เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 พื้นที่ของเหล่าชนชั้นสูง

            หลินเฟิงมองซากศพบนพื้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งมีหลายคนที่อยากแย่งชิงปีศาจสิงโตเพลิงไปจากเขาแต่หลินเฟิงก็ได้ให้โอกาสพวกเขาให้ไสหัวไป แต่พวกเขากลับข่มขู่หลินเฟิงต่อในเมื่อเป็นเช่นนั้นความตายคือหนทางเดียวของพวกเขา

            หลินเฟิงไม่จำเป็นต้องลงมือเอง เพียงแค่สั่งคำเดียวผู้คนมากมายที่อยู่ด้านหลังเขาก็จะลงมือสังหารแทน

            100หินหยวนระดับกลางถือว่าไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ผู้คนมากมายจึงพากันแย่งชิงปีศาจสิงโตเพลิงและสังหารคนเพียงไม่กี่คนจากนั้นก็นำมาประมูล ซึ่งขาดทุนแค่ 100 หินหยวนระดับกลาง หากนำไปประมูลจะได้เยอะกว่านี้มากแน่นอนว่าผู้คนจึงยินดีที่ได้รับใช้หลินเฟิง

            “เป็นไปตามคาด มีผู้ฝึกยุทธ์ที่มาจากเมืองหลวงเยอะมาก”

            หลินเฟิงมองไปยังฝูงชนที่อยู่เบื้องหน้าความแข็งแกร่งของพวกเขาล้วนอยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7และ 8 กระทั่งขั้นที่ 9 ก็ยังมี แม้พวกเขาจะดูเรียบง่ายแต่หากเปิดฉากฆ่า เกรงว่าจะสังหารคนอย่างง่ายดายราวกับตีสุนัข

            หลินเฟิงจูงปีศาจสิงโตเพลิงเดินเข้าไปในลานประมูล

            ระหว่างทางไปยังศาลาอันงดงาม ตามทางเดินกว้างขวางที่ทำมาจากแผ่นหินสีเขียวทุกคนสามารถเดินได้อย่างอิสระ

            หลินเฟิงลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย และเห็นสาวงามทั้งสองยืนอยู่ด้านข้าง พวกนางแต่งกายดูงามสง่ามีใบหน้าสีแดงระเรื่อสวยงามต้องตา ทำให้คนมองรู้สึกเพลิดเพลินไปกับความงดงามของพวกนาง

            “คุณชายมีอะไรให้ช่วยหรือเจ้าค่ะ?”

            เมื่อเห็นหลินเฟิงจูงปีศาจสิงโตเพลิงเข้ามา หนึ่งในสาวงามจึงกล่าวถามหลินเฟิงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง

            “อืม ข้าต้องการลงประมูลปีศาจสิงโตเพลิงตัวนี้”

            หลินเฟิงยิ้มขณะกล่าว

            หญิงสาวมองปีศาจสิงโตเพลิง และกล่าวด้วยรอยยิ้มอีกครั้งว่า “โปรดตามข้ามาค่ะคุณชาย”

            เมื่อพูดจบ หญิงสาวผู้นี้ได้พาหลินเฟิงไปตามทางเดิน มุ่งไปยังทิศทางด้านหน้า

            เมื่อผู้คนที่นั่งอยู่ในศาลาเห็นปีศาจสิงโตเพลิง ก็อดไม่ได้ที่จะมองมันและเหลือบมองหลินเฟิงหรือว่าผู้นี้จะลงประมูลปีศาจสิงโตเพลิง?

            ทว่าหลินเฟิงไม่ได้สนใจสายตาของผู้คน แต่มองบรรยากาศรอบๆ ลานประมูลแทนที่นี่มีบรรยากาศดีมาก นอกจากนี้ยังหรูหรามากอีกด้วย จึงทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนถูกมนตร์สะกดและมันยังช่วยบรรเทาความตึงเครียดในการประมูลด้วย

            สุดทางเดินสีเขียวคือเวทีประมูล ด้านหลังเวทีมีม่านขนาดใหญ่สองผืนปิดอยู่และด้านหลังม่านนั้นคือเบื้องหลังของการประมูล

            “คุณชาย เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”

            มีหอคอยอยู่ไม่ไกล ทั้งสองข้างปรากฏทางเดินสองเส้น สาวงามนางนี้พาหลินเฟิงมายังทางเดินเส้นแรกจนมาถึงด้านหลังม่าน

            อย่างไรก็ตามด้านหลังม่านยังคงมีม่านกั้นอีก และนี่คือสถานที่สำหรับคนที่นำสิ่งของมาประมูล

            “ผู้อาวสุโสหรง คุณชายท่านนี้ต้องการประมูลปีศาจสิงโตเพลิงเจ้าค่ะ”

            หญิงสาวหันไปกล่าวกับชายชราผู้หนึ่งที่นั่งอยู่หลังเวที เมื่อชายชราเห็นเขาจูงปีศาจสิงโตเพลิงเดินเข้ามาจึงลุกขึ้นยืนและมองปีศาจสิงโตเพลิงด้วยแววตาสนใจ

            “ปีศาจสิงโตเพลิงของตระกูลไป๋ สุดท้ายก็อยู่ในมือเจ้า”

            ชายชรายิ้มให้กับหลินเฟิง ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยยิ้มดีใจ

            “ตระกูลไป๋?” หลินเฟิงกล่าวเสียงต่ำ

            “ลานประลองเชลยนั่นอยู่ในความดูแลของตระกูลไป๋” ชายชรากล่าวขณะยิ้มคาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้หลินเฟิงจะไม่รู้

            “ลานประลองเชลยอยู่ในความรับผิดชอบของตระกูลไป๋ไม่สงสัยเลยว่าวันนั้นทำไมฝูงชนถึงเรียกไป๋เจ๋อว่านายน้อย นอกจากนี้คนของตระกูลไป๋ได้ระดมพลและบุกรุกสำนักเทียนอี้อย่างไรก็ตามวันนั้นชายหนุ่มชุดเหลืองถูกเขาทำร้าย รวมทั้งวันนี้ชายหนุ่มชนชั้นสูงจากลานศักดิ์สิทธิ์แห่งเสวี่ยเยว่พวกเขาทั้งสองนั้นมีสถานะอะไร ไม่ว่าจะเป็นไป๋เจ๋อหรือคนจากลานประลองเชลยต่างก็เกรงกลัวพวกเขา”

            หลินเฟิงรำพึงในใจ ไม่รู้ว่าจะมีความสัมพันธ์เช่นไร และวันนี้ชายหนุ่มชนชั้นสูงนั่นต้องการมอบปีศาจสิงโตเพลิงให้กับมู่ฟ่านดูเหมือนว่าเขาพูดไปแต่ไม่ได้คิดทำจริง

            “ฮ่าๆ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ตระกูลไป๋ไปบุกสำนักเทียนอี้มีคนถูกสังหารมากมาย แม้แต่ไป๋เจ๋อก็ถูกสังหารดูเหมือนว่าชะตากรรมของตระกูลไป๋จะจบสิ้นแล้ว ลานประลองเชลยคงได้เปลี่ยนเจ้าของในเร็วๆนี้แน่นอน”

            ชายชรากล่าวด้วยนัยน์ตาไม่กะพริบ แววตาของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นโอกาส

            หลินเฟิงนั้นไม่รู้เรื่องดังกล่าว แต่เขาเข้าใจดีว่าเมืองขนาดกลางแห่งนี้มีเพียงเจ้าเมืองหนึ่งคนแต่ที่นี่มีหลายเขต แต่ละเขตจะถูกแบ่งระหว่างตระกูลจำนวนมาก ตัวอย่างเช่นตระกูลของพวกเขาได้ลานประมูล และตระกูลไป๋ได้ลานประลองเชลยพวกเขาทั้งสองต่างแข่งขันกันมาโดยตลอดแต่ลานประลองเชลยกลับทำเงินได้มากกว่าลานประมูล

            “ส่วนการประมูล เจ้ามีอะไรที่ต้องการเป็นพิเศษหรือไม่?”

            ชายชรามองหลินเฟิงและกล่าวต่อไปว่า “อย่างเช่นราคาในการเริ่มประมูล หรือสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา?”

            “หินหยวนก็พอแล้ว” หลินเฟิงกล่าวตอบ

            “ย่อมได้ ตอนที่พวกข้าทำการประมูล แขกผู้มีเกียรติอาจใช้บางอย่างเพื่อแลกกับมันพอการประมูลเสร็จสิ้น ข้าจะนำหินหยวนมาให้เจ้าแต่ลานประมูลของพวกข้าต้องได้ส่วนแบ่ง”

            “ก็ได้ เมื่อราคาประมูลเป็นที่แน่นอนแล้ว รบกวนท่านลด 100 หินหยวนระดับกลาง เพราะว่านี่คือสัญญาที่ข้าได้ให้ไว้กับพวกเขา”

            หลินเฟิงกล่าวเพิ่มเติม

            “ไม่มีปัญหา” ชายชราพยักหน้าหลังจากตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายชราก็มอบแผ่นสัญญาสีทองให้กับหลินเฟิง จากนั้นกล่าวกับหลินเฟิงว่า“เมื่อการประมูลจบลง ให้นำแผ่นสัญญาสีทองมาที่นี่เพื่อแลกหินหยวน”

            “อืม” หลินเฟิงพยักหน้า จากนั้นเดินออกไปข้างนอก

            สาวงามที่มากับหลินเฟิงกล่าวว่า “คุณชาย ลานประมูลของพวกเรามีสิ่งของมากมายเมื่อเห็นว่ามีสิ่งของที่ท่านชื่นชอบ ท่านก็สามารถเสนอราคาประมูลได้เลยนะเจ้าคะ”

            “แน่นอน” หลินเฟิงยิ้มตอบเขาไม่จำเป็นต้องสนใจอีกฝ่าย หากเขาชื่นชอบอะไร แน่นอนว่าเขาจะต้องประมูล

            “คุณชาย ทางนี้เจ้าค่ะ” หญิงสาวชี้แนะหลินเฟิงมาตลอดจนมาถึงพื้นที่ที่อยู่ใกล้เวทีการประมูล ที่นี่มีศาลาหลังงามแยกออกมาหนึ่งหลังภายในนั้นมีคนนั่งอยู่มากมาย

            นอกจากนี้หลินเฟิงยังพบว่า ท่ามกลางผู้คนมากมายนี้มีหลายคนที่สวมหน้ากากเช่นเดียวกับหลินเฟิง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

            “พาข้ามาที่นี่ทำไม?” หลินเฟิงกล่าวถามอย่างสงสัย

            “คุณชาย ที่นี่คือเขตของเหล่าชนชั้นสูงแขกผู้มีเกียรติที่นำสิ่งของล้ำค่ามาประมูลกับพวกเรา รวมทั้งเหล่าคนชนชั้นสูงถึงจะสามารถนั่งเขตนี้ได้ เมื่อนั่งอยู่ในนี้ หากคุณชายชื่นชอบของสิ่งใดแน่นอนว่ามีสิทธิพิเศษเจ้าค่ะ”

            สาวงามอธิบายให้หลินเฟิงฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน อีกทั้งรอยยิ้มของนางยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์

            “เขตของเหล่าชนชั้นสูง!” หลินเฟิงหัวเราะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆ คนถึงสวมหน้ากาก เพราะการประมูลสิ่งของล้ำค่าพวกเขาจึงไม่เปิดเผยตัวตนซึ่งเป็นการตัดปัญหาที่จะมารบกวนไปได้ ส่วนคนที่ไม่สวมหน้ากากต่างมีลักษณะที่โดดเด่นหรืออาจเป็นเหล่าขุนนาง

            เมื่อผู้คนเห็นหลินเฟิง แต่ก็แค่เหลือบมองแค่แวบเดียวเพราะพวกเขาไม่ได้สนใจ

            “คุณชาย โปรดนั่งตรงนี้นะเจ้าคะ”

            หญิงสาวกล่าวกับหลินเฟิง ขณะแนะนำที่นั่งในศาลา

            หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ที่นั่งที่สาวงามเลือกให้เขานั้นเป็นมุมที่ดีมากสามารถเห็นลานประมูลได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวทีการประมูล

            หญิงสาวนางนี้ไม่เพียงแค่งามและเย้ายวนเท่านั้น แต่ยังใส่ใจผู้มาเยือนทุกคนอีกต่างหากหญิงสาวนางนี้ช่างรู้ใจยิ่งนัก

            หลินเฟิงมาถึงที่ที่หญิงสาวแนะนำ และนั่งลงบนเก้าอี้หินทันที

            “หืม?”

            แต่ในขณะนั้นหลินเฟิงรู้สึกว่าด้านหลังมีคนจ้องมองเขาอยู่ จนอดสงสัยไม่ได้จนต้องค่อยๆหันหลังไป

            ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหรา มองเขาด้วยแววตาเยือกเย็นและกล่าวอย่างเย็นชาว่า“ไสหัวไป เจ้าไม่รู้เหรอว่ากำลังบังข้าอยู่?”

            หลินเฟิงประหลาดใจ เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นกลับกล่าวอย่างสุภาพว่า “คุณชายท่านนี้มีตำแหน่งที่สามารถนั่งที่นี่ได้ หากบังสายตาของท่าน ก็หวังว่าท่านจะเข้าใจนะเจ้าคะ”

            “เจ้ามีสถานะอะไรถึงพูดกับข้าเช่นนี้ได้?” ชายหนุ่มหันไปมองนางถึงพบว่าหญิงสาวนางนี้งดงามอย่างคาดไม่ถึง และยังมีรูปร่างที่เร่าร้อน จนชายหนุ่มผู้นี้อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองร่างของนางอย่างหื่นกระหายจากนั้นกล่าวว่า “เป็นเพียงแค่หญิงรับใช้แท้ๆ แต่หากเจ้ามากับข้าข้าจะทำให้เจ้าเพลิดเพลินไม่รู้ลืมเชียวล่ะ”

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน