คำทำนายสื่อรัก

    ข้าอยากร่วมวงด้วย

            ลูกศิษย์ใหม่ทั้งสี่คนพากันเดินออกไปหาที่นั่งใต้ร่มไม้ใหญ่เ๽้าอี้หลิงนำข้าวห่อไข่มาสองห่อ เ๽้าหยางหลงนำข้าวคลุกปลาย่างมาสามห่อ ทั้งสี่ต่างแบ่งกันกินหลายๆ อย่างพร้อมกันก่อนจะเริ่มเดินไปเข้าห้องเรียนฝึกกำลังภายในขั้นพื้นฐานแน่นอนว่าเ๽้าอี้หลิงแยกไปร่ำเรียนวิทยายุทธขั้นสามเพียงลำพัง


    ห้องฝึกพื้นฐาน

            ในห้องนี้มีผู้ที่มานั่งปรับพื้นฐานอยู่ก่อนแล้วประมาณเจ็ดคนรวมกับลูกศิษย์มาใหม่อีกสามคนเป็๞สิบคน อาจารย์ผู้ฝึกในขั้นพื้นฐานนี้มีนามว่าอาจารย์อูปินเป็๞บุรุษวัยกลางคนลักษณะท่าทางเป็๞คนใจดี การเรียนในวันแรกนั้นอาจารย์เพียงแค่ทดสอบพลังของพวกเขาทั้งสามว่ามีถึงขั้นใดและหาสาเหตุว่าเพราะอะไรถึงยังเลื่อนขึ้นสู่ขั้นสามไม่ได้ ยกเว้นอาหว่างที่นั่งมองอยู่เพียงด้านนอกการฝึกเพราะอาจารย์อูปินได้ทดสอบแล้วพบว่าอาหว่างมีกำลังภายในอยู่ในขั้นสี่ตอนปลาย เหตุที่ต้องตามมาเป็๞เพราะว่า ‘ข้าห่วงน้องชายข้า..อาเฟิ่ง’

            อาจารย์อูปินแยกให้เ๽้าหยางหลงและอาเฟิ่งมาจัดลำดับกำลังภายใน โดยตั้งจิตให้สงบกำหนดพลังลมปราณให้ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างจนกว่ามันจะคงที่ หนึ่งในเคล็ดลับเพิ่มพลังลมปราณนั้นก็คือการมีสมาธิที่ดีเยี่ยมห้ามคิดเ๱ื่๵๹ใด จงปล่อยให้จิตใจให้ว่างเปล่าแน่นอนว่ามันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่าย เหล่าลูกศิษย์ที่เหลืออีกเจ็ดคนมี๻ั้๹แ๻่อายุแปดปีถึงสิบสองปีทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปนั่งกำหนดลมหายใจกันรอบๆ ห้อง ในที่นี้มิมีผู้ใดทราบว่าเ๽้าหยางหลงเป็๲ถึงองค์ชายพราะมิมีผู้ใดเอ่ยถามชื่อแซ่จะมีเพียงเหล่าอาจารย์เท่านั้นที่ทราบ ส่วนเ๱ื่๵๹ที่อาเฟิ่งและอาหว่างเป็๲สตรีก็มีเพียงท่านเ๽้าสำนักเท่านั้นที่รู้

            อาหว่างนั่งอ่านตำราเพื่อรออาเฟิ่งร่วมหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) ความอดทนของสองพี่น้องฝาแฝดช่างยอดเยี่ยมถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าทั้งองค์หญิงและองค์ชายจะต้องอยู่ในห้องนี้อีกกี่วัน แต่นางรู้ว่าลมปราณของทั้งสองไหลเวียนดีมากก็ได้แต่หวังว่าความพยายามปลอมเป็๞ชายของคุณหนูจะไม่สูญเปล่า

            “เ๽้ามิเข้าร่วมฝึกโคจรพลังลมปราณเช่นน้องชายเ๽้ารึ? จุดตันเถียรของเ๽้าปิดมานานแล้วจึงมิข้ามขั้นไปสู่ขั้นห้า” อาจารย์อูปินนั่งจิบชาเท้าคางมองไปยังเหล่าลูกศิษย์หลายรุ่นตรงหน้าถึงแม้พลังลมปราณจะเลื่อนขั้นแต่หากไม่หมั่นเพียรโคจรพลังอยู่เสมอมันย่อมมีวันถดถอยและหากโคจรพลังไม่ถูกวิธีเช่นกลุ่มลูกศิษย์ตรงหน้านี้พลังย่อมเลื่อนขั้นได้ยาก

            “ไม่แล้วขอรับ ข้ามิได้มีเวลามากมายเช่นนั้นทุกวันนี้พลังของข้าอยู่ในขั้นสี่ตอนปลายรวมกับวิชากระบี่แล้วยากยิ่งนักที่จะมีผู้ใดมาต่อกร” อ่านตำราในมือด้วยท่าทางสงบ

            “อืม..เป็๲เช่นนั้นเองมิได้มาเพื่อฝึกพลังแต่มาเพื่อดูแลคนเท่านั้นสินะ” มองบุรุษหนุ่มคิ้วเข้ม ผิวคล้ำที่หันมองกลับมาแล้วยกยิ้ม “หน้าที่องครักษ์มันทำให้ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวสักเท่าใดกลางวันติดตามนายกลางคืนเฝ้าระวังภัยรอบเรือน” จิบชา

            อาหว่างเพียงแค่หรี่ตามอง แน่นอนว่าเหล่าอาจารย์ทุกท่านย่อมทราบว่าเ๯้าหย่งอี้และเ๯้าหยางหลงเป็๞องค์ชาย ส่วน…อาเฟิ่ง? “เป็๞เช่นนั่นขอรับ”

            “ข้ามีตำราที่อยากจะให้เ๽้าได้อ่านในยามว่าง หากมีเวลาช่วยตามไปเอาที่เรือนข้า..ตำรานั้นจะชี้ทางสว่างให้เ๽้า” กล่าวจบ ท่านอาจารย์อู๋ปืนลุกขึ้นยืนตรงไปยังเหล่าลูกศิษย์พร้อมกับปรบมือเสียงดังก้อง แปะๆ! ! “ออกไปรับสำรับกลางวันกันได้อีกครึ่งชั่วยามให้กลับมานั่งอยู่ที่เดิมของใครของมัน” เอามือไขว้หลังออกจากห้องไป

            อาหว่างได้เพียงแต่ครุ่นคิด ‘ตำราชี้ทางสว่าง เหตุใดต้องไปเอาที่บ้านพัก’ ส่ายหัว…ผู้ใดจะไปกันข้าเป็๞ ‘สตรี' เอ่อ..บุรุษสินะ

            “พี่หว่างไปกันเถอะ” อาเฟิ่งเรียกให้อาหว่างออกจากภวังค์ “หากพี่เบื่อเหตุใดมิไปร่วมนั่งฝึกปรือกับข้าเล่าจะได้มิสูญเปล่า”

            “มิสามารถกระทำได้เพราะถ้าหากมัวแต่นั่งโคจรพลังเกืดมีคนร้ายหรือผู้มิหวังดีปลอมปนเข้ามาจะรับมือทันได้อย่างไร”

            “มิเป็๲ไรหรอกองครักษ์ของพี่หยางก็อยู่แถวๆ นี้ อีกอย่างที่นี่คือสำนักศึกษาจะมีคนปองร้ายได้อย่างไร?”

            “แน่ใจรึว่าไม่มี มิใช่ว่าเ๯้าไปว่ากล่าวลูกศิษย์หลายคนว่าเป็๞บุรุษตัดแขนเสื้อหรอกรึ? ” เดินเคียงข้างอาเฟิ่ง

            “_”

            “ก็ถูกตามที่อาหว่างว่า พี่ว่าเ๯้ารีบๆ ตั้งใจฝึกฝนในส่วนของตนเองจะดีกว่าจะได้ขอลงเขาไปก่อนที่เ๹ื่๪๫จะแดง” หยางหลงบอกใบ้ถึงเ๹ื่๪๫ที่อาเฟิ่งเป็๞สตรีจะมีผู้อื่นรับรู้

            “พี่จะมิลงไปพร้อมข้ารึ!!” กอดแขนผู้เป็๲พี่ชายร่วมครรภ์แต่รูปร่างต่างกันลิบลับ..แน่น

            “เ๯้ามิได้ยินที่อาจารย์อูปินบอกรึ?” เหลือบมองอาเฟิ่ง “การจะสำเร็จไปถึงขั้นห้าหาใช่เ๹ื่๪๫ง่ายขนาดเราฝึกวรยุทธ์๻ั้๫แ๻่แปดหนาวยังมาได้แค่ขั้นสองหากเ๯้าคิดว่าเราจะสำเร็จจนถึงขั้นห้าภายในสองปีคงยาก..ลูกศิษย์รุ่นพี่บางคนอายุสิบแปดหนาวยังทำมิได้เลยด้วยซ้ำอย่างมากก็แค่ขั้นสี่ตอนปลายเทียบเท่าอาหว่าง” หยางหลงมองอาหว่างและพูดเสียงเบาลง “กว่าอาหว่างจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องฝึกหนักเพียงใดกัน? ”

            “ข้าฝึกหนักจนแทบมิเห็นเดือนเห็นตะวันกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้..พวกเ๽้าคงมิอยากจะรับรู้หรอก” อาหว่างไม่อยากจะนึกไปถึงการฝึกเพื่อเป็๲องครักษ์ แน่นอนว่าฝึกร่วมกันกับบุรุษหนักเสียจนนางแทบจะหมดลมหายใจเลยทีเดียวยิ่งการฝึกกระบี่ ‘ใช้กระบี่จริง..เจ็บจริง’ ร้องไห้จนร้องไม่ออก ทั่วทุกพื้นผิวบนร่างกายมีแต่รอยถูกฟาดฟันมิแพ้บุรุษร่วมฝึกนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่นางมิคิดจะออกเรือน

            “เช่นนั้นพี่จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะสำเร็จขั้นห้ารึ แล้วข้าล่ะ? ” อาเฟิ่งหน้าบากเริ่มทำตัวงอแงใครหลายคนต่างมองแล้วหันหน้าหนีเพราะไม่อยากถูกหาว่าชอบซุบซิบนินทาเหมือนเช่นสตรี

            “เ๽้าก็อยู่กับข้าอย่างไรเล่า” ลูบผมอาเฟิ่ง “เมื่อใดก็เมื่อนั้น” แต่นางจะต้องลงเขาไปเพื่อปักปิ่น ถึงตอนนั้นเขาและนางอาจจะฝึกลมปราณจนสำเร็จและกลับเข้าวังร่วมกันก็เป็๲ได้ “อย่าได้กังวล”

            ทั้งสามเดินมาจนถึงโรงอาหารและพบกับเ๯้าหย่งอี้ซึ่งมาพร้อมกับสหายอีกสองคนนามว่า ลู่ชิงเทียนและตั้งมู่เกอ สองคนนี้มีอายุเท่ากันกับอี้หลิงคือสิบสองหนาววิชาตัวเบาเป็๞เลิศกำลังภายในคงที่แน่นอนว่าเ๯้าอี้หลิงชื่นชอบคนที่เก่งกาจยิ่งนัก อาเฟิ่งมองเหล่าเด็กหนุ่มทั้งสี่พูดคุยกันเ๹ื่๪๫วรยุทธ์อย่างเข้าขาแล้วนึกอิจฉาในใจแม้ทั้งลู่ชิงเทียนและตั้งมู่เกอจะรับรู้อยู่แล้วว่าหยางหลงและอาเฟิ่งเป็๞คู่ต้วนซิ่วแต่ก็มิได้แสดงท่าทีรังเกียจ

            “เช่นนั้นในปลายยามอิ่ว (18.30) ข้ากับมู่เกอจะไปหาพวกเ๽้าที่กระท่อมป่าไผ่ฝึกซ้อมวรยุทธ์กันสักเล็กน้อยเป็๲อย่างไร? ” ลู่ชิงเทียนเสนอ

            “ดียิ่งพี่ชิงเทียน ตัวข้านั้นอยากลองฝึกฝีมือจริงๆ กับผู้อื่นมานานแล้วหวังว่าท่านคงจะไม่ออมมือ” ทุกครั้งที่หยางหลงฝึกซ้อมกับเหล่าทหารหรือองครักษ์แน่นอนว่าไม่เคยมีใครกล้าใช้พลังที่แท้จริงกับเขาซึ่งเป็๞ถึงองค์ชาย..ครั้งนี้มันต่างออกไป

            “ออมมือก็ถือว่าข้าดูถูกเ๽้าแล้ว” ทั้งหกคนเดินไปต่อแถวรับอาหารแต่ยังคงพูดคุยกัน

            “ดียิ่งๆ ” หยางหลงยกยิ้มสมใจ

            “ข้าขอร่วมด้วยได้หรือไม่?” อาเฟิ่งผู้อยากตามพี่ชายรีบเสนอตัว ^^