"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ สามารถยึดสำนักคุณธรรมอันดับหนึ่งแห่งตอนใต้ได้สำเร็จสักที แบบนี้ทางพรรคสาขาใหญ่ต้องตกรางวัลให้ข้าอย่างงามเป็แน่ ไม่สิบางทีอาจจะเรียกตัวข้าไปอยู่ในสาขานั้นเลยก็เป็ได้" หวู่เกาะเิเสียงหัวร่อออกมาดังกึกก้องด้วยความภาคภูมิใจ ในผลงานของมันหนนี้ ทั้ง ๆ ที่ความเป็จริงผู้อยู่เื้ัส่วนใหญ่ก็คือ ิเจียวจู และฉีฟูที่ร่วมมือกันปรุงยาพิษตัวใหม่ออกมา อีกทั้งยังมีพวกคนในสำนักเก้าัที่เป็หนอนบ่อนไส้ ตัวหวู่เกานั้นแทบจะไม่ได้ทำอันใดเลยแม้แต่น้อย..
ในขณะที่มันกำลังยืดอกหัวเราะร่าอย่างภูมิอกภูมิใจ คนอื่น ๆ ต่างพากันส่ายหัวให้กับคำพูดอันน่าสมเพชของมัน และยามนั้น หลู่อี้ถัง ผู้าุโฝ่ายกระบี่ของสำนักเก้าัก็ได้กล่าวบางอย่างขึ้น "ช้าก่อนท่านหัวหน้า อย่าพึ่งดีใจไปงานของเรายังไม่ลุล่วง" หวู่เกาพอได้ยินเช่นนั้นก็หยุดหัวร่อก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันมาหา หลู่อี้ถัง "อันใดยังไม่ลุล่วงกระนั้นรึ" หลู่อี้ถังกล่าวตอบเร็วพลัน "ที่ข้ากล่าวว่างานยังไม่สำเร็จ นั้นข้าหมายถึงเรายังมิได้จัดการกับเ้าสำนักคนปัจจุบันยังไงล่ะ…" หวู่เกาพอได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันที
"จริงด้วยสินะ ข้าลืมไปเสียสนิทเลย พวกเรายังจับตัวเ้าแก่ไท่หยวนอี้ไม่ได้ เช่นนั้นแล้วท่านมีวิธีอันใดันล่ะที่จะลากคอมันออกมา" หลู่อี้ถังแย้มยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะกล่าวกับหวู่เกาว่า พินาศมิต้องทำอันใดหรอกท่านหัวหน้า ยามนี้ลูกศิษย์รักของมันอยู่ตรงนี้หมดแล้ว หากมันไม่โผล่หัวออกมาช่วย ก็ดูจะเลวชาติ
ต่ำช้าเกินกว่าจะเป็ปรมาจารย์าุโเ้าสำนัก จริงหรือไม่ไท่หยวนอี้.!! ข้ารู้นะว่าเ้ามุดหัวแอบดูอยู่แถวนี้ เ้าจะเผยตัวออกมาดี ๆ หรือจะให้ข้าทรมานศิษย์ของเ้าเสียก่อน"
หลู่อี้ถังประกาศกร้าวเสียงดังไปทั่วบริเวณ ฉินฟงที่แอบดูอยู่ก็รู้สึกเจ็บแค้นเป็อย่างยิ่ง "ศิษย์ข้ากระนั้นรึ แล้วพวกมันมิใช่ศิษย์ของเ้าหรือไร อยู่สำนักเดียวกันแท้ ๆ แถมเ้ายังเป็ถึงปรมาจารย์าุโเช่นข้า กล้าลงมือกับลูกหลานของตนเอง ผู้ใดกันแน่ที่ต่ำช้า สารเลว หลู่อี้ถัง.." ฉินฟงได้บ่นด้วยความโกรธอยู่ภายในใจ ก่อนจะบอกให้ลูกศิษย์ที่มันช่วยเหลือมารออยู่ตรงนี้ ส่วนมันจะออกไปช่วยคนอื่น "อาจารย์ปู่…." ศิษย์ผู้หนึ่งมีสีหน้าเศร้าสร้อยกล่าวรั้งอาจารย์ปู่ของมันไม่ให้ออกไป "ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้าไม่เป็ไรพวกเ้านั่นแหละรักษาตัวให้ดี ๆ เมื่อมีโอกาสก็จงรีบหลบหนีออกไปซะ หากถูกจับ ข้าเกรงว่าจะไม่อาจช่วยพวกเ้าได้อีก" เมื่อกล่าวจบฉินฟงก็ก้าวออกมาจากที่ซ่อน
"โอ้ นั้นนะรึไท่หยวนอี้ ปรมาจารย์าุโผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักเก้าั ดู ๆ ไปแล้วแค่ ชายชรา หนวดเครายาว ไร้พิษผู้หนึ่งแค่นั้นเอง" หวู่เกาหรี่ตามองไท่หยวนอี้ด้วยแววตาดูแคลน พร้อมรอยยิ้มที่หยิ่งผยอง ซึ่งมันหารู้ไม่ว่า จิติญญาของชายหนุ่มที่อยู่ในร่างของชายชราผู้นี้ เคยเป็สวะชั้นปลายแถวไร้ค่าที่อาศัยอยู่ในพรรคของมัน ก่อนที่มันจะส่งเขามาจบชีวิตยังสำนักแห่งนี้ ฉินฟงนั้นเอง..
ฉินฟงในร่างของไท่หยวนอี้กวาดตามองไปยังพวกมันทุกคน และมาอยู่ที่หวู่เกา ก่อนจะกล่าวขึ้น" ได้ยินชื่อเสียงมานานท่านคงจะเป็หัวหน้าพรรคมารนามว่า หวู่เกาสินะ" หวู่เกายืดอกด้วยท่างทางหยิ่งผยองก่อนจะเอามือทุบอกเสียงดัง "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้วตาแก่ข้าเอง หวู่เกา หัวหน้าของพรรคมารสาขาย่อยผู้แข็งแกร่ง เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เ้าก็จงยอมแพ้แต่โดยดี และสละตำแหน่งเ้าสำนักให้าุโหลู่อี้ถังเสีย มิเช่นนั้น จะหาว่าข้าเป็คนใจคอโเี้รังแกคนไม่ได้นะ" พอหลู่อี้ถังกล่าววาจาเช่นนั้นฉินฟงก็หันไปหา หลู่อี้ถังทันที "เป็เช่นนี้นี่เองสินะ หลุ่อี้ถัง แท้จริงเ้าก็ต้องตำแหน่งของข้า จนถึงกับย่อมลดตัวไปร่วมมือกับพรรคมาร ช่างน่าสมเพชเสียจริง" ฉินฟงแย้มยิ้มก่อนส่ายหัวเบา ๆ "หุบปากไท่หยวนอี้..!! ทั้งหมดก็เป็เพราะเ้านั่นแหละ ที่สับปลับ ทำตัวกลิ้งกลอกไปมา เคยลั่นวาจาว่าจะวางมือสละตำแหน่งแต่สุดท้ายก็กลับคำ แล้วเช่นนี้จะให้ข้าทำเช่นไร ในเมื่อเ้าหวงก้างไม่ยอมปล่อยวางข้าจึงต้องใช้ไม้นี่"
คำกล่าวของหลู่อี้ถังช่างชวนให้ฉินฟงรู้สึกขำขันยิ่งนัก "ข้าเป็ผู้สับปลับกลับกลอกไม่รักษาสัจจะกระนั้นรึน่าหัวร่อ หากข้าสละตำแหน่งให้คนถ่อยอย่างเ้าสิ ถึงจะน่าละอายยิ่งกว่าสำนักแห่งนี้ที่ข้าเพียรสร้างมาคงป่นปี้พังพินาศหมดเป็แน่ คนหมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างเ้านะรึ จะเป็เ้าสำนัก ช่างไร้สาระจริง ๆ " ฉินฟงสะบัดแขนเสื้อก่อนจะกล่าววาจาแข็งกร้าวตะคอกใส่หลู่อี้ถัง "หยุดกล่าววาจาสามห้าวใส่อาจารย์ปู่ข้าได้แล้วเ้าแก่ วันนี้แหละเ้าจะต้องทิ้งชีวิตไว้ตรงนี้" หลู่อิงฉานชี้นิ้วใส่ไท่หยวนอี้ไร้ความเคารพยำเกรงก่อนจะเตรียมชักกระบี่ออกจากฝัก แต่หวู่เกาก็ผายมือห้ามไว้ "ช้าก่อนน้องชาย อย่าพึ่งใจร้อนวู่วามเ้าแก่นี้ให้ข้าเป็ผู้ลงมือจัดการมันเอง" หลู่อิงฉานถึงกับใไปชั่วขณะ และเกือบะเิเสียงหัวเราะออกมา โชคดีว่าได้ หลู่อี้ไป๋ผู้เป็บิดาดึงแขนเสื้อพร้อมส่ายหน้าห้ามไว้ มันจึงเก็บกระบี่เข้าฝัก ก่อนจะพลางคิดในใจ "หึ ฝีมืออย่างเ้านะรึ จะจัดการเ้าแก่นี่ เท่าที่ข้าสืบมาเ้าก็มีแต่พละกำลังกับวิชาโง่ ๆ ชั้นปลายแถวของพรรคมาร ถ้าไม่ติดว่าท่านพ่อห้ามไว้ และเ้ากับพวกข้ามีผลประโยชน์ร่วมกัน ข้านี่แหละจะเป็คนสังหารเ้าเอง ไอ้หน้าโง่"
เมื่อหวู่เกาห้ามหลู่อิงฉานเรียบร้อยมันก็ก้าวอาด ๆ ออกไปประจันหน้ากับฉินฟงในร่างของไท่หยวนอี้ "ในเมื่อข้าหยิบยื่นความเมตตาให้เ้า แต่เ้ากลับปฏิเสธเช่นนั้นก็ย่อมได้ งั้นข้าก็ส่งเ้าให้ไป์ด้วยตัวข้าเองเ้าแก่โง่เง่า" หวู่เกาแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายที่มุมปาก ก่อนจะจ้องมองลงมาที่ ไท่หยวนอี้ซึ่งมีขนาดตัวด้อยกว่าค่อนข้างมาก สายตาของมันอำมหิตโเี้เป็ยิ่งนัก หากเป็เมื่อก่อนฉินฟงคงเข่าอ่อนทำอะไรไม่ถูก และถูกมันสังหารโดยง่าย แต่หาใช่ ในเวลานี้อีกต่อไป ด้วยวรยุทธ์ที่ร่ำเรียน กำลังพลังปราณอันมหาศาลที่สืบทอดมาจากไท่หยวนอี้โดยตรง ทำให้ฉินฟงไม่ต้องเกรงกลัวหวู่เกาอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้น ฉินฟงจะยังฝึกวิชาได้เพียงสามส่วนก็ตาม แต่สามส่วนนั้นก็เป็ของสุดยอดปรมาจารย์ผู้เก่งกาจแห่งแผ่นดิน ไอ้โง่ตัวใหญ่ไร้สมองเช่นหวู่เกาไฉนเลยจะเทียบมันได้
ฉินฟงยืนลูบเครายาวอย่างสงบนิ่งไม่ได้หวั่นวิตกกับการข่มขู่ของหวู่เกาไม่ ท่าทางแบบนั้นจึงทำให้หวู่เการู้สึกหงุดหงิดโมโหเป็อย่างยิ่ง "หน็อย…ไอ้แก่นี่จะตายอยู่แล้วยังทำเป็ทองไม่รู้ร้อน ทำเช่นนี้มันดูถูกกันชัด ๆ เช่นนั้นก็จงแหลกไปซะ..!!" หวู่เกาคำรามลั่นก่อนจะเร่งโคจรลมปราณไปที่กำปั้นของมันแล้วทุบใส่ไม่หยวนอี้อย่างรุนแรง "ท่านอาจารย์ระวัง..!!" เสียงของเสี้ยวอี้หลานร้องดังขึ้น แต่ฉินฟงในร่างไท่หยวนอี้กลับนิ่งเฉย " วิชากายเหล็กพันชั่งขั้นสี่สินะ..ถ้าข้าจำไม่ผิด ก่อนที่ข้าจะถูกส่งมาตายในสำนักแห่งนี้ ตอนนั้นเ้าก็ยังฝึกได้เพียงขั้นนี้อยู่ดี ช่างไม่ก้าวหน้าเอาเสียเลยน่าสมเพชจริง ๆ " ฉินฟงบ่นพึมพำก่อนจะส่ายหัว จากนั้นก็พลันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พร้อมกับฝุ่นควันลอยฟุ้งกระจาย
หวู่เกาะเิเสียงหัวเราะออกมาราวกับผู้มีชัยไปเรียบร้อย แต่เมื่อฝุ่นจางหายไปมันก็ตกตะลึง
ฉินฟงไปยืนสงบห่างจากจุดที่กำปั้นถูกทุบลงมาประมาณสามเมตร แบบที่ไร้รอยขีดข่วน หรือรอยเปื้อนใด ๆ "เป็ไปไม่ได้ เ้าแก่ เ้าใช้เล่ห์กลอันใดถึงหลบกำปั้นของข้าได้ เชอะแต่ครั้งต่อไปข้าไปไม่พลาดแน่รับมือ…!!" หวู่เกากู้ก้องเสียงดังก่อนจะพุ่งปราดเข้าไปหาฉินฟงอย่างรวดเร็ว ไร้กระบวนท่าใด ๆ ทั้งสิ้นมี แต่พละกำลัง และอำนาจการทำลายล้างอันมหาศาล ที่ขนาดบรรดาลูกศิษย์ของสำนักเก้าัที่ถูกจับอยู่ยังอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน ยกเว้น เหล่าปรมาจารย์ และ เหล่าศิษย์เอกผู้เชี่ยวชาญในวรยุทธ์ ทุกคนต่างพากันส่ายหัว เพราะต่างรู้ดีว่า หวู่เกาไม่มีทางเอาชนะไท่หยวนอี้ได้ อย่าว่าแต่เอาชนะเลย แค่จะถูกชายเสื้อของไท่หยวนอี้มันก็คงมิอาจทำได้ด้วยซ้ำ
"โถ่ว้อยยย..!! เ้าแก่เลิกหลบไปหลบมาเสียที แล้วแบบนี้เมื่อไรข้าถึงจะจับตัวเ้าได้กัน เลิกเล่นได้แล้วข้าจะได้ส่งเ้าไป์" หวู่เกาหน้าแดงก่ำก่อนจะไล่ทุบ ไล่จับฉินฟงราวกับคนเสียสติ กำแพงอิฐ อาคารไม้ล้วนถูกหวู่เกาทุบทำลายลงไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันโจมตีพลาด ฉินฟงนั้นแย้มยิ้มก่อนจะขยับร่างกายไปมาอย่างพลิ้วไหว ราวกับตัวของมันเบาดุจขนนก ราวกับมันกำลังร่ายรำอย่างสบายใจ ลมจากแรงปะทะของหวู่เกาก็แทบจะไม่ต่างลมทั่วไป ฉินฟงหาได้สะทกสะท้านอย่างไรไม่
ในยามนั้นเองหลู่อี้ถังที่เพ่งมองการต่อสู้อยู่ก็เริ่มนึกอะไรบางอย่างออก "แย่แล้ว แบบนี้แย่แน่ ๆ " อันใดรึท่านพ่อ" หลู่อี้ไป๋รองเ้าสำนักฝ่ายกระบี่บุตรชายของมันกล่าวถาม "หน็อย…เ้าไท่หยวนอี้ ไอ้เฒ่าเ้าเล่ห์มันคิดจะใช้แรงของเ้าหวู่เก่าทำลายสำนักให้สิ้นซาก มันคงรู้ว่า ถึงสู้ชนะไปก็ไม่มีความหมาย จึงคิดใช้กำลังของเ้าหวู่เก่าทำลายสำนักแห่งนี้เพื่อไม่ให้ใครได้" พอหลู่อี้ไป๋ และคนอื่น ๆ ได้ยิน ก็ถึงกับตกตะลึง "เช่นนั้นเราควรจะทำเช่นไรท่านพ่อ.." หลู่อี้ไป๋กล่าวถามด้วยความร้อนรน "พวกเ้าทุกคนจงฟัง ใครที่คิดจะติดตามข้าต่อไปในอนาคต จงไปช่วยกันสังหารเ้าแก่ไท่หยวนอี้เดี๋ยวนี้ ผู้ใดไม่คิดช่วยจงอยู่เฉยไว้ และหากผู้ใดคิดจะสอดมือช่วยมัน คนผู้นั้นจะต้องตาย..!!" หลู่อี้ถังประกาศก้องเสียงดังให้ศิษย์ในสำนักทุกคนได้ยิน ส่วนใหญ่พากันใเป็อย่างมาก ยกเว้นฝ่ายกระบี่ที่เป็ศิษย์ของหลู่อี้ถังโดยตรง พวกมันล้วนชั่วร้าย และมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ต่างจาก ปรมาจารย์าุโของมัน
พอได้ยินคำสั่งพวกมันก็ชักกระบี่ออกมาและกรูกันเข้าไปหา ไท่หยวนอี้ทันที แต่ก็มีศิษย์ฝ่ายลมปราณ และฝ่ายโอสถบางส่วนร่วมด้วยเช่นกัน ผิดกับเหล่าศิษย์ของพรรคมารที่ยืนดูเฉย ๆ โดยไม่คิดจะเข้าร่วมวงด้วย เนื่องจากพวกมันไม่กล้าสอดมือเข้าไปยุ่งกับเ้าหวู่เกา "อันใดกันพวกเ้า อย่าสอดมือเข้ามายุ่งกับเื่ของข้า..!!" หวู่เกาหันมาตวาดลั่นใส่พวกสำนักเก้าั มันรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาช่วยไท่หยวนอี้ แต่มันก็ไม่้าให้ใครเข้ายุ่งเช่นกัน เ้าหวู่เกาพลันเปลี่ยนเป้าหมายจากไท่หยวนอี้เป็กลุ่มคนพวกนี้แทนทันที กำปั้น และท่อนแขนขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณกวาดร่างของลูกศิษย์ในสำนักจนกระเด็นไปตามกัน ๆ ยกเว้นแต่ สามพ่อลูก สกุลหลู่ที่เ้าหวู่เก่าทำอะไรไม่ได้ พวกมันทั้งสามชักกระบี่ออกมาพร้อมกับใช้สุดยอดวิชากระบี่พุ่งเข้าใส่ฉินฟงทันที
สีหน้าของฉินฟงแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดเร็วพลัน แม้นมันจะมีลมปราณอันมหาศาลกับเคล็ดวิชาสามส่วนของไท่หยวนอี้ แต่ต้องมาเจอกับสุดยอดฝีมือทางด้านกระบี่ทั้งสามคนในเวลาเดียวกันเช่นนี้ก็ใช่ว่ามันจะเอาชนะได้ง่าย ฉินฟงถอยหลังไปตั้งหลักหลายก้าวอย่างรวดเร็ว และมิใช่เพียงเท่านั้น ด้านของมันยังมี ิเจียวจู หวังก้านเหลียง และลู่ไกวฉือ เข้ามาสมทบด้วย พวกมันทั้งสามเจ็บแค้นไท่หยวนอี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว จึงขอร่วมวงหมาหมู่เล่นงานด้วยอีกแรง
"ข้านี่ช่างโง่เขลาจริง อุตส่าห์เมตตาละเว้นพวกเ้า แต่พวกเ้าดันไปเข้าร่วมกับพรรคมารมาเล่นงานข้า เล่นงานพี่น้องในสำนักเดียวกัน วันนี้อย่าหวังเลยว่าข้าจะปล่อยให้พวกเ้าไปก่อกรรมทำเข็ญที่ไหนได้อีก" ฉินฟงกล่าวขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะเร่งโคจรลมปราณไปที่ฝ่ามือทั้งสอง และฟาดซัดออกไปอย่างรุนแรง เกิดเป็วงคลื่นโค้งกว้างสีฟ้าขนาดใหญ่ปะทะเข้ากับเหล่าลูกศิษย์ของสำนักที่บุกเข้ามา ส่วนลู่ไกวฉือ และหวังก้านเหลียงนั้นโดนเข้าเต็ม ๆ ที่แผ่นอก จนพวกมันกระอักเื กระเด็นถอยไปไกล กับ ิเจียวจูนั้นนางได้ หวู่เกาเอาตัวเขามาบังไว้ แม้นร่างของมันจะแข็งแกร่งจากวิชา กายาเหล็กพันชั่งขั้นสี่ แต่ก็ไม่อาจทานทนพลังของฉินฟงได้ มันถึงกับกระอักเืออกมา เพียงแต่ยังยืนหยัดทรงตัวไว้ได้โดยไม่ล้มลง และ คนสกุล หลู่ทั้งสามรุ่นนั้นหลบได้แม้จะฉิวเฉียดก็ตาม
พอพวกมันตั้งหลักได้ก็พุ่งจิตสังหารกับกระบี่ใส่ฉินฟงอีกครั้ง ทุกกระบวนท่าล้วนอันตราย และหมายจะเอาชีวิตของฉินฟงทั้งสิ้น "ยืดเยื้อต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้คงไม่เป็การดีแน่ ยิ่งสู้ก็ยิ่งมีคนาเ็มากขึ้นเรื่อย ๆ จะดี จะเลวพวกมันก็ขึ้นชื่อว่าเป็ศิษย์ในสำนักของข้า.." ฉินฟงครุ่นคิดในใจ ในขณะที่กำลังใช้สองนิ้วจากสองมือ รับเพลงกระบี่ของคนสกุลหลู่ทั้งสามอยู่ "เป็อันใดไปเล่า ไท่หยวนอี้ฝีมือของเ้ามีเพียงแค่นี่รึ เช่นนั้นก็จงยอมแพ้และตายซะเถอะ" หลุมฝังศพอี้ถังกล่าวขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยองก่อนจะพุ่งกระบี่ใส่ที่หน้าอกของฉินฟง "ฝีมือของข้านั้นจะมีมากหรือน้อยเ้าไม่จำเป็รู้หรอก เ้ารู้แค่เพียงว่ามากพอจะเล่นงานเ้าได้ก็แล้วกัน"
เมื่อกล่าวจบร่างของฉินฟงก็ถูกแทงด้วยกระบี่ในมือของหลู่อี้ถัง หากแต่ร่างนั้นค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ นี่เป็เพียงภาพติดตาจากการเคลื่นที่อันรวดเร็วของฉินฟงเท่านั้น ปึก…!! ฝ่ามือลึกลับกระแทกเข้าที่หน้าอกของหลู่อี้ถังเข้าอย่างจังจนเ้าปรมาจารย์าุโฝ่ายกระบี่ล่าถอยไป หากแต่มิได้าเ็สาหัสภายในมากสักเท่าไหร่ "วิชาแปดก้าวไร้สิ้นสุดขั้นสามเช่นนั้นรึ..ไม่เลวนี่ไท่หยวนอี้แต่ฝ่ามือที่ซัดข้าดูเบาไปหน่อยนะ เป็อะไรไปเล่าแรงตกงั้นรึ..ถ้าเ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ก็อย่างหวังเลยว่าจะรอดไปได้"
หลู่อี้ถังกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า มันกล่าวได้ถูกต้องเป็อย่างยิ่ง กำลังภายในของฉินฟงตกลงไปพอสมควรจากการต้องรับมือกับสามสุดยอดฝีมือพร้อมกัน ฉินฟงเริ่มวิตกกังวลเล็กน้อย ก่อนจะฮึดสู้อีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนฉินฟงจะโดนไล่ต้อนจนต้อง สู้ไปพลางถอยไปพลาง จนในที่สุดก็ออกจากเขตสำนักเก้าั พวกมันยังไล่ต้อนอย่างไม่ลดละ และฉินฟงก็โดนต้อนมาถึงหน้าผาขนาดใหญ่ ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีทางให้เ้าถอยอีกแล้ว ไท่หยวนอี้หน้าผาแห่งนี้แหละจะเป็หลุมฝังศพของเ้า" หลู่อี้ถังชี้กระบี่มายังฉินฟง พร้อมรอยยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ ฉินฟงนั้นยามนี้รู้สึกสงบนิ่งเป็ยิ่งนัก
ในเมื่อไร้ทางนี้มันก็คงต้องต่อสู้แลกชีวิตเพียงอย่างเดียวแล้ว ฉินฟงเริ่มเดินลมปราณถ่ายเทไปทั่วร่างก่อนจะตั้งกระบวนท่าต่อสู้ คนสกุลหลู่เองก็เตรียมกระบี่ในมือก่อนจะพุ่งเข้ามาสู้กับฉินฟงเป็ครั้งสุดท้าย แต่ทว่า..ในยามนั้นเองเสียงของใครบางคนก็ะโดังขึ้น "เ้าแก่นี่เป็ของข้า ใครห้ามสอดมือเข้ามายุ่ง..!!"
หวู่เกานั้นเองมันกระโจนออกมาขวาง พ่อลูกสกุลหลู่ทั้งสามรุ่น ก่อนจะเร่งโคจรลมปราณไปทั่วร่างจนเส้นเืตามกล้ามเนื้อปูดโปน ดวงตาของมันแดงดุจสีเื "วิชากายามารโลหิตคลั่งขั้นที่สองกระนั้นรึ..วิชาต้องห้ามของพรรคมารที่ว่ากันว่าห้ามฝึกหากลมปราณ และกำลังภายในไม่แข็งแกร่งพอ เ้าโง่หวู่เกาคงแอบฝึกสินะ ช่างโง่เขลายิ่งนัก" ฉินฟงบ่นพึมพำเบา ๆ ในขณะที่จ้องมองหวู่เกาอยู่ "นั้นมันวิชาอันใดกัน ท่านปู่ ดูเหมือนเ้าโง่นี่จะเปลี่ยนไปจากเดิม" หลู่อิงฉานกล่าวถามหลู่อี้ถัง และมันก็กล่าวตอบเช่นเดียวกับที่ฉินฟงพูด "เ้าโง่ไร้สมองทำอะไรไม่เข้าท่าจริง ๆ พวกเ้าทั้งสองถอยออกไปก่อน ที่นี่ไม่ปลอดภัย" หลู่อี้ถังร้องบอกบุตรชาย และหลานชายของมัน จากนั้นทั้งคู่จึงรีบทำตามทันที
เ้าหวู่เกาคำรามลั่นเสียงดังราวกับสัตว์ป่าก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฉินฟงอย่างรวดเร็ว กำปั้นของมันทุบใส่ฉินฟงเหมือนเดิม จนเกิดแรงสั่นะเืไปทั่วหน้าผา แม้นจะไม่โดนตัวแต่ก็ทำให้พื้นดินเกิดรอยร้าวไปทั่ว
ครืน…!!! "นี่มันเสียสติไปแล้วรึไง คิดจะทุบจนหน้าผาแตกแล้วร่วงไปด้วยกันงั้นเหรอ ไร้สาระจริง ๆ "ฉินฟงส่ายหัวไปหาก่อนที่จะเตรียมเคลื่อนไหวออกจากหน้าผาที่กำลังจะถล่ม แต่ยังไม่ทันที่จะได้ออกไปไหน จู่ ๆ ก็มีวัตถุบางอย่างถูกโยนมา มันเป็ก้อนกลม ๆ หลายก้อน ขนาดเท่าก้อนหิน หากแต่มีสายชนวนที่กำลังถูกจุดไฟเรียบร้อยแล้ว ะเินั้นเอง..!! ฉินฟงใมาก ก่อนจะเงยหน้าไปมองจากระยะไกล และได้เห็นิเจียวจู ยืนยิ้มอย่างสะใจอยู่กับพวก หลู่อี้ถัง "นังงูพิษเอ่ย หากรอดไปได้เ้าจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้าแน่ ๆ " ฉินฟงกล่าวประโยคสุดท้าย ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสูงเพื่อให้พ่นจากแรงะเิ จากนั้นก็เกิดเสียงดังตูมตามอย่างรุนแรง หน้าผาทั้งผาโดนแรงะเิหายไปจนหมดสิ้น พร้อมร่างของเ้าหวู่เกาที่ร่วงหล่นลงไป และแม้แต่ร่างของฉินฟง ก็ด้วยเช่นกัน แม้นเขาจะหลบแรงะเิด้วยวิชาตัวเบาสุดลึกล้ำได้ แต่มันก็ไร้ซึ่งปีกวิหคที่จะบินลอยอยู่กลางอากาศอยู่ดี..
จบบทที่ 19