ไม่กี่วันหลังจากการถล่มคฤหาสน์ดาโก ก็มีข่าวอาโนอิทอสเรียกพาหนะนกเหล็กบินได้ออกมาทำลายคฤหาสน์ดาโกจนย่อยยับ ดังออกไปทั่วอาณาจักร ทั้งคลีซอส อิชการ์ อามอโฟส และพวก 6 ดยุคใหญ่ที่เหลือต่างตกตะลึงกับข่าวนั้น
แน่นอนว่ากองกำลังรบขนาดหนึ่งหมื่นที่คามิวดุสเตรียมมาดักเมืองดาโกที่ทางใต้ เมื่อได้ยินข่าวนั้นก็ต้องตะลึงเหมือนกับเจ้านาย
ส่วนกองกำลังของซาราทอส ดยุคใหญ่ที่เลวี่เตรียมมาเมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ต้องตกตะลึงเช่นกัน พวกเขาสั่งสลายทัพในวันนั้นและเลวี่ก็มุ่งหน้ากลับไปที่เซสตอสทันที
ภายในคฤหาสน์ของอาโนอิทอส
คามิวดุสและเลวี่เข้าเฝ้าอาโนอิทอสในห้องรับแขก สีหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความช๊อคขณะรอชายคนหนึ่งกลับมาอยู่
เอี๊ยด
เมื่อประตูเปิดอ้าออก อาโนอิทอสเดินเข้ามาพร้อมกับพาเน่ คามิวดุสที่เห็นอาโนอิทอสมาแล้วก็ลุกขึ้นแล้วถามด้วยความตกใจทันที "อาโนอิทอส!! เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่จัดการกองทัพดาโกด้วยตัวคนเดียว นี่ข่าวนั่นเป็นความจริงอย่างนั้นหรือที่บอกว่าเจ้าทำลายกองทัพของดาโกจนสิ้นซากด้วยอาวุธบินได้น่ะ!?"
อาโนอิทอสเดาปฏิกิริยาของคามิวดุสได้อยู่แล้ว เขาตอบอย่างสงบ "นั่นก็คือเครื่องบินรบ J23 ปี 2026 ติดเครื่องยนต์จีอีวอลโล่และติดเรดาห์ พีเอส-06 มีระเบิดมิดไซส์ความร้อนไล่ล่า เป็นอาวุธที่ใช้สังหารดยุคดาโกขอรับ"
เลวี่และคามิวดุสมองหน้ากัน ทั้งคู่อึ้ง
สักพักเลวี่เบือนหน้าจากคามิวดุสแล้วมองอาโนอิทอส "อาวุธพวกนั้นโจมตีทางอากาศและมีการโจมตีเป็นระเบิดหมายความว่ามันเป็นอาวุธที่ต่อกรกับ 'สเกได' ได้อย่างดี นี่ฝ่าบาทไปเอาอาวุธแบบนี้มาจากไหนเพคะ?"
อาโนอิทอสบอก "ข้าพเจ้าบอกไม่ได้"
เลวี่ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเพราะเดาไว้แล้วว่าอาโนอิทอสไม่มีทางบอกง่ายๆ เธอถามด้วยความตื่นเต้นและดีใจ "หม่อมฉันได้ยินมาว่าฝ่าบาทมีฐานซ่อนอาวุธแบบนี้อีกมายที่ทางใต้ของชามิวลอส จากอาวุธของฝ่าบาทที่เรียกปืนกลเบาและปืนยิงไฟ อีกทั้งยังเครื่องบินรบนี้ หม่อมฉันคิดว่าอาวุธนับร้อยที่ซ่อนอยู่ในฐานนั้นล้วนเป็นอาวุธอันตรายที่สามารถใช้กำจัดเผ่าใต้พิภพได้ ตอนนี้มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาพวกใต้พิภพ หากมีอาวุธของฝ่าบาทเราจะต้องสามารถจัดการพวกมันจนสิ้นซากได้แน่ ฝ่าบาทควรจะตั้งกองทหารที่ไว้ใจได้แล้วสอนวิธีใช้อาวุธเหล่านั้นให้ทุกคนนะเพคะ เมื่อเรามีกองทัพพร้อมแล้ว วิกฤติของมนุษยชาติก็จะคลี่คลาย!"
เลวี่แนะนำด้วยความตื่นเต้น ช่วยเหลือประชาชนและกำจัดพวกใต้พิภพเป็นความฝันของเธอมาตลอด คามิวดุสก็เช่นเดียวกัน
อาโนอิทอสตอบด้วยสีหน้าสงบ และคำตอบนั้นทำให้สีหน้าตื่นเต้นของเลวี่และคาทิวดุสกลายเป็นความตะลึง
"ข้าพเจ้าตั้งใจจะตั้งกองทหารขึ้นมาอยู่แล้ว เพราะแบบนั้นข้าพเจ้าจึงส่งจดหมายเรียกตัวพวกท่านกลับมา พวกเราจำเป็นจะต้องย้ายกลับไปชามิวลอสเพราะปัญหาประชาชนของข้าพเจ้าไร้บ้านและประชากรที่เพิ่มขึ้นจากอาฟีโนและกองปฏิวัติ ข้าพเจ้าอยากสร้างกองทหาร 3 กองขึ้น กองทหารอากาศนั้นข้าพเจ้าได้จัดตั้งทหารฝึกหัด 30 นายไว้แล้วทหารที่เหลือของท่านหัวหน้าทหารรักษากำแพงข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะให้ประจำกองทัพอากาศ ที่เรียกพวกท่านสองคนกลับมาเพราะข้าพเจ้าอยากได้คนของพวกท่านมารับหน้าที่ประจำกองทัพบก ข้าพเจ้าต้องการคนที่ไว้ใจได้ พวกท่านสองคนคือสหายหนึ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้จักและไว้ใจที่สุด พวกท่านเป็นเพียงแค่สองคนที่ข้าพเจ้าพบว่าไม่ได้โกหกเรื่องปรารถนาจะช่วยเหลือมนุษย์และเป็นเพียงแค่สองคนที่มีกำลังพลจำนวนมากในครอบครอง พวกท่านจะเป็นกำลังให้ข้าพเจ้าได้หรือไม่?"
เลวี่และคามิวดุสอึ้ง แน่นอนสำหรับคามิวดุสเมื่อเขาปฏิญาณไปแล้ว ส่วนเลวี่ถ้าหากเพื่อมนุษยชาติเธอก็ทำได้ทุกอย่างแต่ว่า ทั้งคู่ถาม "เราจะกลับชามิวลอสกันหรือ? ตอนนี้หรือ?"
ตอนนี้ด้านนอกมีพวกใต้พิภพอยู่ยั้วเยี้ย แล้วตอนนี้ก็ปลายเดือนตะวันสาดแล้ว อีกไม่นานพวก 'สเกได' ก็จะออกมาพวกเธอเตรียมใจที่จะสู้กับพวก 'สเกได' แล้วแต่ว่าพวกเธอก็คิดว่าควรจะมีเวลาเตรียมตัวมากกว่านี้ หากอาโนอิทอสบอกว่าจะกลับชามิวลอสก็หมายความว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะกลับเมืองหลวงอีก ชี้ชัดว่าอาโนอิทอสจะใช้เวลาในเดือนจันทร์โลหิตที่ชามิวลอสโดยไม่หนี หมายความว่าพวกเขาจะได้เจอกับปิศาจตัวสุดท้ายที่ปรากฏในเดือนนั้น พวกเขาคิดว่าควรจะมีเวลาเตรียมตัวมากกว่านี้
แต่อาโนอิทอสราวกับรู้ว่าทั้งคู่กำลังกังวลเรื่องอะไร อาโนอิทอสจึงบอกด้วยรอยยิ้ม "พวกท่านไม่จำเป็นต้องกังวลหรอก ตามที่เพื่อนข้าพเจ้าให้ข้อมูลมา มนุษยชาติจะอยู่ไม่ถึงปีหน้า หมายความว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในปีนี้พวกใต้พิภพก็จะบุกไปกวาดล้างจนสิ้น ไม่ว่าจะเมืองหลวงหรืออาณาจักรไหนก็ตาม ส่วนเรื่องเตรียมการก็ไม่ต้องเป็นกังวลอาวุธในกองทัพบกเรียนรู้การใช้งานง่ายยิ่งกว่ากองทัพอากาศ พวกท่านจะเข้าใจอย่างรวดเร็วแน่นอน"
อาโนอิทอสว่าแบบนั้น แล้วหนึ่งสัปดาห์ต่อมา กองทัพทหารบกสองหมื่นอาวุธครบมือที่เกณฑ์มาจากกองปฏิวัติและตระกูลอิสคลีโรสก็เดินขบวนมุ่งหน้ากลับไปที่ชามิวลอส เปิดทางโดยหน่วยอากาศยานรบของทหารฝึกหัด 30 นายที่ถูกอาโนอิทอสแต่งตั้งให้เป็นกองบินรบที่ 1 พวกเขาช่วยกองทัพบกกำจัดพวกใต้พิภพที่ดูแข็งแกร่งๆในทางข้างหน้าก่อนเพื่อให้กองทัพบกเดินทางสะดวก พวกใต้พิภพบางส่วนที่เหลือก็ถูกทหารราบใช้ปืนกลเบาจัดการ ในบางจังหวะที่เผชิญกับกองใต้พิภพจำนวนมากก็เปิดตัวรถถัง K203 ประจันบานออกศึก ยิงลูกระเบิดแรงสูงหัวบดกระหน่ำฝูงศัตรูจนราบ เพียงแค่ 3 วันกองทัพบกและกองทัพอากาศของอาโนอิทอสก็จัดการพวกใต้พิภพทุกตัวที่อยู่ระหว่างทางเซสตอสไปชามิวลอสจนหมดไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ทุกคนต่างอึ้งที่สามารถจัดการกับพวกใต้พิภพจำนวนมากขนาดนี้ได้จริงๆ
แม้แต่พวกชาวบ้าน ตอนแรกพวกเขายังออกจากเซสตอสมาด้วยความกล้าๆกลัวๆอยู่ แต่เพราะอยู่ที่เซสตอสต้องไปนอนข้างทางทำให้ตัดสินใจกลับชามิวลอสเมื่ออาโนอิทอสยืนยันว่าจะไม่มีพวกใต้พิภพออกมาโจมตีระหว่างทาง พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อที่เห็นซากศพจำนวนมากของพวกใต้พิภพตลอดทาง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาออกนอกเมืองชั้นในในเดือนตะวันฉาย
ข่าวที่อาโนอิทอสอพยพชาวเมืองกลับชามิวลอสและกำจัดพวกใต้พิภพระหว่างทางทุกตัวได้ดังไปทั่วอาณาจักร ทุกคนต่างตะลึงกับข่าวนี้ เล่าว่ากองทัพของอาโนอิทอสมีอาวุธพิเศษที่สามารถจัดการกับพวกใต้พิภพในเสี้ยววิติดมือกันทุกคน ที่ช่วยเคลียร์ศัตรูจำนวนมากระหว่างทางเป็นยานพาหนะเหล็กอ้วนที่สามารถยิงระเบิดสร้างความเสียหายกลุ่มที่รุนแรงได้ เพียงการโจมตีนัดเดียวสามารถกวาดล้าง 'คาฟาลิ' สิบตัวในคราวเดียว ที่สำคัญที่สุด นกเหล็กบินได้ มันโจมตีจากทางอากาศและสามารถโจมตีระยะไกลได้ เป็นอาวุธที่ไร้เทียมทานที่ไม่มีเผ่าใต้พิภพตนไหนสามารถรับมือได้ ทุกคนต่างตะลึงกับข่าวนี้ โดยเฉพาะคลีซอสและพวก 6 ดยุคใหญ่ พวกเขารู้สึกหมั่นไส้อาโนอิทอสและอิจฉาปรารถนาจะครอบครองอาวุธเหล่านั้น
*****
ที่ชามิวลอส ชาวเมืองได้กลับมาที่บ้านตนเองหลังจากห่างหายไป 4 เดือนเต็ม พวกเขามีความสุขที่ได้กลับบ้าน ไม่ต้องไปนอนข้างถนนในเซสตอสอีก
อาโนอิทอสกลับมาที่ชามิวลอสก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและสิทธิการปกครอง หลังจากที่ตัดความสัมพันธ์กับพ่อตนเอง อาโนอิทอสก็ไม่มีสิทธิอยู่ในเซสตอสอีก เขาไม่อยากแย่งที่ดินของพ่อจึงกลับมาที่ชามิวลอส สิ่งแรกที่อาโนอิทอสทำหลังกลับมาก็ไม่ใช่อะไรนอกจากจัดการปัญหาที่เป็นเหตุผลสำคัญที่กลับมา เขาสร้างบ้านห้าหมื่นหลังข้างนอกกำแพงชามิวลอสเพื่อเป็นที่อยู่ให้ชาวเมืองอาฟีโนและคนของคามิวดุส บ้านเหล่านั้นกินพื้นที่ขนาด 700,000 ไร่ เป็นบ้านจัดสรรที่ฉาบปูนอย่างดี มีสองห้องนอนและมีห้องน้ำ เป็นบ้านธรรมดาทั่วไปในศตวรรษ 20 แต่เมื่อเทียบกับบ้านของชาวบ้านส่วนใหญ่ในยุคนี้ สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ดีกว่าและสะดวกกว่ามาก
"ฝ่าบาท...อาคารเหล่านี้ ท่านยกมันให้พวกเราอย่างงั้นหรือขอรับ?" หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้วอาโนอิทอสก็ให้ทหารของตัวเองไปเรียกชาวเมืองอาฟีโนที่ยังไม่มีที่อยู่และพวกกองปฏิวัติของคามิวดุสมา เมื่อพวกเขาได้ยินว่าอาโนอิทอสหาบ้านให้พวกเขา พวกเขาก็รีบขนของมาด้วยความตื่นเต้น แต่พอเห็นบ้านพวกนั้นพวกเขาก็ต้องตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ
อาโนอิทอสพยักหน้า "มีห้องนอนแบ่งแยกความเป็นส่วนตัว สามารถผ่อนคลายในห้องนั่งเล่น เรื่องสุขอนามัยก็มีห้องน้ำในตัว ไม่ต้องออกไปทำธุระข้างนอก ข้าพเจ้าคิดว่ามันเหมาะกับพวกท่านมาก"
ชาวเมืองอาฟีโนและกองปฏิวัติอึ้ง นี่มันเกินกว่าคำว่าเหมาะ บ้านที่อาโนอิทอสสร้างให้พวกเขามันดียิ่งกว่าบ้านเก่าพวกเขาด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีคำบรรยายอะไรความรู้สึกในใจตนเองตอนนี้นอกจากความสุข
"ข้าพเจ้าจะส่งเสบียงและเครื่องนอนรวมทั้งอุปกรณ์จำเป็นต่างๆให้ในตอนเย็น ตอนนี้พวกท่านจัดของเข้าที่พักก่อนเถอะ" อาโนอิทอสว่าแบบนั้น
ส่วนพวกชาวเมืองและกองปฏิวัติก็ตอบด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณฝ่าบาท ขอบคุณ"
หลังจากจัดการเรื่องที่พักให้ผู้อพยพแล้ว อาโนอิทอสก็จัดการใช้พ้อกเก็ตมิติสร้างกำแพงเมืองขึ้นป้องกันเมืองผู้อพยพอีกที
กำแพงเมืองอีกชั้นนี้แตกต่างจากกำแพงชามิวลอสที่สร้างด้วยอิฐแดงธรรมดา กำแพงชั้นนี้สร้างด้วยทังสเตนอย่างดีและเคลือบด้วยเหล็กกล้าอย่างดี ที่ด้านล่างมีป้อมปืนแก๊ตลิ่งสำหรับโจมตีพวกใต้พิภพ ส่วนด้านบนมีปืนใหญ่พลังทำลายสูง ถ้ามีพวกใต้พิภพเข้ามาในรัศมี 1 กิโลเมตรพวกมันจะไม่มีวันได้กลับบ้าน อาโนอิทอสสร้างกำแพงนี้ล้อมลอบกำแพงชามิวลอสเดิมไว้อีกชั้น เพิ่มความปลอดภัยให้ชาวเมืองอย่างถึงที่สุด
******
ที่หมู่บ้านคาลอฟ ค่ายที่อยู่ของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพที่อยู่ถัดจากชามิวลอสไปสิบไมล์
'คาฟาลิ' อยู่กลางกลุ่มนั้นมองสมาชิกตนเองด้วยดวงตาสีแดงก่ำที่น่ากลัว มันบอก "มีข่าวว่าพวกมนุษย์ออกมาจากเมืองชั้นในแล้วกลับมาที่ชามิวลอส ทหารของเราจำนวนมากที่ถูกส่งไปจู่โจมเซสตอสถูกสังหารจนหมด คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นมนุษย์กลุ่มเดียวกับที่จัดการพวกของเราในเขตอาฟีโน" 'คาฟาลิ' ว่าแบบนั้น
สมาชิกคนหนึ่งของมันบอกด้วยความไม่พอใจ "นั่นเป็นไปได้อย่างไร ที่เซสตอสพวก 'คาฟาลิ' ที่ประจำอยู่ที่นั่นมีจำนวนมากกว่าอาฟีโนถึง 7 เท่า ต่อให้พวกมันจะใช้อาวุธพิสดารแบบเดิมก็ไม่น่าจะเอาชนะพวกนั้นได้"
'คาฟาลิ' ตอบ "มีข้อมูลมาว่าพวกมันไม่ได้ใช้แค่อาวุธตะกั่วและปืนพ่นไฟแบบที่ใช้กับพวกเราในอาฟีโนอีกแล้ว แต่ตอนนี้พวกมันมีอุปกรณ์หุ้มเกราะเหล็กที่ยิงระเบิดระยะไกลและมีนกเหล็กยักษ์ที่สามารถโจมตีทางอากาศได้ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราในเซสตอสพ่ายแพ้"
ทันทีที่ 'คาฟาลิ' ว่าแบบนั้นคนอื่นๆก็ตะลึง
หลายคนไม่อยากเชื่อ "ยานพาหนะหุ้มเกราะเหล็ก? นกเหล็กบินได้? นี่เจ้าพูดจริงอย่างงั้นหรือ?"
พิสูจน์ความจริงของตนเอง 'คาฟาลิ'โยนชิ้นส่วนศพของเพื่อนที่เก็บรวบรวมได้ให้สมาชิกที่เหลือดู ศพพวกนั้นมีรอยระเบิดและการฉีกขาดยับเยินกว่าศพที่เกิดเหตุในอาฟีโน ชี้ชัดให้เห็นว่าพวกมนุษย์ได้ใช้อาวุธอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าและน่ากลัวจัดการพวกเขาจริง
เมื่อเห็นความจริงข้อนี้ เผ่าใต้พิภพก็สั่นด้วยความกลัว "นี่พวกมนุษย์มีอาวุธที่ร้ายกาจขนาดนี้ซ่อนอยู่อย่างงั้นหรือ? นี่มันเกินกำลังที่เราจะจัดการได้แล้ว เราควรจะถอยทัพแล้วส่งนักรบไปแจ้งข่าวให้นายท่าน!"
"ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลหรอก เมื่อวันก่อนข้าส่งคนของเรากลับไปแจ้งข่าวแล้ว นายท่านกล่าวว่าพวกมนุษย์กลุ่มนี้เป็นภัยต่อเรา นายท่านจึงส่งเหล่าใต้เท้ามาช่วยเหลือเราแล้ว" 'คาฟาลิ' บอก
เมื่อ 'คาฟาลิ' บอกแบบนั้น 'อิสโซกโอ' ตัวอื่นๆก็ตะลึง "ใต้เท้า? ยังเหลือเวลาอีก 7 วันถึงจะถึงเดือนจันทร์ดับ พวกใต้เท้าออกมาได้แล้วอย่างงั้นหรือ?"
'คาฟาลิ' บอก "นายท่านบอกว่าผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือพวกมนุษย์ในคราวนี้เป็นคนนอก นายท่านกล่าวว่าเพราะเจ้าคนนอกนั้นที่เข้ามาแทรกแซงทำให้ 'ท่านผู้นั้น' ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเราเช่นกัน"
'คาฟาลิ' อึ้ง " 'ท่านผู้นั้น' ที่เจ้าว่า...อย่าบอกนะว่าหมายถึง"
'คาฟาลิ' บอก "พระเจ้าทำลายกฏที่ห้ามใต้เท้าออกมาในเดือนจันทร์ดับแล้ว อีก 2 วัน พวกใต้เท้าจำนวน 1 แสนตนที่เตรียมจะบุกทั่วอาณาจักรวาซิลาสจะเปลี่ยนแผนและมุ่งหน้าไปถล่มเมืองชามิวลอสพร้อมกัน!"