จารึกที่ 94 : เข้าสู่เหมืองร้าง : การตื่นรู้ของเนตรอักขระ
ณ อุโมงค์ชั้นแรกของเหมืองร้างหุบเขาหมอก
ความมืดภายในเหมืองนั้นหนาทึบจนแทบจะจับต้องได้ อากาศเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ กลิ่นราและกลิ่นกำมะถันลอยคละคลุ้ง เสียงหยดน้ำจากหินงอกหินย้อยดัง ติ๋ง... ติ๋ง... สะท้อนก้องไปมาในความเงียบสงัด สร้างบรรยากาศวังเวงชวนขนหัวลุก
"สกปรกสิ้นดี..."
เฟิงอี้หรานบ่นพึมพำ พลางสะบัดชายเสื้อคลุมผ้าไหมอย่างรังเกียจเมื่อน้ำโคลนหยดลงมาโดนไหล่ "ที่แบบนี้มันที่อยู่ของพวกหนูท่อชัดๆ ข้าไม่น่าลดตัวลงมาเดินเลยจริงๆ"
"สว่างหน่อยสิ"
เขาล้วงหยิบ 'ไข่มุกราตรี' ขนาดเท่าไข่ไก่ขึ้นมา แสงสีนวลตาจากไข่มุกส่องสว่างวาบ ขับไล่ความมืดออกไปเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยกรงเล็บและคราบเลือดเก่าๆ
"โฮ่... ไข่มุกราตรีเกรดจักรพรรดิ!" อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน รีบปรี่เข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยสัญชาตญาณนักประเมินราคา "เม็ดนี้ในตลาดมืดราคาไม่ต่ำกว่าพันตำลึงทอง! คุณชายเฟิง... ท่านพกเงินสดเดินได้ชัดๆ"
"ของเล่นของท่านพ่อข้าน่ะ ขโมยมา... เอ้ย ยืมมาใช้" เฟิงอี้หรานยักไหล่ "ข้าเกลียดความมืด... มันทำให้ข้ามองไม่เห็นว่ารองเท้าข้าจะไปเหยียบโดนขี้ค้างคาวตรงไหนบ้าง"
"เก็บแสงของท่านซะ" หลินชิงเสวี่ยเตือนเสียงดุ โดยที่มือยังคงจับด้ามกระบี่แน่น สายตาสอดส่ายไปรอบทิศ "แสงสว่างในที่มืด จะดึงดูดสัตว์อสูร พวกมันชอบแสงไฟเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ"
"ก็ให้มันเข้ามาสิ" เฟิงอี้หรานเชิดหน้าอย่างถือดี "ข้าจะได้เผามันให้เหี้ยน จะได้เดินสะดวกๆ"
"ไม่เป็นไรหรอกศิษย์พี่หญิง" อาเจียรีบแก้ต่าง (พร้อมกับหยิบยันต์อัคคีราคาถูกๆ จุดไฟดวงเล็กๆ ขึ้นมาถือไว้บ้างเพื่อประหยัดน้ำมันตะเกียงตัวเอง) "ถ้ามีอะไรเข้ามา เจ้าถุงเงิน จะรู้ก่อนใครเพื่อน... จริงไหมลูกพ่อ?"
บนเพดานถ้ำเหนือหัวพวกเขา เงาดำเล็กๆ กำลังเคลื่อนที่ไปตามรอยแตกของหินอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เจ้าถุงเงิน ทำหน้าที่เป็น 'เรดาร์มีชีวิต' หนวดของมันสั่นระริก รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระยะร้อยก้าว
ในขณะที่เดินลึกเข้าไป อาเจียไม่ได้แค่ระวังตัว แต่เขากำลังพยายามใช้สายตาตรวจสอบร่องรอยตามผนังถ้ำ
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้าอก... ตรงตำแหน่งที่ซ่อน 'แผนที่หนังโบราณ' เอาไว้
วูบ!
ไอร้อนสายหนึ่งไหลซึมจากแผนที่ผ่านผิวหนัง เข้าสู่เส้นชีพจรและพุ่งตรงไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของอาเจีย
"อึก!" อาเจียยกมือกุมตาด้วยความเจ็บแปลบ เหมือนมีเข็มร้อนๆ ทิ่มแทง
"ตั้งสติไว้ อาเจีย!" เสียงมู่เฉินดังก้องในจิต "พลังจากแผนที่โบราณกำลังทำปฏิกิริยากับพู่กันนิรันดร์! มันกำลังปลดล็อค 'ศักยภาพที่แท้จริง' ของดวงตาเจ้า!"
"ศักยภาพที่แท้จริง?"
"ถูกต้อง... สิ่งที่เจ้าเคยใช้ก่อนหน้านี้เป็นเพียง 'เนตรบรรพจารึก' ขั้นต้นที่มองเห็นเพียงร่องรอย... แต่บัดนี้ เมื่อได้รับสัมผัสจากต้นกำเนิด มันจะวิวัฒนาการเป็น... 'เนตรอักขระ' "
เมื่อความเจ็บปวดจางหายไป อาเจียค่อยๆ ลืมตาขึ้น...
โลกทั้งใบเปลี่ยนไป
จากเดิมที่เห็นเพียงเงาเลือนราง บัดนี้เขามองเห็นเส้นสายของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ สีสันของธาตุต่างๆ ชัดเจนราวกับภาพวาดที่ลงหมึกหนักแน่น และเมื่อเขามองไปที่ผนังด้านขวา...
สิ่งที่คนทั่วไปเห็นเป็นแค่รอยแตกของหิน... ในสายตาของ เนตรอักขระ กลับมองเห็นเป็นตัวอักษรสีทองจางๆ ที่เรียงร้อยกันเป็นโครงสร้างซับซ้อน
'อักขระปิดกั้นจิต...' อาเจียอ่านออกได้ทันที 'ใครบางคนจงใจซ่อนเส้นทาง หรือซ่อนอะไรบางอย่างไว้ที่นี่... สุดยอด! ชัดแจ๋วยิ่งกว่าเดิมสิบเท่า!'
"เป็นอะไรไป อาเจีย?" หลินชิงเสวี่ยสังเกตเห็นอาการชะงักของเขา
"เปล่าขอรับ... แค่ฝุ่นเข้าตา" อาเจียโกหกหน้าตาย แต่ในใจลิงโลด 'หวานหมู! มีตานี้ ข้าก็หาของมีค่าได้ง่ายกว่าเดิมน่ะสิ!'
"ทำไมเงียบกันจัง..." เฟิงอี้หรานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาดูจะทนบรรยากาศน่าอึดอัดไม่ไหว "นี่แม่นางหลิน... ท่านรู้ไหมว่าน้องสาวข้า 'เฟิงหลิงเอ๋อร์' น่ะ นางปลื้มท่านมากเลยนะ นางบอกว่าอยากจะเก่งและเท่เหมือนท่านหญิงหลินแห่งยอดเขาพู่กันหยก"
หลินชิงเสวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่หันกลับมา "คุณหนูเล็กตระกูลเฟิง? ข้าเคยได้ยินชื่อ... ได้ข่าวว่าเป็นเด็กเอาแต่ใจที่ใช้เงินเก่งพอๆ กับพี่ชายมิใช่รึ?"
"โธ่! ข่าวลือทั้งนั้น!" เฟิงอี้หรานแก้ตัว "นางแค่อยากได้อะไรต้องได้... เหมือนข้านี่แหละ แต่จริงๆ นางจิตใจดีนะ แค่ปากร้ายไปหน่อย... ว่างๆ ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นางน่าจะเข้ากับเจ้าได้ดีนะ อาเจีย"
"เข้ากับข้า?" อาเจียชี้หน้าตัวเอง "คุณหนูตระกูลรวยกับยาจกอย่างข้าเนี่ยนะ? คงได้กัดกันตายก่อนคุยรู้เรื่อง"
"ไม่แน่หรอก..." เฟิงอี้หรานยิ้มเจ้าเล่ห์ "คนงกแบบเจ้า กับคนใช้เงินเป็นเบี้ยแบบนาง... อาจจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวก็ได้ ใครจะไปรู้?"
ทันใดนั้น เจ้าถุงเงิน ที่อยู่บนเพดานก็หยุดกึก มันส่งเสียงร้องแหลมเล็กๆ จี๊ด! พร้อมกับกระโดดลงมาเกาะที่ไหล่ของเจ้าสัว ขนทั่วตัวลุกชันชี้ไปทางอุโมงค์มืดด้านหน้า
หลินชิงเสวี่ยชักกระบี่ออกจากฝักทันที เช้ง! ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวนาง
"มีบางอย่างกำลังมา..." นางกระซิบ "จำนวนมาก... และรวดเร็ว"
อาเจียรีบดับไฟในมือ แล้วสั่งให้เจ้าสัวก้าวขึ้นมาบังหน้า
"เตรียมรับแรงกระแทก!"
เสียง ตึก ตึก ตึก ดังระรัวเหมือนเสียงกลองศึกดังสะท้อนมาจากความมืด พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ที่สว่างวาบขึ้นราวกับไฟปีศาจ
"ฝูงอสูรค้างคาวโลหิต!" เฟิงอี้หรานหรี่ตามองด้วยความขยะแขยง "ไอ้พวกตัวสกปรก... พวกมันชอบรุมกินเลือดเหยื่อจนแห้ง"
"แสงไฟของท่านล่อมันมา!" อาเจียเตือน
"งั้นก็ดี!" เฟิงอี้หรานสะบัดมือ พัดจีบในมือคลี่ออกเผยให้เห็นใบมีดเหล็กกล้าซ่อนอยู่ที่ขอบพัด "ข้ากำลังหงุดหงิดที่ต้องเดินเหยียบขี้พวกมันอยู่พอดี!"
ฝูงค้างคาวปีกกว้างกว่าสองศอกนับสิบตัวพุ่งเข้าใส่พวกเขาเหมือนพายุ
"เจ้าสัว! โหมดป้องกัน!" อาเจียสั่งการให้เจ้าสัวยืนขวางหน้า
แต่เฟิงอี้หรานไม่ถอย เขาหมุนตัวตวัดพัดจีบสร้างคลื่นลมร้อนแรง
"พัดอัคคี : วายุเพลิง!"
เปลวไฟวูบหนึ่งพุ่งออกจากพัด เผาไหม้ค้างคาวตัวหน้าสุดจนร่วงหล่น แต่จำนวนพวกมันมากเกินไป
"ถอยไป" หลินชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ นางก้าวแทรกเข้ามา
นางสะบัดกระบี่ในมือเพียงครั้งเดียว
"เคล็ดวิชากระบี่เหมันต์ : พิรุณน้ำแข็งโปรยปราย!"
อากาศภายในถ้ำลดอุณหภูมิลงอย่างฉับพลัน ไอเย็นควบแน่นกลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับร้อยเล่ม พุ่งสวนทางเข้าใส่ฝูงค้างคาวโลหิตที่เหลือ
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงเนื้อถูกแทงทะลุดังระงม ฝูงค้างคาวร่วงกราวลงมากับพื้นราวกับใบไม้ร่วง ร่างกายของพวกมันถูกแช่แข็งจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง
เฟิงอี้หรานผิวปากเบาๆ "โห... เย็นเฉียบ แช่แข็งจนเกลี้ยงเลยแฮะ สมกับเป็นศิษย์เอก"
อาเจียอ้าปากค้าง มองดูศิษย์พี่หญิงที่เก็บกระบี่เข้าฝักอย่างสง่างาม
"อย่ามัวแต่อึ้ง" หลินชิงเสวี่ยหันมามอง "รีบไปต่อ กลิ่นเลือดจะดึงดูดตัวที่ใหญ่กว่ามา"
อาเจียรีบหุบปาก แต่ในใจกลับคิดเรื่องอื่น
'ค้างคาวโลหิต... เขี้ยวของมันขายได้ราคาดี! ปีกของมันเอาไปทำพัดได้!'
"เดี๋ยวก่อนขอรับ! ขอเวลาข้าเก็บของ... เอ้ย! เก็บกวาดซากแป๊บเดียว!"
อาเจียวิ่งเข้าไปดงซากศพพร้อมกับเจ้าถุงเงิน แข่งกันแงะเขี้ยวและปีกค้างคาวลงถุงอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วที่ทำให้เฟิงอี้หรานและหลินชิงเสวี่ยต้องส่ายหน้า
แต่ในขณะที่ก้มเก็บของอยู่นั้น เนตรอักขระ ของอาเจียก็มองทะลุพื้นดินลงไป... เขาเห็น เส้นสายพลังงานสีแดงเข้ม ขนาดมหึมากำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้เท้าพวกเขา
แรงสั่นสะเทือนที่หนักหน่วงและน่าเกรงขามกว่าฝูงค้างคาวเมื่อครู่หลายเท่ากำลังพุ่งขึ้นมา!
"ถอยยยย! ตัวจริงกำลังจะมาแล้ว!" อาเจียตะโกนลั่น