ใบหน้าของพวกเผ่ยหยางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธพวกเขาไม่สามารถเถียงอะไรกลับไปได้เลย หน้าตา พรสวรรค์ เขาล้วนแต่เทียบเฟยชิงเอ๋อและฉางเฟิงไม่ได้
“เจ้าหนูเจ้าคิดดีแล้วงั้นเหรอที่จะเป็นศัตรูกับวังสวรรค์”ระดับพระเจ้าของวังสวรรค์จ้องมองไปยังฉางเฟิงและปลดปล่อยแรงกดดันออกมา
แต่แรงกดดันนั้นไม่สามารถเข้าถึงตัวฉางเฟิงได้เพราะมีเฟยหมิงยืนขวางอยู่
“นี่เจ้าคิดจะทำร้ายลูกเขยของเผ่าทูตสวรรค์งั้นเหรอดูเหมือนวังสวรรค์จะยโสเกินไปแล้ว” เฟยหมิงโบกมือแรงกดดันก็กระแทกระดับพระเจ้าทั้งสองให้ถอยออกไปพร้อมกับกระอักเลือด
“พวกเจ้าคิดว่ามันคุ้มแล้วงั้นเหรอด้วยอำนาจและสถานะของข้า ข้าสามารถช่วยให้เผ่าของพวกเจ้ากลับมารุ่งเรืองได้นะ”เผ่ยหยางคำราม
“น่าขันตอนนี้ทางเรามีคุณหนูของพวกเราแล้วในอนาคตนางจะเป็นคนนำพาพวกเรากลับคืนสู่ความรุ่งเรืองเองส่วนพวกเจ้าอย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าไม่อยากให้พวกเรากลับมาแข็งแกร่งเหมือนในอดีตและแค่ต้องการช่วงชิงสายเลือดของพวกข้าแล้วอีกอย่างพวกเจ้ากล้าสาบานต่อเต๋าสวรรค์หรือไม่ว่าการหายตัวไปของอัจฉริยะในเผ่าไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า”ผู้อาวุโสสามคำรามจิตสังหารปะทุเพราะหนึ่งในคนที่หายไปคือหลานชายของเขา
“ดีในเมื่อพวกเจ้ากล้าหักหน้าพวกข้าก็เตรียมรับความโกรธจากวังสวรรค์ได้เลย” เผ่ยหยางคำราม
“ข้ากลัวว่าจะมีเพียงวังโลหิตของเจ้าที่จะโกรธส่วนวังอื่นๆพวกเขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ทำไมพวกเขาจะต้องโกรธด้วย”เฟยหมิงยิ้มเยาะ
“เจ้าหนะคือภูติแห่งชีวิตสินะทำไมภูติแห่งชีวิตถึงมาอยู่ที่นี่พวกเจ้าลืมไปแล้วเหรอใครเป็นนายของโลกโกลาหลในตอนนี้”ระดับพระเจ้าของวังสวรรค์มองมาทางฉางเฟิงด้วยสีหน้าตกใจและตื่นเต้นสายเลือดที่พวกเขาต้องการมานานแต่กลับตามหาตัวไม่เจอในที่สุดก็เจอจนได้
“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรข้านั้นไม่ได้มาจากโลกโกลาหลเสียหน่อย” ฉางเฟิงยิ้ม
“มันเป็นไปไม่ได้มีเพียงโลกโกลาหลที่ให้กำเนิดเผ่าภูติแห่งชีวิต ซึ่งตอนนี้วังสวรรค์ของข้าเป็นเจ้าของโลกของพวกเจ้าอยู่เพราะงั้นพวกเจ้าเองก็เป็นทาสของพวกข้าวังสวรรค์วันนี้ข้าจะต้องพาเจ้ากลับวังสวรรค์ซะ”ระดับพระเจ้าของวังสวรรค์คำราม
“ฮ่าฮ่า น่าขันจริงๆ เจ้าพวกนี่มันหน้าด้านอะไรอย่างงี้พวกเจ้าไม่รู้เหรอว่าโลกโกลาหลได้อยู่ในช่วงสงครามโบราณอยู่แล้วแบบนี้ใครจะเข้าออกโลกโกลาหลได้เห็นด้วยชัดว่าคุณชายของพวกเราไม่ได้อยู่ในโลกโกลาหลตั้งแต่แรกแถมด้วยอายุของเขามันก็เป็นไม่ได้ที่จะหนีออกมาจากโลกโกลาหลเมื่อหลายปีก่อน”ผู้อาวุโสสามโกรธมากในตอนนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเฟยหมิงคอยห้ามเขาลงมือโจมตีไปแล้ว
“มันเป็นไปไม่ได้ที่ภูติแห่งชีวิตจะอยู่ที่โลกอื่นที่ไม่ใช่โลกโกลาหล”ระดับพระเจ้าของวังสวรรค์ไม่ยอมรับ
“แต่มันเกิดขึ้นแล้วพวกเจ้านี่ชั่งไม่มีความสามารถอะไรเลย ทำไมพวกเจ้าถึงได้ตักสินว่าเผ่าของข้าอยู่ในโลกอื่นไม่ได้หรือว่าพวกเจ้าวังสวรรค์คือผู้ปกครองจักรวางศักดิ์สิทธิ์งั้นรึถึงได้ตั้งกฎว่าข้าอยู่ที่อื่นไม่ได้”ฉางเฟิงเย้ยหยัน
“ฮ่าฮ่า ถ้าเผ่าอื่นๆได้ยินเขามีหวังสวสวรรค์ได้ถูกเผ่าอสูร มารและปีศาจโจมตีแน่”ผู้อาวุโสสามหัวเราะ
“พวกเจ้า!!!!!!!!!!!”ทั้งสองคนไม่สามารถเถียงอะไรกลับไปได้เลย
“พวกเจ้ากลับไปเถอะเผ่าทูตสวรรค์ของพวกเราไม่ขอต้อนรับคนจากวังโลหิตอีกเป็นอันขาด” เฟยหมิงโบกมือร่างของทั้งสามก็ถูกพลังแห่งแสงกระแทกออกจากโลกแห่งแสงทันที
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ซะใจจริงๆข้ารอวันที่จะฉีกหน้าพวกมันแบบนี้มานานแล้ว”
“ถูกต้องเจ้าพวกอวดดีนี่แค่มีอำนาจขึ้นมาหน่อยก็พากันยโสไม่เห็นหัวใครวันนี้พวกมันได้รับบทเรียนแล้ว”เหล่าผู้อาวุโสพากันแสดงสีหน้าดีใจออกมา
“จบแล้วสินะ”ฉางเฟิงถอนหายใจ
“อะไรคือจบมันพึ่งเริ่มต่างหาก งานหมั้นของพวกเจ้ายังจำเป็นต้องจัดขึ้น” เฟยหมิงกล่าว
“ห๊าไม่ใช่ว่าเราแก้ปัญหาได้แล้วงั้นเหรอ” ฉางเฟิงหันไปทางเฟยชิงเอ๋อซึ่งใบหน้าของนางก็แปลกใจไม่แพ้ฉางเฟิง
“ท่านปู่ทำไมถึง....”
“ถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะไล่พวกมันไปได้แต่ถ้าพวกเราไม่แกล้งแสดงต่อไปพวกมันก็จะหาทางเข้าหาเจ้าอีกอยู่ดีไม่สู้แสดงให้ถึงที่สุดไปเลยดีกว่า” เฟยหมิงกล่าว
“นางเด็กโง่ผู้ชายดีๆอยู่ตรงหน้าแล้วเจ้าไม่คิดจะจับไว้งั้นเหรอ สายเลือดนั่นเป็นสายเลือดอันดับต้นๆของจักรวาลเลยนะเจ้าไม่สนแต่พวกข้าสน”เฟยหมิงคิด
“ใช่แล้วเรื่องนี้ยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป” บิดาของเฟยชิงเอ๋อยิ้มเห็นได้ชัดว่าเขายอมรับในความสามารถของฉางเฟิงแล้ว
พวกฉางเฟิงมองหน้ากันและรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาตกหลุมพรางของพวกจิ้งจอกเฒ่าพวกนี้แล้วแต่แค่หมั้นฉางเฟิงจึงไม่คิดมากแต่ที่สำคัญคือการฝึกฝนที่นี่มีพลังหน้าแน่นกว่าโลกโกลาหลในตอนนี้แถมยังมีทรัพยากรอีกจำนวนมากและด้วยคำสัญญาของเฟยหมิงฉางเฟิงสามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้
หลังจากขับไล่พวกเผ่ยหยางออกไปพวกฉางเฟิงก็ถูกให้ออกจากห้องประชุมส่วนพวกตาแก่เจ้าเล่ห์ก็พากันประชุมกันต่อ
“ท่านบรรพบุรุษท่านบอกความจริงมาได้แล้วเขาเป็นสายเลือดของท่านผู้นั้นจริงๆงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสสามกล่าว
“ไม่ผิดแน่ตอนข้าตรวจสอบข้าพบกลิ่นอายของนางในร่างของเขา”
“นั่นไม่ได้หมายความว่าท่านผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ”
“ถูกต้องถึงกลิ่นอายจะเบาบางลงมาแต่เห็นได้ชัดว่าเป็นกลิ่นอายเมื่อหลายปีก่อนซึ่งเป็นไปได้ว่านางยังซ่อนตัวและรักษาอาการบาดเจ็บอยู่”เฟยหมิงกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นในอนาคตพวกเราก็มีหวังที่จะเอาคืนเจ้าพวกสารเลวพวกนั้นแล้วสิ”
“นั่นต้องดูว่าชิงเอ๋อของพวกเราและฉางเฟิงสามารถเติบโตไปได้แค่ใหนจากที่ข้าเห็นพรสวรรค์ด้านพลังจิตของฉางเฟิงสูงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฝึกฝนทั้งสองอย่างและมุ่งเน้นไปที่พลังจิตอย่างเดียวมีโอกาสมากที่เขาจะกลายเป็นผู้ใช้พลังจิตระดับจักรพรรดิเทพไปแล้ว”เฟยหมิงกล่าว
“ขนาดนั้นเลยสมแล้วที่มีสายเลือดของภูติแท้โกลาหล” ผู้อาวุโสหลายคนพยักหน้า
“เพราะงั้นเขาจึงเหมาะสมกับชิงเอ๋อของพวกเรามากที่สุดยังไงอนาคตของทั้งสองก็มีโอกาสมากที่จะไปถึงจ้าวจักรวาล”
“ในเมื่อรู้ว่าท่านผู้นั้นยังไม่ตายพวกเราก็สามารถมั่นใจที่จะช่วยสนับสนุนฉางเฟิงให้แข็งแกร่งขึ้นได้ถึงอย่างไรด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราและท่านผู้นั้นการร่วมมือกันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดอยู่แล้ว”เหล่าผู้อาวุโสพากันปรึกษากันพร้อมกับกำหนดวันหมั้นหมายของทั้งสองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว