หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 51

    “เฟย! เป็นยังไงบ้าง” มิเชลที่เพิ่งปลดปล่อยพลังดาบด้วยแรงเฮือกสุดท้าย หันไปหาหลงเฟยที่เมื่อกี้ถูกคลื่นพลังดาบของชายชุดดำโจมตีเข้าไปเต็มๆ แต่ปรากฏว่า“ผมไม่เป็นไรครับพี่มิเชลเป็นไงบ้าง” หลงเฟยวิ่งเข้ามาดูอาการของมิเชล“เป็นไปได้ยังไง? เจ้าไม่บาดเจ็บเหรอ” มิเชลไม่เข้าใจ เมื่อสักครู่พลังนั่นสามารถฉีกร่างคนธรรมดาอย่างหลงเฟยได้ด้วยซ้ำ แต่ชายหนุ่มกลับไร้ซึ่งบาดแผลใดๆ“ผมไม่เป็นไรครับ ก็มีดที่พี่ให้ผมไว้มันปกป้องผมจากพลังเมื่อตะกี้ได้” หลงเฟยหยิบมีดเก่าๆเล่มนั้นออกมาให้มิเชลดู ซึ่งรูปร่างหน้าตาของมันก็ปกติดี“อย่างนั้นก็ดีแล้ว ข้าไม่เป็นไรแค่เหนื่อยเท่านั้น ไปดูเพื่อนของเจ้าเถอะ” มิเชลกล่าวจบก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยใช้ดาบยันพื้นเอาไว้ จากนั้นหลงเฟยก็เข้าไปดูอาการของโทมัส และไอรีนที่นักบวชหนุ่มทอรัสกำลังรักษาอยู่ “ตู้ม!!!!!” ชายชุดดำระเบิดพลังลุกขึ้นมาจากกองซากปรักหักพัง เสื้อผ้าขาดวิ่นเลือดไหลออกมาเป็นทางยาวตามบาดแผล เขาจ้องมองมาทางเหล่าทหารด้วยความโกรธแค้น หลงเฟยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านหน้าของเพื่อนๆเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่ชายชุดดำก็ไม่ได้บุกเข้ามาโจมตี กลับพุ่งหนีหายไปในความมืด“โอ๊ย...เจ็บชะมัด เจ้านั่นฝีมือระดับนายกองเลยนะ โชคดีที่เรารอดมาได้” โทมัสบ่นออกมาตามเคย“ดีแล้วที่มันหนีไป ถ้าสู้ต่อมีหวังเราตายแน่ๆ” ไอรีนกล่าวออกมาอย่างอ่อนแรงแต่ทอรัส และหลงเฟยกลับไม่คิดเช่นนั้น ทั้งสองยังไม่ได้ปะทะกับศัตรูตรงๆด้วยซ้ำซึ่งพวกเขาอาจจะมีโอกาสโค่นชายชุดดำได้ ด้วยสภาพร่างกายที่ดีกว่า แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่านักบวชกับทหารใหม่ที่ไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาก่อนจะทำได้ “พี่มิเชลไหวมั้ยครับ แล้วพี่มาทำอะไรแถวนี้คนเดียวครับ?” หลงเฟยเข้าไปประคองนักดาบสาว“เซอร์รูบี้เห็นพวกเจ้าหายไปนานเลยให้ข้ามาตาม กลัวว่าจะโดนลูกไฟพวกนั้นเล่นงานเข้า ส่วนคนชุดดำนั้นทำตัวลับๆล่อๆอยู่แถวโบสถ์นั่น ข้าบังเอิญเจอเข้าพอดีเลยต้องสู้กันน่ะ นี่ถ้าพวกเจ้ามาไม่ทันข้าคงตายไปแล้ว ขอบใจมากนะ” มิเชลยิ้มให้กับหลงเฟย เธอไม่คิดว่าน้องชายที่ซื่อๆอย่างเขาจะกล้าหาญเข้ามาปกป้องเธอ“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ เรื่องไล่ผีนั่นยากเย็นกว่าที่คิด กลายเป็นปรสิตซะได้ กว่าจะรักษากันสำเร็จก็แทบแย่” หลงเฟยเล่าคร่าวๆให้เธอฟัง“หืม? ปรสิตเดี๋ยวนี้มันร้ายพอๆกับผีเข้าสิงอีกเหรอ” มิเชลสงสัยแต่ก็ถามแบบไม่ได้จริงจังอะไร“ร้ายสิขอรับ เรียกว่านักบวชแทบจะไร้ประโยชน์เลย ต้องใช้หมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างคุณหนูไอรีนเท่านั้นถึงจะจัดการได้”ทอรัสเข้ามาช่วยอธิบายอีกที แล้วชี้ไปที่หญิงสาวผมทอง“ไอรีนงั้นเหรอ อ้ะ! เจ้าเป็นน้องสาวของอารีนนี่ ข้ามิเชลเป็นเพื่อนสนิทของนาง เราอยู่หน่วยเดียวกัน” มิเชลรีบแนะนำตัวทันที“อะ...เอ่อยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ” ไอรีนทักทายเพื่อนของพี่สาวเล็กน้อย เหมือนเธอมีเรื่องกังวลใจมิเชลจึงไม่ได้ถามต่อเหล่าทหารทั้งสี่อำลานักบวชหนุ่มอีกครั้งเมื่อมาถึงที่โบสถ์ จากนั้นก็เดินทางกลับค่ายฝึกด้านทิศตะวันตกของเมือง ระหว่างเดินทางกลับ โทมัสก็ถามมิเชลเกี่ยวกับเซอร์รูบี้ผู้เป็นทั้งบิดา และผู้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งมิเชลก็เล่าว่าเซอร์รูบี้ไม่ได้ติดใจตรงไหน เพียงแค่เป็นห่วงทุกคนเท่านั้น และที่เธอเป็นคนรับหน้าที่ให้มาตามพวกเขา เพราะเธอรู้จักสนิทสนมกับหลงเฟยเท่านั้นเอง ทางด้านไอรีนก็เงียบตลอดทาง เมื่อเจอหน้าเพื่อนของพี่สาว ซึ่งอารีนก็ไม่เคยพามาให้รู้จักกันมาก่อนทั้งที่อยู่ในเมืองเดียวกันแท้ๆ ท่าทางที่ดูกังวลของไอรีนนั้น เหมือนว่ามิเชลจะเข้าใจจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเป็นหลงเฟยที่ถามแบบอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา“พี่มิเชลครับ ท่าเครสเซ่นมูนที่พี่ใช้เมื่อตะกี้ มันเป็นเวทย์มนต์รึเปล่าครับ” หลงเฟยกล่าวถามออกมา“หืม! เจ้าสังเกตเห็นด้วยเหรอ มันเป็นท่าสายพลังจิตน่ะ แต่ก็คล้ายกับดาบเวทย์มนต์มากใช่มั้ยล่ะ” มิเชลยิ้มอย่างภูมิใจที่มีคนสนใจเพลงดาบของเธอ“อ่า...ใช่ครับคล้ายมาก ยิ่งต้องร่ายคาถาออกมาด้วยนี่เหมือนกับเวทย์มนต์เลยนะครับ แต่ครูฝึกเคยบอกว่าวิชาสายพลังจิตไม่ต้องร่ายเวทย์นิครับ หรือวิชานี้มันพิเศษยังไง” หลงเฟยถามออกมาตรงๆด้วยความไม่รู้“ฮ่าๆๆ นั่นเป็นความชอบส่วนบุคคลน่ะหลงเฟย ปกติสายจิตเขาไม่ประกาศชื่อท่าออกมาหรอก มันไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์เพื่อยืมพลังธรรมชาติ จะเน้นไปที่ความฉับไวดั่งใจนึก เป็นพลังที่เกิดมาจากจิตใจของเราเอง” โทมัสเมื่อได้ยินคำถามก็หัวเราะออกมาทันที“ฮึ่ม! เจ้าหนูให้มันน้อยๆหน่อย เครสเซ่นมูนคือความภาคภูมิใจของข้า เป็นท่าโจมตีที่รุนแรงแต่เหมาะกับนักดาบสายความเร็วเช่นข้า พวกบ้าพลังอย่างเจ้าไม่เข้าใจหรอก” มิเชลไม่ได้ถือสาโทมัส และยังอธิบายความถนัดของตนเอง“เอ๋? นอกจากสายพลังแล้ว ยังแบ่งสายการต่อสู้อีกเหรอครับเนี่ย แล้วพี่มิเชลว่าผมควรจะฝึกสายไหนดีครับ” หลงเฟยเริ่มสนใจการฝึกฝนตามความถนัดของตัวเอง“ร่างกายบอบบางอย่างเจ้า แต่กลับมีจิตใจที่เข้มแข็งมุ่งมั่น เฟยเจ้านั้นก็เหมือนกับพี่สาวคนนี้นั่นแหละ นักดาบพลังจิต สายความเร็ว ต้องเน้นที่การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน และพลิ้วไหว ยิ่งถ้าฝึกไปในระดับสูงสามารถเคลื่อนที่ระยะไกลได้ในพริบตา อย่างกับเดินทางข้ามมิติเลยล่ะ” มิเชลบรรยายสรรพคุณสายการต่อสู้ที่ตัวเองถนัดให้ทุกคนฟังอย่างภูมิใจ“เอ่อคือท่านมิเชล การเดินทางข้ามมิติมันเป็นพลังของจอมเวทย์ชั้นสูงนะขอรับ สายจิตจะทำอะไรแบบนั้นได้ยังไงล่ะขอรับ” โทมัสพูดขัดขึ้นมา“ข้าก็บอกแล้วไงว่าคล้ายๆกัน ไม่ได้เหมือนกันสักหน่อย เฮ้อ! นี่ถ้าเจ้าชอบพูดขัดหูนายทหารยศสูงกว่าบ่อยๆ ระวังจะได้ไปเป็นทหารหน่วยล้างส้วมล่ะ ถึงจะเป็นลูกชายของเซอร์รูบี้ก็เถอะ” มิเชลจิกกัดโทมัสเล็กน้อย“อะจึ๋ย ขอโทษคร้าบบบบบ อย่าเอาผมไปล้างส้วมเลยนะขอรับ” โทมัสคุกเข่าอ้อนวอนมิเชลด้วยสายตาน่าสงสาร ‘อืม...ต้องเป็นพวกที่ฝึกฝนในระดับสูงเท่านั้นสินะ ที่จะมีพลังในการข้ามมิติ หรือการเดินทางระยะไกลได้ด้วยความเร็วสูง แต่ถ้าพูดถึงพลังการข้ามมิติของแหวนทองของเรา จะเอาไปใช้ในการต่อสู้ได้มั้ยนะ เดี๋ยวคงต้องถามคุณรีเอลสักหน่อย’ หลงเฟยลองนึกดูในใจ“พูดถึงเรื่องข้ามมิติ ข้าได้ยินมาว่าอาณาจักรทางตะวันออกมีการสร้างเขตอาคมข้ามมิติสำหรับการเดินทางที่รวดเร็ว และขนส่งสินค้าได้แล้ว เสื้อผ้าแปลกๆที่เจ้าใส่อยู่ก็มาจากแถวนั้นใช่มั้ยละ” โทมัสพูดเองเออเอง พลางชี้ไปที่เสื้อผ้าของหลงเฟย“อ่า...คือฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสื้อผ้าพวกนี้มาจากไหน แค่รู้สึกว่าใส่สบายก็เลยซื้อมาน่ะ แหะๆ” หลงเฟยกล่าวปัดแบบขอไปที ในเวลาปัจจุบันเกือบตีห้า ที่บ้านเช่าในเชียงใหม่ หลังจากอาบน้ำเสร็จ หลงเฟยก็นำผ้าที่ซักแล้วไปตาก จากนั้นก็ทานอาหารเช้าก่อนจะไปทำงานที่บริษัท 

    คล้ายกับเรื่องหลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ ที่คุณอ่าน