สภาพตอนนี้ของเหวินหลงมีรอยแดงที่ใบหู ส่วนแขนนั้นเป็นรอยฝ่ามือเล็กๆ สองสามรอย สาเหตุที่เหวินหลงเป็นเช่นนี้ฝีมือทั้งหมดล้วนเกิดจากฮุ่ยหราน ส่วนเหวินอวี้ก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความซื่อบื้อของน้องรอง
จริงอยู่ว่าที่ผ่านมาพวกเขาล้วนเร่รอนไปทั่วไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ แต่ทว่าในตำราเรียนที่ผู้เป็นอาจารย์นำมาให้ได้กล่าวถึงเรื่องหอนางโลมซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่พึงกระทำของขุนนางที่ดีไว้อย่างละเอียด
“ พี่เหวินหลง นี่ท่านไม่ได้อ่านตำราที่อาจารย์นำมาให้ใช่หรือไม่!! ”
เหวินหลงถูใบหูที่แดงก่ำของตน ก่อนจะอธิบายแก่ฮุ่ยหรานผู้เป็นน้องเล็ก
“ ข้าก็แค่ยังไม่ได้อ่านตรงจุดนั้นก็เท่านั้นเอง เป็นข้านี่ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ ข้าถามท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ก็ส่ายหน้าหนี พอข้าถามพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ก็ถอนหายใจ พอข้าถ้ามเจ้า เจ้าก็ทุบตีข้าเป็นผักเป็นปลาเสียอย่างงั้น!! ”
“ สมควรแล้ว ข้าไม่คุยด้วยแล้ว หึ!! ”
ฮุ่นหรานสะบัดหน้าหนี ก่อนจะเดินไปหาเหวินอวี้ปล่อยให้เหวินหลงเดินบ่นอยู่ข้างหลังคนเดียว ขณะนั้นเองเฟยหงก็บอกกล่าวกับพวกเหวินอวี้ให้อยู่ในความสงบ
“ ใกล้ถึงแล้ว ห้ามพวกเจ้าส่งเสียงดังหรือทำอะไรที่นอกเหนือคำสั่งของข้าเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่ ”
ทั้งสามคนที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าพร้อมกัน
“ ศิษย์รับทราบขอรับ/เจ้าค่ะท่านอาจารย์ ”
พวกเขาทั้งหมดเดินทางมาด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจากบุคคลภายนอก ระหว่างการเดินทางนั้นไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต โดยปกติแล้วเมื่อเข้ามาในป่าลึกย่อมมีสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรโผล่มาให้เห็นบ้างปะปราย แต่ในวันนี้บรรยากาศโดยรอบต่างเงียบสงัด แม้แต่เสียงแมลงสักตัวก็ไม่มี
มีเพียงแค่แสงเปลวไฟที่ส้มที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัวของเฟยหงที่ใช้เป็นแสงสว่างนำทาง และแล้วก็ถึงจุดหมายปลาย ทั้งสามต่างจดจำสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
“ ที่นี่มัน.... ”
“ มาแล้วหรือเจ้าพวกมนุษย์ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาตามสัญญาที่ได้ให้ไว้จริงๆ ”
ภายใต้แสงสว่างของดวงไฟที่ถูกสร้างขึ้น ปรากฏร่างสัตว์อสูรตนหนึ่งที่กำลังนั่งรออยู่อย่างสงบใกล้กับร่างไร้วิญญาณของภรรยาผู้จากไป ตัวเหวินอวี้ย่อมรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรตนนั้นได้เป็นอย่างดี
“ ข้าเป็นผู้รักษาสัญญาเสมอ คำไหนคำนั้นสัญญาย่อมเป็นสัญญา บัดนี้ข้านำบุตรของพวกเจ้ามาคืนแล้ว ”
เฟยหงนำกล่องที่ใส่ใข่อสรพิษออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะส่งกล่องใบนั้นให้ลอยไปหาอสูรผู้เป็นพ่อ ฝากล่องถูกเปิดออกเผยให้เห็นไข่สีดำสนิทขนาดใหญ่ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำลายพิษส่งกลิ่นอายอันตราย รวมถึงสัญญาณชีพที่บ่งบอกว่าใกล้จะฟักออกมาเต็มที
สัตว์อสูรตนนั้นหลั่งน้ำตาแห่งความยินดีออกมาหลังจากได้บุตรกลับคืนสู่อ้อมอก นี่เป็นครั้งแรกที่เฟยหงได้เห็นสัตว์อสูรหลั่งน้ำตาต่อหน้าผู้คน เฟยหงเองก็เข้าใจถึงความรักใคร่ที่มีต่อผู้เป็นลูกมากไม่แพ้ผู้ใด
“ เรื่องเมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมา ที่ข้าลงมือหนักเกินไปข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด ข้าแค่ต้องการปกป้องประชาชนและทหารเพียงเท่านั้น ”
“ ข้าเข้าใจดี เจ้าทำหน้าที่ของเจ้า ส่วนข้าก็ทำหน้าที่บิดาปกป้องดูแลบุตรและภรรยา ”
ในน้ำเสียงของสัตว์อสูรตนนี้แฝงไว้ด้วยความเศร้าโศกและเสียใจ เฟยหงย่อมเข้าใจถึงความรู้สึกของการสูญเสียผู้เป็นที่รักไปเป็นอย่างดี
เฟยหงเดินไปใกล้กับสัตว์อสูรที่เฝ้าร่างของภรรยาที่ตายไปไม่ห่างด้วยฝีมือของศิษย์ทั้งสามคนที่ยืนดูอยู่ข้างหลัง
“ รออยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวอาจารย์ก็กลับมา ”
ซึ่งแน่นอนว่าการพูดคุยระหว่างหนึ่งมนุษย์หนึ่งสัตว์อสูร ทั้งสามคนย่อมไม่มีทางได้ยิน จึงเห็นเพียงความนิ่งเงียบของทั้งคู่และการส่งมอบไข่อสรพิษ และในตอนนี้พวกเขาต่างเชื่อมั่นในตัวของท่านอาจารย์ว่าสามารถจัดการปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน
“ ก่อนหน้านี้ข้าได้สัญญากับเจ้าว่าจะฟื้นคืนชีพภรรยาของเจ้าให้ แต่ข้าขอถามเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่”
“ ว่ามาเถอะ ”
“ หากข้าฟื้นคืนชีพให้กับภรรยาของเจ้าเสร็จ หลังจากนี้ครอบครัวของเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป จริงอยู่ที่ป่าแห่งนี้น้อยนักที่จะมีใครกล้าเข้ามารบกวน แต่ว่าสักวันหากมีกลุ่มของพวกนักล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเข้ามารุกรานในป่าแห่งนี้หรือคนที่ต้องกาารชิงสมบัติอสูรเช่นเรื่องคราวนี้ เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป ”
เมื่อฟังคำถามของเฟนหง สัตว์อสูรตนนั้นตอบข้อสงสัยให้แก่มนุษย์ตรงหน้า
“ มนุษย์อย่างเจ้าอาจจะไม่รู้ แต่สัตว์อสูรอย่างพวกข้าย่อมมีอาณาเขตเป็นของตนเอง สัตวอสูรอย่างพวกเรายิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งปลอดภัยและมีข้าทาสบริวารคอยรับใช้ ป่าแห่งนี้ก็เป็นเขตแดนของข้าเช่นกัน
ส่วนเรื่องครั้งนี้นั้น เกิดจากข้าที่นำบริวารส่วนใหญ่ไปพบกับสหายที่อีกอาณาเขต จึงปล่อยให้นางและลูกอยู่กับบริวารไม่กี่ตน ”
เฟยหงที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าครุ่นคิดบางอย่าง
“ เป็นอย่างงั้นเองสินะ ”
[ สัตว์อสูรจะแบ่งเขตการปกครองกัน ด้วยการทิ้งกลิ่นอายและสัญลักษณ์เอาไว้ หากสัตว์อสูรหรือมนุษย์ผู้ใดลุกล้ำเข้าไปโดยไม่ได้รับความยินยอมก็เท่ากับตั้งเป็นศัตรูต่อผู้ปกครองเขตแดนนั้นในทันที ซึ่งการจะครอบครองตำแหน่งนั้นย่อมง่ายมากเพียงแค่โค่นสัตว์อสูรที่เป็นจ้าวผู้ปกครองคนเดิมลงได้ ก็จะสามารถขึ้นเป็นจ้าวผู้ปกครองได้ในทันที ]
ซีโร่บอกอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมกับเฟยหง
“ งั้นเจ้าสนใจทำพันธะกับข้าหรือไม่ แต่ก่อนอื่นข้าขอชุบชีวิตภรรยาของเจ้าก่อนเป็นอันดับแรก ”
สัตว์อสูรตนนั้นแสดงอาการตกตะลึงออกมาในทันที มนุษย์ผู้นี้กำลังชวนให้เขาทำพันธะโลหิตหรือ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันยิ่งนัก แต่สำหรับเฟยหงเรื่องนี้ไม่มีคำว่าล้อเล่นแต่อย่างใด
“ ร่างกายยังไม่เน่าเปื่อย ส่วนพลังลมปราณในร่างยังเหลือถึงแปดส่วน การที่มีพลังลมปราณแข็งแกร่งคงทำให้เมื่อตายไปพลังในร่างจึงลดช้าลงสินะ ”
การฟื้นคืนชีพของสิ่งมีชีวิตนั้นนับว่าเป็นได้เพียงเรื่องในตำนานเท่านั้น เพราะสิ่งที่ทุกสรรพสิ่งต่างรับรู้มีเพียงแค่โอสถของเทพเสินหนงที่มีชื่อว่าโลหิตสี่จตุรทิศที่ได้จากเลือดของสัตว์เทพผู้ดูแลทิศทั้งสี่เท่านั้นที่สามารถฟื้นคืนวิญญาณจากปรโลกได้
พร้อมทั้งทำให้บาดแผลต่างๆหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นได้ เรียกได้ว่าได้ทั้งวิญญาณและร่างกายที่สมบูรณ์กลับคืนมาในครั้งเดียว!!!
ส่วนที่เฟยหงได้มาอย่างไรนั้น เป็นเพราะนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่กองพะเนินรวมกันในแหวนมิติที่ได้เป็นของขวัญจากพระเจ้า หลังจากที่ส่งเขามาอยู่ในโลกแห่งนี้ พร้อมกับฝากถ้อยคำมาถึงเขาผ่านซีโร่
‘ในสมบัติที่ข้ามอบให้ เจ้าสิ่งนั้นเป็นของรักที่ข้าไปรีดไถมาจากตาเฒ่าเสินหนงมาเมื่อนานมาแล้ว บัดนี้ข้าตัดใจมอบให้เจ้า เพราะความเอ็นดูในตัวสาวน้อยเฟยเฟย ของสิ่งนี้เหลือเป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว หากจะใช้ก็ขอให้คิดให้ถี่ถ้วนก่อนล่ะเจ้ามนุษย์น้อย’
และครั้งนี้เขาก็ตัดสินใจนำมันมาใช้ชุบชีวิตของอสูรตรงหน้า เพราะการตายของมันเกิดจากฝีมือของศิษย์ของตนที่ไม่สืบหาความให้ถี่ถ้วนเสียก่อนก็ลงมือทำลายชีวิตของมันลงไปเสียแล้ว
ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญแก่ศิษย์ชายหญิงของเขา เพราะการกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังในครั้งนี้ เกือบนำพาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งเขาได้กำหนดบทลงโทษให้ทั้งสามไปเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากนำเม็ดยาป้อนใส่ปากของซากศพตรงหน้า ทันใดนั้นร่างไร้วิญญาณของนางอสูรงูก็มีการตอบสนองและค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในที่สุด พร้อมกับระดับพลังที่ทะยานเข้าสู้ชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นต้น!!!
“ นี่มันอะไรกัน!! ”
เฟยหงถามซีโร่ด้วยความแปลกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น!!
[ เรียนนายท่านนี่เป็นผลข้างเคียง เป็นไปได้ว่าโอสถนั่นจะไปกระตุ้นจุดกำเนิดพลังจนเกิดการเลื่อนขั้นระดับพลังแบบพิศดาร ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยากมาก ]
“ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่รึไง!! ”
เฟยหงถอยห่างออกมา ก่อนที่อสูรตนนั้นจะตั้งสติและสามารถประคองตัวขึ้นยืนได้อีกครั้ง
“ ท่านพี่นี่ข้ายังไม่ตายหรือ แล้วลูกของเราเล่า ”
“ ภรรยาข้า บุตรของพวกเราปลอดภัยดี เจ้าฟื้นแล้ว ฟื้นแล้วจริงๆ มิหนำซ้ำระดับพลังยังเหนือกว่าข้าไปอีกหนึ่งระดับช่างน่ายินดียิ่งนัก ”
ทั้งสองต่างโผกอดกัน ทำให้ภาพที่เห็นคือจิ้งจอกยักษ์ที่มีรูปร่างคล้ายงูกำลังใช้ขาทั้งสี่โอบกอดกันและกัน หลังจากคลายความตื่นเต้นสัตว์อสูรผู้เป็นภรรยาก็เลื้อยเข้าก้มหัวให้กับเฟยหง
“ แม้ข้าจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว แต่วิญญาณของข้ายังไม่สูญสลายจึงสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นรอบตัวข้าได้ ท่านเป็นมนุษย์ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ มิหนำซ้ำยังช่วยยกระดับพลังให้กับข้า ”
สิ่งที่นางอสูรเข้าใจคือเฟยหงช่วยชุบชีวิตไม่พอ อีกทั้งยกระดับพลังให้ตนอีก จึงนอกจากจะคลายโทสะลงแล้วยังซาบซึ้งบุญคุณไม่น้อย แต่เฟยหงแสดงสีหน้าเรียบเฉยออกมา เพื่อปกปิดความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในใจ
“ ไม่เป็นไร ฝ่ายของข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ตอนนี้ข้าพาศิษย์ของข้ามาขอโทษเจ้าในสิ่งที่ได้กระทำลงไป ”
“ พวกเจ้าทั้งสามคนมานี่ แล้วขอโทษอสรพิษตนนี้ซะ ”
ทั้งสามคนต่างก้มหน้าพร้อมกับผสานมือและย่อตัวลงอย่างสุภาพ
“ ผู้เยาว์ขอโทษที่ล่วงเกินท่าน ขอท่านโปรดทให้อภัยในการกระทำที่โง่เขลาและไร้การไตร่ตรองของพวกเราด้วย!! ”
เหวินอวี้ เหวินหลง และฮุ่ยหรานล้วนขอโทษด้วยความจริงใจ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนมีสาเหตุจากความคึกคะนองที่มั่นใจในฝีมือตนเองและขาดการวิเคราะห์ของพวกตน ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนไม่พอ ซ้ำยังส่งเสริมให้พรรคโอสถสวรรค์พรากลูกออกจากอ้อมอกของบิดามารดา แล้วไปสังหารอสูรที่ไร้ซึ่งความผิดตนนี้
หากไม่ได้อาจารย์ช่วยแก้ไขสถานการณ์เกรงว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงคงต้องบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย ส่วนพวกตนที่เป็นผู้ลงมือสังหารภรรยาและช่วยให้เจ้าสำนักได้ครอบครองไข่อสรพิษคงไม่พ้นถูกตามล่าสังหารเป็นแน่
อสรพิษผู้เป็นภรรยาเห็นเช่นนั้นก็มิได้ถือโทษโกรธเคืองแต่อย่างใด นางเข้าใจในเจตนารมณ์และความอ่อนต่อโลกของทั้งสามคน
“ ข้ายกโทษให้พวกเจ้า สิ่งที่พวกเจ้าทำไปในครั้งนี้ขอให้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตเจ้า ต่อไปหากทำการใดโดยไม่ยั้งคิด เกรงว่าจะไม่สามารถจบเรื่องได้ด้วยสันติเช่นครั้งนี้ พวกเจ้ามีอาจารย์ที่ดีถึงเพียงนี้ ควรกตัญญูและเชื่อฟังอาจารย์ของพวกเจ้าให้ดี ”
นี่คือสิ่งที่เฟยหงถ่ายทอดให้แก่พวกเขาได้รับรู้
“ ขอรับ/เจ้าค่ะ!! ”
เมื่อเป็นเช่นนี้เฟยหงจึงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่สิ่งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากสัตว์อสูรทั้งสองตนก่อน
“ ข้าทำตามที่สัญญาไว้แล้ว เท่านี้ก็ไม่มีอะไรติดค้างต่อกันแล้วเพราะฉะนั้นข้าอยาก— ”
“ ข้าและภรรยาพร้อมติดตามท่าน พวกเราตัดสินใจแล้ว มนุษย์เช่นท่านย่อมคู่ควรที่จะได้รับการเคารพจากพวกเรา ”
เฟยหงเผยรอยยิ้มขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นในทันที การได้สัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีส้มมาร่วมพันธะตัวย่อมเป็นผลดีต่อเขาอย่างแน่นอน
“ ข้าอยากจะให้พวกเจ้าสองคนช่วยมาเป็นอาจารย์ฝึกสอนเด็กทั้งสามคนนี้ได้หรือไม่ ”
อสูรสามีภรรยามองหน้ากันชั่วขณะ
“ เรื่องนั้นพวกเราคิดว่าย่อมไม่มีปัญหา ในเมื่อท่านเป็นนายของพวกข้าย่อมสามารถสั่งการมาได้ ”
“ ยอดเยี่ยม!! ”
เฟยหงพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น แน่นอนว่าการเป็นจักรพรรดิ์ใช่ว่าจะมีเวลาว่างตลอดการได้อาจารย์มาเพิ่ม มิหนำซ้ำยังเป็นสัตว์อสูรระดับสูงมีแต่ได้กับได้
“ งั้นพรุ่งนี้เรามาทำพันธะโลหิตกันเถอะ!! ”
จบภาค 1 ปฐมบท