คำเตือน
เนื้อหาต่อไปนี้มีการใช้ความรุนแรง และการข่มขืน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกสบายใจ
จึงขออนุญาตแจ้งเตือนและขออภัยมา ณ ที่นี้
หลังเขียนไดอารี่เมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ ฉันจำได้แม่นว่าได้เขียนจนเกือบหมดเล่มแล้ว แต่เมื่อตื่นมาอีกทีในวันรุ่งขึ้น ฉันพบว่าจำนวนแผ่นของหน้ากระดาษในไดอารี่มันเพิ่มขึ้น เมื่อวานฉันกลัวและใมาก แต่พอตั้งสติได้ ฉันก็เริ่มคิดว่าถ้าเกิดไดอารี่เป็ของจริงขึ้นมาล่ะ ถ้าพระเ้าส่งมันมาให้ฉันล่ะ บางทีนี่อาจเป็พรที่พระเ้าประทานมาให้ฉัน ตอนนี้ฉันไม่สงสัยในอำนาจของไดอารี่เล่มนี้แล้ว นี่จะต้องเป็ของวิเศษที่ใช้ได้จริงแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงมาเพื่อเขียนไดอารี่ต่อในวันนี้
หลังจากฉันท้อง ชายชื่อ แจ็ค พ่อของเด็กในท้องของฉันก็มาขอฉันแต่งงาน เขาเป็คนที่ทำงานที่เดียวกันกับฉัน เราย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยกัน ถานะของเขาถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่าฉันมาก เขาเป็คนที่ดีทีเดียว เขาเสนอให้ฉันมาอยู่ที่บ้านแล้วตนไปทำงานคนเดียว ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ได้แต่งงานและมีลูกกับเขา
ผ่านไป 1 ปี ตอนที่ฉันอายุ 21 หลังฉันคลอดได้ไม่กี่เดือน ฉันได้ลูกสาว เราตั้งชื่อเธอว่า แมรี่ เธอเป็เด็กน่ารักมากแม้ยังเป็ทารก ฉันยังจำภาพตอนที่เธอกำลังหัวเราะในอ้อมกอดของฉันได้ดี ฉันนึกย้อนกลับไปในวัยเด็กแล้วคิดสงสัย ในตอนที่ฉันพึ่งเกิด แม่ของฉันเคยอุ้มฉันแล้วยิ้มให้แบบนี้มั้ยนะ ฉันปฎิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ให้เด็กในอ้อมกอดคนนี้ต้องมองโลกด้วยสายตาแห่งความสิ้นหวังแบบฉันเด็ดขาด ภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพที่งดงามที่สุดที่ฉันเคยเห็น จนเกิดความสงสัยว่าชีวิตอันเลวร้ายของฉันสามารถมีความสุขได้จนาดนี้เลยเหรอ ฉันอยากจะจดจำภาพตรงนั้นไว้ตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ ฉันกลับอยากลืมมันไปให้หมด
ผ่านไปไม่นานหลังจากนั้น ฉันเริ่มทะเลาะกับแจ็คหลังจับได้ว่าเขามีชู้ ที่จริงฉันที่เคยขายบริการไม่ควรมีสิทธิ์ไปว่าเขาด้วยซ้ำ ฉันเพียงแค่ไม่อยากให้แมรี่รู้ทีหลังในตอนที่เธอโตขึ้นและกลายเป็เด็กขาดความอบอุ่นก็เท่านั้น
การทะเลาะของเราดำเนินไปเป็วัน เป็สัปดาห์ เป็เดือน ท้ายที่สุดเขาก็ออกจากบ้านไปแล้วบอกจะไม่กลับมาอีก เขาทิ้งฉันกับลูกไว้ในบ้านพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง ฉันนอนร้องไห้อยู่หลายวัน ในที่สุดก็ทำใจได้ ฉันต้องเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด ฉันออกไปหางานใหม่ทำ ในที่สุดก็ได้งานเป็พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเปิดตอนกลางคืน นั่นหมายความว่าฉันต้องทิ้งแมรี่ไว้ที่บ้านคนเดียวในเวลานั้น แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แม้ว่าบางทีข้างบ้านจะมาบ่นเพราะรำคาญเสียงเด็กร้องตอนกลางคืนก็ตาม แม้จะรู้สึกผิดต่อเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้แก้ปัญหาเ่าั้ดีเท่าที่ควร เพียงแค่หาอะไรหนาๆมาครอบที่นอนของแมรี่พอให้หายใจออกเพื่อลดเสียงร้องให้เบาลงเท่านั้น
แมรี่อายุ 5 ขวบแล้ว เธอเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลซึ่งฉันไม่เคยเข้ามาก่อน และตอนนี้เธออยู่อนุบาล 3 แล้ว แม้จะรู้สึกแปลกๆไปบ้างตอนเห็นผู้ปกครองคนอื่นที่อายุมากกว่ามองด้วยสายตาแปลกๆ อาจเป็เพราะรอยแผลเป็บางส่วนบนร่างกาย หรืออาจเป็เพราะฉันดูเด็กมากสำหรับเลี้ยงลูก หรือไม่ก็คงทั้งสองนั่นแหละ
ในวันแรกที่เข้าไปส่งแมรี่ในโรงเรียนประถม ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นเธอเดินเข้าโรงเรียนและไปมีเพื่อนๆ เธอดูร่าเริงไม่ต่างจากเด็กทั่วๆไป
ตอนที่เธอขึ้นชั้น ป.3 ความร่าเริงของเธอเริ่มน้อยลง พอเข้าไปถามเธอก็มักจะบอกว่าไม่เป็อะไร ทุกอย่างปกติดี แค่เครียดกับการบ้านก็เท่านั้น ตอนแรกฉันคิดว่าเธอพูดจริง เลยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมให้มากความ
ในตอนที่แมรี่ขึ้นเทอม 2 ฉันได้พาเธอไปหาหมอหลังจากมีอาการแปลกๆเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจที่เร็วเกินไปและมักรู้สึกแน่นหน้าอก ผลออกมาว่าเธอเป็โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมอให้ยามาพร้อมกับอธิบายเื่โรคนี้ให้ฉันฟัง เขาบอกว่ามันอาจเป็เพราะพันธุกรรม ถ้าแมรี่เกิดอาการใจสั่น วิงเวียน หน้ามืด หรือแน่นหน้าอก เธออาจเสียชีวิตได้ ฉันจึงต้องระวังเื่นั้นไว้
เธอ ป.5 แล้ว ในที่สุดฉันก็รู้ว่าเธอถูกเพื่อนในห้องแกล้งอยู่เป็ประจำ และครูที่เห็นทุกอย่างก็ไม่สนใจอะไรมาก บอกแค่ว่าเด็กเล่นกัน จากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะของแมรี่ ฉันกังวลว่ามันอาจทำให้เธอได้รับอันตรายถึงชีวิตได้ นั่นทำให้ฉันโกรธมากและรู้สึกแย่มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะต้นเหตุที่ทำให้แมรี่โดนแกล้งคือฉันเอง ครอบครัวแตกแยก พ่อมีชู้ แม่ถานะไม่ดี ร่างกายก็เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ เธอโดนล้อเื่พวกนี้เรื่อยมา
ในที่สุดแมรี่ก็ได้ขึ้นชั้น ม.1 เป็อีก่เวลาที่ฉันมีความภูมิใจมากที่ได้เห็นเธอใส่ชุดนักเรียนมัธยมเป็ครั้งแรก แต่ฉันในตอนนั้นกลับไม่รู้เลยว่าใกล้จะถึงเวลาที่ต้องบอกลากับเธอแล้ว ฉันแทบทำใจไม่ได้ที่จะเขียน่ต่อไปลงในไดอารี่ แต่เพื่อลืมมันให้หมดสิ้น ฉันคงต้องพยายามเขียนรายละเอียดของมันลงไป
To be continued…