เมื่อเด็กชายเดินกลับมานอกจากจะไม่ได้อานมาแล้วก็ยังไม่ได้มาเพียงลำพังคนเดียวอีกด้วยไดอาน่ามองเห็นฮอลท์ มัลโลรี่ ที่เดินตามหลังลูกชายที่มีใบหน้าซีดขาวมาด้วยเธอตวัดสายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะเบือนไปมองกาย
“ฉันว่าฉันสั่งให้เธอไปเอาอานม้านะ”
“ผม...”
“คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มิสซอมเมอร์ส์?”
คำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำให้ไดอาน่ากัดฟันขึ้นมาทันทีมือที่จับสายบังเหียนบังคับให้ม้าเดินเป็วงกลมรอบตัวชะงักลง หันมาเผชิญหน้ากับเขาสายตาที่เธอกำลังมองดูเขาขณะนี้บอกถึงความเป็ลูกสาวเ้านายที่กำลังมองหน้าคนงานในไร่ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น
“ฉันไม่เห็นว่ามันเป็เื่อะไรของคุณตรงไหนนี่”
“กายบอกผมว่าคุณจะขี่ม้าแข่งตัวนั้น”
“ใช่...แล้วไง?”
“เมเจอร์ทราบหรือเปล่าครับ?”
“รู้สิ...เขาต้องรู้แน่” ไดอาน่าตอด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“ถ้าอย่างนั้นเขาคงสติไม่ดีไปแล้วละมังครับที่ปล่อยให้เด็กผู้หญิงขนาดคุณ...” แต่เขาไม่มีโอกาสพูดได้จบประโยคเมื่อไดอาน่าตวาดใส่เสียงเกรี้ยว
“ฉันขี่ม้าได้ดีกว่าไอ้พวกฝึกหัดในไร่นี้ตั้งหลายคนอาจจะทั้งเมืองนี้ด้วยซ้ำ...!”
“นั่นมันก็คงเป็ความจริงอยู่หรอก” เขาเปิดประตูคอกม้าเดินเข้าไปข้างใน “ส่งเชือกนั่นให้ผมสิ...”
“ทำไม?”
“จะเรียกว่าขอทดลองก่อนก็ได้” เขาตอบ และไดอาน่าก็สำเหนียกหางเสียงท้าทาย ที่ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้จำใจส่งปลายเชือกให้ฮอลท์ ซึ่งเมื่อรับไปแล้วเขาก็ถอยห่างออกไปหยุดอยู่ไกลประมาณ 3 ฟุต
“เอ้า...จับไว้ให้ดีนะ...อย่าให้ผมดึงจนหลุดจากมือคุณได้ล่ะ”
ฮอลท์พันปลายเชือกที่ถืออยู่เข้ากับข้อมือออกแรงดึงมันเข้ามาตรงๆไดอาน่าจิกเท้าลงในพื้นดินพยายามต้านทานไว้และดูจะเป็ผลสำเร็จที่น่าพอใจยิ่งแต่ทันใดนั้น...พอเธอเผลอ เขาก็กระตุกปลายเชือกทำให้ร่างของเธอถลำเข้าปะทะกับแผงอก จนเขาต้องใช้มือจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้เพื่อจะได้ทรงตัวมั่น พละกำลังที่เหนือกว่าแทบจะทำให้ร่างของเธอถลาล้มลงไดอาน่าสะบัดตัวถอยออกห่างทันที
“ใช้เหลี่ยมสกปรกอย่างนี้เองหรือ...ไม่เห็นมันจะพิสูจน์อะไรได้เลย...!”
“อย่างนั้นรึ...?” ริมฝีปากเหยียดออกเพียงแต่...มันไม่ได้เป็รอยยิ้ม“ถ้าไอ้ม้าแข่งตัวนี้มันมีสมองมันจะสะบัดสายบังเหียนหลุดจากมือคุณอย่างที่ผมดึงเมื่อกี้นี้นั่นแหละ”
“แต่เซตันมันเป็ม้าที่ได้รับการฝึกไว้อย่างดีแล้ว”ไดอาน่าแก้ตัว “แล้วฉันก็ไม่เคยเอามันไปขี่วนรอบตัวเมียด้วยนอกจาในคอกของมันนี่เท่านั้น ฉันรู้จักวิธีบังคับมันดีกว่าใครก็แล้วกัน”
“ต่อให้ม้าได้รับการฝึกมาดีขนาดไหนมันก็อาจจะพยศได้แล้วก็ใช้เวลาเพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้นด้วยโดยเฉพาะยิ่งมีคนอย่างคุณนั่งอยู่บนหลังมันจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้”
“ฉันขี่ไอ้ม้าแข่งตัวนี้มาเป็ปีๆ แล้วนะ”เธอขยายความจากความเป็จริงออกไปอีก
“ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณเคยทำอะไรมาแต่เมื่อผมมาอยู่ที่นี่ คุณจะทำต่อไปไม่ได้” เขาตอบเรียบๆ
“เอ๊ะ...อย่าลืมนะว่าคุณมันก็ไอ้แค่คนงานที่พ่อฉันจ้างมาเท่านั้น...จะมาบอกว่าฉันจะทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้...!”
“ก็เพิ่งบอกเดี๋ยวนี้ยังไงล่ะ”
“ฮอลท์เขาพูดถูกแล้วละลูก” เสียงที่ 3 เอ่ยขึ้นท่ามกลางการปะทะคารมอย่างเผ็ดร้อนไดอาน่าหันขวับไปมองและเห็นเมเจอร์กำลังยืนอยู่ตรงประตูคอกม้า “พ่อคิดว่าเป็การดีที่สุด ถ้าลูกจะไม่ฝึกม้าแข่งตัวนี้อีกต่อไป ไดอาน่าพ่อตัดสินใจเื่นี้ผิดมาั้แ่แรก มันมีโอกาสที่ลูกจะหล่นลงมาจากหลังมันได้แม้ว่ามันจะเป็ม้าที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีแล้วก็ตามเถอะ ลูกก็ช่วยตัวองไม่ได้”
ประสาททั่วสรรพางค์ของไดอาน่าเหมือนจะร้องประท้วงอย่างกราดเกรี้ยวออกมาพร้อมๆกัน แต่กลับไม่มีเสียงหลุดลอดจากริมฝีปากของเธอออกมาเลยไดอาน่าโยนปลายเชือกให้ฮอลท์ หันหลังเดินกระแทกเท้าออกไปจากคอกม้าทันทีดวงตาแห้งผาก แต่รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอหอยทำให้อยากสะอื้นออกมาดังๆ
เธอเดินออกไปเหมือนคนตาบอด ไม่ใส่ใจว่าตัวเองจะเดินไปถึงไหนมุ่งหน้าออกไปทางด้านท้องทุ่งกว้างที่อยู่เลยคอกม้าออกไปเป็ครู่ใหญ่จึงได้ยินเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งที่วิ่งตามมาข้างหลังเมื่อหันกลับไปมองจึงได้เห็นว่าเป็กาย
“คุณยังอยากขี่ม้าอีกไหมครับ?” เด็กชายเอ่ยถามด้วยท่าทางลังเล เมื่อสังเกตเห็นว่าเธอรับรู้ในตัวเขาแล้ว
อารมณ์ร้ายของไดอาน่าพลุ่งขึ้นมาทันที
“แกมันไอ้เด็กโง่เพราะแกคนเดียวถึงได้เป็แบบนี้...!ทำไมแกถึงต้องไปแหกปากบอกพ่อแกด้วยว่าฉันจะทำอะไร?”
ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กชายซีดเผือดลงกว่าเดิม
“ผมไม่ได้ตั้งใจเลยครับ เป็ความสัตย์”
“ไม่ได้ตั้งใจ...?” ไดอาน่าทวนคำอย่างหมั่นไส้เต็มทน“ฉันคิดว่าแกไม่ชอบพ่อของแกเสียอีกแล้วทำไมถึงต้องไปเล่าเื่ฉันให้พ่อแกฟังด้วย?”
“ผมไม่ชอบเขาหรอกครับ” กายยืนยัน“แต่เขาถามผมว่าจะทำอะไรกับอานม้าของคุณ แล้วก็...”
“แล้วก็เลยต้องบอกเขาหมดสินะ...” เธอช่วยต่อให้ “เอาละ...แกบอกว่าแกอยากเป็เพื่อนกับฉันแต่แกไม่ได้แสดงความเป็เพื่อนเลย...ไปนะ...ไปให้พ้น...ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก...อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกเป็อันขาด...แกมันก็แค่ไอ้สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งเท่านั้น...!”
“ผมเสียใจครับ...ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ...”น้ำตากบตาเด็กชายขึ้นมาทันทีท่าทางที่แกยืนตัวแข็งคล้ายกับถูกตรึงให้ยืนนิ่งอยู่กับที่
ไดอาน่ามองเด็กชายด้วยสายตาขัดเคืองแต่เมื่อมองเห็นหยาดน้ำตาที่ไหลพรากลง และมือเล็กๆ นั้นไม่อาจเช็ดให้มันแห้งหายได้เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอีก ไม่อยากเห็นใครมายืนร้องไห้อยู่ต่อหน้าแบบนี้เพราะไม่รู้จะปลอบโยนอย่างไรถูก
“เลิกเป็เด็กขี้แยเดี๋ยวนี้นะ...!” เธอคำรามเข้าใส่แต่ดูเหมือนจะยิ่งทำให้น้ำตาของเด็กชายไหลพรากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแม้ว่ากายจะพยายามทำตามคำสั่งแล้วก็ตาม “ฉันบอกให้แกหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้...!”ความไม่สบายใจทำให้เธอหงุดหงิดมากขึ้นไดอาน่าเบือนหน้าหนีไปเสียทางหนึ่ง ไม่อยากมองเด็กชายที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า “เอาละ...ลืมที่ฉันพูดเสียก็แล้วกัน...มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก...พ่อของเธอต่างหากที่ทำให้เื่มันยุ่งไปเองพยายามจะทำให้เมเจอร์พอใจในตัวเขา แกล้งทำเป็ห่วงใยฉัน เขาไม่ได้มาห่วงฉันหรือเธอจริงๆหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่โกรธผมแล้วใช่ไหมครับ?”กายถามด้วยความ้าความมั่นใจ
“ฉันก็ต้องโมโหเป็ธรรมดาละ” ไดอาน่าตวัดสายตามองเด็กชาย ท่าทางกายสงบลงแล้ว “ฉันจะไปที่ฝายทดน้ำอารมณ์จะได้เย็นลงหน่อยจะไปด้วยไหมล่ะ?”
กายลังเลขึ้นมาทันที...
“ผมไม่ได้เอากางเกงอาบน้ำมานี่ครับ”
“แล้วไง?” ไดอาน่ายักไหล่อย่างไม่สนใจ“ฉันก็ไม่ได้เอามาเหมือนกัน ว่าแต่จะไปหรือไม่ไปล่ะ?”
เด็กชายพยักหน้ารับทันที ปาดน้ำตาจนแห้ง สั่งน้ำมูกไปพลางและออกเดินตามนายสาวไป...
เท่าที่ไดอาน่ารู้สึกฤดูร้อนปีนี้อากาศดูจะเลวลงกว่าที่เคยเป็มา ยิ่งนานวันเข้ากิจกรรมต่างๆที่เธอเคยทำอยู่ดูจะถูกตัดทอนลงเรื่อยๆ เมื่อฤดูร้อนปีก่อนๆ นั้น ทุกนาทีที่ผ่านไปมีอะไรที่จะต้องทำอยู่ตลอดเวลาแต่ปีนี้เธอกำลังต่อสู้กับความเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูก
เธอเดินเตะก้อนหินตามรายทางไปเรื่อยๆมือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีน มองไปรอบๆ บริเวณไร่อย่างไม่มีความสุข แน่นอนที่สุดเธอจะต้องทำอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความไม่พอใจ เมื่อนึกว่าไม่ว่าจะไปทางไหนจะต้องมีกายคอยตามไปด้วยทุกหนแห่ง
ไดอาน่าเปลี่ยนทิศทาง เดินมุ่งหน้าไปทางเรือนพักคนงานประตูเรือนพักหลังสุดท้ายเปิดอยู่เธอไม่ยอมแม้แต่จะเสียเวลาเคาะประตูมุ้งลวดเสียก่อนเปิดประตูเดินเข้าไปและพบกับฮอลท์ มัลโลรี่ซึ่งถอดเสื้อยืนอยู่ตรงอ่างล้างหน้าในครัวเขาชะงักมือที่กำลังเช็ดตัวเช็ดใบหน้าให้แห้งทันที
“รู้สึกว่าจะเป็มรรยาทสุภาพนะถ้าจะเคาะประตูเสียก่อนที่จะเข้าบ้านใคร”เขาเช็ดหน้าตาเรียบร้อยแล้ว
“ฉันมาตามหากาย ไปไหนเสียล่ะ?” ความขัดเคืองวาบวับอยู่ในดวงตาของเธอ
“คงอยู่ข้างนอกล่ะมั้ง”