TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 183 ต่อรอง

    ตอนที่ 183 ต่อรอง


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    หลังจากที่วิญญาณของเฟิร์สแปรเปลี่ยนเป็นโลกใบหนึ่ง พลังจิตสัมผัสของเขาก็แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ในพื้นที่รัศมีร้อยไมล์ทั้งบนฟ้าและใต้ดินล้วนตรวจสอบได้ทั้งสิ้น หากเขาต้องการ


    แม้ว่าเขาจะกำลังฝึกฝน แต่จิตสัมผัสก็ยังทำงานอยู่ตลอดเวลา


    นี่ยังไม่นับค่ายกลที่เขาวางไว้ในบ้านหลังนี้ หากมีผู้บุกรุกมันก็ยากนักที่จะฝ่าเข้ามาหรือทำให้เขาไม่สามารถรับรู้ได้


    ตอนนั้นเองเฟิร์สไม่ได้ปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านั้นร่อนลงมาบริเวณบ้านหลังเล็กของเขา เพราะกลัวผู้คนในหมู่บ้านจะพากันแตกตื่นกับเหตุการณ์นี้


    ทว่าร่างของเฟิร์สที่นั่งอย่างสบายอารมณ์นั้นเองกลับกระพริบวาบดุจแสงของเปลวไฟ แล้วร่างก็หายไปจากที่นั่น ปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่งที่กลางอากาศ รอคอยการมาเยือนของแขกที่เขาก็รู้ว่าใคร


    กลุ่มคนที่เหินฟ้าเข้ามาแน่นอนว่าพวกเขาคือกลุ่มผู้บริหารของนิวโฮปประเทศไทย ซึ่งนำโดยผู้การภาวินชายชราในชุดสูทสีขาว พร้อมด้วยรองผู้การอีกสี่คนซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงวัยที่ทรงพลังกลุ่มหนึ่ง


    กลางหน้าผากของพวกเขาทุกคนล้วนแสดงสัญลักษณ์ดาราน้ำเงินหนึ่งหรือสองแฉกทั้งสิ้น ส่วนผู้การภาวินนั้นกลับมีถึงสามแฉก นำว่าเป็นชนชั้นผู้นำอย่างแท้จริง


    แม้ว่าพวกเขาบางคนจะเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าดาราน้ำเงินที่มีความสามารถพิเศษทุกคนจะถูกจัดอยู่ในแรงค์ SSS 


    ขอบเขตของแรงค์ SSS นั้นจะจัดอยู่ในกลุ่มของผู้ทรงพลังถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังรบหรือด้านการสนับสนุน หากยังไม่ถึงขั้นพอก็จะจัดอยู่ในแรงค์ SS+ เท่านั้น


    เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเฟิร์สนั้นเป็นตัวตนระดับแรงค์ SSS จริงหรือไม่? 


    แล้วจะคุ้มค่าที่พวกเขาจะลงทุนหรือไม่?


    ทั้งหมดล้วนตั้งอยู่ในการพิจารณาถึงผลประโยชน์ทั้งส้ิน


    ตอนนั้นเองคนทั้งห้าก็ถึงกับชะงักไปเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มมาดักรอพวกเขากลางท้องฟ้า


    ทั้งสองฝ่ายหยุดอยู่กลางท้องฟ้าและเผชิญหน้ากัน


    “สวัสดี ฉันภาวินเป็นผู้นำของนิวโฮปประเทศไทย ส่วนอีกสี่ท่านด้านหลังคือรองผู้การทั้งสี่” ผู้การภาวินเอ่ยทักทายเป็นอันดับแรก


    แน่นอนว่าสายตาของพวกเขากำลังสำรวจไปที่ร่างของเด็กหนุ่ม แต่ทว่าพวกเขาทุกคนต่างขมวดคิ้วมุ่นเมื่อพบว่าบนร่างของอีกฝ่ายไม่สามารถสัมผัสกลิ่นอายใดๆ ได้ ราวกับว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเพียงแค่คนธรรมดา หากเขาไม่ลอยตัวกลางฟากฟ้าพวกเขาคงจะไม่เชื่อแน่กับคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้


    “สวัสดี ผมเฟิร์สวัน ต้องขอโทษด้วยที่บ้านหลังเล็กของผมไม่สามารถรองรับพวกคุณได้ เพราะที่นั่นพ่อผมได้ทำเป็นคลินิกรักษาชาวบ้าน ผมเกรงว่าพวกเราจะทำให้พวกเขาแต่ตื่น” เฟิร์สยิ้มและเอ่ยต่อ “เอาเป็นว่าผมขอต้อนรับทุกคนที่นี่ก็แล้วกัน”


    ทันทีที่เอ่ยจบเด็กหนุ่มก็วาดมือขาวออกไป อักขระสีเขียวกระพริบวาบ วงแหวนอักขระที่มองไม่เห็นหมุนโคจร 


    หมู่เมฆขยายจำนวนขึ้นในทันตา จนบดบังท้องฟ้าและบริเวณที่พวกเขายืนอยู่


    เมื่อโบกมืออีกครั้งหนึ่งก้อนเมฆก็ก่อตัวเป็นโซฟารับแขกห้าตัว ที่เรียงกันเป็นวงกลมหันเข้าหากัน


    เฟิร์สร่อนลงบนโชฟาตัวหนึ่งแล้วนั่งลง เขาผายมือให้กับคนทั้งห้าและเอ่ย “เชิญนั่งครับ”


    ดวงตาของแขกทั้งห้าคนพลันเบิกกว้าง พวกเขาไม่เคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน รังสรรค์ก้อนเมฆเป็นวัตถุได้ตามใจนึก นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในจินตนาการเท่านั้น


    พวกเขาทุกคนล้วนข่มความตื่นเต้นเอาไว้


    วันนี้พวกเขามาเพื่อทดสอบว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือแรงค์ SSS จริงๆ แต่เพียงพบหน้าพวกเขาก็ได้เปิดหูเปิดตากับความสามารถของเด็กหนุ่มแล้ว


    ‘ข่าวลือเมื่อหลายปีก่อนว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังจิตที่ทรงพลังนั้นเป็นเรื่องจริง’


    ‘ปลุกปั้นก้อนเมฆเป็นที่รับแขก พลังจิตระดับนี้มันทรงพลังขนาดไหนกันแน่นะ’


    ‘ข่าวที่ว่าเขาสามารถทำให้ผู้คนโจมตีขอบเขตดาราแดงได้สำเร็จ นั่นอาจเป็นเพราะพลังจิตที่ทรงพลังของเขาเช่นกัน’


    เหล่าคนทั้งห้าของนิวโฮปลอบสื่อสารกันทางจิต ด้วยระดับการบ่มเพาะของพวกเขาแล้ว การสื่อสารกันอย่างลับๆ แบบนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก


    ผู้การภาวินยังคงรักษาความสงบนิ่งและเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนคุณแล้ว”


    ชายชราร่อนลงบนก้อนเมฆที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องรับแขกทันที


    แล้วรองผู้การทั้งสี่ก็นั่งลงตามๆ กัน


    “พวกเราสามารถพูดคุยกันที่นี่ได้ ผมได้กางม่านพลังป้องกันการถูกรบกวนไว้หมดแล้ว รับรองได้ว่าเรื่องที่พวกเราพูดคุยกันวันนี้จะไม่ถูกแพร่งพรายออกไปอย่างแน่นอน” เฟิร์สเอ่ยพลางยิ้ม


    ตอนนั้นเองรองผู้การบางคนได้ติดต่อสื่อสารผ่านสัญญาณดาวเทียมกับคนด้านนอก แต่เขาก็พบว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ นั่นหมายความว่าคำพูดของเด็กหนุ่มคือเรื่องจริง


    “ช่างเป็นคนหนุ่มที่รอบคอบจริงๆ” รองผู้การคนหนึ่งที่เป็นหญิงชราในชุดสูทสีขาวเอ่ยชม


    เฟิร์สยิ้มรับอย่างมีมารยาท


    ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงของนิวโฮปทั้งหน้า เฟิร์สยังคงสงบนิ่งและวางท่าทางสง่า ทำให้แขกทั้งห้าไม่ได้รู้สึกว่ากำลังคุยอยู่กับผู้เยาว์คนหนึ่งเลยแม้แต่น้อย


    หากนับอายุกันจริงๆ ปีนี้เฟิร์สควรอายุเข้าสู่วัย 25 ปีได้แล้ว แต่รูปลักษณ์ของเขายังคงเป็นเหมือนเด็กหนุ่มมัธยมต้นเช่นเดิม


    “ไม่ทราบว่าพวกคุณสามารถรับข้อเสนอของผมก่อนหน้านี้ได้หรือไม่?” เฟิร์สเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม ไม่จำเป็นต้องมีการอารัมภบททั้งสิ้น


    “แน่นอนว่าย่อมได้ ยาฟื้นตื่นขวดเดียวแลกกับการใช้งานแรงค์ SSS นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว” ผู้การภาวินเอ่ย


    “โอ้ อย่างนั้นก็ดี ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกคุณว่าข้อเสนอของพวกคุณมาเลย หากไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยมากไปผมสามารถรับปากพวกคุณได้แน่” เฟิร์สเอ่ยด้วยท่าทางที่สบายๆ


    “หากว่าพวกเราต้องการให้คุณต่อสัญญากับนิวโฮปนั้นเป็นอย่างไร” รองผู้การศีรษะไร้ผมเอ่ย


    เฟิร์สส่ายศีรษะในแทบจะทันทีและเอ่ย “เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ผมต้องการคืออยู่อย่างสงบสุข ผมไม่ต้องการจะผูกมัดกับนิวโฮปอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมต้องการเป็นศัตรูกับนิวโฮปนะครับ ผมว่าคุณเสนอข้อเสนอใหม่เถอะ ยังไงตอนนี้ผมก็ยังติดสัญญากับนิวโฮปตั้งหนึ่งปีอยู่แล้ว”


    “เหอะๆ 1 ปีนั้นสั้นเกินไปกับการใช้งานเวเนเตอร์แรงค์ SSS ให้คุ้มค่า อบิสระดับสีนำ้เงินไม่ได้ปรากฏบนโลกขึ้นบ่อยนัก และการรวมตัวกันของเวเนเตอร์แรงค์​ SSS ก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ด้วย อย่างน้อยๆ ก็ใช้เวลาเตรียมการหลายเดือน แรงค์ SSS แต่ละคนแทบจะรับงานครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น หากต้องแลกกับยาฟื้นตื่นอันยาวนานแล้วนับว่าไม่คุ้มค่า” รองผู้การชราที่ใส่หมวกเอ่ย


    “หากพวกเราต้องการใช้งานคุณเป็นจำนวนครั้งล่ะ คุณจะว่ายังไง?” ในที่สุดผู้การภาวินก็เอ่ยขึ้นมา


    เฟิร์สพยักหน้า “ได้สิ เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว”


    “ถ้าอย่างนั้นยี่สิบครั้งเป็นไง พวกเราจะเรียกใช้งานคุณแค่ยี่สิบครั้งเท่านั้น”


    ครั้งนี้เฟิร์สถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาในทันที


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยาแค่ขวดเดียวร้องขอให้แรงค์ SSS ช่วยเหลือตั้งยี่สิบครั้ง นี่ไม่ค้ากำไรเกินควรไปหรอครับ”


    “ถ้าอย่างนั้นสิบเจ็ดครั้งล่ะ”


    “ไม่ครับ ผมให้ได้แค่ห้าครั้ง” 


    ทันทีที่เฟิร์สเอ่ยจบ คนทั้งห้าของนิวโฮปก็มีสีหน้าเหมือนกับกินยาขม ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะเคี่ยวถึงขนาดนี้


    “สิบครั้ง”


    “ไม่ครับ ผมรับได้เพียงแค่ห้าครั้งเท่านั้น” เฟิร์สกล่าวอย่างจริงจัง ก่อนที่เขาจะยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างและเอ่ย “เอาอย่างนี้เป็นไง ผมจะลงอบิสที่พม่าโดยจะไม่นับรวมอีกห้าครั้งที่ตกลง นี่เป็นขีดสุดที่ผมจะรับได้จริงๆ”


    ผู้บริหารระดับสูงหลายคนถึงกับพ่นลมหายใจออกมา สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย


    ความจริงแล้วการใช้งานแรงค์ SSS ห้าครั้งแลกกับยาเพียงขวดเดียวก็นับว่าคุ้มมากแล้ว แต่มันก็เป็นอะไรที่ไม่น่ายินยอมอยู่ดี


    ทว่าในที่สุดผู้การภาวินซึ่งเป็นผู้นำก็ตัดสินใจออกมา


    “ได้ ผมจะตกลงอย่างที่คุณพูดมาก็ได้ เพียงแต่ว่ายาฟื้นตื่นชนิดนี้นั้นมีมูลค่าที่สูงมาก พวกเราต้องการเห็นฝีมือของคุณก่อนว่าจะคุ้มค่าที่จะจ่ายไปหรือไม่ คุณจะตกลงเรื่องนี้ไหม?” 


    “คนเราจะซื้อขายอะไรสักอย่างก็ต้องเห็นของ ตกลง ... ถ้าพวกคุณไม่เห็นศักยภาพของผมคงจะประเมินราคาได้ลำบาก” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ ก่อนที่เขาจะยื่นขึ้นแล้ววาดฝ่ามือออกไปด้านข้าง


    ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!


    ตอนนั้นเองท้องฟ้าก็เกิดเสียงตึงตังราวกับฟ้าร้อง คนทั้งห้ามองเห็นความว่างเปล่ากลายเป็นผนังโปร่งแสงสีเขียวลางๆ ขยายออกไป จนครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร


    ท้องฟ้ากลายเป็นสนามประลองขนาดใหญ่ เรื่องที่เกิดขึ้นข้างบนนี้ไม่มีเสียงเล็ดลอดลงไปด้านล่างเลยแม้แต่น้อย


    “พวกคุณทั้งห้าคนสามารถโจมตีมาที่ผมได้เลย” เด็กหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าที่มั่นใจ

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน