จารึกที่ 16 : หุ่นเชิดไร้ิญญา : ปริศนาแห่งกุมารศิลา
ไอเย็นะเืพัดกรูออกมาจากช่องประตูหินั์ที่เพิ่งเปิดออก หอบเอาเชื้อราและความชื้นของกาลเวลานับพันปีออกมาปะทะใบหน้าของอาเจียและหลินชิงเสวี่ย ความเงียบสงัดแห่งรัตติกาลใน ยามจื่อ ปกคลุมทั่วผืนป่ากระดูก มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องหินฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของิญญา
อาเจียก้าวเท้าเข้าไปในความมืดอย่างระแวดระวัง มือข้างหนึ่งกระชับ พู่กันนิรันดร์ อีกข้างหนึ่งประคองหลินชิงเสวี่ยที่ยังเดินไม่คล่อง ทันทีที่เท้าััพื้นหินเย็นเฉียบ ตะเกียงน้ำมันโบราณนับร้อยดวงที่ติดอยู่ตามผนังก็ พรึ่บ! ติดไฟขึ้นเองพร้อมกัน เผยให้เห็นความอลังการของ "โถงชั้นล่าง"
มันคือห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมา ผนังทำจากหินสีดำขัดมันวาว สลักเสลาด้วย ลวดลายกงล้ออักขระ และ ข่ายใยปราณที่ซับซ้อนวิจิตรพิสดาร พื้นปูด้วยกระเบื้องหยกขาวสลับดำดูคล้ายกระดานหมากรุกั์
"โอ้โห..." อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน ลืมความกลัวไปชั่วขณะ "ตะเกียงพวกนั้น... มันใช้ 'น้ำมันไขวาฬเพลิงสมุทร' สินะ! จุดมาพันปียังไม่ดับ... ถ้าแงะไปขายดวงละ 100 ตำลึง..."
[หยุดความคิดชั่วร้ายของเ้าเดี๋ยวนี้] มู่เฉิน ดุเสียงเข้ม [นี่คือ 'โถงคัดสรร' ของสำนักหัตถ์เทวะโบราณ ทุกสิ่งในนี้เชื่อมต่อกันด้วย ค่ายกลพิทักษ์ หากเ้าขโมยตะเกียงแม้แต่ดวงเดียว เพดานอาจถล่มลงมาทับเ้าแบนเป็กล้วยปิ้ง!]
"ชิ... ขี้หวงชะมัด" อาเจียเบ้ปาก แต่สายตายังคงกวาดมองหาของมีค่าที่ 'อาจจะ' แงะได้โดยเพดานไม่ถล่ม
"อาเจีย... ดูนั่น" หลินชิงเสวี่ยกระตุกชายเสื้อเขา พลางชี้ไปที่ใจกลางห้องโถง
ท่ามกลางความว่างเปล่า มีแท่นหินเตี้ยๆ ตั้งอยู่ และบนแท่นนั้นมี "กุมารศิลาพิทักษ์" ตนหนึ่งนั่งสงบนิ่ง มันแกะสลักเป็รูปเด็กทารกอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้มดูไร้พิษสง แต่ดวงตาทำจากอัญมณีสีแดงก่ำที่ดูเหมือนมีชีวิต
ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ กุมารศิลาก็ขยับคอ กึก! กึก! หันมามองพวกเขาพร้อมเสียงศิลาบดเบียดที่ฝืดเคือง
"ยินดีต้อนรับ... ผู้แสวงหา" เสียงเล็กแหลมดังออกมาจากปากที่ขยับไม่ได้ของมัน "หากปรารถนาจะขึ้นสู่ชั้นต่อไป... จงตอบคำถามของข้า"
อาเจียขมวดคิ้ว "คำถาม? มีรางวัลไหม?"
กุมารศิลาไม่สนใจคำถามกลับของเขา มันเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงยานคาง "อะไรเอ่ย... ยิ่งให้ยิ่งได้รับ ยิ่งเก็บยิ่งสูญหาย ยิ่งแบ่งปันยิ่งเพิ่มพูน?"
หลินชิงเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ "ความรู้... หรือไม่ก็ ความเมตตา?"
กุมารศิลาส่ายหน้าช้าๆ "ผิด... คำตอบนั้นเป็เพียงอุดมคติของผู้โง่เขลา"
ดวงตาของมันเริ่มเปล่งแสงสีแดงเข้มขึ้น พื้นห้องเริ่มสั่นะเืเบาๆ ราวกับค่ายกลกับดักกำลังทำงาน
[แย่แล้ว!] มู่เฉินร้องเตือน [สำนักหัตถ์เทวะขึ้นชื่อเื่ความวิปลาส! พวกมันไม่ยึดถือคุณธรรมแบบสำนักทั่วไป คำตอบต้องเป็สิ่งที่จับต้องได้จริง!]
อาเจียเหงื่อตกกีบ 'ยิ่งให้ยิ่งได้รับ? ยิ่งเก็บยิ่งหาย? บ้าบออะไรวะ... หรือว่าจะเป็...'
เขาแสยะยิ้มมุมปาก เดินอาดๆ เข้าไปหากุมารศิลา แล้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ... ไม่ใช่เพื่อหยิบอาวุธ แต่หยิบ "เหรียญอีแปะ" เก่าๆ ออกมาหนึ่งกำมือ
"คำตอบคือ 'การค้าขาย' อย่างไรเล่าเ้าหนู!" อาเจียยัดเหรียญใส่มือกุมารศิลา "ยิ่งจ่ายออกไปหมุนเวียน ก็ยิ่งได้กำไรกลับมา... ยิ่งเก็บเงินไว้เฉยๆ มันก็เป็เพียง เบี้ยบอด ที่ไร้ค่าประดุจหิน... ส่วนการแบ่งปันส่วนแบ่ง ก็ยิ่งทำให้กิจการเติบโต!"
กุมารศิลาชะงักกึก ดวงตาที่เคยแดงก่ำค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีเขียวสดใส มันส่งเสียงหัวเราะ คิกคิก
"ถูกต้อง... ผู้เข้าใจแก่นแท้แห่งโภคทรัพย์ ย่อมคู่ควรแก่การศัสตรา"
ครืนนน...
ผนังด้านหลังกุมารศิลาเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดวนที่ทอดตัวขึ้นสู่ความมืดมิด พร้อมกับ "หีบสมบัติใบเล็ก" ที่เลื่อนขึ้นมาจากแท่นหิน
"เห็นไหม! ข้าบอกแล้วว่าตรรกะพ่อค้าใช้ได้ทุกที่!" อาเจียยืดอกอย่างภูมิใจ รีบวิ่งไปเปิดหีบสมบัติทันที
ภายในหีบมีเพียง "ม้วนแผนที่หนังแกะ" เก่าๆ เพียงม้วนเดียว
"อะไรเนี่ย? ไม่มีทอง? ไม่มีแหวนมิติ?" อาเจียบ่นอุบหยิบแผนที่ขึ้นมาดู "แผนที่โครงสร้างหอคอย... เฮ้อ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย"
ขณะที่เขากำลังจะเก็บแผนที่ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังแว่วมาจากทางประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงะโที่คุ้นหู
"เร็วเข้า! ประตูเปิดแล้ว! ไอ้เ้าหัวขโมยนั่นมันต้องอยู่ในนี้แน่!"
อาเจียหันขวับ "เสียงนี้มัน... เฟิงอี้หราน? แล้วยังมี... คนจากสำนักพู่กันเพลิง!"
"หนีเร็วแม่นาง!" อาเจียคว้าข้อมือหลินชิงเสวี่ย "ตัวหารส่วนบุญมากันแล้ว ขืนอยู่ต่อเราได้ส่วนแบ่งน้อยแน่!"
ทั้งสองรีบวิ่งขึ้นบันไดวนไป ทิ้งให้กุมารศิลานั่งยิ้มเฝ้ารอ "เหยื่อ" รายต่อไปที่จะเข้ามาตอบคำถาม... หรือมาจ่าย "ค่าผ่านทาง" ให้กับมัน