ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 117 พวกแกจะต้องชดใช้!!

    เมื่อได้ยินฟางหรูถามกลับมาว่า งั้นอะไรที่พวกเรายังไม่ได้ทำ?"นั่นสิ อะไรล่ะที่เรายังไม่ได้ทำ"เชนเองก็ต้องยกมือขึ้นเกาหัว เพราะเขาเองก็เพียงสันนิษฐานตามที่เขาวิเคราะห์ได้เท่านั้น เขาเองจึงไม่รู้เช่นกันว่าเงื่อนไขที่พวกเขายังไม่ได้ทำนั้นคืออะไร เขายกมือขึ้นกอดอกพร้อมกับพยายามครุ่นคิด ส่วนฟางหรูเองก็พยายามมองไปโดยรอบเพื่อพยายามหาเบาะแสและในจังหวะที่ฟางหรูกวาดสายตาไปโดยรอบนั้นเองเธอก็ต้อง..หยุดชะงักลง แวบแรกที่เห็นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่เมื่อเธอกวาดสายตาไปได้สักพักเธอก็สังเกตได้ว่า..แมกมามัน..ลดลงไปหรือเปล่า?ฟางหรูใช้สายตาเรียวสวยอันเฉียบคมของเพ่งพินิจไปที่ธารแมกมานั้น ส่วนเชนที่อยู่ด้านข้างนั้นก็ไม่ได้สังเกตท่าทางของฟางหรูแต่อย่างใด เขายังคงยืนกอดอกพยายามครุ่นคิดสิ่งที่อาจเป็นเงื่อนไขของการเปิดดวังวนเบื้องหน้านี้"แต่จะว่าไป จากประสบการณ์ที่ฉันเคยเล่นเกมมาอย่างโชกโชน..ปกติถ้าเป็นประตูที่มีเงื่อนไขแบบนี้ ส่วนมากก็จะมีอยู่สองวิธีเพื่อเปิดมัน..หนึ่งคือการหาของบางอย่างระหว่างทางให้ครบเพื่อปลดล็อคประตู"เมื่อคิดไม่ออก เชนก็พยายามใช้ประสบการณ์จากเหล่าเกมที่เขาเคยเล่นมาวิเคราะห์ดู เห็นเขาแบบนี้ แต่ก่อนที่พ่อกับแม่และมิ้นท์จะประสบอุบัติเหตุ เขานั้นถือว่าเป็นนักเล่นเกมตัวยงเลยทีเดียว และในเกมเหล่านั้นก็มีหลายเกมที่การจะเปิดประตูเพื่อไปยังด่านต่อไปนั้น จำเป็นต้องทำเงื่อนไขบางอย่างให้สำเร็จ ประตูด่านต่อไปจึงจะเปิดออกเชนกล่าวออกไป โดยที่เขาไม่ได้สังเกตฟางหรูที่ยืนอยู่ด้านข้างเลยว่า ยิ่งนานไป คิ้วโก่งดั่งคันธนูของเธอก็ยิ่งขมวดชิดเข้าหากันเรื่อยๆ เพราะเมื่อเธอจับจ้องไปยังธารแมกมาที่ล้อมรอบห้องแห่งนี้ไว้เป็นเวลาหลายอึดใจโดยไม่ละสายตา นั่นจึงทำให้เธอเห็นว่าแมกมามัน..กำลังลดลงจนสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า!จะเรียกว่าลดลงก็คงไม่ถูกต้องนัก..เพราะเหมือนว่าแมกมาเหล่านี้มันกำลังเคลื่อนตัวไปยังจุดจุดหนึ่งเสียมากกว่า เคลื่อนตัวไปราวกับว่าพวกมัน..มีชีวิต!ฟางหรูไล่สายตาตามแมกมาที่กำลังเคลื่อนตัวนั้นไปอย่างช้าๆ จนเมื่อเธอไล่สายตาตามไปจนถึงบริเวณใกล้ปากทางออกที่พวกเธอเพิ่งจะออกกันมา เธอก็ต้องหยุดชะงัก..พร้อมปากกระจับสีชมพูที่อ้าออกเล็กน้อยเหมือนกำลังเหม่อลอย!"แล้ว..อย่างที่สอง..ล่ะคะ"ฟางหรูที่ขณะนี้ยืนหันหน้าคนละทางกับเชน กล่าวขึ้นด้วยเสียงเบาหวิว"อย่างที่สอง..เป็นเงื่อนไขที่เจอบ่อยที่สุดเลยล่ะนะ"เชนที่กำลังครุ่นคิด ทำให้เขาไม่ได้เอะใจกับน้ำเสียงของฟางหรูเลยแม้แต่น้อย เขากล่าวตอบออกไปพร้อมกับจ้องมองวังวนสีเทาเบื้องหน้าของตน"แล้วมันคือ.."ฟางหรูที่ยังคงมองไปยังด้านหลังของเชนและเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่าง กล่าวถามด้วยเสียงเบาหวิวเช่นเคย"ก็เป็นเงื่อนไขง่ายๆ...ฆ่าบอสไง"เมื่อเขาพูดจบ ทันใดนั้นมือของเขาก็ถูกอะไรนุ่มๆมาคว้าจับไว้จนเขาต้องละสายตาจากวังวนเพื่อก้มลงไปมอง และนั่นทำให้เขาเห็นว่าเป็นมือของฟางหรูที่ไม่รู้หันหลังให้เขาตั้งแต่ตอนไหนเชนมองไปที่ฟางหรูอย่างสงสัย แล้วก็หมุนตัวไปทางเดียวกับฟางหรู"มีอะไรเหร.."ไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบ ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ไปปะทะกับอะไรบางอย่าง จนทำให้คำพูดที่เหลือของเขาต้องขาดหายไป และถูกแทนที่ด้วยอาการอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง!สายตาทั้งสองคู่ขณะนี้กำลังมองไปยังทิศทางเดียวกันคือจุดใกล้กับประตูทางออก ตรงจุดนั้นกำลังมีเหตุการณ์แปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น!เพราะตรงจุดนั้น แมกมาจำนวนมากที่เดิมทีล้อมรอบห้องแห่งนี้เอาไว้ แต่ในขณะนี้..แมกมาเหล่านั้นกำลังเคลื่อนตัวไปรวมยังจุดจุดนั้น! แต่ที่ทำให้พวกเขาทั้งสองต้องตกตะลึงจนเหม่อค้างไม่ใช่เพราะแมกมาที่กำลังไปรวมตัวกัน แต่เป็นเพราะแมกมาเหล่านี้มันกำลังรวมตัว..เป็นรูปร่างของอะไรบางอย่าง!"นั่นมัน..อะไร"เชนที่ชีวิตนี้ไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนกล่าวขึ้นลอยๆ เหมือนจะถามฟางหรูที่ยืนอยู่ด้านข้าง"ฉันว่า..คงเป็นอย่างที่สอง ที่เชนเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ค่ะ"ฟางหรูเองก็มองไปยังแมกมาที่ขณะนี้พวกมันกำลังเคลื่อนตัวเหมือนกับมีชีวิต พวกมันพยายามรวมตัวกันและเหมือนกำลังถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกำลังปั้นแต่งให้เป็นรูปร่างบางอย่าง!แมกมาที่เหมือนมีชีวิตเหล่านั้นเหมือนมันจะทราบว่าผู้บุกรุกทั้งสองได้เห็นพวกมันแล้ว แมกมาที่เหลือโดยรอบจึงยิ่งเคลื่อนตัวด้วยความเร็วจนเห็นได้อย่างชัดเจนเพื่อไปรวมตัวกัน! และเพียงไม่กี่อึดใจ แมกมาที่เคยล้อมแห่งแห่งนี้ไว้ก็หายไปจนหมดสิ้น! แมกมาทั้งหมดขณะนี้ไปรวมตัวกันที่ใกล้ปากทางออก!เมื่อแมกมาทั้งหมดมารวมกันเป็นจุดเดียว ก็เหมือนองค์ประกอบทุกอย่างจะครบถ้วน แมกมาที่เดิมทีรวมตัวกันอย่างวุ่นวายก็หยุดนิ่งงันไป แล้วอึดใจต่อมาท่ามกลางสายตาของเชนและฟางหรู แมกมาเหล่านั้นก็เหมือนถูกบีบอัดจนกลายเป็นรูปร่างของอะไรบางอย่าง!เริ่มจากด้านล่าง แมกมาจำนวนมหาศาลถูกบีบอัดเข้าหากันจนเผยให้เห็นเป็น..ขาสองข้าง! ขาทั้งสองที่ปรากฏนี้มีรูปร่างคล้ายขาของสุนัขแต่กำลังยืนอยู่ และขาแต่ละข้างนั้นมีกรงเล็บอันคมกริบอยู่สี่กรงเล็บ! ด้านหลังสะโพกของมันนั้นมีหางรูปร่างเหมือนใบดาบกำลังโบกสะบัดไปมา!ไม่มีเวลาให้เชนและฟางหรูได้ตกใจ แมกมาจำนวนมากก็ค่อยๆบีบอัดกันจนเผยให้เห็นช่วงลำตัว! ช่วงลำตัวของมันมีรูปทรงเหมือนมนุษย์เป็นอย่างมาก แต่ตรงหัวไหล่ของมันกลับมีสิ่งที่เหมือนกรงเล็บหกอันยาวลู่ไปด้านหลัง! ส่วนแขนของมันที่ปรากฏขึ้นก็แปลกประหลาดไม่น้อย เพราะตรงส่วนต้นแขนนั้นเรียว แต่เมื่อพ้นข้อศอกมากลับอ้วนปล่องราวกับมือหมี ส่วนนิ้วของมันนั้นมีสี่นิ้วเหมือนกรงเล็บเท้าของมัน และแต่ละนิ้วล้วนดูใหญ่และแข็งแรงราวกับสามารถบีบขยี้ทุกสิ่งได้!และส่วนสุดท้าย..ส่วนหัว แมกมาที่เหลือทั้งหมดล้วนถูกบีบอัดเข้าไปยังส่วนนี้จนหมดสิ้น และอึดใจต่อมา ก็ค่อยๆเผยให้เห็นถึงใบหน้า ที่ยิ่งสมบูรณ์ก็ยิ่งทำให้เชนและฟางหรูต้องสูดลมหายใจอย่างเย็นเฉียบเมื่อแมกมาที่เหลือทั้งหมดถูกบีบอัดจนหมดสิ้นแล้ว ทันใดนั้นก็เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่เหมือน..หลุดออกมาจากขุมนรก!ใบหน้าของมันนั้นเหมือนหัวกะโหลกของมนุษย์เป็นอย่างมาก ส่วนฟันที่ไร้ผิวหนังปิดบังจนเหมือนกับกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา! ไหนจะโพลงจมูกและหลุมเบ้าตาทั้งสองข้างที่มีแสงสีแดงส้มสาดส่องทะลุออกมาชวนหวาดหวั่น! โดยรวมแล้วเป็นใบหน้าที่น่าขนลุกและน่ากลัวอย่างที่สุด แต่ก็มีอยู่ส่วนหนึ่งที่มันไม่เหมือนกับมนุษย์และนั่นคือ..เขา! มันมีเขาขนาดยักษ์สองเขาที่งอกขึ้นตรงขมับและลู่โค้งไปด้านหลังศีรษะ!เมื่อร่างทั้งหมดของมันเปิดเผยต่อสายตาของเชนและฟางหรู พวกเขาก็ไม่มีคำไหนจะยกให้มันนอกจาก..อสูรปีศาจ!error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่อสูรตนนั้นยืนนิ่งสงบอยู่ครู่ แล้วอึดใจต่อมา มันก็ค่อยๆ..หันหน้ามาทางพวกเชน! และวินาทีที่ดวงตาของเชนและฟางหรูปะทะกับดวงตากลวงโบ๋ที่ราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ด้านในนั้น แรงกดดันอันหนักหน่วงเข้มข้นก็ถาโถมใส่ทั้งคู่จนหายใจแทบไม่ออก!และวินาทีเดียวกับที่เชนสบตากับมัน ยมทูตทมิฬที่เขาเริ่มคุ้นชินและสามารถเปิดปิดได้อย่างใจนึก ทันใดนั้นก็ถูกเปิดขึ้นเองในทันทีตามสัญชาตญาณ! เหมือนสัญชาตญาณของเขาจะรู้สึกได้ว่าเขากำลัง..พบเจอสิ่งอันตรายบางอย่าง!"แรงกดดันหนักหน่วงชะมัด!"เชนกัดฟันพร้อมกับเอื้อมมือไปจับกลืนสวรรค์ที่สะพายไว้มาถืออย่างเตรียมพร้อม และเขาก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบระดับของมันขั้นสามัญ ระดับร้อยขั้นสามัญระดับชั้นสิบ! นี่เป็นอสูรระดับชั้นสิบตนที่เก้าที่เขาได้พบเจอภายในRaidแห่งนี้ แต่..แค่เห็นเขาก็รู้ในทันที ว่าอสูรตนนี้นั้นพิเศษกว่าตนอื่นอย่างเทียบไม่ติด!"กลิ่นอายและแรงกดดันแบบนี้.."ฟางหรูที่ถือกระบี่อย่างเตรียมพร้อมอยู่ด้านข้างของเชน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหมือนครุ่นคิดไปถึงอะไรบางอย่าง"นึกอะไรขึ้นได้เหรอหรูหรู"เชนกล่าวถามออกไปเมื่อได้ยินเหมือนฟางหรูจะรู้อะไรบางอย่าง แต่สายตาของเขายังคงไม่ละสายตาจากอสูรตนนั้น อสูรที่สัญชาตญาณบอกกับเขาว่า..อันตราย!ส่วนอสูรแมกมาตนนั้น มันยังคงไม่ได้ขยับตัวเคลื่อนไหว มันอาจกำลังครุ่นคิด..งุนงง..สงสัย..หรืออะไรเราก็ไม่สามารถทราบได้ แต่แรงกดดันที่มันส่งออกมานั้นชัดเจนว่ามันคือศัตรู!"เชนระวังตัวนะคะ แรงกดดันหนักหน่วงแบบนี้..อสูรตนนี้ต้องเป็นจอมอสูรขั้นปลายแน่ค่ะ!"ฟางหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ในแบบที่เชนไม่เคยได้ยินมาก่อนจอมอสูรนั้นก็คืออสูรที่มีความแข็งแกร่งเหนืออสูรทั่วไปในระดับเดียวกัน เช่นอสูรหินดำที่เชนจัดการไปทั้งสามตนนั้น พวกมันคือจอมอสูรขั้นต้น ที่ถือว่าเหนือกว่าอสูรทั่วไปแต่ก็ยังอ่อนแอมากในขั้นของจอมอสูร และในชีวิตนักล่าของเขานี้ เขาก็เคยสู้แต่กับจอมอสูรขั้นต้นเช่นนี้เท่านั้น ไม่สิ..อสูรกิ้งก่าทมิฬในครานั้น ถ้าให้ประเมิน มันคงอยู่ในระดับจอมอสูรขั้นกลางเป็นแน่แต่..อสูรแมกมาเบื้องหน้านี้ ฟางหรูกับบอกว่ามันคือจอมอสูรขั้นปลาย!"จอมอสูรขั้นปลาย! หรูหรูแน่ใจนะ!"เชนเมื่อได้ยินก็เผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมาในทันใด และถึงแม้เขาจะถามซ้ำไปเช่นนั้น แต่ในใจของเขาก็เห็นด้วยกับฟางหรูเป็นอย่างยิ่ง เพราะแค่แรงกดดันที่เขารู้สึกในขณะนี้ เมื่อนำไปเทียบกับกิ้งก่าทมิฬในครานั้นแล้วล่ะก็..อสูรแมกมาเบื้องหน้ายังเหนือล้ำกว่าหลายขุม!ขั้นกลางกับขั้นปลาย เหมือนต่างเพียงหนึ่งขั้น แต่จริงๆแล้วกลับไกลกันสุดกู่! "ค่ะ ฉันเคยเจอจอมอสูรขั้นปลายมาก่อน กลิ่นอายและแรงกดดันที่พวกมันปล่อยออกมาเหมือนกันมากเลยค่ะ..แต่.."ฟางหรูเมื่อกล่าวมาถึงท้ายประโยค เหมือนเธอจะลังเลอะไรสักอย่าง"อะไร"เชนกล่าวถามแต่สายตายังไม่ละจากอสูรแมกมาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่"กลิ่นอายเหมือนกับจอมอสูรที่ฉันเคยเจอก็จริง..แต่อสูรตนนี้มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง..ต่างออกไป" 
    ทางด้านอสูรแมกมา มันกำลังยืนนิ่งจ้องมองไปยังมนุษย์ทั้งสองที่อยู่ห่างออกไปนานเกือบสิบอึดใจแล้ว ในหัวของมันนั้นมีแต่ความ..งุนงงข้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วที่นี่..ที่ไหน ในหัวของมันขาวโพลนเลือนรางไม่สามารถนึกอะไรออกได้เลยแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีภาพภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของมัน! ภาพที่ปรากฏนี้คือภาพที่มันกำลังยืนอยู่บนอากาศเหนือหมู่เมฆ และด้านหลังของมันนั้นมีอสูรมากมายนับล้านตน กำลังยืนบนอากาศราวกับกำลังรอคำสั่งจากมัน!มันมองลงไปยังเบื้องล่าง จึงเห็นว่าด้านล่างนั้นเป็นผืนป่าและภูเขาอันเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ภูเขามากมายนับพันนับหมื่นลูกเรียงรายซ้อนกันจนสุดสายตา เดิมทีทัศนียภาพเช่นนี้ควรเป็นภาพอันงดงาม ถ้าเบื้องล่าง..ไม่ได้กำลังมีสงครามการฆ่าฟันอันโหดเหี้ยมดุร้ายกำลังดำเนินอยู่!เบื้องล่างในผืนป่าและภูเขาอันเขียวขจี..เคยเขียวขจีนั้น ขณะนี้ไม่ว่าจะมองไปยังจุดไหน ล้วนกำลังเกิดการต่อสู้! เปลวเพลิงลุกไหม้ภูเขาที่เคยเขียวขจี เปลี่ยนต้นไม้ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตให้กลายเป็นซากต้นไม้สีดำสนิท! เสียงแหกปากตะโกนโหวกแหวกดังลั่นไปทั่วทุกสารทิศ!ทั้งสองฝ่ายล้วนสามารถแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งคืออสูร ส่วนอีกฝ่ายคือมนุษย์! ฝ่ายอสูรนั้นแค่มองด้วยตาก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีจำนวนมากมายมหาศาลนับล้านตน! ส่วนฝ่ายมนุษย์นั้นมีน้อยกว่าอย่างน่าใจหาย โดยรวมแล้วอาจมีไม่ถึงสองแสนคนด้วยซ้ำ..เป็นจำนวนที่แตกต่างกันอย่างเทียบไม่ติด แต่..ฝ่ายมนุษย์ที่มีจำนวนน้อยกว่านั้นกลับไม่ได้เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย! ด้วยจำนวนที่น้อยกว่าหลายเท่าตัว แต่พวกเขากลับแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ! แข็งแกร่งจนสามารถต่อกรกับอสูรได้แบบหนึ่งต่อห้า!ในสนามรบมีฝ่ายมนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ในชุดสีแดง..ที่น่าจะเคยเป็นชุดสีขาวแต่กลับถูกอาบย้อมด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดงฉาน บาดแผลมากมายปรากฏขึ้นตามตัวของเขา เลือดจำนวนมากไหลอาบร่างและพื้นดินที่เขายืนอยู่จนแดงฉาน แต่ทั้งที่เขาบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเขากลับยังคงแน่วแน่เต็มไปด้วยความกล้าหาญ ความไม่ยินยอมและ…ความโกรธแค้น!ทันใดนั้น ด้านข้างของเขาก็มีอสูรรูปร่างสูงใหญ่พุ่งตรงมาพร้อมกับกระบองขนาดยักษ์ในมือ! ชายคนนั้นยกดาบขึ้นด้วยมือที่อาบย้อมไปด้วยเลือด พุ่งสวนเข้าใส่อสูรตนนั้นอย่างไม่เกรงกลัว สุดท้าย..แม้เขาจะฆ่าอสูรตนนั้นลงได้ แต่เขาก็บาดเจ็บสาหัสจากกระบองของมันจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว..และอสูรนับสิบตนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ไม่รอช้า ล้วนพุ่งตัวเขามาหาชายคนนั้นหมายเอาชีวิต!ชายผู้นั้นบาดเจ็บสาหัสอย่างที่สุด แต่ไม่ทราบเพราะอะไร..เขากับไม่ยอมล้ม! เขาใช้ดาบแทนไม้ค้ำ เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยอสูรจำนวนมากมายมหาศาล ดวงตาของเขานั้นไม่ได้มีความกลัวตายอยู่ในนั้นเลยสักนิด ในดวงตาคู่นั้นขณะมองไปยังเหล่าอสูรบนฟ้ามีเพียง..ความโกรธแค้น! ความโกรธแค้นที่ฝังลึกไปจนถึงกระดูก!!"ไอ้พวกอสูรบัดซบ! ไอ้พวกเนรคุณ!! สักวันพวกแกจะต้องชดใช้! จำคำข้าไว้! พวกแกจะต้องชดใช้!!"และไม่ทันที่อสูรนับสิบจะเข้าถึงตัวเขาเพื่อปลิดชีพ ชายผู้นี้กลับเลือก..ระเบิดตัวเอง!เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว! การระเบิดตัวเองของชายผู้นี้ ได้นำพาชีวิตของอสูรนับสิบตนเหล่านั้นไปกับเขาด้วย! ราวกับว่าต่อให้เขาต้องตาย เขาก็จะไม่ยอมตามด้วยน้ำมือของอสูรเหล่านี้! นี่ต้องเป็น..ความโกรธแค้นระดับไหน!เหล่ามนุษย์โดยรอบเมื่อเห็นเช่นนั้น ความโกรธแค้นในดวงตาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น พวกเขาพากันตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมพุ่งเข้าใส่เหล่าอสูรอย่างไม่กลัวตาย!ต่อให้แขนขาดพวกเขาก็ไม่หยุดสู้..ต่อให้ขาขาดก็ยังไม่หยุดสู้..และเมื่อจะตายพวกเขาก็เลือกที่จะระเบิดตัวเองเพื่อพาอสูรไปกับพวกเขาด้วย!อสูรแมกมาที่กำลังยืนอยู่บนอากาศด้านบน มองไปยังภาพการฆ่าฟันเบื้องล่างด้วยดวงตาเรียบเฉยไร้อารมณ์และแม้มนุษย์จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อเจอกับจำนวนอันมากมายมหาศาลราวกับไม่มีวันหมดสิ้นของเหล่าอสูร สุดท้าย..เหล่ามนุษย์ก็ล้วนตกตายไปทีละคน..ทีละคน..  

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน