ท่านพี่ข้านำข้าวต้มมาให้ขอรับ ลั่วซวงก้มลงมองข้าวต้มตรงหน้าที่มีข้าวไม่ถึงหนึ่งช้อน ถึงว่าทำไมร่างนี้ถึงได้ผอมแห้งนัก
"พี่ขอบใจเ้ามาก นี้ก็ค่ำแล้วเ้าไปนอนเถิด เ้ายังเด็กนักต้องพักผ่อนเยอะๆ"
ลั่วซวงบอกพร้อมเอามือลูบหัวน้องชายเพราะอยากให้เขาได้พักผ่อนถ้าอยู่ยุคปัจจุบันเด็กอายุเท่านี้ควรที่จะเล่นสนุกอยู่กับเพื่อนควรมีชีวิตที่ร่าเริงกว่านี้ แต่เด็กคนนี้ต้องคอยช่วยดูแลครอบครัว ช่างเป็เด็กดียิ่งนัก
"ข้าไม่เด็กแล้วแค่ตัวเล็กเฉยๆ" อะๆ ไม่เด็กก็ไม่เด็ก ไปนอนได้แล้ว ขอรับ ลั่วหลันรับปากพร้อมเดินออกไป
ลั่วซวงนั่งกินข้าวต้มที่แทบจะไม่เหมือนข้าวต้มด้วยความขมขื่น ถึงจะไม่อร่อยเท่าอาหารในยุคปัจจุบันแต่เพื่อความอยู่รอดเธอจำเป็ต้องกิน คอยดูเถอะฉันจะต้องรีบหายจะได้สำรวจว่าแถวนี้พอมีอะไรที่กินได้บ้าง
นางนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเผลอหลับไปด้วยความเพลีย ดังคำกล่าวที่ว่าหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน รู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีคนเข้ามาในห้องของนางแล้ว ลั่วซวงมองผู้หญิงผอมซีดแต่มีเค้าโครงที่สวยทีเดียว
"ซวงเออร์ เ้าเป็อย่างไรบ้างแม่เป็ห่วงเ้ายิ่งนัก" ท่านแม่ข้าดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะว่าแต่ท่านแม่หายป่วยแล้วหรือเ้าคะ
"แม่หายป่วยแล้วจึงรีบเข้ามาดูเ้า ลูกนอนพักก่อนเถิด"ฮูหยินลั่วกล่าวด้วยความเป็ห่วง
"ท่านแม่ข้าอยากไปเดินเล่นข้างนอกข้านอนมาหลายวันแล้วเ้าค่ะ น่าๆๆ ท่านแม่ถ้าได้ออกไปเดินบ้างร่างกายข้าจะได้แข็งแรงหายป่วยเร็วๆ "
นางขอร้องท่านแม่ด้วยท่าทางออดอ้อน ลั่วเฟิ่งเห็นลูกสาวอ้อนอย่างน่ารักก็ใจอ่อนยวบ แต่เ้าต้องรับปากแม่ว่าจะไม่เดินไปไกลจากบริเวณบ้าน
"ได้เ้าค่ะ" นางรับปากท่านแม่พร้อมชวนน้องชายออกไปเป็เพื่อน หากนางออกไปคนเดียวกลัวจะเป็ลมล้มไปอีกยิ่งร่างนี้บอบบางอยู่ด้วย ถึงจิติญญานางจะแข็งเกร่งแต่ทว่าร่างนี้ไม่ค่อยแข็งแรงดีนัก