"หากเสด็จพ่อต้องการลงโทษลูก ลูกก็ยินยอมพร้อมใจรับการลงโทษในความผิด แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น กฏของราชวงศ์เลเทีย ข้อที่ 108 ว่าไว้ ภายในท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์นอกจากข้าราชบริพาลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์รุ่นไหนก็ตามแต่ หากไม่ใช่สายนักสู้ไม่อาจย่างกรายเข้ามาภายในท้องพระโรงแห่งนี้ได้ ขัดขืนตายสถานเดียว กรณีถ้าถูกเชื้อเชิญมาร่วมรับฟังย่อมได้แต่ห้ามพูดหรือแสดงความคิดเห็น ขัดขืนสายนักสู้ต่อให้ตำแหน่งต่ำสุดสามารถตบปากสั่งสอนได้...ไม่ทราบว่าพระมเหสีเป็นสายต่อสู้หรือไม่ ข้าขอทดสอบฝีมือหน่อยสิ หรืออยากโดนตบปากดีว่ามา"
ด้วยคำพูดของฟ็อกซ์ถึงกับทำให้ภายในท้องพระโรงเงียบกริบ พระมเหสีถึงกับโกรธจนแทบควันออกหู แต่กฏภายใต้ราชวงศ์เป็นกฏศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครฝ่าฝืนได้ต่อให้เป็นองค์จักรพรรดิก็ตามแต่
"บังอาจ!! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรกล้าพูดจาสามหาวกับเสด็จแม่ข้า" องค์ชายริวเอ็นรัชทายาทลำดับที่ 8 ตวาดเสียงดังขึ้น ฟ็อกซ์หรี่ตามองก่อนจะเริ่มจำได้
"อ่อ!! องค์ชายริวเอ็นนี่เอง เจ้าถามว่าข้ามีสิทธ์อะไรใช่ไหม งั้นข้าจะตอบให้องค์ชายที่แสนจะโง่เขลาเบาปัญญาเช่นเจ้าฟัง ข้อแรกข้าใช้สิทธิ์รัชทายาท ข้อสองพระมเหสีทำผิดกฏศักดิ์สิทธิ์ราชวงศ์ ส่วนข้อสุดท้ายต่อให้เป็นเจ้าเองก็ไม่สามารถหยุดข้าได้ถ้าข้าคิดจะทำ และในเวลานี้เจ้าไม่ใช่รัชยาทายลำดับที่ 8 อีกต่อไปแล้ว" ฟ็อกซ์พูดจบพร้อมกับเรียกไข่มังกรสายเลือดผสมที่อยู่ในแหวนมิติออกมาประจักษ์แก่สายตาทุกคู่
องค์จักรพรรดิและเหล่าองค์หญิงองค์ชาย รวมไปถึงข้าราชบริพาลทั้งหลายต่างตกตะลึงนิ่งเงียบ พวกเขาได้รับรู้อยู่แล้วว่ารัชทายาทลำดับที่ 8 กับรัชทายาทลำดับที่ 10 เดิมพันกันโดยใช้ตำแหน่งเป็นเครื่องเดิมพันผ่านกฏฟ้า ซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ในคราวนี้ที่รัชทายาทลำดับที่ 10 ถูกเรียกตัวมาที่ท้องพระโรงก็เพื่อถอดสิทธิ์การเป็นรัชทายาท แต่กลับผิดคาดเพราะกลับกลายเป็นรัชทายาทลำดับที่ 8 ถูกถอดสิทธิ์แทนซะเอง
ทำให้ในท้องพระโรงไม่มีใครกล้าออกปากออกเสียงอีก เพราะรู้ถึงนิสัยของรัชทายาทลำดับที่ 10 เป็นอย่างดี [สำหรับคนก่อนนะ] จะมีก็แต่เพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้นที่พยายามกลั้นหัวเราะ เพราะพระองค์เองก็หาวิธีกำราบพระมเหสีกับรัชทายาทลำดับที่ 8 อยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะพระมเหสีเป็นน้องสาวของหนึ่งในแม่ทัพ 4 ภาคซ้ำยังมีตำแหน่งรัชทายาทของบุตรนางค้ำคออยู่ คงไม่ได้นั่งเอ้อระเหยลอยชายแบบนี้หรอก เวลานี้นับว่าเหมาะสมอย่างมากถ้าตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายริวเอ็นถูกปลด ลำพังแค่กำลังของแม่ทัพภาคเดียวไม่อาจรับมือได้แน่
"เสด็จพ่อ ลูกขอใช้สิทธิ์กฏฟ้าเพื่อปลดตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 8 ครับ" ฟ็อกซ์พูดขึ้นอย่างใจเย็น
"อืม!! ถ้าลูกแน่ใจแล้วพ่อก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ!!" องค์จักรพรรดิกลับมาปั้นสีหน้าตริงจังอีกครั้ง [เสแสร้ง]
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ" ฟ็อกซ์ตอบราวกับรู้ใจ
"ส่วนเรื่องการลงโทษ องค์ชายฟ็อกซ์เหล่าขุนนางทุกท่านเห็นเช่นไร!!?" องค์จักรพรรดิโบ้ยไปทางเหล่าขุนนางทันที เพื่อดูปฏิกริยาตอบสนองต่างๆ
"กระหม่อมเห็นว่า แม้จะเกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆ ในวังหลวงแต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และยังเป็นครั้งแรก จึงบังอาจขอเสนอละเว้นความผิดพะยะค่ะ"
"กระหม่อมเองก็เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการประลองกฏฟ้า จึงมีเหตุผลมากเพียงพอที่รัชทายาทลำดับที่ 10 แอบหนีออกไปนอกวัง จึงน่าละเว้นโทษพะยะค่ะ"
"กระหม่อมเองก็เห็นด้วย อีกทั้งองค์รัชทายาทลำดับที่ 10 เองก็สามารถนำไข่มังกรกลับมาได้ ถือได้ว่าเป็นนักสู้ที่สมเกียรติมากกว่าพะยะค่ะ"
หลายๆ ความคิดเห็นของบรรดาขุนนางล้วนเข้าข้างรัชทายาทลำดับที่ 10 ทั้งหมด อาจเป็นเพราะชื่อเสียของรัชทายาทลำดับที่ 10 มีมากเลยทำให้ทุกคนหวาดกลัวก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรองค์จักรพรรดิก็อดอมยิ้มไม่ได้ จะมีเพียงก็แต่พระมเหสีเท่านั้นที่ยังไม่ยอมรับ และเอ่ยอย่างบันดาลโทสะ
"ข้าไม่ยอมรับแค่การประลองไร้สาระของพวกเด็กๆ พวกเจ้าจะจริงจังอะไรกันนักหนา ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาถอดสิทธิ์รัชทายาทจากบุตชายของข้า.........."
"เปรี้ยง!!?" ยังไม่ทันพูดจบพระมเหสีก็ถูกตบปากทันที ด้วยมือน้อยๆ ของฟ็อกซ์ที่แฝงไปด้วยอารมณ์ครุกกรุ่นจากเบื้องลึกของเจ้าของร่างเดิม
"จะ..เจ้า!!?" พระมเหสีที่ถูกตบซึ่งหน้าถึงกับไม่กล้าพูดอะไรขึ้นอีก
"ข้าได้พูดไปแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์มาออกความคิดเห็นในท้องพระโรงแห่งนี้" ฟ็อกซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และไม่มีใครกล้าต่อว่าเขา ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับเงียบกริบและก้มหน้าลงต่ำทันที คราแรกพวกเขายังคิดเพียงแค่ว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 นั้นเพียงยกเอากฏศักดิ์สิทธิ์มาเพื่อข่มขู่ แต่ใครจะคาดคิดว่าเขาจะกล้าทำจริงๆ
"ในฐานะรัชทายาทลำดับที่ 10 และนักสู้ เวลานี้ตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 8 ได้ถูกปลดแล้ว แต่ข้าไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดนั้น หากต้องการโอกาสข้าจะมอบให้ ด้วยการประลองกฏฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้จะเป็นการประลองแบบตัวต่อตัว หากเจ้าชนะจะได้ตำแหน่งรัชทายาทคืน ถ้าหากแพ้ของในการเดิมพันคราวนี้คือดาบคาลิเบอร์ เจ้ากล้าพอไหมล่ะ!!?" เสียงสุดท้ายของฟ็อกซ์ทำให้ทุกคนถึงกับเคร่งเครียด กระทั่งองค์จักรพรรดิยังถึงกับกุมขมับ
----------------------------------------------------------
"แนะนำเพิ่มเติมเล็กน้อย" การประลองกฏฟ้าคือ การประลองศักดิ์สิทธิ์ โดยสามารถใช้ชีวิตหรือสิ่งเดิมพันไม่ว่าจะสูงหรือต่ำแค่ไหนก็ได้ หากเป็นเงินจะต้องเท่าเทียมกัน นอกเหนือจากนั้นต้องไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ เช่น ฝ่ายหนึ่งเดิมพัน 1 ล้านเหรียญทอง อีกฝ่ายจะต้องเดิมพันเท่ากัน ถ้าหากอีกฝ่ายเดิมพันชีวิต แล้วอีกฝ่ายสามารถเดิมชีวิต กลายเป็นทาส หรือมีสิ่งของที่มีมูลค่ามหาศาลเช่นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้