การเฝ้าสังเกตการณ์ที่ควรจะเป็งานเชิงยุทธศาสตร์ที่เ็าและเป็ระบบกลับแปรเปลี่ยนเป็ความหมกมุ่นที่รินไม่อาจควบคุมได้
เป็เวลาห้าวันแล้วนับั้แ่วันแรกที่เธอเห็นเอวาจากเนินผาหินรินยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ใหญ่บนหน้าผาชันที่ดัดแปลงด้วยพลังธรณีของเธอแต่แทนที่จะทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการจับจ้องเสาหลักอาคมและตารางการเดินยามของทหารพฤกษากล้องส่องทางไกลของเธอกลับมักจะหันไปทางเรือนยารักษาโรคโบราณสีอ่อนหลังนั้นเสมอสายตาของเธอคอยติดตามร่างบางในชุดสีขาวสะอาดของเอวาที่ก้าวเดินไปมาในหมู่บ้านอย่างไม่ลดละ
รินเห็นเอวาตื่นแต่เช้าตรู่ก่อนแสงอาทิตย์จะส่องสว่างเธอจะออกมากวาดใบไม้แห้งบนชานไม้หน้าเรือนยา รดน้ำแปลงสมุนไพรเวทมนตร์ด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยและนุ่มนวลและคอยต้อนรับคนไข้ที่เป็ชาวบ้านด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยนรินเฝ้ามองภาพเ่าั้ด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในแผ่นอก
‘ฉันแค่กำลังศึกษาพฤติกรรมของเป้าหมายสำคัญ...’รินพยายามหลอกตัวเองด้วยเหตุผลแบบทหารแต่หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่รอยยิ้มของเอวาฉายชัดผ่านหน้าต่างกระจกใส
เ้าหยกที่นอนหมอบข้าง ๆคอยเหลือบดวงตาสีเขียวมรกตมองเ้านาย พู่ขนหูสีดำสั่นไหวเบา ๆมันส่งเสียงครางครืดคราดสม่ำเสมอในลำคอราวกับกำลังหัวเราะเยาะข้อแก้ตัวของเธอรินยกมือลูบหัวปุกปุยของมันแล้วกระซิบเสียงต่ำคาดโทษ "เงียบซะ เ้าหยก...ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"
เ้าหยกเพียงแค่หาวกว้างแสร้งหลับตานอนต่ออย่างไม่ใส่ใจ
---
รินนั่งกอดเข่าพิงกำแพงศิลาในโพรงไม้สายลมหนาวพัดโบกเอากลิ่นความชื้นััละอองฝนพัดผ่านเข้ามาผิวเนื้อตามข้อต่อกระดูกของเธอปวดร้าวจากสภาพแวดล้อมที่ชื้นเย็นและการนั่งนิ่งเป็เวลานานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเ็ป เธอจึงบันทึกข้อมูลภูมิศาสตร์รอบด้านลงในสมุดหนังสีดำอย่างละเอียด
หมู่บ้านพฤกษาตั้งอยู่ในแอ่งกระทะโอบล้อมด้วยยอดเขาสามลูกได้แก่ ยอดเขาเหมันต์ทางเหนือ ยอดเขาเขียวขจีทางตะวันออก และยอดเขาหนามหินทางใต้คาถาอาคมแนวป้องกันพรีไนท์ทอดตัวเชื่อมต่อระหว่างยอดเขาทั้งสามนี้ ในยามค่ำคืนรอยต่อของแสงม่านมนตราจะสะท้อนแสงจันทร์กลายเป็แสงออโรร่าสีเขียวอ่อนระยิบระยับพาดผ่านท้องฟ้าดูงดงามจับตา
เธอมองเห็นความสุขสงบของชาวบ้านพฤกษาศิลาที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายเด็ก ๆ เล่นวิ่งไล่จับพรีไนท์ในลานกว้างนำหินเรืองแสงก้อนเล็กส่งผ่านความสว่างให้กันอย่างสนุกสนาน ผิดกับเด็กค่ายสภามืดที่ไม่มีการละเล่นใดๆ มีเพียงการฝึกต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด รินถอนหายใจยาวพยายามสะกดกั้นใจไม่ให้หวั่นไหวกับความอบอุ่นตรงหน้านี้
---
บ่ายวันต่อมาเอวาสะพายตะกร้าสานใบเล็กก้าวเดินออกจากประตูหมู่บ้านเพียงลำพังมุ่งหน้าเข้าสู่ดงป่าลึกชายขอบแนวเขตแดนเวทมนตร์เพื่อเก็บสมุนไพรพรีไนท์และดอกจันทราน้ำค้างรินสวมบทบาทผู้ล่าทันที เธอหดตัวพรางกายเข้ากับความมืดใต้ร่มไม้ใหญ่และส่งสัญญาณให้เ้าหยกเคลื่อนไหวตาม
ทั้งคู่เคลื่อนตัวตามเอวาไปตามเรือนยอดกิ่งไม้สูงชัน้าอย่างเงียบกริบดุจเงารินะโข้ามกิ่งก้านต้นสนั์อย่างไร้เสียงหางตาคอยจับจ้องร่างบางด้านล่างที่กำลังก้มเก็บสมุนไพรอย่างตั้งอกตั้งใจเสียงฮัมเพลงเบา ๆ ของเอวาดังลอยมาตามสายลมป่า รินเฝ้ามองดวงหน้าหวานด้วยความรู้สึกหวงแหนและหวั่นไหวก่อนที่เอวาจะเก็บสมุนไพรจนเต็มตะกร้าและเดินกลับเข้าสู่เขตหมู่บ้านพฤกษาไป
ในขณะที่รินเตรียมตัวจะปีนกลับขึ้นสู่ยอดไม้รอยแตกของกิ่งไม้แห้งดังกริ๊กเบา ๆจากแนวป่าดิบชื้นด้านหลังดึงดูดประสาทััของเธอให้ตื่นตัวเต็มที่
เ้าหยกก้มหัวลงต่ำทันทีส่งเสียงขู่ฟ่อแ่เบาในลำคอขนสีเทาเงินตามแผ่นหลังชี้ตั้งขึ้นด้วยสัญชาตญาณระวังภัยกรงเล็บหินมาลาไคต์สีเขียวมรกตแหลมคมงอกยาวออกมากดลึกเข้ากับพื้นโคลนชื้นแฉะ
รินดีดตัวขึ้นหลบหลังโคนต้นไม้ั์ทันทีแววตาสีเทาหม่นกวาดมองไปที่ดงไม้ทึมทึบข้างหน้า
ผ่านช่องว่างของใบไม้ป่ารินมองเห็นเงาร่างทึบขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าแฝงกายในพุ่มไม้เตี้ยมันคือ "อสูรเงาติดตาม" สัตว์อสูรประเภทหมาป่ามนตราทมิฬขนาดใหญ่ิัของมันพุพองด้วยแร่สีม่วงดำที่เป็ผลข้างเคียงของพลังงานอัญมณีดำปนเปื้อน ดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิตสองดวงของมันฉายแววกระหายเือย่างบ้าคลั่งน้ำลายสีดำหนืดหยดลงบนพื้นดินแห้งจนส่งควันกรดจาง ๆ
สัตว์ร้ายที่ปนเปื้อนพลังงานของสภามืดตัวนี้คงแอบหลุดรอดข้ามพรมแดนหินป่ามาและตอนนี้น้ำลายสอของมันกำลังจับกลิ่นตามแนวกลิ่นสมุนไพรสด...กลิ่นของเอวาที่เพิ่งเดินผ่านไปไม่นาน
รินกัดฟันกรอด แขนแกร่งเกร็งแน่น
ตามสัญชาตญาณและกฎค่ายฝึกของสภามืดเธอควรปล่อยให้สัตว์ร้ายตัวนี้ลอบโจมตีชาวบ้านการเสียชีวิตของเอวาจะทำให้หมู่บ้านพฤกษาตกอยู่ในความปั่นป่วนและทำให้หน่วยป้องกันลาดตระเวนเสียขวัญซึ่งจะเอื้อประโยชน์มหาศาลต่อการบุกโจมตีของกองทัพสภามืดในภายหลัง
แต่สำหรับริน...ความคิดที่จะปล่อยให้เอวาโดนขย้ำและหลั่งเืต่อหน้าต่อตากลับทำให้เธอรู้สึกเจ็บร้าวในหัวใจจนทนไม่ได้เธอไม่มีวันยอมให้ใครทำลายแสงสว่างดวงเดียวของเธอเด็ดขาด!
"เ้าหยก... สังหารเงียบห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" รินสั่งเสียงต่ำเรียบกริบ
เ้าหยกพยักหัวรับรู้ทันทีร่างมหึมาของมันหมอบราบลงกับโคลนตมและเริ่มคืบคลานอ้อมไปทางด้านข้างของหมาป่าอสูรเงาอย่างไร้ร่องรอยขณะที่รินดึงมีดสั้นลอบสังหารออบซิเดียนคมกริบสองเล่มออกมากระชับแน่นในสองมือโคจรพลังธรณีสะกดแรงสั่นะเืของอากาศรอบตัวเพื่อพรางตัวตนจนถึงขีดสุด
หมาป่าเงาติดตามย่อตัวเตรียมพุ่งตัวออกไปทางทิศที่เอวาเดินจากไปทันใดนั้นเงาร่างสีเทาของรินร่วงหล่นลงมาจากกิ่งไม้้าลงสู่แผ่นหลังของสัตว์ร้ายโดยตรงดุจเหยี่ยวโฉบเหยื่อ
รินใช้เข่ากดคอหมาป่าร้ายลงบนพื้นดินอย่างแรงทว่าแรงปะทะกับพื้นหินและหนามของต้นพุ่มไม้หนามเหล็กป่าแหลมคมข้างทางทำให้การต่อสู้ทุลักทุเล ในจังหวะที่รินพยายามเอื้อมมือซ้ายกดหัวมันด้ายถักร้อยข้อมือทำจากป่านดิบสีเทาหม่นลายถักประณีตสลักลวดลายมนตราศิลาแฝง ซึ่งเป็สิ่งเดียวที่เป็ของประดับกายติดตัวเธอมานานได้ถูกหนามเหล็กป่าเกี่ยวกระชากจนขาดสะบั้นร่วงหล่นลงไปในพุ่มไม้โดยที่รินไม่มีเวลาสนใจ
รินใช้มีดสั้นปักเข้าดวงตาและหลอดลมของสัตว์ร้ายขณะที่เ้าหยกตะปบกรงเล็บมาลาไคต์บดขยี้จุดตายจนหมาป่าเงาแน่นิ่งสนิทชักเกร็งตายไปใต้ร่างของพวกเธอ
เสียงฝีเท้าและเสียงคุยแ่เบาดังกังวานกลับมาทางเก่าเอวากำลังเดินกลับมาหาเก็บสมุนไพรพร้อมทหารลาดตระเวนสองคนรินรีบโคจรเวทมนตร์ดินสั่งให้แผ่นดินกลืนกินซากหมาป่าลึกลงไปใต้โคลนและพรางมอสส์สีเขียวปกคลุมเรียบเนียนดุจเดิมจากนั้นเธอและเ้าหยกจึงดีดตัวกลับขึ้นสู่กิ่งไม้หนาทึบเพื่อพรางกายอย่างรวดเร็ว
เอวาและผู้คุมลาดตระเวนก้าวเข้ามาหยุดตรงลานป่าเอวาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางสอดส่องสายตารอบตัวด้วยความประหลาดใจกับกลิ่นอายความเย็นของศิลา
"แปลกจัง..." เอวาพึมพำก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นบางอย่างสะท้อนแสงจันทร์จาง ๆอยู่ในพุ่มหนามเหล็กป่า
เธอก้าวเข้าไปใกล้และเอื้อมมือดึงเอาเส้นด้ายป่านสีเทาหม่นถักทอลวดลายประณีตแบบพิเศษเส้นนั้นขึ้นมาดูเอวาจับเส้นเชือกถักข้อมือนั้นไว้ในอุ้งมือแววตาของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อลูบััลวดลายปมถักพิเศษที่เธอกล้าพูดว่าไม่มีใครในหมู่บ้านพฤกษาถักทอแบบนี้ได้แน่มันสลักอักขระเวทดินโบราณจาง ๆ ที่ััได้ถึงไออุ่นและความหนาวเย็นของศิลาปนเป
เอวาเก็บเชือกถักเส้นนั้นไว้กับตัวทันทีก่อนจะพยักหน้าและยอมเดินกลับเข้าหมู่บ้านตามคำแนะนำของทหารยาม
รินที่หมอบอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวะเิลั่นความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นแล่นพล่านในใจเมื่อรู้ว่าเธอทำของชิ้นสำคัญร่วงหล่นและบัดนี้มันตกอยู่ในมือของเอวาเรียบร้อยแล้วแต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นบางอย่างที่แล่นริ้วเข้ามา...เชือกถักที่เป็ตัวแทนความดาร์กอันเย็นเยียบของเธอบัดนี้ได้รับการโอบอุ้มเก็บรักษาไว้โดยแสงสว่างของเธอแล้ว