แสงอรุณเบิกฟ้า เฟิ่งเทียนตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้กับน้องๆ หลังจากนั้นจึงออกมาเตรียมผักใส่ตะกร้า วันนี้เขาจะเตรียมผักไปขาย 3 ตะกร้า เมื่อได้ผักตามที่้า เฟิ่งเทียนลำเลียงตะกร้าผักขึ้นเกวียน โดยมีเข้าเทาเล็มหญ้าอยู่ด้านข้าง
“น้องร้อง น้องเล็ก เดี๋ยวขากลับวันนี้พี่จะซื้อถังหูลู่มาฝากนะ”
ความจริงวันนี้เขาก็อยากจะพาน้องเข้าเมืองอยู่หรอก แต่ติดที่ว่าเขาเพิ่งจะหัดบังคับเกวียนลาอย่างจริงจัง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันบังคับเกวียนลาแหกโค้งเข้า น้องเขาคงจะาเ็แน่นอน รอเขาบังคับเกวียนให้คล่องเสียก่อน รับรองเขาจะพาซิ่งเข้าเมืองทุกวันให้หายเบื่อกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
“ขอรับพี่ใหญ่ หลังจากรดน้ำต้นไม้ในโรงเรือนแล้ว ข้ากับพี่รองจะไปตัดหญ้ามาให้เ้าเทาด้วยขอรับ”
"อื้ม ดีมากแต่พวกน้องอย่าไปไกลหล่ะ ตัดหญ้าบริเวณใกล้ๆบ้าน ห้ามไปเล่นบริเวณริมน้ำ หากไม่มีหญ้าก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวกลับมาพี่ใหญ่จะไปช่วยตัดอีกที ป่ะเสี่ยวเทา เสี่ยวเฉิง ออกเดินทางได้" เฟิ่งเทียนขึ้นขี่เทียมเกวียนเตรียมบังคับเ้าเทา ส่วนเสี่ยวเฉิงพ่อหมาป่าะโนั่งอยู่ในเกวียนลาติดตามไปด้วย
"เดินทางปลอดภัยขอรับพี่ใหญ่" เฟิ่งหลง
"อย่าลืมซื้อขนมมาด้วยนะขอรับ" เฟิ่งจิน
" โฮ่ง. งี๊ด. งี๊ด"
สมุนตัวน้อยลูกหมาป่าเสี่ยวตันเสี่ยวตง ที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างเ้านายตัวน้อยของมัน และตอนนี้มันก็ได้เลือกเ้านายของมันเหมือนกับพ่อและแม่ของมันแล้ว
"ป่ะ เสี่ยวตง เราไปรดน้ำต้นไม้ในโรงเรือน กับแปลงปลูกหน้าบ้านกันดีกว่า" ทีมเฟิ่งหลง
"ป่ะ เสี่ยวตัน เราไปเก็บไข่ในเล้า กับช่วยพี่รองถอนหญ้าในแปลงผักกันดีกว่า. ถ้าเราทำงานบ้านเสร็จ พวกเราเราจะได้ออกไปตัดหญ้าให้เ้าเทากัน" ทีมเฟิ่งจิน
เด็กๆต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ตนเองถนัด ส่วนแม่หมาป่าเสี่ยวไฉ่ นอนอาบแดดส่ายหางอยู่หน้าประตูบ้าน แต่สายตาของมันเฝ้ามองความปลอดภัยของเ้านายตัวน้อยและลูกๆของมัน
เหลาอาหารฟ้าไฉ
เช้าตรู่เย่เสี่ยวเฉินและหยางไห่หยาน ต่างมาที่เหลาอาหารกันั้แ่เช้ามืด ด้วยกลัวว่าหากมาช้าไปตนเองจะคลาดกับผู้มีความสามารถในการปลูกผักปราณิญญาไปเสียก่อน ทั้งสองต่างนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารชั้น 1 ใกล้กับบริเวณทางเข้าของเหลาอาหาร โดยมีผู้ดูแลเว่ยที่เตรียมถุงเงินค่าส่วนต่างของผักิญญาที่จะต้องจ่ายคืนให้กับเฟิ่งเทียน ส่วนอาเหมาเสี่ยวเอ้อดูแลหน้าร้านก็ชะเง้อคอเฝ้ามองดูเด็กหนุ่มที่มาขายผักเมื่อวาน
“นี่ไห่หยาน เ้าคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะมาที่นี่อีกหรือไม่” เย่เสี่ยวเฉินนายน้อยแห่งเหลาอาหารฟ้าไฉกล่าวด้วยความกระวนกระวายใจ
“เ้าอย่ากังวลใจไปเลย หากเด็กหนุ่มคนนั้นมาจริง เดี๋ยวสักครูก็คงจะมาเองนั่นแหละ” รองแม่ทัพประจิมเอ่ยกับสหายสนิท
“มาแล้วขอรับนายท่าน เด็กหนุ่มคนนั้นมาแล้วขอรับ!!” ดั่งเสียง์ของผู้ที่รอคอยทั้งหมด เงาของเด็กหนุ่มได้ปรากฏกายพร้อมกับเกวียนลาขนาดเล็ก และสุนัขคู่ใจนั่งติดตามมาด้วย
“สวัสดีตอนเช้าขอรับท่านน้า วันนี้ข้านำผักสดๆงามๆมาขายให้เหลาอาหารท่านอีกขอรับ”
“โอ้ เ้ามาแล้ว ดี ดี ดี เชิญเ้านำผักลงมาได้เลย วันนี้นายท่านของข้ามารอซื้อผักของเ้าด้วย”
อาเหมาเสี่ยวเอ้อรีบต้อนรับเมื่อเฟิ่งเทียนจอดเกวียนลาหน้าเหลาอาหารในขณะที่เฟิ่งเทียนกำลังยกตะกร้าผักที่เตรียมมาวางลงบนพื้น ทั้งคณะของผู้ที่รอคอยได้ก้าวเดินมาสมทบ
“อะแฮ่ม หนุ่มน้อยผักของเ้าช่างงดงามเสียจริงๆ ข้าขอแนะนำท่านนี้คือคุณชายเย่เสี่ยวเฉิน นายน้อยของข้า และท่านผู้นี้คือคุณชายหยางไห่หยาน สหายสนิทของคุณชาย” ผู้ดูแลเว่ยกล่าวแนะนำทั้งสองที่นิ่งค้างกับตะกร้าผักปราณิญญาทั้ง 3 ตะกร้า
“คาราวะทุกท่านขอรับ ข้าชื่อเฟิ่งเทียน ข้านำผักมาเสนอขาย ไม่ทราบว่าพวกท่านสนใจรับผักข้าหรือไม่ขอรับ ผักของข้างามๆอวบๆทั้งนั้นเลยขอรับ วันนี้ข้านำ ไป๋ไช่(ผักกาดขาว) คงซินไช่(ผักบุ้ง) โหยวไช่(ผักกาดฮ่องเต้) จิ่วไช่(กุยช่าย) หนานกวา(ฟักทอง) และหวงกวา(แตงกวา) มาขอรับ”
เฟิ่งเทียนทักทายผู้คนที่เข้ามาลุมล้อมเขา ส่วนเสี่ยวเฉิงหมาป่าคู่ใจก็ะโลงมานั่งข้างอารักขาเ้านายของมัน เย่เสี่ยวเฉินและหยางไห่หยานที่ดูผักของเฟิ่งเทียนได้แต่นิ่งค้าง นี่มันผักปราณิญญาทั้งหมดเลยไม่ใช่เร๊อะ!!
“น้องชาย ผักของเ้างามเสียจริง ไม่ทราบว่าเ้าปลูกเองหรือไม่ มาๆเชิญเข้ามานั่งดื่มน้ำชาคุยกันเสียก่อน ทางนี้ให้เสี่ยวเอ้อยกตะกร้าผักเข้ามาชั่ง ข้ารับซื้อผักเ้าทั้งหมดเลย" เย่เสี่ยวเฉินกล่าวทักทายพร้อมชักชวนให้เฟิ่งเทียนเข้ามานั่งด้วยกัน
“เอ่อ มันจะดีหรือขอรับคุณชาย ข้าแค่นำผักมาขายเท่านั้น อีกอย่างผักพวกนี้ข้าปลูกเองทั้งหมดขอรับ”
“ไม่เลยๆ มามาเชิญนั่ง จริงๆแล้วข้าต้องขอโทษเ้าด้วยที่เมื่อวานนี้คนของข้ารับซื้อผักเ้าในราคาที่ไม่เหมาะสม หวังว่าเ้าจะไม่ถือความและค้าขายกับเหลาอาหารข้าอีกต่อไปนะ” เย่เสี่ยวเฉินกล่าวกับเฟิ่งเทียนพร้อมทั้งส่งสายตามาที่ผู้ดูแลเว่ย
“ใช่ๆขอรับ เมื่อวานข้าสายตาข้าหามีแววไม่ ที่ไปรับซื้อผักของเ้าในราคาถูก วันนี้ข้าได้นำส่วนต่างของราคาจริงนำมาคืนให้กับเ้า หวังว่าเ้าจะยกโทษให้กับคนแก่เช่นข้าที่เลอะเลือนไป” ผู้ดูแลเว่ยกล่าวขอโทษพร้อมทั้งส่งถุงเงินให้กับเฟิ่งเทียน
“ท่านคิดราคาผิดหรือขอรับ ผักของข้าไม่ได้ราคาแพง อีกอย่างเมื่อวานท่านก็ให้เข้ามามากเช่นกันนี่ขอรับ”
เฟิ่งเทียนคิด เมื่อวานเขาก็ได้เงินมามากตั้ง 50 ตำลึงเงิน วันนี้มาบอกคิดผิดแล้วให้เงินมาเพิ่มอีก นี่ไม่แปลกไปงั้นเร๊อะ เมื่อแง้มถุงเงินดูกลับพบตั๋งเงิน 200 ตำลึงทองที่อยู่ในนั้น
“นี่มันตั๋วเงิน 200 ตำลึงทองนี่ขอรับ!! ท่านให้เงินข้าเกินมามากเกินไปหรือไม่ หรือว่าท่านให้ถุงเงินผิดอันขอรับ” เฟิ่งเทียนกล่าวด้วยความใ
“น้องชาย เงินจำนวนนี้ไม่ผิดหรอก ผักของเ้าเป็ผักคุณภาพดีเยี่ยม อีกอย่างเป็ผักพลังปราณิญญาทั้งหมด เมื่อวานที่คนของข้ารับซื้อจากเ้า 50 ตำลึงเงินถือว่าเป็ค่าเสียเวลา แต่เงินจำนวน 200 ตำลึงทองนี้เป็ราคาจริงของผักเมื่อวาน หวังว่าน้องชายคงไม่ขุ่นข้องหมองใจเหลาอาหารของข้านะ”
“หมายความว่าผักของข้าเมื่อวานขายได้จินละ 4 ตำลึงทองอย่างนั้นหรือ” เฟิ่งเทียนคิดในใจ ตายแล้วผักที่เขารดด้วยน้ำทิพย์วารี์กลายเป็ผักพลังปราณิญญา เ้าระบบเสี่ยวเป่าตัวดีทำไมไม่บอกกันบ้างเลย
“ใช่แล้ว อีกอย่างที่ข้ามารอพบเ้าเพราะข้าอยากจะตกลงค้าขายผักพลังปราณิญญากับเ้า หากเ้าสนใจเราสามารถตกลงราคากันได้ ข้าให้ราคาผักเ้าจินละ 4 ตำลึงทอง แต่ว่าเ้าต้องขายผักให้กับข้าแต่เพียงผู้เดียวเ้าจะตกลงหรือไม่”เย่เสี่ยวเฉินพยายามหว่านล้อมโดยมีหยางไห่หยานนั่งเงียบๆอยู่ด้านข้าง
“ข้าขอคิดดูก่อนนะขอรับ เพราะว่าตอนนี้ข้ากับน้องชายเท่านั้นที่ปลูกผักพวกนี้ อีกอย่างที่ดินบ้านข้าไม่ได้กว้างขวางนัก อีกทั้งผักที่นำมาก็หมดจากรอบที่ปลูกแล้ว คงต้องรออีกหลายวันที่ผักชุดใหม่จะเติบโต ท่านจะรอข้าไหวอย่างนั้นหรอกหรือ”
“รอได้สิ หากข้าได้ค้าขายผักกับเ้าข้าสัญญาว่าจะเป็พันธมิตรที่ดี คนของตระกูลเว่ยจะคอยปกป้องเ้า รับรองว่าเ้าค้าขายกับข้าอย่างสบายใจแน่นอน นี่เงินค่าผักของวันนี้ 600 ตำลึงทอง หวังว่าน้องชายคงจะพอใจในราคานี้นะ”
เฟิ่งเทียนจิตใจว้าวุ่น หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ อะไรกัน เมื่อกี้ได้เงินมา 200 ตำลึงทอง ตอนนี้ได้มาอีก 600 ตำลึงทอง วันนี้เขาได้เงินมาทั้งหมด 800 ตำลึงทอง จะเยอะไปไหนเนี่ย
“คุณชายเย่ ข้าคงต้องขอกลับไปคิดดูก่อนแล้วกัน อีกอย่างข้าวางแผนจะซื้อที่ดินเพาะปลูก แต่ด้วยข้าอายุยังน้อยไม่รู้ว่าจะไปซื้อที่ดินจากทางการได้หรือไม่ ข้าจึงยังไม่รับปากที่จะค้าขายกับท่าน”
“ปัญหาอยู่ที่เื่ที่ดินสินะ เื่ซื้อที่ดินน้องชายไม่ต้องกังวลใจ สหายของข้าเป็รองแม่ทัพประจิม เื่ซื้อที่ดินเดี๋ยวให้สหายข้าออกหน้าให้รับรองคนของทางการไม่มีปัญหา น้องชายซื้อที่ดินได้แน่นอน ใช่หรือไม่ไห่หยาน”
“อืม ไม่มีปัญหา หากเ้า้าซื้อที่ดินตรงไหนมาแจ้งได้ เดี๋ยวข้าจะเป็ธุระออกหน้าให้”
“ขอบคุณขอรับ ถ้าอย่างนั้นข้าขอกลับไปคิดอีกที แล้วหากข้าอยากได้ที่ดินผืนไหนข้าจะมาแจ้งกับท่านได้นี่นี่ใช่ไหมขอรับ” โอ้ คนพวกนี้ไม่ธรรมดามีทั้งตระกูลเย่ ทั้งรองแม่ทัพประจิม อย่างนี้ต้องกลับไปปรึกษาเสี่ยวเป่าเสียก่อนไม่รู้ว่าตอนนี้จะปรับปรุงระบบเสร็จแล้วหรือยัง
“ใช่ๆ หากเ้าไม่เจอข้า เ้าสามารถแจ้งผู้ดูแลเว่ยได้ ข้าจะอยู่ที่เมืองหลิงนี้อีก 1 เดือน ข้าหวังว่าเราจะตกลงค้าขายผักพลังปราณิญญาร่วมกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอกลับก่อนนะขอรับ หากข้าสนใจที่ดินผืนไหนข้าจะมาแจ้งให้ท่านทราบนะขอรับ ข้าขอลา”
เฟิ่งเทียนเดินตัวลอยออกมายังเกวียนลา ถุงเงินที่ได้มาก็เก็บใส่อกเสื้อและหายเข้าไปในคลังมิติ เสี่ยวเฉิงะโขึ้นเกวียนลา เ้าเทาจึงเริ่มขยับเดินออกไป ทางด้านเย่เสี่ยวเฉิน และหยางไห่หยาน มองเด็กหนุ่มบังคับเกวียนเคลื่อนตัวออกไป เย่เสี่ยวเฉินนิ่งคิดจากนั้นจึงหันมาปรึกษาสหายสนิท
“ไห่หยาน เ้าคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็ผู้ปลูกผักพลังปราณิญญาจริงหรือไม่ หรือว่าจะมีผู้อื่นปลูกแต่ให้เด็กคนนี้ออกหน้ามาขายให้ เ้าว่าเราควรส่งคนไปตามสืบเื่นี้จะดีหรือไม่”
“เ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนตามสืบเพราะสัตว์อสูรตัวนั้นมีประสาทรับรู้ดีเยี่ยม หากเด็กคนนั้นรู้เข้าอาจจะไม่พอใจและอาจจะไม่ตกลงทำสัญญาค้าขายกับเ้า รอให้เด็กคนนั้นซื้อที่ดินก่อนเราค่อยทำความรู้จักให้ลึกกว่านี้ เราควรเปิดเผยจริงใจเป็ทางดีที่สุด ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วันเด็กคนนั้นต้องติดต่อมาเื่ซื้อที่ดินแน่นอน หากเราออกหน้าให้ เด็กคนนั้นอาจตัดสินใจลงนามในสัญญากับเ้าก็เป็ได้”
“ขอให้เป็อย่างที่เ้าคาดการณ์ไว้ก็แล้วกัน หากข้าตกลงทำสัญญากับเด็กคนนั้นได้ ต่อไปข้าก็ไม่กลัวที่ตำแหน่งผู้สืบทอดจะตกไปที่พี่ใหญ่ พี่รอง ลูกของอนุหลี่อีกต่อไป ต้องข้าคุณชายสามเย่เสี่ยวเฉินบุตรชายฮูหยินเอกสิที่ต้องมีสิทธิ์สืบทอดเ้าบ้านแต่เพียงผู้เดียว”
เย่เสี่ยวเฉินกล่าวด้วยความฮึกเหิมพร้อมกับความคาดหวัง
ฝ่ายเฟิ่งเทียนผู้แบกความคาดหวังจากใครบางคนได้บังคับเกวียนแวะซื้อถังหูลู่ และซื้อวัตถุดิบทำอาหาร วันนี้เขาจะทำบะหมี่หมูตุ๋นให้กับสมาชิกในบ้านได้ลิ้มลอง เขาได้ซื้อขาหมูชิ้นใหญ่ เนื้อหมูติดมันซื้อไปเยอะหน่อยเผื่อทำซาลาเปากับขนมจีบในวันพรุ่งนี้ แป้งทำเส้นบะหมี่ เครื่องตุ๋นและเครื่องปรุงรสอีกเล็กน้อย
เมื่อกลับมาถึงบ้านเฟิ่งเทียนปลดเทียมเกวียนให้กับเ้าเทา ส่วนเ้าเทาเดินไปเลียน้ำที่อยู่ในคอกลาของมัน เฟิ่งเทียนขนของเข้าบ้านโดยมีน้องๆเข้ามาช่วย จากนั้นจึงลงมือทำอาหารเริ่มจากตุ๋นขาหมูชิ้นใหญ่กับเนื้อติดมันไว้ในหม้อตุ๋น หันมาทำเส้นบะหมี่โดยการนำแป้งและไข่ไก่ผสมเข้าด้วยกัน เติมน้ำมัน น้ำเปล่าเและเกลือเล็กน้อยเข้าไปคลุกเคล้าผสมให้เข้ากันจนได้แป้งบะหมี่สีเหลืองสดน่ากิน ขั้นตอนนี้น้องๆทั้งสองคนได้มีส่วนร่วมในการคลุกเคล้าแป้งบะหมี่ที่ทั้งเลอะทั้งสนุก ซึ่งเฟิ่งเทียนก็ปล่อยให้น้องๆได้มีส่วนร่วม
เฟิ่งเทียนจึงนำผักคะน้ายอดอ่อนลวกน้ำเดือดพอสะดุ้งให้หายเหม็นเขียว จากนั้นนำมาหั่นเป็ท่อนรอไว้ เมื่อน้องๆคลุกแป้งเป็เนื้อเดียวกัน เฟิ่งเทียนจึงทำการยืดแผ่นแป้งให้เรียบและใช้ใบมีดตัดเส้นให้เล็กพอดี และนำไปต้มน้ำร้อน เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ บะหมี่หมูตุ๋นโปะหน้าด้วยเนื้อหมูชิ้นนใหญ่ ตกแต่งด้วยผักคะน้าสีเขียวสด น้ำซุปหมูตุ๋นสีเข้มโชยกลิ่นหอมออกมาจากหม้อตุ๋น สร้างเสียงท้องร้องไม่ว่าคนหรือบรรดาครอบครัวหมาป่า
เฟิ่งเทียนนำชามบะหมี่ออกมาวางให้ครบกับจำนวนคน เฟิ่งหลงเตรียมตะเกียบ เฟิ่งจินเตรียมน้ำ เดินตามพี่ใหญ่ของตนเองมาที่โต๊ะกินข้าว ส่วนครอบครัวหมาป่าอสูรเหมันต์เฟิ่งเทียนคลุกข้าวกับขาหมูน่องโต อาหารมื้อเที่ยงที่อิิ่มอร่อยได้สร้างความสุขให้กับทุกคน
หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงแล้วนั้น เฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆขึ้นไปตัดหญ้าที่เนินเขาหลังบ้านมาให้เ้าเทา เฟิ่งเทียนได้นำผักกาดขาวหัวโตกับแครอตสามหัวมาให้กับเ้าเทาด้วย เ้าเทาแสนจะมีความสุขที่มันได้มาอยู่กับครอบครัวนี้ เพราะผักที่มันได้กินก็เป็ผักพลังปราณิญญา น้ำดื่มที่เ้านายให้กับมันก็เป็น้ำดื่มปราณเช่นเดียวกันทำให้มันหายจากการถูกพิษ สัตว์ทุกตัวในบ้านก็ได้ดื่มกินน้ำพลังปราณกันทุกตัว แม่ไก่ที่เ้านายนำออกมาเลี้ยงในเล้าข้างบ้านก็อารมณ์ดีออกไข่ทุกวัน ลูกเจี๊ยบก็เริ่มโตขึ้น ส่วนครอบครัวเ้าเสี่ยวเฉิงก็มีพลังกันทุกตัว มันถือว่าโชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่กับครอบครัวนี้
“พรืดดด” เ้าเทาส่ายหัวเคี้ยวหัวผักกาดขาวอย่างมีความสุข
***********************