สุดยอดนักผจญภัย

สังหารรวดเดียว

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของมาร์เฟียสก็พากันประหลาดใจ

เกลกิรอสมองไปที่มาร์เฟียสและถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ ทำไมเธอถึงเชื่อใจไลท์ขนาดนั้น ” เกลกิรอสถามขึ้น 

ไลท์และคนอื่นๆเองก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน 

“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ฉันรู้สึกว่าไลท์สามารถเอาชนะพวกมันได้แม้ว่าพวกมันจะเพิ่มพลังด้วยพลังทมิฬก็ตาม นอกจากนี้เท่าที่ฉันได้ฟังมาดูเหมือนว่าตอนที่ไลท์เอาชนะราชาปีศาจแฟร์มิเลีย เขายังไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่เลยด้วยซ้ำ และถ้าหากไลท์ใช้พลังเต็มที่ก็น่าจะมากกว่าพวกปีศาจอย่างแน่นอน จริงไหมไลท์? ” มาร์เฟียสพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองไปที่ไลท์

ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆเป็นการยอมรับ

ทุกๆคนมองไปที่ไลท์ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าไลท์นั้นแข็งแกร่งแต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ สามารถสังหารราชาปีศาจได้ทั้งๆที่ยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่

“ เอาล่ะ ในเมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เอาตามนั้น ” เกลกิรอสถอนหายใจ ดูเหมือนว่าไม่ว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ต้องสู้อย่างเต็มที่

“ จริงสิวันพรุ่งนี้ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้รู้ตัวว่าใครเป็นสายสืบก็ได้ ” ไลท์เหยียดยิ้มออกมา

เกลกิรอสครุ่นคิดก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากนั้นพวกเขาก็วางแผนกันเพื่อที่จะทำให้สายสืบของเผ่าปีศาจโผล่หัวออกมาเอง 

หลังจากที่วางแผนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนที่จะสู้ศึกในวันพรุ่งนี้

เมื่อไลท์กลับมาถึงเขาก็เรียกพวกไลก้ามาหาเขาทันที

ไลก้าและคนอื่นๆมาถึงก็นั่งเก้าอี้เพื่อรอฟังคำสั่งของไลท์

“ พรุ่งนี้พวกนายตอนที่บุกโจมตีเผ่าปีศาจก็พวกนายพยายามตรวจสอบดูว่าใครมีท่าทีที่ผิดปกติบ้าง ” ไลท์พูดขึ้น

“ หมายความว่ายังไงลูกพี่? ” ไลก้าและคนอื่นๆสงสัย

“ พวกปีศาจได้ส่งสายสืบเข้ามาในการประชุมเมื่อวานทำให้แผนการณ์โจมตีในวันพรุ่งนี้รั่วไหลออกไป ” ไลท์พูดขึ้น

ทุกๆคนพากันประหลาดใจและเข้าใจความหมายของไลท์

“ เข้าใจแล้วหัวหน้าพวกเราจะดูเจ้าพวกนั้นอย่างไม่คาดสายตาเลย ” คอลรุยพูดขึ้น

“ แล้วลูกพี่จะทำยังไงกับเจ้าคนทรยศ? ” ไลก้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเกลียดมากสำหรับคนที่ทรยศเผ่าพันธุ์ของตัวเอง 

“ ฆ่าทิ้งอย่างเดียว ” ไลท์พูดพร้อมกับจิบเหล้าในแก้วไปด้วย

ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของไลท์ 

สำหรับคนทรยศมีสิ่งเดียวที่รออยู่ก็คือความตาย 

จากนั้นไลท์ก็หยิบจี้หยกออกมาให้กับทั้งสามคนเพื่อป้องกันไม่ให้ออร่าความมืดกัดกินพวกเขาแม้ว่าทั้งสามคนจะแข็งแกร่งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาศถูกออร่าความมืดกัดกิน

หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วไลท์ก็หยิบสมบัติออกมาดูดซัพพลังเวทย์ เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับศึกในวันพรุ่งนี้และเขาจะต้องไม่ประมาทโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม

เช้าวันต่อมา

ไลท์ลืมตาขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นไปกินข้าวเช้า 

แม้ว่าผู้ฝึกตนไม่จำเป็นที่จะต้องกินอาหารไปเป็นปีๆ แต่สำหรับเขาแล้วการได้กินอาหารเช้าคือความเคยชิน และเขาก็ชอบที่จะกินอาหารมากกว่าการที่อดอาหาร 

เมื่อกินอาหารเสร็จแล้วไลท์ก็เดินออกมาดูท้องฟ้าก่อนที่จะยิ้มออกมา 

ไม่นานพวกไลก้าก็เดินมาถึง 

ไลท์มองดูทุกๆคนที่มีสีหน้าผ่อนคลายพร้อมกับรอยยิ้มออกมาบางๆที่อยู่บนใบหน้า

แม้ว่าพวกไลก้าจะยังไม่ได้เข้าสู่ระดับSSแต่เมื่อพวกเขาใช้ออร่าของตัวเอง พวกเขาก็จะแข็งแกร่งกว่าระดับSSมาก ทำให้ไลท์วางใจที่จะให้พวกเขาเข้าร่วมในศึกในวันนี้ ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ เขาคงให้พวกไลก้าเฝ้าอยู่ที่ค่ายทหารแล้ว 

“ เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“ เรียบร้อยแล้วหัวหน้า ” เวโรนิก้าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

“ แล้วคนอื่นล่ะ? ” ไลท์ถามออกมา

“ ไม่มีปัญหา ” ไลก้ายิ้มและส่ายหน้าเบาๆ คอลรุยเองก็พยักหน้ารับ

“ ในเมื่อพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเดินนำทั้งสามคนไปยังเต็นท์บัญชาการ

ทั้งสี่เดินเข้าไปในเต็นท์ก็พบว่าภายในเต็นท์มีคนนั่งอยู่หลายคนแล้ว

หลังจากที่พูดคุยอะไรกันนิดหน่อยก็ถึงเวลาที่จะไปยังเมืองปาเรนเพื่อโจมตีเผ่าปีศาจ

ไม่นานทุกๆคนก็มารวมตัวกันครับ โดยที่คนที่จะบุกไปโจมตีเผ่าปีศาจก็คือตัวตนระดับSSและSSS โดยที่มีผู้พิทักษ์แมคโวลัคและเทียนี่ที่เป็นนักผจญภัยระดับSSเฝ้าอยู่ที่ค่ายทหาร

บนท้องฟ้า คนกว่าห้าสิบคนมุ่งหน้าไปยังเมืองปาเรนอย่างไม่เร่งรีบ

ผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมงเศษ พวกเขาก็เห็นเมืองปาเรนอยู่ด้านล่าง

“ ไปกันเถอะ ” เกลกิรอสพูดขึ้นพร้อมกับบินลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว

คนอื่นๆก็บินตามลงไป 

และเมื่อพวกเขาเข้าใกล้เมืองก็พบว่าทหารปีศาจจำนวนมากกำลังยืนมองดูพวกเขาด้วยแววตาเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนจำนวนมากบินออกมาจากเมืองปาเรน ซึ่งมีจำนวกไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยจุด

“ เริ่มแล้วสินะ ” ไลก้าพึมพำออกมาพร้อมกับหยิบหอกมังกรทองพร้อมต่อสู้ คนอื่นๆเองก็หยิบอาวุธของตัวเองออกมา 

ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์และราชาปีศาจบาร์เฮลมมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง เนื่องจากทั้งสองเคยแพ้ให้กับไลท์มาแล้ว แถมยังแพ้แบบหมดสภาพอีกด้วย

“ ในเมื่อพวกแกมาถึงที่นี้แล้วก็อย่ากลับไปอีกเลย ” ราชาปีศาจบาร์เฮลมกัดฟันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ เปิดม่านทมิฬได้ ” ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทันใดนนั้นม่านพลังสีดำรูปทรงสีเหลี่ยมก็ครอบคลุมรอบเมืองปาเรนในระยะห้ากิโลเมตร 

เมื่อม่านสีดำปรากฏขึ้นก็ทำให้ฝ่ายมนุษย์พากันแสดงสีหน้าตกใจและหวาดกลัวขึ้นมา เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าภายในม่านพลังนี้เต็มไปด้วยพลังความมืดที่จะช่วยส่งเสริมให้เผ่าปีศาจแข็งแกร่งขึ้น

“ นี้มันเกิดอะไรขึ้น?! ”

“ บ้าเอ้ยพลังความมืดนี้ทำให้พวกปีศาจจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ๆ ”

ตัวตนระดับสูงรวมไปถึงคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็พากันตกใจและเคร่งเครียดขึ้นมา ส่วนทางฝั่งของไลท์และคนอื่นๆที่รู้เรื่องนี้แล้วพวกเขาพากันสังเกตและตรวจสอบว่ามีใครที่ผิดปกติจากคนอื่นๆบ้าง 

ไม่นานพวกเขาก็ตรวจสอบว่ามีอยู่คนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังสุด คนๆนั้นแสดงสีหน้าเรียบเฉยและไม่ได้หวาดกลัวหรือตกใจเหมือนกับคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าอีกด้วย

เพียงแต่รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจคนๆนั้น เพราะตอนนี้ต้องจัดการกับเผ่าปีศาจด้านหน้าให้เสร็จเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็รอความตายได้เลย

ตอนนี้เมื่อม่านทมิฬปรากฏ เผ่าปีศาจก็ค่อยๆมีพลังเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว

ไลท์หรี่ตาลงและพุ่งตัวไปหาพวกปีศาจทันที เขาไม่รอให้พวกปีศาจเพิ่มพลังเสร็จ เขาต้องตัดกำลังพวกปีศาจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน

ไลท์ใช้ออร่าเทวะศักดิ์สิทธิ์และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายของเขาคือราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ เนื่องจากเวทย์ของเธอจะทำให้พวกเขาเสียเปรียบได้ 

นอกจากนี้ดูจากความเร็วของไลท์แล้วนับว่าเร็วที่สุดแล้วจากทั้งหมดที่อยู่ที่นี้ ทำให้การเคลื่อนไหวของไลท์ไม่มีใครมองทัน

ทุกๆคนเพียงแค่กระพริบตาเดียวไลท์ก็หายตัวไปแล้วและจู่ๆเขาก็มาปรากฏตัวที่ด้านหลังของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไปปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของราชาปีศาจบาร์เฮลมและหายตัวไปอีกครั้ง

ตอนนี้ที่ร่างของราชาปีศาจบาร์เฮลมและราชินีปีศาจแอมโพไดซ์มีม่านพลังสีทองของไลท์ครอบคลุมร่างกายของทั้งสองตัวเอาไว้

ความเร็วของไลท์นั้นทำให้ทุกๆคนยังไม่ทันขยับและยังไม่รู้ว่าไลท์หายไปตอนไหนและเขาทำอะไรบ้าง

เท่านั้นไม่พอ เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือเทพปีศาจทั้งสองตัว

ตอนนี้เทพปีศาจทั้งสองตัวสัมผัสได้แล้วว่าไลท์ได้หายไป พวกมันก็รีบกระจายตัวทันทีแต่น่าเสียดายที่เทพปีศาจลูบลักก้าเคลื่อนไหวช้าเกินไป

ไลท์มาโผล่ที่ด้านหน้าของเทพปีศาจลูบลักก้าก่อนที่จะใช้ดาบฟาดฟันอย่างรวดเร็ว 

เพียงแค่เสี้ยววินาทีไลท์ก็ฟันดาบไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยครั้ง 

หลังจากที่ฟันไปไม่ต่ำกว่าสองร้อยครั้งแล้วไลท์ก็สร้างม่านพลังสีทองล้อมรอบตัวของเทพปีศาจลูบลักก้าเอาไว้ก่อนที่จะหายตัวไปอีกครั้ง

ฟุบ

ไลท์มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าของเทพปีศาจฮอลิเบอร์ 

เทพปีศาจฮอลิเบอร์คำรามด้วยความโกรกธก่อนที่จะระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง แต่น่าเสียดายที่มันช้าไปแล้วเพราะมันเพิ่งจะหลุดออกมาจากที่กักขังทำให้ความแข็งแกร่งของมันยังอยู่ในระดับSSเท่านั้นแต่มันจะมาสู้อะไรกับไลท์ที่แข็งแกร่งในระดับSSS 

เพียงไม่กี่การเคลื่อนไหวเทพปีศาจฮอลิเบอร์ก็ถูกไลท์ตัดหัวจนหัวของมันลอยขึ้นบนท้องฟ้าจากนั้นก็มีม่านพลังสีทองล้อมรอบร่างกายของเทพปีศาจฮอลิเบอร์เอาไว้

เนื่องจากไลท์ใช้เวลามากไปทำให้ปีศาจและมนุษย์ทั้งหมดรู้สึกตัว พวกเขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ารอบตัวของราชาปีศาจบาร์เฮลม ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ เทพปีศาจลูบลักก้า เทพปีศาจฮอลิเบอร์มีม่านพลังมีสองล้อมรอบอยู่

ทันใดนั้นม่านพลังสีทองก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้ปีศาจที่อยู่รอบๆพากันถูกแรงระเบิดอัดกระเด็นจนลอยไปคนละทิศคนละทาง 

ซึ่งแรงระเบิดของม่านพลังนั้นรุนแรงอย่างมาก ซึ่งมันแรงจนทำให้แม่ทัพปีศาจได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เลย

เมื่อฝุ่นควันหายไปพวกเขาก็พบว่าตอนนี้ราชาปีศาจบาร์เฮลม ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ เทพปีศาจฮอลิเบอร์ เทพปีศาจลูบลักก้าได้หายไปแล้ว แม้แต่เศษซากก็ยังไม่มีให้เห็น ส่วนแม่ทัพปีศาจหลายตัวก็มีร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง 

มนุษย์ทุกคนพากันมองฉากด้านหน้าด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าไลท์จะแข็งแกร่งถึงขนาดสังหารราชาปีศาจทั้งสองและเทพปีศาจสองตัวได้อย่างรวดเร็ว 

หลังจากที่ไลท์ทำการสังหารอย่างรวดเร็วและระเบิดพวกมันแบบไม่เหลือซาก ไลท์ก็ฉุกคิดได้ว่าเขาลืมเก็บอุปกรณ์มิติมาจากราชาปีศาจทั้งสองและเทพปีศาจทั้งสอง 

‘ บ้าเอ้ย รีบฆ่าพวกมันจนลืมเก็บอุปกรณ์มิติจากพวกมัน ’ ไลท์กัดฟันด้วยความไม่พอใจ

สาเหตุที่ทำให้ไลท์ต้องทำลายร่างกายของพวกปีศาจให้หมดเพราะเขาคิดว่าพวกปีศาจอาจจะมีวิธีการบางอย่างเหมือนกับราชาปีศาจแฟร์มิเลียที่ถูกตัดหัวไปแล้วแต่ก็ยังไม่ตาย เพราะฉะนั้นทางที่ดีคือทำลายมันทั้งร่างกายไปเลย ทีนี้พวกมันก็จะได้ไม่ต้องกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ทุกๆคนพากันกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าไลท์จะอาศัยเวลาไม่กี่วินาทีก็ทำให้พวกปีศาจที่แข็งแกร่งตายกันเป็นจำนวนมาก

“ แข็งแกร่งจริงๆ ”ยูเวสที่อยู่ในกลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ห่างจากไลท์มาก เขาไม่อยากจะคิดเลยว่ายังมีอัจฉริยะแห่งยุคปรากฏตัวขึ้นมานอกจากโซเฟียและเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าไลท์จะนำเขาไปไกลแล้ว 

เกลกิรอสที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มขึ้นอย่างตื่นเต้นและตะโกนขึ้นว่า “ สังหารพวกปีศาจให้หมด ” 

เนื่องจากพวกปีศาจที่สูญเสียตัวตนระดับSSSไปแล้วพวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมนุษย์ 

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง มนุษย์ก็สามารถสังหารปีศาจได้เกือบทั้งหมด โดยที่ไลท์ได้ปล่อยให้แม่ทัพปีศาจบางส่วนหนีรอดกลับไปได้ แน่นอนว่ามันเป็นแผนการณ์ที่จะปล่อยเนียร์กลับไปนั่นเอง ถ้าหากเขาสังหารปีศาจทั้งหมดแล้วจู่ๆมีเนียร์ตัวเดียวที่หนีรอดไปได้มันจะเป็นการผิดสังเกตเกินไป เพราะฉะนั้นไลท์จึงจงใจที่จะปล่อยให้มีแม่ทัพปีศาจสิบกว่าตัวหนีรอดไปได้

แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าที่จะตั้งคำถามกับไลท์ ว่าทำไมไลท์ถึงปล่อยให้แม่ทัพปีศาจสิบกว่าตัวหลบหนีไป 

หลังจากที่จบศึกแล้วพวกไลท์ก็ทำการล้อมตัวตนระดับSSคนหนึ่งที่เป็นจอมเวทย์อิสระที่มาช่วยเหลือพวกเขา

นอกจากสภาจอมเวทย์ สมาคมนักผจญภัย หรือห้าตระกูลผู้พิทักษ์ ก็ย่อมมีอัจฉริยะหลายคนที่พัฒนาตัวเองมาถึงระดับSSได้ 

พวกเขาเหล่านี้ได้เข้ามาช่วยเหลือในสงครามครั้งนี้ประมาณหกคน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายชราที่มีรูปลักษณ์อายุประมาณเจ็ดสิบปี 

“ ไม่ทราบว่าทุกๆคนกำลังทำอะไร? ” ชายชราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเบาๆ 

“ เฟอร์คาสช่วยมากับพวกเราหน่อย ” เกลกิรอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

เฟอร์คาสตัวสั่นขึ้นมา เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ จากนั้นจู่ๆผู้พิทักษ์เฟลิกซ์และผู้พิทักษ์เอลเรนก็มาที่ด้านหลังของเฟอร์คาสพร้อมกับล็อคมือทั้งสองของเฟอร์คาสเอาไว้

ไลท์โผล่มาที่ด้านหน้าของเฟอร์คาสและใช้มือจับไปที่หัวของเฟอร์คาส

ไม่นานไลท์ก็ถอนมือออกก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ซ่อนตัวได้ดีนิ ” 

ไลท์พูดจบเขาก็ใช้ดาบตัวหัวของเฟอร์คาส

ทุกๆคนที่ไม่รู้เรื่องก็พากันตกใจและไม่คิดว่าไลท์จะสังหารพวกเดียวกัน

เท่านั้นไม่พอ ไลท์ได้สังหารนักสู้อีกคนหนึ่งที่แข็งแกร่งในระดับSS

เรื่องนี้ยิ่งทำให้ทุกๆคนหวาดกลัวเข้าไปใหญ่ 

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน