"อืม นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนกันเองแท้ๆ เอายังงี้ ลูกพลายแก้วรีบเดินทางกลับไปติดต่อกับน้าศรีประจันก่อน แล้วแม่จะยกขบวนตามไปสู่ขอทีหลัง" นางทองประศรีกล่าวพลางลุกขึ้นะโเรียกบ่าวไพร่ให้เตรียมตัวยกขบวนเดินทางไปยังเมืองสุพรรณบุรีโดยทันที
ข้างฝ่ายพลายแก้วนั้นร้อนใจเป็ยิ่งนัก เมื่อออกจากเรือนของมารดาแล้ว ก็เรียกโหงพรายออกมาทันที แล้วขี่คอโหงพรายกลับมายังเมืองสุพรรณบุรี โดยแวะมาลงยังที่บ้านของขุนช้างก่อนเป็อันดับแรก เมื่อมาถึงยังบ้านของขุนช้างแล้ว พลายแก้วก็หลบมาอยู่ยังที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ลับตาคน พลางบริกรรมพระคาถา บัดดลลมพัดหวีดหวิว มีสายฟ้าคะนองดังมาแต่ไกล เรือนของขุนช้างทั้งเรือนกลับหายวับไปจากสายตาทันที พลายแก้วยิ้มอย่างพอใจแล้วออกเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของนางศรีประจันต่อไป
ณ เรือนของนางศรีประจันนั้น ขณะที่นางศรีประจันกำลังนั่งบงการบ่าวไพร่ให้เตรียมตัวขัดบ้านขัดช่อง เพื่อเตรียมงานสำหรับวันมงคลของลูกสาวนางนั้น บ่าวก็มารายงานว่า พลายแก้วมาขอพบ ศรีประจันก็ขมวดคิ้ว พลางคิดในใจอยู่นาน พลายแก้ว ชื่อคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกใครน้า
อ้อ ใช่แล้วบุตรชายของขุนไกรกับพี่ทองประศรีนั่นไง แล้วก็บอกให้บ่าวไปเชิญมา ตนเองนั้นก็นั่งวางท่าอยู่บนตั่งเตียงทำเชิดหน้ารอพลายแก้วมาพบข้างพลายแก้วนั้น เมื่อบ่าวมาเชิญท่าทางหยิ่งจองหองก็รู้สึกไม่พอใจ เมื่อเดินขึ้นเรือนก็ยิ่งไม่พอใจขึ้นใหญ่ เพราะเห็นนางศรีประจันนั่งเชิดหน้าทำท่าจองหอง ด้วยคิดว่าตนเองกับมารดานั้น ปราศจากยศศักดิ์ใดๆ แถมยิ่งไม่มีสมบัติพัสถานใดๆ อีกด้วย พลายแก้วเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือไหว้
"สวัสดีครับคุณน้าศรีประจัน กระผมพลายแก้ว บุตรของพ่อขุนไกร กับแม่ทองประศรีไงครับ"
"ย่ะ กองไว้ตรงนั้นแหละ มีธุระอะไร รีบๆ คุยซะ เพราะฉันยังมีงานต้องเตรียมอีกมาก" นางศรีประจันกล่าวไม่มองหน้า พลางทำคิ้วย่นเมื่อเห็นพลายแก้วนั่งลงกับพื้นข้างพลายแก้วนั้น เห็นท่าทีอย่างนี้ก็ยิ้มในหน้า พลางบริกรรมคาถาเมตตามหานิยมในใจ
พลางยกมือขึ้นหยิบพานหมากพลู แล้วแอบเป่าคาถาลงในหมากพลูแล้วยกขึ้น ส่งให้แก่นางศรีประจันได้เคี้ยว นางศรีประจันเห็นดังนั้นก็พอใจยกมือขึ้นหยิบหมากพลูมาใส่ปากเคี้ยวทันที พอหมากเข้าปาก ท่าทีของนางศรีประจันก็เปลี่ยนไป เริ่มลดท่าทีหยิ่งจองหอง ยิ้มให้กับพลายแก้ว พลางกวักมือให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัวลูบหลังด้วยรู้สึกรักขึ้นมาจับใจ
"เออ เป็ไงลูก ั้แ่เสียพ่อของเ้าไป เ้ากับแม่เ้าลำบากมากหรือเปล่าลูก แล้วหนูมีอะไรให้คุณน้าช่วยไหม ว่ามาได้เลยนะลูก คุณน้ายินดีช่วยหนูเต็มที่เลย"
พลายแก้วได้ฟังดังนั้นก็อมยิ้ม ด้วยพระคาถาเมตตามหานิยมนั้นช่างขลังเสียจริง พลางทำหน้าเศร้ากล่าวว่า
"คือ ยังงี้ครับคุณน้า ผมกับพิมพิลาไลยนั้นรักชอบพอกัน เพียงแต่ขุนช้างเขาก็แอบชอบน้องพิมข้างเดียว พยายามมาสู่ขอน้องพิมกับคุณน้า ยังงี้ก็ทำร้ายน้ำใจของผมกับน้องพิมมากแล้ว ถ้าคุณน้ายกน้องพิมให้กับขุนช้างอีก เห็นทีผมต้องอกแตกตายแน่เลยครับ"
นางศรีประจันนั้นด้วยต้องมนตรามหาเมตตา ก็รู้สึกสงสารและเกลียดหน้าเ้าขุนช้างขึ้นมาโดยพลัน พลางกล่าวว่า
"อือ จริงๆ คุณน้าก็ไม่ชอบไอ้หัวล้านกบาลใสนั่นหรอก แต่คุณน้าเกรงใจน้องเทพทองน่ะ เขาเป็เพื่อนกับคุณน้ามานาน น้าก็เลยยังไม่รับปากหรอก แต่ขุนช้างก็ตื้อไม่เลิก น้าก็เลยให้เขารอไปก่อน รอให้น้าถามน้องพิมว่าไง แล้วค่อยติดต่อไป แต่ก็แปลกนะ อยู่ๆ น้องพิมไม่สบายพูดไม่ได้มาหลายวันแล้ว ให้หมอมาดู หมอก็บอกไม่ได้ว่าไม่สบายเป็อะไร คุณน้าก็เลยรอดูอยู่ว่าเมื่อไหร่น้องพิมจะหาย"
พลายแก้วนั้นซ่อนยิ้มอยู่ในหน้า พลางทำท่าเป็ห่วงแล้วบอกกับนางศรีประจันว่า
"น้องพิมไม่สบายหรือครับ คุณน้าพอจะอนุญาตให้กระผมได้ไปตรวจรักษาได้หรือเปล่าครับ เพราะกระผมก็เรียนมาบ้าง เหมือนกันเื่ตรวจรักษาเนี่ย"
"เอา ลองดูซิ สายทอง สายทองเอ้ย มาพาพ่อพลายแก้วไปดูอาการน้องพิมซิลูก" นางศรีประจันก็ร้องะโเรียกสายทองให้เข้ามา
"พ่อพลายแก้ว นี่สายทองหลานของน้าเอง รู้จักกันไว้ซะ นี่พลายแก้วเป็ลูกของเพื่อนน้าเอง เขาจะมาดูอาการไม่สบายของน้องพิมนะ เอ็งช่วยพาเขาไปหน่อย" นางศรีประจันปล่อยไก่ไม่รู้ว่าสองคนนี่เขารู้จักกัน แถมเย็ดกันเสร็จจนน้ำแห้งไปเรียบร้อยแล้วพลายแก้วก็ยกมือไหว้ขอบพระคุณนางศรีประจันแล้วลุกขึ้นเดินตามสายทอง ไปเยี่ยมพิมพิลาไลยที่ห้องทันที
ในที่สุดวันแต่งงานมหามงคลของพลายแก้ว และพิมพิลาไลยก็มาถึง มันเป็งานมงคลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองสุพรรณบุรี ชาวเมืองสุพรรณบุรีแทบทุกคนมาร่วมงานมงคลนี้โดยถ้วนทั่ว และก็แทบทุกคนก็มาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวในงาน ยกเว้น
"ฮือ โฮ ฮ้า อยากตาย กูอยากจะตายจริงๆ โว้ย แง" ชายผู้อัตคัตผมผู้นี้ มานั่งร้องไห้เป็วรรคเวรอยู่ยังหน้างาน ยังความประหลาดใจแก่ผู้ที่มาร่วมงานเป็อย่างยิ่ง นอกจากร้องไห้ขี้มูกยืดเป็งวงช้างแล้ว บางครั้งยังมีการนอนกลิ้งถีบเท้าอย่างไม่ยินยอม สร้างความขบขันแก่ผู้พบเห็น บางคนก็รู้สึกสมเพช เดาไม่ยากครับ ขุนช้างของเรานั่นเอง ขุนช้างนั้นเจ็บใจตนเองยิ่งนักที่อยู่ๆ ก็หลับใหลกันไปทั้งบ้าน พอตื่นมาอีกทีก็รู้ข่าวงานมงคลสมรสของพลายแก้วกับพิมพิลาไลยแล้ว แถมยังไม่พอ พลายแก้วยังมาเชิญตนให้เป็เพื่อนเ้าบ่าวอีกด้วย สร้างความเจ็บใจปนเสียใจแก่ขุนช้างยิ่งนัก ไม่ทันได้อาบน้ำแต่งตัวก็รีบแล่นไปยังงานทันที แล้วก็เห็นว่ามันเป็ความจริง สร้างความเสียใจจนมานั่งร้องไห้อยู่ที่หน้างานนี่เอง
"อ้าว ช้าง นายมานั่งหัวเราะอยู่ที่นี่เอง รีบเข้าไปในงานเร็ว เ้าบ่าวเ้าสาวเขาเตรียมจะรดน้ำสังข์กันแล้ว" เพื่อนคนหนึ่งลงมาตามขุนช้างเพื่อไปทำหน้าที่เพื่อนเ้าบ่าว
"กูร้องไห้โว้ย ไม่ได้หัวเราะ ฮือ กรรมของกูจริงๆ เออ กูจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ไม่รู้จะมาเร่งกูหาหอกอะไร คนยิ่งกลุ้มใจอยู่" ขุนช้างพูดพลางร้องไห้พลาง ลุกขึ้นเดินตามเพื่อนขึ้นไปบนเรือนทันที
บนเรือนขณะนี้กำลังคลาคล่ำด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เดินสับสนไปมา แต่งตัวสวยงาม อวดเครื่องเพชรทองหยองใส่กันให้วูบวาบบาดตา
ภายในเรือนตกแต่งอย่างสวยงามสมกับเป็งานมงคลสมรสของเศรษฐีนีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองกาญจนบุรี คุณนายทองประศรีนั่นเอง ขณะนี้เ้าบ่าวและเ้าสาวก็ได้ขึ้นไปรอกันบนตั่งแล้ว เพื่อเตรียมพิธีในการรดน้ำสังข์ให้แก่คู่บ่าวสาว
ขุนช้างซึ่งเดินร้องไห้ตาแดงขึ้นมา ก็เรียกเสียงหัวเราะจากบรรดาแเื่ทั้งหลายได้ทันที ขุนช้างนั้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ ก็ค้อนควักใส่บรรดาแขกเ่าั้ แต่กลับทำให้เสียงหัวเราะนั้นดังยิ่งขึ้น บางครั้งมีเสียงฮาป่ามาด้วย แถมไม่รู้ใครมือบอน เอาผ้าเช็ดมือโยนใส่ขุนช้าง แม่นเหมือนดังกับผีจับวาง มันโปะลงไปกลางกบาลใส่เหน่งของขุนช้าง สร้างความโกรธแค้นให้แก่ขุนช้างยิ่งนัก หมุนตัวไปมาอย่างฮึดฮัด พลางเขม้นมองหาตัวคนทำ แต่จะหาเจอได้อย่างไรเล่า เพราะคนทำนั่นก็คือ อิ อิ เ้าบ่าวน่ะแหละ
"เอ้าพ่อช้าง เร็วๆ เข้า เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ยามหมด" เสียงพูดดังมาจากนางศรีประจันที่รู้สึกหมั่นไส้ไอ้หัวเหน่งนี่เต็มที ถ้าไม่ติดที่มันเป็เพื่อนเ้าบ่าว จะชู้ตมันลงจากเรือนไปเดี๋ยวนี้เลย
"ค้า บ ค้าบบบบบ คุณป้า เสียฤกษ์น่ะกลัวกันจัง แต่เสียเมียน่ะไม่ยักกลัว" ขุนช้างพูดประชดประชัน แต่กลับทำให้ทุกสรรพเสียงในห้องเงียบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมายังขุนช้าง แต่ละสายตาที่จับจ้องมานั้นทำให้ขุนช้างถึงกับหนาวสันหลัง รีบๆ เดินดุ่มๆ เข้ามายืนเป็เพื่อนเ้าบ่าวทันทีงานพิธีรดน้ำผ่านไปอย่างเรียบร้อยท่าม กลางความยินดีของทุกคนที่มีให้แก่คู่บ่าวสาว และงานมงคลสมรสก็ดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึง เวลาเข้าหอ ทุกๆ คน ที่เป็ญาติก็รอส่งเข้าหอทั้งนั้น ยกเว้นแต่ขุนช้างคนเดียวที่บ่าวไพร่ตามหากันแล้วมาบอกว่าหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน นางทองประศรีก็แสนจะรำคาญ ก็ให้เริ่มพิธีส่งตัวไปเลย ไม่ต้องรอแล้ว ดังนั้นเ้าบ่าวและเ้าสาวก็เข้าหอไปท่ามกลางความโล่งอกของญาติทุกคนที่พิธี ผ่านไปได้อีกเรียบร้อย