ตอนที่ 9
เสวี่ยหรูจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าไม่วางตา ด้วยความสงสัยเธอจึงเอ่ยปากถามออกไปอย่าใครรู้
“คุณค่ะ… คือฉันขอโทษที่ละลาบละล้วงนะคะ นาฬิกานั่นคุณได้มาจากไหนเหรอคะ?” เธอชี้นิ้วไปที่นาฬิกาข้อมือของไป๋ซานทันที
ชายหนุ่มกำลังช่วยเถ้าแก่ทำความสะอาดร้าน หลังจากที่โดนรื้อค้นอย่างหนักร้านจึงมีสภาพเละเทะเล็กน้อย
ทันทีที่เขาได้ยินหญิงสาวทักเื่นาฬิกาก็มีความสุขเป็อย่างมากที่เจอคนที่มีความชอบเดียวกันกับเขา และสนใจนาฬิกาเรือนนี้เช่นเดียวกัน
ไป๋ซานรีบตอบคำถาม ขณะที่กำลังใช้ไม้กวาดดอกหญ้ากวาดฝุ่นบนพื้น “คุณรู้จักนาฬิการุ่นxx ด้วยเหรอครับ? จะว่าอย่างไรดี คือนาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่ของผมซะทีเดียว พี่ชายของผมได้มันมาในตลาดมืดเมื่อเดือนที่แล้ว"
เขาเว้นจังหวะก่อนจะกล่าวออกมา "พี่ผมซื้อมันมาในราคาที่ถูกแสนถูก! คุณรู้อะไรมั้ยไอ้พี่บ้านั่นซื้อ นาฬิการุ่นนี้มาในราคา 2000 หยวน!!”
เสวี่ยหรูได้ฟังก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร พอได้ยินว่า 2000 หยวนก็รู้ได้ทันทีเลยว่า นาฬิกาเรือนนี้เธอเป็คนขายแน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์!
เมื่อพูดถึงเื่นาฬิกาแล้วไป๋ซานก็เหมือนมีอะไรอัดอั้นในใจ เขาจึงพูดระบายออกมาให้เสวี่ยหรูฟังทั้งหมด…
“หึ…! พี่ของผมน่ะโชคดีจนเกินไป คุณรู้อะไรไหม แค่ค่านำเข้านาฬิการุ่นนี้ก็หลายพันหยวนแล้ว… ยังไม่รวมราคาของตัวนาฬิกาเลยนะครับ ผมมีคนรู้จักคนหนึ่ง เขาก็มีนาฬิการุ่นนี้เช่นเดียวกัน มีคนให้ราคาเขาตั้ง 8000 หยวน คนคนนั้นยังไม่คิดจะขายเลยครับ!!”
เสวี่ยรู้ได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มของเธอก็แข็งค้างเลยทีเดียว…
เธอขายนาฬิกาไปในราคาที่คิดว่าแพงมากแล้ว… แต่มูลค่าจริงๆ ของมันกลับมากกว่านั้นถึง 4 เท่า!!! ให้ตายเถอะ เธอรู้สึกเหมือนโดนโกงเงินไปอย่างไรอย่างนั้น!
หลังจากได้ฟังชายหนุ่มเล่าเื่ทั้งหมดถึงที่มาของนาฬิกาให้ฟัง เสวี่ยหรูก็ถึงกับกำหมัดของเธอเอาไว้ด้วยความแค้นใจมากยิ่งขึ้นไปอีก!
ผู้ชายที่ซื้อนาฬิกาเธอไปเล่าให้น้องชายของเขาฟังว่า
‘นาฬิกาเรือนนี้ซื้อจากหญิงสาวอัปลักษณ์คนหนึ่ง จุดสังเกตที่เด่นชัดคือใบหน้าของเธอจะมีตะปุ่มตะป่ำเรียกได้ว่าอัปลักษณ์เลยทีเดียว และหญิงสาวคนนั้นก็อุ้มเด็กทารกเอาไว้กับตัวตลอดเวลา อีกเื่หนึ่งคือสามีของเธอพึ่งจะตายไปไม่นาน ตอนนี้เธอจึงเป็แม่ม่ายคนหนึ่ง’
ดังนั้นในเดือนที่ผ่านมา ไป๋ซานจึงเข้าออกตลาดมืดหลายต่อหลายครั้ง เพื่อตามหา ‘หญิงอัปลักษณ์’ ที่ ‘อุ้มเด็กทารก’ และ ‘เป็ม่าย’ ตามที่พี่ชายของเขาบอกมาอย่างไม่ลดละ…
ถ้าเขาหาเธอเจอสิแปลก!!! าแของเธอยุบั้แ่ 2 วันแรกแล้ว!บัดซบจริงๆ
ต้องบอกว่าเสวี่ยหรูที่นั่งอยู่ตอนนี้ หากผู้ใดพบเจอจะต้องพูดเป็เสียงเดียวกันเลยว่า สวย!!
เพราะาแบนใบหน้าทั้งเก่าและใหม่ หลังจากหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ได้ถูกรักษาจนหายไปหมดแล้ว
อีกทั้งเธอยังซื้อครีมบำรุงผิวและยาทาลดรอยแผลเป็มาโบกหน้านอนทุกคืน การได้กินอาหารบำรุงดีๆ เข้านอนก่อน 4 ทุ่มทุกคืน (หลิวลี่ไม่ค่อยจะตื่นตอนดึกซักเท่าไหร่จึงได้นอนอย่างเต็มที่) และประโคมอาหารเสริมวิตามินสำหรับคนตั้งครรภ์ 12 ชนิดทุกวัน
ไม่สวยให้มันรู้ไปสิ!!!
จะว่าไปใบหน้าเดิมของมู่ชิงชิงที่สวยอยู่แล้วก็ค่อยๆ ปรากฏออกมา… หลังจากเธอเพียรพยายามมานาน หึ! ถึงแม้ตอนนี้หน้าของเธอจะไร้เครื่องสำอางจึงยังดูจืดชืดอยู่บ้าง
แต่ว่าเสวี่ยหรูที่เป็คนขี้เหร่ในยุคก่อน มั่นใจกับใบหน้าในร่างของมู่ชิงชิงในตอนนี้มาก!
ถ้าไม่ติดว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เธอจะไปลงสมัครนางสาวจีนให้รู้แล้วรู้รอดเลยทีเดียว เพื่อการันตีดวงตาจิ้งจอกคู่นี้ของเธอ
ต้องบอกว่าคำพูดของไป๋ซานพูดแทงใจดำของเธอในชาติก่อนเข้าอย่างจังในเื่ความสวยความขี้เหร่… เสวี่ยหรูที่ย้ายร่างมาแล้วสะบัดหน้าไล่ความทรงจำเก่าๆ ออกไปทันที เพราะเธอี้เีจะคิดถึงมันแล้ว ก่อนจะถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างกระตือรือร้นว่า
“คุณกำลังจะบอกฉันว่า นาฬิกาเรือนนี้เป็ของพี่ชายของคุณเหรอคะ? บังเอิญจังเลย!! ฉันก็มีนาฬิกาแบบเดียวกันนี่อยู่เรือนหนึ่ง…” เสวี่ยหรูทำท่าล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก่อนจะหยิบนาฬิการุ่นxx ออกมาจากระบบ
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเธอทันทีที่เธอกดตกลง หลังจากใส่เลข 1 ลงไป
ติ๊ง!! เพียงไม่นานนาฬิกาเรือนนั้นก็มาอยู่ในมือของเธอแล้วตอนนี้…เสวี่ยหรูวางนาฬิกาไว้บนมือ ก่อนจะยื่นไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าดู
ไป่ซ่านทิ้งไม้กวาดในมือลงทันที เขารีบวิ่งมาหาเสวี่ยหรูด้วยความสนใจ หลังจากหยิบนาฬิกาทั้งสองมาเทียบกันแล้ว เขาก็สามารถบอกได้เลยว่านาฬิกาที่หญิงสาวตรงหน้านี้นำออกมานั้นเป็ของจริง!
พลาสติกที่เคลือบสายและหน้าปัดไว้ยังไม่ถูกลอกออกเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นนาฬิกาเรือนนี้จึงถือว่าเป็ของกึ่งมือหนึ่ง
ส่วนความคิดในเื่ของเลียนแบบ… เป็ไปไม่ได้แน่นอน!!!
นี่มันเทคโนโลยีใหม่ที่พึ่งประกาศออกมาได้ไม่นาน มีเพียงนาฬิการุ่นนี้เท่านั้นที่หน้าปัดสามารถเรืองแสงได้…
ั์ตาของไป่ซานมีประกายแห่งความหวังลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“คุณครับ… ขายนาฬิกาเรือนนี้ให้ผมเถอะ!!! ผมไม่เกี่ยงเื่ราคาเลย โอ้... ทั้งๆ ที่ผมอุ้มคุณวิ่งมาตั้งนาน แต่ผมดันลืมถามชื่อคุณซะนี่!! ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ ผมชื่อ ซาน เป็คนแซ่ไป๋ ดูจากหน้าตาของคุณแล้วพวกเราน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกผมว่า ซาน/อาซาน ก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ!!”
ไป๋ซานมีท่าทางเป็มิตรกับเสวี่ยหรูมากขึ้นทันทีอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
“ฉันชื่อ มู่ชิงชิงค่ะ เป็คนสกุลมู่ เรียกฉันว่าชิงชิงก็ได้… อาซานคะ นาฬิกาเรือนนี้ฉันขายแพงนะคะ คุณ้ามันจริงๆ เหรอ?” มู่ชิงชิงพูดอย่างสุภาพ
หลังจากถูกพี่ชายของไป๋ซานหลอกซื้อของไปในราคาถูก ดังนั้นเธอจะเอากำไรคืนกับคนน้องให้หนำใจไปเลยทีเดียว…
ไป๋ซานเตรียมตัวมาอย่างดี ทุกครั้งที่เขามาที่ตลาดมืดเขาจะพกเงินมาด้วยไม่ต่ำกว่า 5-6 พันหยวน เพราะคิดว่าราคานี้เป็ราคาที่เขาสามารถซื้อนาฬิกามาสะสมได้โดยไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน…
เป็หมอก็ไม่ได้รวยนะครับ เงินเดือนของเขาเพียง 300 หยวนเท่านั้น แต่จะมีค่าทักษะต่างๆ เพิ่มเข้ามาในแต่ละเดือนนิดหน่อย ดังนั้น 5-6 พันหยวนนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็เงินเก็บทั้งหมดของเขาเลยทีเดียว
เขาลูบกระเป๋าสตางค์ในกางเกงเบาๆ เพื่อตรวจสอบว่ามันยังอยู่ดีหลังจากวิ่งมาราธอนมาเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อพบแล้วว่ายังอยู่ที่เดิม เขาจึงตอบมู่ชิงชิงทันที
“ครับ ถ้าไม่แพงจนเกินไป ผมจะซื้อแน่นอนครับ…!”
เสวี่ยหรูได้ฟังก็ยิ้มอ่อนทันที สองพี่น้องนี่นิสัยเหมือนกันเลยทีเดียว! เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายๆ
“อาซาน คุณพึ่งจะเล่าให้ฉันฟังว่าคนรู้จักของคุณ แม้มีคน้าจะซื้อนาฬิกาจากเขาในราคา 8000 หยวนเขาก็ไม่ขายใช่ไหมคะ? งั้นฉันขายนาฬิกาเรือนนั้นให้คุณในราคา 7000 หยวนก็พอ ถือว่าตอบแทนที่ช่วยเหลือฉันเมื่อสักครู่ คิดว่ายังไงคะ?”
ไป๋ซานได้ยินราคาก็หน้าแดงด้วยความอาย… ใช่แล้วเขาพึ่งจะพูดมูลค่าที่แท้จริงของนาฬิกาเรือนนี้ไป!! แต่ตอนนี้เขามีเงินในมือที่ใช้จ่ายได้แค่ 5-6 พันเท่านั้น นาฬิกาเรือนนี้เขาอยากได้มันมากจริงๆ จึงเอ่ยปากออกไป…
“คุณช่วยลดให้ผมหน่อยได้ไหมครับ… ชิงชิง ผมเป็แค่หมอตัวเล็กๆ ไม่มีเงินเป็หมื่นๆ หยวนหรอกครับ… นะครับ นาฬิกาเรือนนี้ผมอยากได้มันจริงๆ” …
ไป๋ซานเริ่มทำท่าทางน่ารักๆ เพื่อให้เสวี่ยหรูใจอ่อน
มีหรือที่เธอจะใจอ่อน! สองพี่น้องคู่นี้เหมือนกันไม่มีผิด!! เธอจะไม่ให้คนอื่นเอาเปรียบแน่!! เสวี่ยหรูริบนาฬิกาคืนจากมือไป๋ซาน ชายหนุ่มมองตามนาฬิกาในมือของหญิงสาวตาละห้อย…
“ฉันไม่มีเื่ให้ต้องใช้เงินมากนัก นาฬิกาเรือนนี้ฉันก็ซื้อต่อมาจากเพื่อนมาในราคาแพงเหมือนกัน ดังนั้นถ้าฉันไม่ได้ 7000 หยวนฉันก็ไม่ขายค่ะ” เธอละสายตาจากไป๋ซานทันที ผู้ชายคนนี้จะทำหน้าน่ารักเกินไปแล้ว!
“ทั้งตัวผมมีเงินเพียงแค่ 6000 หยวนเท่านั้น คุณลดราคาให้ผมไม่ได้จริงๆ เหรอ นะครับ ชิงชิง…” คาดไม่ถึงไป๋ซานเปิดกระเป๋าสตางค์ของเขาออกมา โชว์เงินที่อยู่ภายในทั้งหมดให้เสวี่ยหรูดูอย่างไม่ปิดบัง ไป๋ซานคงอยากได้นาฬิกาเรือนนี้จริงๆ นั่นๆ เขาเล่นทุ่มเงินจนหมดตัว
เสวี่ยหรูกำลังจะยอมลดราคานาฬิกาให้ชายหนุ่ม แต่เถ้าแก่ร้านที่ยืนฟังอยู่นานก็รีบเข้ามากระซิบข้างหูของไป๋ซานซะก่อน เขากลัวว่าไป๋ซานจะไปล่วงเกินหญิงแซ่มู่ผู้นี้เข้าจึงรีบกล่าว
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง ไม่รู้หรือว่าเธอเป็ใคร! เงินแค่ 6000 หยวนจะเป็อะไรได้สำหรับเธอล่ะ แค่น้องชิงชิงยอมขายนาฬิกาให้คุณก็ดีแค่ไหนแล้ว… ว่าก็ว่าเถอะ มู่ชิงชิงคนนี้มีเื้ัไม่ธรรมดาคุณไม่สามารถรังแกเธอได้! อย่างไรก็ต้องซื้อนาฬิกาเธอในราคา 7000 หยวนเท่านั้น!” เถ้าแก่ร้านกระซิบไป๋ซานเสียงไม่เบานัก
เสวี่ยหรูยิ้มแหยๆ ออกมาหลังจากได้ยินจนจบ… นี่ลือเื่ของเธอไปขนาดไหนแล้วเนี่ย!! เื้ัไม่ธรรมดาอะไรกัน เธอไม่มีทั้งนั้นแหละ!
ทางด้านของไป๋ซานที่มีพ่อเป็ถึงผู้บัญชาการทหารก็แสดงสีหน้าไม่สู้ดีออกมาเล็กน้อย… เขาก็ว่าพ่อของตนเองใหญ่มากๆ แล้วนะ ยังมีคนที่ใหญ่กว่าพ่อของเขาอีกเหรอ? หรือว่าจะเป็ผู้บัญชาการทหารสูงสุด?
บ้ารึเปล่า… ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ เธอคงไม่มีเหตุผลที่จะต้องลดราคานาฬิกาให้เขาเลยแม้แต่น้อย…
เพราะยังไม่ค่อยเชื่อเถ้าแก่มากนัก เขาตึงมองสำรวจเสวี่ยหรูอีกที เขาต้องยอมมรับเลยว่าเธอสวยจริงๆ แต่เขาไม่นิยมชมชอบสตรีที่มีสามีแล้วจึงไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับเธอ
ส่วนในด้านเครื่องแต่งกายเขาก็พึ่งสังเกตเห็นในตอนนี้ว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ในตอนนี้ทุกชิ้นดูใหม่และเข้ากับรูปร่างของเธออย่างไม่น่าเชื่อ…!
คนที่สามารถเลือกเสื้อผ้าใส่ได้ในยุคนี้จะต้องเป็คนมีเงินอย่างแน่นอน... ไป๋ซานคิดไปเองมากมาย หารู้ไม่ว่า เสวี่ยหรูซื้อพวกมันมาในราคาไม่กี่สิบหยวนรวมค่าจัดส่งแล้ว!
เถ้าแก่ร้านเห็นว่าไป๋ซานมีท่าทีที่ไม่เชื่ออยู่ เขาจึงรีบเติมเชื้อไฟในทันที “คุณไป๋ ผมไม่อยากจะว่าอะไรนะ แต่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วคุณมู่พึ่งจะขายสบู่หอมยี่ห้อต่างประเทศให้ผมมามากมาย ผมต้องจ่ายเงินเธอไปถึงสี่หมื่นหยวน..."
"คุณลองคิดดูสิเธอสามารถนำเข้าสบู่เข้ามาขายในทีเดียวได้ถึง 2000 กว่าก้อน!!! 10 ถึง 20 ก้อนถือว่าเป็เื่ธรรมดา แต่นี่ 2000 ก้อน… คุณไป๋คงรู้ว่าผมกำลังหมายถึงอะไรใช่ไหมครับ?”
เสวี่ยหรู ร้องกรี๊ดในใจ… เถ้าแก่… พวกคุณกำลังคิดไปถึงไหนต่อไหนเนี่ย คงไม่คิดว่าเธอเป็ภรรยาเก็บของท่านผู้นำหรอกใช่ไหม!! เสวี่ยหรู...นี่เื่มันไปกันใหญ่แล้ว!!
ไป๋ซานได้ยินก็หันหน้าไปสบตากับเสวี่ยหรูทันที เขาไม่รู้จะใสิ่งไหนก่อนดี ระหว่างเถ้าแก่ร้านขายของชำมีเงินในมือมากกว่า 4หมื่นหยวน กับ หญิงสาวตรงหน้าสามารถจัดหาของต่างประเทศเข้ามาได้เป็จำนวนมาก?
ประกายความหวังในดวงตาของเขาดับมอดลงเสียแล้ว… เขาค่อยๆ เก็บไม้กวาดขึ้นจากพื้นด้วยท่าทางหมดแรง ก่อนจะพูดบางอย่างออกไป
“คุณมู่ครับ คือผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินคุณจริงๆ … ผมมีเงินเก็บไม่มาก …ถ้าไม่เป็การรบกวนจนเกินไป คุณช่วยเก็บมันไว้รอผมจะได้ไหมครับ?” น้ำเสียงของเขาที่กล่าวออกมาสั่นเล็กน้อย
เอาล่ะ! เธอก็ไม่ได้อยากรังแกไป๋ซานจนเกินไป เสวี่ยหรูยื่นนาฬิกาในมือให้ชายหนุ่มตรงหน้าไป ก่อนจะกล่าว… “คุณไป๋คะ… ในเมื่อที่ผ่านมาคุณได้ช่วยฉันไว้มาก 5500 หยวนฉันขายค่ะ!!”
หลังจากได้ยินดังนั้นไป๋ซานก็รีบควักเงินในกระเป๋าทั้งหมดออกมาจ่ายทันที…
“นี่ครับ 6000 หยวน!!! ขอบคุณมากครับคุณมู่ ผมจะไม่ลืมวันนี้เลยครับ!!” ชายหนุ่มถอดนาฬิกาของพี่ชายออกทันที ก่อนจะสวมนาฬิกาของตนเองเข้าไปใหม่ เขายืนกดหน้าปัดนาฬิกาเล่นอย่างกับคนบ้า
แต่ก็ว่าไม่ได้จริงๆ ไป๋ซานยามที่ยิ้มมีความสุขนั้นน่ารักมาก!! ท่าทางของเขาในตอนนี้คล้ายลูกแมวที่บ้านเธอไม่มีผิด เธอหัวเราะไปกับเขาเบาๆ โดยไม่ทันได้รู้เลยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธออยู่
เืสดๆ สีแดงฉานไหลลงมาตามขาของเสวี่ยหรูลงสู่พื้น
เถ้าแก่ร้านเป็คนที่สังเกตเห็นเป็คนแรก เขาเอ่ยด้วยความใทันที “ไอ้หยา!! คุณมู่ นั่นเืใช่ไหมที่ไหลออกมานั่น?" เขาคิดว่าเป็เืประจำเดือนของหญิงสาวจึงร้อนทักอย่างไม่ในัก…
เถ้าแก้มีประสบการณ์ชีวิตมามากจึงพอจะรู้โรคเืออกทุกเดือนของผู้หญิงอยู่บ้าง
แต่ทางด้านเสวี่ยหรูที่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ
เืเหรอ? ไหนละ เธอมองตามสายตาของเถ้าแก่ลงไปที่พื้น ก็พบว่า เป็เืจริงๆ เืสดๆ กำลังไหลจากขาของเธอลงสู่พื้น
เสวี่ยหรูนำมือไปกุมที่ท้องโดยอัตโนมัติ ก่อนหน้านี้ไม่ทันได้รู้สึกอะไร แต่หลังจากโดนทักก็รู้สึกได้ในทันที
ท้องของเธอกำลังบีบตัวอย่างรุนแรง!!! ตุบ ตุบ ตุบ….
ไม่นะ… ลูก…!!
เสวี่ยหรูร่างกายแข็งเกร็งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลังจากคิดได้ว่าสิ่งใดกำลังเกิดขึ้นกับตัวเธอ หญิงสาวก็เกือบจะเป็ลมเมื่อพบว่า ...เธอกำลังตกเื!!!