วังหลวงแคว้นหลี่
“ข้าอยากกินดอกบัวชุบแป้งทอด"
ขันทีชราลอบเหงื่อตกกับอาการแปลกประหลาดของนายเหนือหัว ั้แ่กลับมาจากถ้ำัราชันย์ครานั้น จักรพรรดิหนุ่มกลับไม่มีวี่แววจะทำการรุกรานแดนปีศาจเสียที เอาแต่บ่นว่าไม่้าแล้ว ซ้ำร้ายยังป่วยออดๆ แอดๆ เพลียตลอดเวลา นอนแทบทั้งวันสลับกับอาเจียนแล้วบ่นอยากรับประทานเมนูแปลกๆ เต็มไปหมด ทว่านั่นกลับเป็เื่ดีสำหรับเหล่าขุนนางและราษฎรเพราะพวกเขาไม่้าก่อาใดๆ อยู่แล้ว การที่จู่ๆ จักรพรรดิผู้บ้าอำนาจเลิกล้มความตั้งใจเดิมได้นั้นย่อมเป็เื่ดีแน่แท้ เพราะปกติแล้วฮ่องเต้ทรราชผู้นี้ก็มิได้สนใจอื่นใดนอกจากจะหาเื่รบรากับผู้อื่น กระทั่งราชกิจราชการทั้งหลายพระปิตุลาล้วนเป็ผู้จัดการให้ทั้งสิ้น
“เอาแมงป่องทอดเกลือกับงูผัดเผ็ดด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทหนึ่งเดียวของฮ่องเต้ขานรับแล้วรีบหุนหันออกไปจัดการตามรับสั่งทันใด
หลี่เหวินโหรวอาเจียนอาหารมื้อก่อนหน้าออกมารอบหนึ่งก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อตามเดิม เขาคิดว่าตัวเองอาจจะโดนคำสาปบางอย่างในถ้ำเวรตะไลนั่นเข้าแน่ๆ ถึงได้ร่างกายอ่อนแอจนน่าสมเพชขนาดนี้ วันๆ เขาอยากจะนอนเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ ส่วนแดนปีศาจ เขาก็ไม่อยากยุ่งวุ่นวายอยู่แล้ว ตอนนี้อย่าพูดถึงการเล่นบทตัวร้ายเลย แค่เขามีแรงลุกจากเตียงได้ก็แทบจะกราบขอบคุณ์แล้ว ถ้าจอมมารโผล่มาตอนนี้แล้วละก็เขาคงลาโลกไปเป็ที่เรียบร้อย โชคยังดีที่อีกฝ่ายต้องบำเพ็ญเพียรเพื่อเลื่อนลำดับชั้นมนตราในหอคอยศักดิ์สิทธิ์ถึงหนึ่งปี กว่าจะออกมาอีกทีก็คงอีกสิบเดือนข้างหน้า พูดแล้วก็อดคิดถึงเ้าไข่น้อยไม่ได้ ไม่รู้ว่าบัดนี้จะเป็เช่นไรบ้าง
เหมือนเขาจะลืมอะไรไปนะ...
อ่อใช่! คุณนางเอก ‘หลิวเฟยเซียน’ ที่เขาพานางกลับมาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่ตำหนักหงส์เหินในฐานะแขกจนบัดนี้ก็นิ่งเงียบเหมือนตุ๊กตาไม่ยอมพูดยอมจากับใคร เขาเองก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปสนใจนางเหมือนกัน แต่พวกคนในวังนี่สิ ดันมโนกันไปเองว่าเขาไปฉุดนางมากระทำย่ำยีจนนางสติวิปลาสไปแล้ว!
เกิดเป็ตัวร้ายนี่แค่หายใจยังผิดเลย คิดดู!!
ว่าแล้วเขาควรเรียกนางมาหาเสียหน่อยสินะ
ทันทีที่หลี่เหวินโหรวมีอาการดีขึ้น เขาก็มีรับสั่งให้หลิวเฟยเซียนคนงามเข้าเฝ้าในทันที จักรพรรดิหนุ่มนอนเอกเขนกบนเตียงนุ่มพลางอ่านฎีกาไปพลางขณะที่เรือนร่างอรชรราวต้นหลิวของคุณนางเอกเยื้องย่างเข้ามาในตำหนัก เ้าหล่อนมีรัศมีนางเอกเต็มเปี่ยมพร้อมด้วยใบหน้างดงามละม้ายคล้ายคลึงกับดาราหญิงชื่อดังแห่งยุค เอ เหมือนว่าดาราหญิงคนนั้นจะชื่อหลิวเฟยเซียนด้วยนี่หว่า
“หลิวเฟยเซียน”
ทรราชน้อยส่งเสียงเล็กเบาๆ ทว่าร่างบอบบางยังคงไร้ซึ่งการตอบสนอง
“เอ่อ จักรพรรดินีจอเงิน หลิวเฟยเซียน ดาราสาวดาวค้างฟ้า”
เขาพยายามร่ายยาวชื่อต่างๆ ที่เ้าหล่อนน่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลเลยสักนิด ใบหน้างดงามราวกับนางฟ้านาง์ยังคงเรียบเฉยเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิต
หลี่เหวินโหรวนึกย้อนไปถึงประวัติคร่าวๆ ของอีกฝ่ายที่เคยได้ยินมา ดูเหมือนว่าหลิวเฟยเซียนจะเป็เด็กกำพร้าในสถานรับเลี้ยงเด็กมาก่อนจะถูกรับไปเลี้ยงโดยพ่อแม่บุญธรรมซึ่งเขาเองก็จำชื่อไม่ได้
ก็ไม่ได้รู้จักมักจี่กันเสียหน่อยนี่นา
แต่ถ้าจะนึกถึงชื่อที่น่าจะมีอิทธิพลกับเธอนั้นก็นึกออกอยู่ชื่อหนึ่งเหมือนกันนะ
จักรพรรดิจอเงิน คู่จิ้นของหลิวเฟยเซียนที่ชื่อว่า....
“เหยียนเทียนเฟิง!!"
“หยาบคาย!!! นายกล้าพูดชื่อนั้นออกมาต่อหน้าฉันได้ยังไง!! อ้าก! ขนาดข้ามโลกมาแล้วยังหนีชื่อนี้ไม่พ้นอีกเรอะ!”
สตรีโฉมงามที่ยืนใบ้บื้อเป็รูปปั้นประกอบฉากอันตรธานหายไปเหลือสาวงามหน้ายู่ผู้เกรี้ยวกราดที่กำลังบันดาลโทสะทุบตีเก้าอี้
“เอ๊ะ เดี๋ยวนะ”
ร่างอรชรดวงตาเบิกกว้างพร้อมปรี่เข้ามาหาจักรพรรดิที่พยายามกระเถิบกายหนีด้วยสีหน้าหวาดผวา
“นาย!”
“จ๋า”
หลี่เหวินโหรวกะพริบตาปริบๆ พลางก่นด่าความมือหนักของหญิงสาวที่ตบลงบนบ่าโดยไม่ถามไถ่ล่วงหน้า
“แสดงว่านายไม่ใช่ไอ้ตัวร้ายเวรตะไลนั่นน่ะสิ แล้วทำไมไม่รีบบอก หาาาาา!!!!”
ใจเย็นก่อนแม่คุณ...ไหล่เขาจะหักแล้ว ทำไมนางเอกถึงเป็ผู้หญิงป่าเถื่อนหลุดคาแรกเตอร์ขนาดนี้กันเล่า
“ก็เพิ่งหายป่วยเนี่ย ปล่อยก่อนเถอะ ขอร้อง” ฮ่องเต้หนุ่มวิงวอนพร้อมรู้สึกคลื่นไส้คล้ายจะอาเจียนอีกรอบ
“ถอยเร็วจะอ้วก”
หลิวเฟยเซียนขยับกายหนีโดยพลัน ก่อนที่ซากอาหารจากปากขององค์จักรพรรดิจะกระเด็นเลอะเสื้อผ้าของนาง
“ไหนว่าตัวร้ายแข็งแรงนักไง? ทำไมนายขี้โรคขนาดนี้ฮะ!” ดาราสาวดาวรุ่งบ่นอุบอิบพลางช่วยลูบหลังของอีกฝ่ายไปในตัว
ด้านหลี่เหวินโหรวนอนนิ่งอย่างหมดแรงพร้อมกับฟังโฉมงามจากต่างโลกเล่าว่าเ้าตัวกำลังถ่ายละครเื่นี้อยู่ดีๆ ก็ตกลงมาในทะเลสาบซึ่งเป็โลเคชันของฉากเลิฟซีนพระนาง ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
ส่วนเหยียนเทียนเฟิงที่หลี่เหวินโหรวลองพูดชื่อขึ้นมาก็คือพระเอกคู่ขวัญของนางนั่นแหละ แต่ดูเหมือนหลิวเฟยเซียนจะไม่ค่อยชอบหน้าอีกฝ่ายนักแม้ว่าแฟนคลับจะจิ้นกระจายก็ตาม
หลังจากนั้นเขาก็เล่าเื่ตัวเองให้เธอฟังอย่างคร่าวๆ รวมถึงอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากเขาไม่ยอมเล่นตามบทเดิม
“เห นี่นายไม่ยอมทำลายไข่นั่นเหรอ? แต่มีเหตุผล เนื้อเื่อาจจะเปลี่ยนจริงๆ ก็ได้ แต่อย่าเพิ่งตายนะ!! อยู่เป็เพื่อนฉันก่อน!”
หลิวเฟยเซียนเขย่าตัวเขาเบาๆ เหมือนจะบังคับกลายๆ แต่จู่ๆ จักรพรรดิหนุ่มรู้สึกง่วงและอ่อนเพลียเกินกว่าจะสนทนาต่อขึ้นมากะทันหัน
“อือ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ขอพักก่อนได้ไหม ไม่ไหวจริงๆ ถ้าอยากได้อะไรสั่งฟางกงกงเอานะ”
“โอเค” ดาราสาวพยักหน้าพลางมองหน้าตัวร้ายจำเป็ด้วยความสงสาร ถึงอยากจะสนทนาต่อแค่ไหน นางก็ไม่อาจฝืนสังขารอีกฝ่ายที่สภาพดูใกล้ตายอยู่รอมร่อหรอก
“นายนอนพักเถอะ เพิ่งสังเกตว่าหน้านายซีดมาก หายไวๆ นะ”
เขาคลี่ยิ้ม อีกฝ่ายกล่าวลาเล็กน้อยแล้วกลับตำหนักไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายประโยคชวนขนลุกว่า
“ถ้านายมีมดลูก แล้วมีสามี ฉันคงคิดว่านายท้องน่ะเนี่ย”
“หา?”
หลี่เหวินโหรวอุทาน แต่ไร้เรี่ยวแรงจะเถียงกลับไปดวงตาของจักรพรรดิหนุ่มปิดลงก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้เลยว่าเนื้อเื่เดิมของนิยายนั้นได้ถูกเปลี่ยนไปตลอดกาล
หลี่เหวินโหรวคิดว่าตัวเองกำลังฝัน…
รอบกายมีแต่กลุ่มควันสีทองคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นแป้งเด็กตลบอบอวลอยู่ในอากาศ แถมด้วยเสียงเพลงกล่อมเด็กที่มีแค่ทำนองคลอเบาๆ อย่างไร้ที่มาที่ไป
“นี่”
เขาส่งเสียงร้องเผื่อมาจะมีใครหรืออะไรโผล่เข้ามาให้ความกระจ่างได้บ้าง ซึ่งก็เป็ไปตามนั้น…จู่ๆ เ้าไข่ในความทรงจำก็ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าตรงหน้าแล้วลอยตรงดิ่งเข้ามาหาเขา ไข่สีทองแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ทำให้หลี่เหวินโหรวอ้าปากค้างอย่างหมดท่า ทว่ากลับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน
“ท่านแม่ อุ้ม!”
เห?
สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไรกัน? ใครก็ได้ช่วยที!
ตัวร้ายจำเป็กะพริบตาปริบๆ ดวงเนตรกลมโตทอดสายตามองร่างเล็กสูงแค่เข่าเบื้องหน้า สิ่งมีชีวิตที่ว่าคือเด็กผู้ชายอายุประมาณสองสามขวบซึ่งมีหน้าตาน่ารักชวนใจละลายอย่างยิ่ง แน่นอนว่าร่างกายของหลี่เหวินโหรวขยับเขยื้อนไปช้อนตัวเด็กน้อยในทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย
ก็เขามันคนรักเด็ก!
“เรียกพ่อสิลูก”
ถ้าเดาตามเนื้อเื่ เด็กคนนี้สมควรเป็ลูกของจอมมาร แต่กระนั้นไม่มีที่ฟักไข่แล้วไซร้ ทายาทตัวน้อยจะมีชีวิตรอดไปได้เช่นไร
คิดแล้วหลี่เหวินโหรวก็แทบจะน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่น่าเอามันออกมาจากบัลลังก์เลยสักนิด สรุปแล้วเด็กคนนี้ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกเพราะเขาใช่ไหม?
“ท่านแม่ อย่าร้องไห้”
เพ้ย! ก็บอกว่าให้เรียก ‘พ่อ’ แต่เห็นใบหน้าน่ารักขาวอวบเหมือนซาลาเปาแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดจนดุด่าไม่ลง
“สรุปแล้ว เ้าจะไม่ได้เกิดงั้นเหรอ?” เขากระชับวงแขนแน่นพร้อมมองเด็กน้อยด้วยแววตาอ่อนโยน
อ่า หน้าตาดีถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่มาเกิดเป็ลูกเขากัน? จะประเคนให้ทุกอย่างตามใจนึกเลยเอ้า!
เ้าตัวน้อยสั่นหน้าด้วยท่าทางเศร้าสร้อยดูน่าสงสารจับใจแล้วตอบว่า
“ไม่มีดวงแก้วแห่งชีวิตแล้ว…” ราวกับจงใจละเว้นไว้ให้อีกฝ่ายตีความไปเอง “ขอลูกอยู่ด้วยได้หรือไม่? ลูกอยากอยู่กับท่าน”
หลี่เหวินโหรวรู้สึกชอบใจคำว่า ‘ลูก’ นัก จึงตอบโดยไม่ทันคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ได้เลย ลูกรัก!”
เขาคลี่ยิ้มหวานพลางมองใบหน้าเล็กด้วยอาการคล้ายตกหลุมรัก คาดการณ์ไปเองว่าเ้าตัวเล็กคงจะอยากมาเกิดในครรภ์สนมคนใดคนหนึ่งของเขาเป็แน่ หลี่เหวินโหรวคนเก่ามีโฉมงามเต็มวังขนาดนั้น คงมีสักคนที่ตั้งครรภ์อยู่กระมัง
อ่า ถ้าลูกข้าน่ารักขนาดนี้ มารดาต้องเลอโฉมมากเป็แน่
“แต่ท่านอาจจะเหนื่อยมาก” เด็กน้อยบอกเสียงเบา
“นั่นไม่เป็ไรเลย! ลูกรัก ข้าเต็มใจยิ่ง อยากได้อะไรบอกเลยนะลูก”
ลูกคนเดียว เขาเลี้ยงได้! สบายมาก เขาอยากมีลูกมานานแล้ว ให้เหนื่อยขนาดไหน หลี่เหวินโหรวก็ยอมทั้งนั้น!
“ข้ารักท่านที่สุดเลย” เด็กชายซบอกอุ่นของอีกฝ่ายคล้ายกับจะออดอ้อนยิ่งทำให้หลี่เหวินโหรวดีใจจนเนื้อเต้น
“ต่อไปนี้ ข้าจะเรียกเ้าว่าก้อนแป้งน้อย อ่า เ้าก้อนแป้งน้อยของพ่อ ห้ามกลับไปหาจอมมารนะ เ้าเป็ลูกข้าแล้ว!!” ตัวร้ายจำเป็ยึดลูกชาวบ้านมาอย่างหน้าตาเฉยด้วยความปลื้มปีติ
“เ้าก้อนแป้งของบิดา เ้าจะเลือกเกิดในท้องผู้ใดกัน บอกพ่อได้รึไม่ พ่อจะดูแลนางเป็อย่างดีเชียว”
เ้าก้อนแป้งคลี่ยิ้มไร้เดียงสาแล้วตอบเพียงแค่ว่า “ขอท่านดูแลตนเองดีๆ ก็พอ”
หลี่เหวินโหรวเลิกคิ้ว ครั้นจะถามอะไรต่อ เขาก็รู้สึกง่วงซึมจนหนังตาปิดอีกครั้งคล้ายกับจะหลับในฝันอีกรอบ ก่อนที่ร่างไร้การตอบสนองของเขาจะถูกพลังงานลึกลับบางอย่างห่อหุ้มเอาไว้แล้วส่งกลับออกไปในโลกแห่งความจริง
เ้าก้อนแป้งยืนยกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าใสซื่อ ทว่าแววตากลับเ้าเล่ห์ยิ่งนัก
“ดวงแก้วแห่งชีวิตเลือกท่าน ข้าเองก็เลือกท่าน เพราะฉะนั้น…แล้วเจอกันนะขอรับ ท่านแม่”