TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 195 หลบหนี

    ตอนที่ 195 หลบหนี


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    เด็กหนุ่มผมสีเงินโผล่ออกมากลางสนามรบด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ


    หลังจากเขาได้สื่อสารผ่านการถ่ายทอดเสียงกับเวเนเตอร์แรงค์ SSS ทั้งสองคนเขาก็ได้ลงมือ


    เด็กหนุ่มกางแขนทั้งสองออกไป วินาทีนั้นเองผู้คนก็พบเห็นกับหมื่นกระบี่


    ใช่แล้ว มันมีกระบี่นับหมื่นปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ก่อนที่จะพุ่งออกไปรอบด้านโดยมีเด็กหนุ่มผมเงินเป็นศูนย์กลาง


    ซูม! ซูม! ซูม!


    ภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตานี้ สร้างความอลังการแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก


    โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าความร้ายกาจที่แท้จริงของกระบวนท่านี้ไม่ได้อยู่ที่พลังกระบี่นับหมื่น แต่กลับเป็นพลังโลกเทียมที่ร่อนลงมาฉุกดึงวิญญาณของเหล่ามอนสเตอร์


    โลกเทียมของเฟิร์สถูกจำกัดรัศมีไว้แค่หนึ่งไมล์ ภายใต้เขตแดนของโลกเทียมนี้ มอนสเตอร์ที่อ่อนแอจะถูกดึงวิญญาณเข้าไปในโลกเพลิงสีเงินและถูกแผดเผาดวงวิญญาณจนตายตกในทันที ส่วนมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาอีกหน่อย แม้จะสามารถดึงรั้งวิญญาณไม่ให้จมจ่อมลงไปในโลกนั้นได้ แต่ก็ต้องใช้พลังของตนเองยื้อพลังของโลกเทียมเอาไว้ ทำให้พลังรบลดต่ำลงมาเหลือเพียงแค่ส่วนเดียว ซึ่งเป็นการง่ายเป็นอย่างมากที่กระบี่นับหมื่นของเฟิร์สจะสามารถดับสังหาร


    ลำแสงของกระบี่นับหมื่นทิ่มแทงไปทั่วทุกที่ พลังรบของมันล้วนน่าหวาดหวั่นจนต้องตกใจ


    ภายใต้การลงมือเพียงครั้งเดียว มอนสเตอร์นับพันก็ร่วงหล่นดุจใบไม้ร่วง


    ภาพนี้ราวกับฝนมอนสเตอร์ตกลงมาจากฟากฟ้า


    ผู้คนทั้งหมดได้แต่อ้าปากค้าง คางยานจนจะถึงพื้น


    “นะ ... นี่มันเรื่องอะไรกัน?”


    “พลังรบของเขาไม่แข็งแกร่งเกินไปหรอกหรอ?”


    ทั้งเวเนเตอร์แคลนต่างๆ และเหล่าพระสงฆ์ต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผมสีเงินจะแข็งแกร่งขนาดนี้


    เรือนผมสีเงินแม้จะถูกมัดไว้แต่กลับดูสูงสง่าเข้ากับสูทสีขาวของเขาเป็นอย่างมาก


    ท่ามกลางศพของมอนสเตอร์นับพันที่ร่วงหล่นลงมาทำให้เด็กหนุ่มดูเหมือนเทพสงครามที่เยียบเย็น


    แม้แต่บัญชาเมฆและมหาเถรก็ยังรู้สึกทึ่ง


    ‘กำจัดมอนสเตอร์ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว’


    ‘แม้ฉันจะรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นถึงแรงค์ SSS แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะร้ายกาจขนาดนี้’ บัญชาเมฆที่กำลังต่อสู้ลอบถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินเด็กหนุ่มต่ำไป


    หลังจากที่กำจัดมอนสเตอร์บริเวณนี้แล้ว เฟิร์สก็ไม่ได้รั้งรอดูผลงานหรือเป็นห่วงเกี่ยวกับแกนสปีริตที่อยู่ในร่างของมอนสเตอร์เหล่านั้น


    เขาพุ่งตัวเข้าหาราชามอนสเตอร์เพื่อร่วมกันต่อสู้กับอีกสองคน


    ในทุกที่ที่เขาเคลื่อนผ่าน มอนสเตอร์มากมายจะถูกฉุดดึงวิญญาณให้จมดิ่งเข้าไปในโลกเพลิงสีเงิน วิญญาณเหล่านั้นถูกดับสังหารสิ้น 


    เฟิร์สแสดงกระบี่ออกไปท่าสองท่า มอนสเตอร์ที่เหลือก็ถูกปลิดชีพจนร่วงหล่นลงไป


    เพียงเวลาไม่นานมอนสเตอร์เกือบจะทั้งหมดก็ถูกจัดการโดยเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียว


    เมื่อเขามาถึงจุดที่มหาเถรอยู่ มอนสเตอร์รอบด้านที่พระสงฆ์รูปนี้ต้องรับมือก็ถูกกำจัดจนหายไปหมดแล้ว


    ความยากของการปราบราชามอนสเตอร์จึงง่ายขึ้นมา เพราะบริวารของมันโดยรอบถูกกำจัดจนไม่เหลือแล้ว


    “ขอบคุณโยมเฟิร์สวันมาก การกระทำของคุณจะกลายเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่” มหาเถรปัญโญหันมาเอ่ยกับเด็กหนุ่มผู้มาใหม่


    เฟิร์สยิ้มและเอ่ย “เอาเป็นว่าพวกเรามาจัดการเจ้านี่ก่อนกันเถอะ”


    เด็กหนุ่มหันไปมองร่างยักษ์ที่สูงนับร้อยเมตรที่อยู่ตรงหน้า ไอพลังของมันแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่ง ในทุกๆ การเคลื่อนไหวล้วนสามารถสร้างการโจมตีที่ร้ายกาจจนน่าตกใจออกมาได้


    ทว่าเฟิร์สไม่ได้กระโจนเข้าร่วมต่อสู้กับบัญชาเมฆ เขาเพียงเอ่ยคำพูดหนึ่งออกไป


    “คุณบัญชาเมฆผมจะช่วยให้คุณต่อสู้ได้ง่ายขึ้นเอง” 


    ทันทีที่เด็กหนุ่มเอ่ยจำพลังโลกเทียมของเขาก็ร่อนลงไปยังร่างมหึมาตรงหน้านี้


    กรรจ์!


    ราชามอนสเตอร์คำรามอย่างเดือดดาล สายตาที่อาฆาตของมันจ้องมาไปที่เฟิร์สทันที


    วินาทีนั้นเองจู่ๆ พลังรบของราชามอนสเตอร์ก็ถูกทำให้ลดลงมากกว่าสามส่วน


    มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งย่อมมีวิญญาณที่มีพลังมากขึ้น มันจึงสามารถต่อต้านพลังโลกเทียมของเฟิร์สได้ แต่ทว่าการต่อต้านนี้ย่อมต้องทำให้มันต้องจ่ายบางอย่างออกไป นั่นก็คือพลังรบสามส่วนที่ใช้รับมือกับพลังโลกเทียม ดังนั้นแล้วมันจึงเหลือพลังรบแค่เจ็ดส่วนเท่านั้นที่จะสามารถสำแดงออกมาต่อสู้กับบัญชาเมฆได้


    ต้องรู้ไว้ว่าหากมันไม่แบ่งพลังรบมาต่อต้านพลังโลกเทียมของเฟิร์ส เมื่อวิญญาณของมันได้จมดิ่งลงไปในโลกเพลิงสีเงิน ต่อให้เป็นวิญญาณของมอนสเตอร์แรงค์ SSS ก็จะต้องตายตกไปในที่แห่งนั้น


    ราชามอนสเตอร์รู้สึกถึงอันตรายของการจมดิ่งของดวงวิญญาณ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมันใช้พลังเจ็ดส่วนในการรับมือกับบัญชาเมฆ นั่นก็ทำให้มันตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นกัน


    ตูม! ตูม! ตูม!


    หมัด เข่า ศอก ของบัญชาเมฆเต็มไปด้วยพลานุภาพการทำลายอย่างมหาศาล


    เดิมทีที่ราชามอนสเตอร์มีพลังรบในการต่อสู้สูงล้ำ ในทุกๆ การจมโจมตีสามารถฝากรอยแผลไว้ในอากาศ แม้จะโจมตีออกไปแล้วก็ยังไม่หายไป หากอีกฝ่ายเผลอไปสัมผัสเข้ากับรอยแผลนั้นก็จะถูกโจมตีเหมือน การโจมตีขณะปัจจุบัน


    ทว่าตอนนั้นรอยแผลในอากาศเหล่านั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว นั่นเพราะผลกระทบจากพลังรบที่ลดลง


    การโจมตีของบัญชาเมฆเมื่อเขาฟันเข่าและแทงศอกเข้าใส่ร่างราชามอนสเตอร์ เกราะที่แข็งแกร่งพลันจะต้องพังทลาย


    ร่างกายของราชามอนสเตอร์เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว


    ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ อาการบาดเจ็บก็ยิ่งสาหัสมากยิ่งขึ้น 


    พลังการโจมตีของบัญชาเมฆช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ในทุกๆ การโจมตีราวกับว่าจะสามารถบดขยี้ภูเขาทั้งลูกได้อย่างง่ายดาย


    เหตุการณ์นี้พูดแล้วเหมือนจะนาน แต่มันเกิดขึ้นภายในไม่กี่ช่วงลมหายใจเท่านั้น


    ราชามอนสเตอร์มีสติปัญญาที่หลักแหลมมาก มันรู้ว่าเมื่อเด็กหนุ่มผมเงินผู้นั้นมาถึงก็ใช้การโจมตีทางวิญญาณกดขี่พลังรบของมันให้หายไปถึงสามส่วน อีกทั้งผู้ที่มีพลังรบพอๆ กับมันในตอนนี้ยังมีถึงสามคนด้วยกัน


    นี่จึงไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีที่มันจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป


    ปัง!


    ในช่วงเวลานั้นเองราชามอนสเตอร์ใช้จังหวะที่มันถูกลูกเตะของบัญชาเมฆหวดเข้าอย่างจัง ครั้งนี้มันไม่ได้คิดต่อต้าน แต่ปล่อยร่างกายให้ลอยไปตามแรงเตะ จนทำให้มันมีโอกาศที่จะหลบหนี


    พลังเตะของบัญชาเมฆรุนแรงยิ่ง เมื่อราชามอนสเตอร์ไม่ได้ต้านทานลูกเตะนี้ร่างอันมหึมาเกือบร้อยเมตรก็ลอยกระเด็นไปไกลถึงหลายสิบไมล์ มิหนำซ้ำร่างบางส่วนยังถูกบดขยี้ไม่เป็นชิ้นดี


    กรรจ์!


    ราชามอนสเตอร์ส่งเสียงคำรามอย่างน่าเจ็บใจ แต่มันเองก็ต้องการรักษาชีวิตจึงต้องใช้วิธีการนี้ ร่างอันใหญ่ยักษ์กางปีกแล้วพุ่งทะยานหนีไปจากอันตรายตรงหน้านี้ทันที


    “มันหนีไปแล้ว”


    “ราชามอนสเตอร์ตัวนี้มันฉลาดมากถึงกับใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ออกมา”


    “ตามมันไป”


    แรงค์ SSS ทั้งสามรีบพุ่งทะยานติดตามราชามอนสเตอร์ตัวนั้นทันที


    หากมันสามารถหนีกลับไปที่รังได้ มันอาจจะเรียกราชามอนสเตอร์หลายตัวหรือนางพญาออกมาไล่ล่าพวกเขาได้ นี่ยังไม่นับมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนที่เป็นบริวาร แม้พวกเขาแรงค์ SSS จะพอต้านทานกองทัพมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนนี้ได้ แต่กลุ่มเวเนเตอร์ที่ติดตามพวกเขามาจะต้องไม่รอดอย่างแน่นอน


    เฟิร์สอดที่จะส่ายศีรษะไม่ได้ เขาไม่ได้โทษว่านี่เป็นความผิดของบัญชาเมฆที่ปล่อยราชามอนสเตอร์หนีไป แต่เขาละอาที่ราชามอนสเตอร์ตัวนั้นคิดหนีต่างหาก


    แต่เมื่อมันหนีไปแล้ว พวกเขาก็ต้องไล่ตาม


    “พวกคุณปักหลักอยู่ที่นี่รออย่าพึ่งตามมา”


    แล้วร่างของแรงค์ SSS ทั้งสามก็ลับหายไป


    ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังไล่ตามราชามอนสเตอร์ตัวนั้นเอง ทั้งบัญชาเมฆและมหาเถรปัญโญก็ได้เห็นกับภาพที่น่าตกใจ นั่นก็คือร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินก้าวหายวับไปในระยะไกลดุจภูติผีวิญญาณ


    ความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกเขาแรงค์ SSS ยังเทียบไม่ได้กับการก้าวเพียงแค่หนึ่งก้าวของเด็กหนุ่ม


    ต้องรู้ไว้ว่าราชามอนสเตอร์ตัวนี้รวดเร็วมาก ร่างของมันผสานกับสายลมทำให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือกว่าแรงค์ SSS ทั่วไป แต่ทว่าในตอนนี้ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินกลับไล่ตามราชามอนสเตอร์ตัวนั้นได้ทันแล้ว


    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน