คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    อัศวินร่างทรง และป้อมปราการใหม่ที่ดาดฟ้าตึกร้าง

    [21 เมษายน]

    ติ๊ง!

    เสียงสัญญาณใสกังวานดังขึ้นในความมืดมิด 

    มันก้องสะท้อนขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก 

    มันคือเสียงระฆังแห่งการเริ่มต้น... หรืออาจจะเป็นเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับวิญญาณ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ตอนนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 21 เมษายน] 

    [ยินดีต้อนรับกลับสู่... โลกแห่งความจริง]

     

    อคินยกมือขึ้นมาขยับนิ้วไปมา ความรู้สึกตึงที่ข้อนิ้วและการตอบสนองของกล้ามเนื้อทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาด 

    ราวกับว่าทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา เขาต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าร่างกายนี้ยังเป็นของเขา

    "โฮ่ง!"

    เสียงเห่าทุ้มต่ำดังขึ้นที่ข้างเอว เจ้า 'โบ้' สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานสีน้ำตาลแดงนั่งยืดตัวตรงจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว 

    หางของมันไม่ได้กระดิกด้วยความดีใจแบบหมาทั่วไป แต่มันกวาดสายตามองสำรวจร่างกายของอคินตั้งแต่หัวจรดเท้า 

    แววตาของมันฉายแววโล่งใจอย่างปิดไม่มิด 

    ราวกับมันนั่งเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้านายของมันจะ 'ตื่น' ขึ้นมาจริงๆ

    ส่วนที่มุมมืดของเต็นท์ ดวงตาสีเขียวมรกตคู่หนึ่งวาวโรจน์ขึ้น 

    'บัวลอย' แมวสามสีตัวน้อยนอนขดอยู่บนกองเสื้อผ้า 

    เธอเพียงแค่ปรือตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะบิดขี้เกียจและส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ เป็นเชิงทักทาย

    "ตื่นกันนานแล้วเหรอพวกเรา?"

    อคินยิ้มกว้าง เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด 

    ไม่มีความรู้สึกปวดเมื่อยจากการนอนกดทับเลยแม้แต่น้อย 

    เขารูดซิปเปิดหน้าเต็นท์พกพาสีเขียวขี้ม้า แล้วมุดตัวออกมาสู่โลกภายนอก

    ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา... และความสิ้นหวัง

    ลานกว้างคอนกรีตของศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา 

    บัดนี้กลายสภาพเป็นค่ายลี้ภัยขนาดมหึมา ทะเลเต็นท์หลากสีสันกางเบียดเสียดกันจนแทบไม่เห็นพื้นซีเมนต์ 

    ทางเดินแคบๆ ที่เหลืออยู่เต็มไปด้วยฝูงชนที่เดินสวนกันขวักไขว่ 

    กลิ่นอับของเหงื่อไคล กลิ่นควันไฟจากการทำอาหาร และกลิ่นยาสมุนไพรฉุนจมูก ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่ร้อนอบอ้าว

    "ทางนี้โว้ย! ใครเจ็บหนักมาทางนี้!"

    "รับซื้อเขี้ยวหมาป่าทมิฬ ราคาสูง!"

    "แม่จ๋า... หนูหิว..."

    เสียงตะโกนโวยวายและเสียงร้องไห้ระงมทำให้อคินต้องย่นจมูก คิ้วขมวดมุ่น 

    เขารู้สึกอึดอัด... ไม่ใช่แค่อึดอัดทางกาย แต่เขารู้สึกแปลกแยก 

    ราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด

    "คนเยอะจนหายใจไม่ออกเลยแฮะ..." 

    อคินบ่นอุบ แต่ลึกๆ แล้วเขากลับไม่ได้รู้สึก 'หายใจไม่ออก' จริงๆ 

    ปอดของเขาทำงานอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบาจนน่าตกใจ แต่เขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยหอบ 

    "ไปหาที่เงียบๆ อยู่กันดีกว่า"

    เขาตัดสินใจเก็บเต็นท์อย่างรวดเร็ว โยนเป้สัมภาระขึ้นสะพายหลัง 

    แล้วผิวปากเรียกโบ้กับบัวลอยให้เดินตาม เขาแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปยังโซนร้านค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่หน้าค่าย

    ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านใบหน้ากำลังยืนตะโกนขายของอยู่หลังแผง

    "ลุงครับ ขอ 'ผงไล่อสูร' เกรดดีที่สุด 3 ถุง!"

    พ่อค้าชะงัก มองหน้าเด็กหนุ่มหน้าตาซีดเซียวที่ดูเหมือนพนักงานออฟฟิศมากกว่านักรบ

    "เกรดดีที่สุด? นั่นมันทำจากกระดูกบดของมังกรดินนะไอ้หนู ถุงละ 10 เหรียญ เอ็งไหวเหรอ?"

    "จัดมาเลยครับ" 

    อคินตอบโดยไม่ลังเล เขาหยิบเอาเหรียญออกมาจากกระเป๋ามิติอล้วมอบให้พ่อค้าทันที 

    พ่อค้ามองเขาด้วยสายตาประหลาดใจระคนสงสัย ก่อนจะยื่นถุงผ้าสีตุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นสาบสางรุนแรงมาให้

    "ระวังตัวด้วยล่ะ ถึงแม้ว่าที่นี่จะอยู่ในเขตกำแพง แต่ก็ยังมีพวกอสูรดุๆ เหลืออยู่ ออกไปข้างนอกตอนกลางคืนอันตรายนะ ผงไล่อสูรนี่ก็ช่วยไม่ได้มากเท่าไร ทางที่ดีอย่าไปกลางเต็นท์ตอนข้างนอกเลย" 

    ลุงทิ้งท้าย

    อคินพยักหน้ารับ เขาพาทีมมุ่งหน้าออกจากโซนปลอดภัยที่แออัด 

    ผ่านแนวกระสอบทรายและรั้วลวดหนามที่มีทหารยามยืนรักษาการณ์อย่างเคร่งเครียด 

    ป้ายเตือนขนาดใหญ่ปักอยู่หน้าทางออก

    'เขตอันตราย: ระดับสีแดง - ห้ามออกนอกเขตหลัง 18:00 น.'

    แต่สำหรับอคิน... เวลา 19:00 น. คือเวลาตอกบัตรเข้างานของเขา

    เป้าหมายของพวกเขาคือตึกพาณิชย์ร้างสูง 4 ชั้นที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร 

    อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งบัดนี้สายน้ำที่เคยสงบนิ่งกลับไหลเชี่ยวกรากและมีสีดำคล้ำราวกับน้ำหมึก

    บนดาดฟ้าตึกร้าง ลมแม่น้ำพัดกระโชกแรง หอบเอากลิ่นโคลนและกลิ่นคาวปลาจางๆ มาด้วย 

    อคินยืนมองทิวทัศน์เบื้องหน้า... 

    แสงไฟจากค่ายลี้ภัยดูริบหรี่เมื่อเทียบกับความมืดมิดอันไร้ขอบเขตของ 'ป่า' ที่กำลังคืบคลานเข้ายึดครองเมือง

    เขาจัดการโรยผงไล่อสูรสีเหลืองอ๋อยรอบบริเวณทางขึ้นบันไดและรอบจุดที่จะกางเต็นท์

    "กลิ่นฉุนชะมัด... เหมือนศพดองเลยแฮะ" 

    อคินเบ้หน้า แต่เขาก็โรยมันจนหนาเตอะ 

    "แต่น่าจะกันพวกแมลงกับมอนสเตอร์กระจอกได้ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องพะวงหลัง"

    เขากระชับโล่กลมที่ทำจากโลหะเบาไว้ที่แขนซ้าย สัมผัสเย็นเยียบของโลหะทำให้เขารู้สึกมั่นคง 

    มือขวาเอื้อมไปด้านหลัง ชักดาบออกมาจากฝัก เสียงโลหะเสียดสีกันดัง ชิ้ง! แผ่วเบา

    เขาหันไปมองเพื่อนร่วมทีม แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบเงาร่างทั้งสาม

    "พร้อมไหมพวกเรา?"

    โบ้ยืดอกขึ้น ขนที่หลังคอตั้งชัน แววตาขี้เล่นหายวับไป แทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักล่า 

    จมูกของมันฟุดฟิดดมกลิ่นอันตรายที่ลอยมากับลม

    ส่วนบัวลอยกระโดดวูบขึ้นไปเกาะบนแท็งก์น้ำเก่าสนิมเขรอะ ร่างกายของเธอกลืนหายไปกับความมืดมิดของรัตติกาล 

    เหลือเพียงดวงตาสีเขียวที่จ้องมองลงมาราวกับราชินีผู้บัญชาการสนามรบ

    "เริ่มงานกันเถอะ"

    ...

    กาลเวลาในโลกหลังความตาย... หรือโลกหลังเที่ยงคืนนั้นช่างบิดเบี้ยว

    สำหรับอคิน 5 คืนที่ผ่านมาไม่ได้รู้สึกเหมือน 5 วัน แต่เหมือนภาพตัดต่อของฉากแอคชั่นที่ต่อเนื่องยาวนาน 

    กลิ่นคาวเลือด เสียงคำราม และแสงวูบวาบของสกิล คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขาในยามค่ำคืน

    ...

    [คืนที่ 2]

    "โฮ่ง!"

    เสียงเห่าสั้นๆ ของโบ้ดังขึ้นทำลายความเงียบ มันไม่ได้เห่าขู่ แต่เป็นการ 'ชี้เป้า'

    จมูกของโบ้ชี้ไปทางพงหญ้าสูงท่วมหัวที่ไหวเอนผิดธรรมชาติ ทันใดนั้น ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ก็จุดวาบขึ้นในความมืด

    ฝูงหมาป่าทมิฬ

    "โบ้! ล่อมันมา!"

    สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างสีน้ำตาลแดงก็พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกกระสุน 

    โบ้วิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปกลางดงศัตรู ก่อนจะหยุดกึกแล้วกระทืบเท้าหน้าลงพื้น

    " [กำแพงเหล็กกล้า] !"

    วูบ!

    แสงสีเงินยวบยาบอาบไล้ไปทั่วร่างสุนัข ขนสั้นเกรียนเปลี่ยนสภาพจนแข็งและหนาคล้ายกับโลหะที่แข็งแกร่ง 

    มันอ้าปากคำรามเสียงดังสนั่นก้องทุ่ง

    " [ยั่วยุ] !"

    กรรรร!

    หมาป่าทมิฬทั้งฝูงสติขาดผึง พวกมันลืมทุกอย่างและพุ่งเป้าไปที่โบ้เพียงตัวเดียว 

    เขี้ยวคมกริบระดมกัดเข้าที่คอและลำตัวของสุนัขกล้าตาย

    เคร้ง! เคร้ง!

    เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงฉีกกระชากเนื้อ แต่เป็นเสียงโลหะปะทะโลหะ 

    ประกายไฟแลบแปลบปลาบ โบ้ยืนหยัดดั่งป้อมปราการมีชีวิต ไม่สะทกสะท้านต่อคมเขี้ยว

    "บัวลอย! ตอนนี้แหละ!"

    เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกจากซากปรักหักพัง ไม่ใช่ร่างของแมว แต่เป็น 'เงา' ของเธอที่ยืดขยายออกไปตามพื้นดินราวกับงูยักษ์

    " [เงาพันธนาการ] !"

    เงาทมิฬเลื้อยพันขาหลังของหมาป่าวงนอก กระชากพวกมันจนเสียหลักล้มระเนระนาด

    อคินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน สองเท้าถีบส่งร่างลอยตัวเข้าหาศัตรู

    ภาพตรงหน้าดูช้าลงในสายตาของเขา เขามองเห็นจังหวะการหายใจของหมาป่า เห็นช่องว่างที่เปิดโล่งบริเวณลำคอ

    โล่ในมือซ้ายยกขึ้นกระแทกเขี้ยวที่พุ่งสวนมา

    " [ปัดป้อง] !"

    แรงกระแทกถูกเบี่ยงออกไปด้านข้างจนหมาป่าหน้าทิ่ม อคินหมุนตัวตามแรงเหวี่ยง ตวัดดาบในมือขวาเป็นเส้นโค้งมรณะ

    " [ฟัน] !"

    ฉัวะ!

    คมดาบตัดผ่านลำคอหมาป่าตัวแรกขาดสะบั้น เลือดสีแดงคล้ำสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้า แต่เขาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาดึงดาบกลับแล้วแทงซ้ำเข้าที่หัวใจของตัวที่ถูกเงาตรึงไว้อย่างแม่นยำ

    ...

    [คืนที่ 4]

    "ตัวใหญ่เป็นบ้า..."

    เบื้องหน้าพวกเขาคือ 'โทรลล์ถ้ำ' สูงกว่า 3 เมตร ผิวหนังสีเขียวขี้ม้าหนาเตอะเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ 

    ในมือถือท่อนซุงยักษ์ที่เหวี่ยงไปมาจนลมกรรโชก

    มันง้างท่อนซุงขึ้นสูง เตรียมฟาดลงมาใส่หัวอคินที่ยืนขาตายอยู่

    ตูม!!

    ฝุ่นตลบอบอวล... แต่อคินไม่ได้เละเป็นโจ๊ก

    ร่างของโบ้เข้ามารับแรงกระแทกไว้ได้ทันเวลา 

    ท่อนซุงฟาดเข้าใส่หลังของมันเต็มแรงจนขาจมดินลงไปถึงข้อเท้า 

    แต่เจ้าหมาถังเกราะเพียงแค่สะบัดหัวไล่ความมึน ก่อนจะแยกเขี้ยวขู่กลับ

    "ดีมากเพื่อนยาก! บัวลอย ล็อกแขนมัน!"

    บัวลอยที่ซุ่มอยู่บนกิ่งไม้สูงร่ายเวทเงาลงมา 

    เส้นใยสีดำพุ่งลงมารัดพันแขนข้างที่ถือซุงของโทรลล์ ตรึงมันไว้กลางอากาศชั่วขณะ

    อคินอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไต่ขึ้นไปบนเข่าของยักษ์ที่กำลังเสียหลัก เขาใช้โล่กระแทกเข้าที่ปลายคางมันอย่างจัง

    " [ทุบ]! "

    เสียงกระดูกคางแตกละเอียด โทรลล์หน้าหงายไปด้านหลัง 

    เปิดช่องว่างที่ลำคอ อคินไม่รอช้า พุ่งดาบเข้าเสียบทะลุลูกกระเดือกจนมิดด้าม

    ร่างยักษ์ล้มตึงลงพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น... และนั่นคือชัยชนะอีกครั้ง

    ...

    [27 เมษายน | 02:00 น.]

    ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมพื้นที่รอบเขื่อนบางปะกงอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่ลอยจางๆ ในสายลม

    อคินยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกร้าง เขาใช้ผ้าเศษเช็ดคราบเลือดสีเขียวคล้ำและสีแดงสดออกจากใบดาบอย่างใจเย็น 

    หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ เหมือนคนเหนื่อยหอบ... ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อย

    เหงื่อสักหยดก็ไม่มีไหลออกมา ทั้งที่ออกแรงเหวี่ยงดาบไปนับร้อยครั้ง

     

    [พื้นที่เคลียร์ 95% - ไม่พบสัญญาณชีพศัตรูในระยะ 3 กิโลเมตร]

     

    เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนามผ้าใบเก่าๆ ที่กางไว้หน้าเต็นท์ มองดูเพื่อนร่วมทีมด้วยความภาคภูมิใจ

    เจ้าโบ้นอนลิ้นห้อยอยู่ข้างเท้า แม้จะรับดาเมจหนักๆ มาทั้งคืน 

    แต่ร่างกายภายใต้ขนเกรียนๆ นั้นกลับไม่มีบาดแผลลึก มีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่กำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

    ส่วนบัวลอยนั่งอยู่บนขอบระเบียงที่สูงที่สุด เลียทำความสะอาดกรงเล็บอย่างใจเย็น 

    เธอแทบไม่เปื้อนเลือดเลยด้วยซ้ำ ขนสามสียังคงฟูฟ่องสวยงาม

    "สุดยอดไปเลยพวกเรา..." 

    อคินยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปตบไหล่หนาๆ ของโบ้เบาๆ 

    "ขอบใจมากนะโบ้ ที่ช่วยรับตีนแทนฉันมาตลอด... แข็งแกร่งสมเป็นรถถังของทีมจริงๆ ถ้าไม่ได้แก ฉันคงกระดูกหักไปสิบรอบแล้ว"

    "โฮ่ง!" 

    โบ้เห่ารับ หางกระดิกแรงจนพื้นสั่นสะเทือน 

    มันเอาหัวมาถูไถมือเขาอย่างออดอ้อน ต่างจากมาดนักรบเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว

    "บัวลอยด้วย... จังหวะล็อกของเธอแม่นราวจับวาง ถ้าไม่มีเธอคอยคุมจังหวะ ฉันคงโดนพวกมันรุมทึ้งตายคาที่"

    บัวลอยหันมามองเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวหรี่ลง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

    "หน้าที่ของฉันคือทำให้แน่ใจว่าเงาของท่าน... เอ้ย ของอคิน จะปลอดภัยค่ะ... และช่วยอย่าวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปกลางวงมอนสเตอร์อีกจะได้ไหมคะ ฉันเหนื่อยจะตามแก้"

    อคินหัวเราะร่ากับคำบ่นของแมวก่อนจะเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นดู

     

    [อคิน - เลเวล 52]

    [อาชีพหลัก: อัศวิน]

    [สกิลใช้งาน: ฟัน, แทง, ทุบ, ปัดป้อง, ลับคม, ปฐมพยาบาล, ชำระล้าง, อวยพร, เข้าทรง, หยิบยืมพลัง]

    [อาชีพรอง: ร่างทรง]

     

    "เฮ้อ... เลเวลอัปก็จริง แต่เสียดายที่อาชีพรองไม่มีสกิลต่อสู้เลย" 

    อคินบ่นพึมพำ พลางจ้องมองคำว่า 'ร่างทรง' ด้วยความไม่เข้าใจ 

    "มีแต่สกิลติดตัวบ้าบออะไรก็ไม่รู้... 'สัมผัสวิญญาณ' กับ 'กายาไร้เจ็บปวด' แถมยังมีสกิลกดใช้อย่าง 'เข้าทรง' และ 'หยิบยืมพลัง' ... นี่มันอาชีพหมอผีชัดๆ ระบบสุ่มอาชีพให้ผิดหรือเปล่าเนี่ย ตอนแรกฉะนคิดว่าจะได้เป็นพาลาดินซะอีก"

    ติ๊ง!

    หน้าต่างข้อความสีฟ้าเด้งขึ้นมาแทรกตรงหน้าทันควัน 

     

    [บ่นอีกแล้วนะไอ้หนู... ถ้าไม่มีสกิล 'กายาไร้เจ็บปวด' ที่แลกมาให้ ป่านนี้นายร้องไห้ขี้มูกโป่งไปตั้งแต่โดนโทรลล์ฟาดแล้ว! เลิกบ่นแล้วกินข้าวซะ!]

     

    อคินชะงัก ก่อนจะหลุดขำออกมา

    "โอเคๆ ยอมแพ้ครับคุณระบบ... ดุจังเลยนะช่วงนี้"

    เขาเอื้อมมือไปหยิบชามไม้ที่ใส่ 'ข้าวต้มปลา' ที่ซื้อมาจากค่ายเมื่อหัวค่ำ ข้าวต้มเย็นชืดจนจับตัวเป็นก้อนไขมันลอยหน้า

    อคินตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ...

    แปลก... เขาไม่รู้สึกถึงรสเค็มของน้ำปลา หรือกลิ่นคาวของเนื้อปลาเลย มันจืดชืดเหมือนเขากำลังเคี้ยวกระดาษทิชชูเปียกๆ

    แต่เขาก็ฝืนกลืนมันลงไป

    'คงเพราะเหนื่อยจนลิ้นเพี้ยนล่ะมั้ง' 

    เขาคิดในใจ โดยหารู้ไม่ว่ากระเพาะอาหารของเขาในตอนนี้ไม่ได้ต้องการสารอาหารทางกายภาพแม้แต่น้อย

    "เอาเป็นว่าคืนนี้ฉลองชัยชนะกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่!"

    ลมหนาวพัดผ่านเข้ามา อคินวางชามข้าวที่กินไปได้ไม่ถึงครึ่งลง แล้วมองออกไปที่แสงไฟวับแวมของค่ายพักแรมที่อยู่ไกลลิบ

    เขาไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเขาไปไกลแค่ไหน หรือทำไมเขาถึงรู้สึก 'ว่างเปล่า' ทุกครั้งที่มองเงาของตัวเองในกระจก

    แต่ตราบใดที่มีโบ้ บัวลอย และระบบจอมกวนประสาทอยู่ด้วย... เขาก็พร้อมจะลุยไปให้สุดขอบโลก

     

    [เออ เก่งมากพ่อคุณ รีบนอนได้แล้ว แบตเตอรี่... เอ้ย พลังงานจะหมดแล้ว]

     

    ข้อความสุดท้ายจากระบบค่อยๆ จางหายไป 

    พร้อมกับเปลือกตาของอคินที่หนักอึ้งลงอย่างกะทันหัน 

    ราวกับมีใครมาสับสวิตช์ปิดการทำงานของร่างกายเขา...

    ทำให้อคินต้องรีบจัดการตัวเอง

    เขาโรยผงไล่อสูรรอบๆเต็นท์เพิ่มก่อนจะเข้าไปซุกตัวนอนในเต้นร่วมกับโบ้และบัวลอยเพื่อรอเวลาสิ้นสุดการเชื่อมต่อ

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508