ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 34 ราชาและราชินีแห่งลังกา

            หลายวันผ่านไปหลังจากสงครามครั้งสุดท้ายโลกทั้งใบค่อยๆเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ข่าวการปฏิรูปของรัฐบาลโลกภายใต้การนำของลักษณ์แพร่กระจายไปทั่วทุกดินแดนกองทัพที่เคยถูกใช้เพื่อควบคุมโลกถูกลดบทบาทลงเมืองที่เคยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาตามปกติและท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกอาณาจักรลังกายังคงยืนหยัดอยู่กลางมหาสมุทรอย่างสง่างามยามเช้าของลังกาเต็มไปด้วยแสงแดดอ่อนที่ส่องลงมาจากขอบฟ้าคลื่นทะเลกระทบหน้าผาหินรอบเกาะอย่างสม่ำเสมอเสียงนกทะเลบินผ่านท้องฟ้าเหนือพระราชวังสีทองที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวง

            บนระเบียงสูงของพระราชวัง ทศกัณฐ์ยืนมองทะเลอยู่เงียบๆเสื้อคลุมสีเข้มของเขาปลิวเบาๆตามลมทะเล แม้สงครามจะจบลงแล้วแต่แววตาของราชาแห่งลังกายังคงเต็มไปด้วยความคิดมากมายเกี่ยวกับอนาคตของโลกเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นจากด้านหลัง เขาไม่ต้องหันกลับไปก็รู้ว่าใครกำลังเดินเข้ามา“คุณยังยืนคิดเรื่องโลกอยู่เหมือนเดิมเลยนะ” เสียงของสีดาดังขึ้นเบาๆสีดาเดินมาหยุดข้างเขา ผมยาวของเธอปลิวตามลมทะเลดวงตาของเธอส่องประกายอย่างสงบแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งเธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างราชาแห่งลังกามาตลอดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านการต่อสู้มาตลอดเส้นทางเดียวกันกับทุกคน

            ทศกัณฐ์มองทะเลต่ออีกครู่ก่อนจะตอบ “มันเป็นนิสัยของผมไปแล้ว”สีดายิ้มเล็กน้อยก่อนจะยืนมองทะเลไปพร้อมกับเขา “สงครามจบแล้วนะ” เธอกล่าว “คุณควรพักบ้าง”ทศกัณฐ์หัวเราะเบาๆ “ราชาไม่มีวันได้พักจริงๆหรอก” เขาตอบสีดามองเขาครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย“คุณไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างเอาไว้คนเดียว” ลมทะเลพัดผ่านระเบียงอีกครั้งความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ก่อนที่ทศกัณฐ์จะหันมามองเธอ “ผมรู้” เขากล่าว“เพราะคุณอยู่ข้างผมมาตลอด” สีดาหัวเราะเบาๆ “แน่นอนสิ” เธอตอบ “ฉันอยู่กับคุณมาตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเป็นราชาด้วยซ้ำ”ทั้งสองยืนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองทะเลเหมือนเดิม

            ด้านล่างของพระราชวัง เมืองหลวงของลังกากำลังมีชีวิตชีวาผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ทหารฝึกซ้อมกันที่ลานฝึกเหมือนเดิมเสียงหัวเราะของผู้คนดังขึ้นตามท้องถนน สีดามองภาพนั้นแล้วพูดขึ้นเบาๆ“คุณเคยคิดไหม ว่าในที่สุดเราจะได้เห็นโลกสงบแบบนี้จริงๆ” ทศกัณฐ์ตอบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง“ผมไม่เคยแน่ใจ” เขากล่าว “แต่ผมหวังมาตลอด” สีดายิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูด“งั้นตอนนี้คุณก็ควรดีใจได้แล้ว เพราะสิ่งที่คุณต่อสู้เพื่อมัน ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว”ทศกัณฐ์มองไปยังเมืองของเขาอีกครั้ง ลังกาที่เคยเป็นเพียงอาณาจักรและฐานกำลังของนักรบตอนนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของโลกยุคใหม่ ราม หนุมาน เมขลา สุครีพ ไกรศร มณโทและคนอื่นๆต่างกำลังช่วยกันสร้างอนาคตที่แตกต่างจากอดีตและท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้น สีดายังคงยืนอยู่ข้างเขาเหมือนเดิมทศกัณฐ์จึงพูดขึ้นช้าๆ “ขอบคุณนะ” สีดาหันมามองเขา “เรื่องอะไร”ทศกัณฐ์ยิ้มเล็กน้อย “ที่อยู่ข้างผมมาตลอด” สีดาหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบ“ฉันไม่ได้อยู่ข้างคุณเพราะหน้าที่” เธอกล่าว “ฉันอยู่เพราะฉันเลือกที่จะอยู่”ลมทะเลพัดผ่านระเบียงอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆส่องแสงเหนือมหาสมุทรและบนระเบียงสูงของพระราชวังลังกา ราชาและราชินีแห่งลังกาได้ยืนมองโลกใหม่ที่กำลังเริ่มต้นไปพร้อมกัน

            หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากสงครามครั้งใหญ่จบลงโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู เมืองต่างๆที่เคยถูกทำลายจากการต่อสู้ค่อยๆถูกสร้างขึ้นมาใหม่ระบบการปกครองของรัฐบาลโลกกำลังถูกปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ภายใต้การนำของลักษณ์องค์กรทางทหารที่เคยใช้เพื่อการควบคุมถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นหน่วยป้องกันโลกแทนอย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเริ่มรู้สึกแปลกใจศัตรูจากต่างมิติที่เคยปรากฏตัวและก่อความวุ่นวายมาโดยตลอดกลับหายไปอย่างเงียบงันผิดปกติไม่มีการเปิดประตูมิติใหม่ ไม่มีสัญญาณพลังงานแปลกปลอมปรากฏในระบบตรวจจับของรัฐบาลโลกเหมือนกับว่าพวกมันทั้งหมดหายไปจากจักรวาลนี้ในเวลาเดียวกัน

            ภายในศูนย์บัญชาการรัฐบาลโลก ลักษณ์ยืนมองข้อมูลบนจอขนาดยักษ์อย่างเงียบงันเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังรายงานผลการสแกนจากดาวเทียมและสถานีตรวจจับพลังงานทั่วโลก“ไม่มีสัญญาณจากมิติอื่นเลยครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรายงาน“แม้แต่เศษพลังงานก็ไม่เหลือ” อีกคนเสริม “มันเหมือนกับว่าพวกมัน…หายไปทั้งหมดเลยครับ”ลักษณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ไม่ใช่ว่าหายไป” เขากล่าวเสียงเรียบ“แต่พวกมันกำลังเฝ้าดูอยู่ และรอเวลา” เจ้าหน้าที่หลายคนหันมามองเขาทันที ลักษณ์กอดอกก่อนจะพูดต่อ“ศัตรูแบบนั้นไม่มีทางหายไปเฉยๆหรอก” เขาหันไปมองภาพของอาณาจักรลังกาที่ปรากฏอยู่บนจอ“และถ้ามีใครที่เข้าใจเรื่องพลังแบบนั้นดีที่สุด…ก็คือลังกา”

            หลังจากการประชุมไม่นาน ลักษณ์ก็ออกคำสั่งให้เตรียมยานเดินทางระยะไกลมุ่งหน้าสู่มหาสมุทรที่ตั้งของอาณาจักรลังกาการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจทางทหารแต่เป็นภารกิจทางการทูตครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่สงครามสิ้นสุดลง

            หลายชั่วโมงต่อมาท้องฟ้าเหนืออาณาจักรลังกาปรากฏแสงของยานรัฐบาลโลกหลายลำที่กำลังลดระดับลงอย่างสงบระบบป้องกันของลังกาตรวจจับพวกมันได้ทันทีแต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลโลกยุคใหม่ระบบป้องกันก็เปิดทางให้ยานเหล่านั้นเข้าสู่เขตน่านฟ้าอย่างปลอดภัย

            บนลานลงจอดหน้าพระราชวังลังกา ทศกัณฐ์ สีดา ราม และหนุมาน กำลังยืนรออยู่ลมทะเลพัดผ่านลานหินขนาดใหญ่ขณะที่ยานลำหลักของรัฐบาลโลกค่อยๆลงจอดประตูยานเปิดออกช้าๆ และชายคนหนึ่งก็ก้าวลงมาในเครื่องแบบผู้บัญชาการสีขาวบริสุทธิ์ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังกลุ่มนักรบของลังกาทันที “ลักษณ์” รามกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ลักษณ์ยิ้มตอบ“นานแล้วนะพี่ชาย” เขาตอบ ทศกัณฐ์มองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา“ผมคิดว่าคุณคงไม่มาที่นี่เพียงเพื่อทักทายพี่ชายของคุณหรอก...ใช่มั้ย”เขากล่าวตรงๆ ลักษณ์หัวเราะเบาๆ “แน่นอนครับ” เขาตอบ “ผมมาที่นี่เพราะอนาคตของโลก”ทุกคนเงียบลงเล็กน้อย ลักษณ์จึงพูดต่อ “ศัตรูจากต่างมิติ…หายไปหมดแล้ว” หนุมานขมวดคิ้ว“มันควรจะเป็นข่าวดีไม่ใช่เหรอ” ลักษณ์ส่ายหัวเล็กน้อย“ถ้าพวกมันหายไปเพราะพ่ายแพ้ มันก็คงเป็นข่าวดี” เขามองท้องฟ้าเหนือทะเล“แต่ถ้ามันหายไปเพราะกำลังเตรียมตัวสำหรับบางอย่าง…มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”หนุมานพาดมือบนศีรษะแล้วพูดขึ้น “สรุปก็คือ…พายุยังไม่จบสินะ” ลักษณ์พยักหน้า“ใช่” เขาตอบ “และถ้ามันเกิดขึ้นจริง โลกจะต้องพร้อมรับมือ”เขาหันไปมองทศกัณฐ์และราม “ผมจึงมาที่นี่เพื่อสร้างพันธมิตรอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลโลกและลังกา”

            ลมทะเลพัดผ่านลานพระราชวังอีกครั้งความเงียบปกคลุมทุกคนชั่วครู่ก่อนที่ทศกัณฐ์จะยิ้มมุมปาก “น่าสนใจดีนี่” เขากล่าวรามมองลักษณ์แล้วพยักหน้าเบาๆสีดามองท้องฟ้าที่สงบเหนือมหาสมุทรราวกับกำลังรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นและในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดูเหมือนสงบที่สุดเหล่านักรบของลังกาและรัฐบาลโลกก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่อาจจะเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่กว่าสงครามที่ผ่านมาเพราะบางครั้ง…ความเงียบก็เป็นเพียงสัญญาณของพายุที่กำลังจะมาถึง