ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 43 สถานการณ์ในเมืองตงหลิง

    บทที่ 43

     สถานการณ์ในเมืองตงหลิง 


    บนถนนที่แออัดและยุ่งเหยิง ภายในรถมาเซราติ 


    “คุณอู๋ ไม่กี่วันเองหลังจากที่เราได้เจอกัน ดูเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ”


    จากที่นั่งคนขับ ผู้จัดการซี่มองอู๋ตี้ผ่านกระจกมองหลังที่อยู่ด้านบนด้วยความจริงใจ 


    อู๋ตี้หัวเราะก่อนจะพูด “ที่น่าชื่นชมมันน่าจะเป็นผู้จัดการซี่มากกว่าครับ นี่ขนาดผมเปลี่ยนไปขนาดนี้คุณก็ยังจำผมได้ตั้งแต่ที่เหลือบมอง”


    “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ฉันเองก็จำไม่ได้ในตอนแรกเหมือนกัน ไม่รู้ด้วยว่าใคร เพราะงั้นลังเลมาจนกระทั่งเห็นคุณผู้หญิงข้างๆคุณนั่นแหละ”

    เอ้อซีซีที่นั่งอยู่บริเวณที่นั่งข้างคนขับนั้นยังคงใช้ผ้าห่มห่อตัวอยู่ ใบหน้าเธอนั้นแดงระเรื่อขึ้นมาทีละนิด เพราะประโยคดังกล่าวนั้น พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและอู๋ตี้อย่างชัดเจน


    “ยังไงก็เถอะ คุณอู๋ คุณไม่ใช่คนพื้นที่สินะคะ?” จู่ๆผู้จัดการซี่ก็ตามขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล 


    “ใช่แล้วครับ ตระกูลของผมไม่ใช่คนตงหลิง” อู๋ตี้ไม่ได้คิดอะไรนานนัก เขาไม่ได้ใส่ใจว่าลึกๆแล้วคำถามนั้นจะมีความหมายอะไรหรือเปล่า 


    แต่กระนั้น ผู้จัดการซี่ก็พยักหน้าพร้อมกับคิดต่อก่อนจะพูด “ไม่แปลกใจเลย ฉันน่ะ ทำงานในเมืองตงหลิงมานี้ก็หลายสิบปีแล้ว และตลอดมาฉันได้ยินแค่ ตระกูลฉา, ตระกูลหลาน, ตระกูลเย่ แล้วก็ตระกูลจ้าวเท่านั้น ดูเหมือนว่าคุณอู๋จะเป็นนายน้อยที่มาจากตระกูลใหญ่ที่มาจากต่างเมืองสินะคะ”


    หลังจากได้ยินดังนั้น อู๋ตี้ก็เข้าใจได้ทันทีว่าผู้จัดการซี่นั้นมองเขาเป็นนายน้อยที่มาจากตระกูลอันทรงพลังแห่งหนึ่ง


    หากแต่อู๋ตี้เองก็ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่ม เขาปล่อยให้เธอคิดเรื่องนั้นต่อไปเอง ด้วยตัวตนที่เธอแต่งตั้งให้เขา บางทีในอนาคตเขาอาจจะให้เธอช่วยแก้ปัญหาอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวตนนี้ 


    ในการที่จะป้องกันไม่ให้ผู้จัดการซี่ถามคำถามแปลกๆอีก อู๋ตี้รีบและจงใจเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาทันที “ผู้จัดการซี่ คุณพอจะช่วยเล่าให้ผมฟังได้ไหม เกี่ยวกับตระกูลเหล่านี้ในตงหลิง? หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยตงหลิงแล้ว ผมเองก็อยากจะตั้งตัวในเมืองตงหลิงเหมือนกัน”


    เมื่ออู๋ตี้ถามคำถามนี้ออกไป มันมีหลายๆจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ในนั้น อย่างแรกเลยก็คือเพื่อเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา และอย่างที่สองก็คือ เขานั้นค่อนข้างจะอยากรู้อยากเห็น ว่าตระกูลพวกนี้ในตงหลิงนั้นเป็นตระกูลแบบไหน เป็นพลเมืองชั้น 2 หรือเปล่า? มีอำนาจมากพอที่จะทำตัวเหนือกฎหมายไหม? เหมือนกับเย่เหลียง ผู้ที่ซึ่งเป็นพี่ใหญ่แห่งทายาทตระกูลเย่ที่ทำตัวไร้ยางอายต่อกฎหมายทุกสิ่งอย่าง แล้วก็...เป็นคนที่หยิ่งผยองแบบสุดๆ 


    ยิ่งไปกว่านั้น เพราะอู๋ตี้เพิ่งจะซัดแข้งเข้าเป้าเย่เหลียงไป เขาจึงยิ่งอยากรู้เกี่ยวกับตระกูลนี้มากขึ้นไปอีก 


    ถึงแม้ว่าเย่เหลียงจะไม่เห็นหน้าจริงของเขา แต่เขาก็ยังต้องระวังตัวเอาไว้


    หลังจากที่ได้ยินว่าอู๋ตี้จะตั้งตัวในตงหลิงแล้ว ผู้จัดการซี่ก็เซอร์ไพรส์พร้อมกับรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที 


    “อ่า โอเค ตรงนี้รถมันจะติดหน่อยช่วงนี้ ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันจะค่อยๆเล่าเรื่องนี้ให้คุณอู๋ฟังนะคะ เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเหล่าตระกูลใหญ่ในตงหลิง รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตลาดด้วย”


    จริงๆแล้วผู้จัดการซี่นั้นแอบซ่อนเสียงหัวเราะของเธอไว้ เธอเชื่อว่าเบื้องหลังอู๋ตี้นั้นต้องมีตระกูลที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนอยู่เพื่อให้เขาสามารถตั้งตัวในตงหลิงนี้ได้


    ถ้าหากถึงเวลานั้นแล้ว และเธอสามารถสร้างระดับความสัมพันธ์บางอย่างกับอู๋ตี้ได้ บางทีเมื่ออู๋ตี้ตั้งตัวในเมือง   ตงหลิงนี้สำเร็จ เธอก็จะได้รับผลประโยชน์อีกมากมายโดยปราศจากความเสี่ยงแน่ๆ


    สำหรับหญิงสาวที่เติบโตด้วยการตะเกียกตะกายจนได้รับมาซึ่งผลสำเร็จและไต่เต้าจนมีหน้ามีตาในเมืองใหญ่อย่าง ตงหลิงได้ นั่นหมายถึง เธอคนนั้นไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาๆแล้ว และตอนนี้เธอคนนั้นก็คือผู้จัดการซี่ 


    ถึงแม้ว่าภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นนั้นจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่สำหรับเธอนั้น ที่แห่งนั้นถือว่าถึงจุดสูงสุดแล้ว 


    หากเธอต้องการจะก้าวหน้ามากกว่านี้ เธอจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากอำนาจที่แข็งแกร่งเพื่อที่จะทลายเพดานและต่อยอดเธอให้สูงขึ้นไปอีก 


    หลายปีที่ผ่านมานั้น จะบอกว่าเธอไม่มีโอกาสเลยก็ไม่เชิง แต่โอกาสเหล่านั้นมักจะมากับพวกคนที่หลงใหลในความสวยงามของเธอทั้งสิ้น 


    ซี่เสี่ยวอันนั้นไม่อยากจะเป็นของเล่นของพวกคนเหล่านี้ เพราะงั้น เธอจึงเลือกที่จะเก็บภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นเอาไว้ในการดูแลของเธอเองมาตลอดหลายปีมานี้


    และตอนนี้ ดูเหมือนโอกาสสำหรับเธอจะมาถึงอีกครั้งแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่มั่นใจว่านายน้อยหนุ่มที่มาจากต่างเมืองนี้จะสามารถตั้งตัวและพัฒนาตนเองไปได้ถึงระดับไหน แต่เธอก็เชื่อว่าเพื่ออนาคตแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องใช้ลูกไม้อะไรกับเขาและคอยช่วยเหลือเขาไปแบบนี้ดีกว่า 


    เพราะถ้าหากอนาคตนายน้อยหนุ่มคนนี้ สามารถตั้งตัวเป็นใหญ่ได้จริงๆ เขาจะต้องไม่ลืมบุญคุณที่เธอเคยช่วยเหลือเขาไว้แน่ๆ 


    เช่นนั้นแล้วซี่เสี่ยวอันจึงเริ่มอธิบายให้อู๋ตี้ฟังเกี่ยวกับสถานการณ์อำนาจในเมืองตงหลิงปัจจุบัน


    “ปัจจุบันนี้ ทั้ง 4 ตระกูลถือเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในเมืองตงหลิงค่ะ กล่าวคือทั้งตระกูลฉา, ตระกูลหลาน, ตระกูลเย่ แล้วก็ตระกูลจ้าวตามที่ฉันได้พูดถึงก่อนหน้านับเป็นผู้นำทั้งหมด แต่ท่ามกลางตระกูลเหล่านี้ ตระกูลฉาและตระกูลหลานนั้นยิ่งใหญ่กว่าตระกูลเย่และจ้าวค่อนข้างมาก นั่นก็เพราะว่าพวกเขาน่ะ เป็นตระกูลชั้นนำมามากกว่าศตวรรษแล้ว”


    “แต่หลายปีมานี้ ตระกูลฉานั้นพยายามจะกำราบตระกูลหลานอยู่เรื่อยๆ นั่นเพราะว่า 3 ปีก่อน ตระกูลฉาได้เข้าไปขุดเหมืองแร่ที่เขตภูเขาที่อยู่ทางชานเมืองตอนเหนือ โดยที่พวกเขาซื้อเหมืองแร่ทั้งหมดในนั้นไว้ตั้งแต่แรก”


    “ในเหมืองแร่ดังกล่าวนั้น เขาว่ากันว่าสิ่งที่ขุดออกมาจากเหมืองแร่นั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับมากๆและไม่มีใครได้พบเห็นมันได้ตามเหมืองทั่วๆไป สิ่งสิ่งนั้นเป็นเหล็กที่หายากชนิดหนึ่ง ซึ่งมันหายากกว่าทองเสียอีก ด้วยเหตุนี้ตระกูลฉาจึงรีบแตกตัวออกมาจากตระกูลหลานที่ซึ่งเป็นผู้ร่วมมือในการขุดเหมืองแร่นี้ด้วยอย่างรวดเร็ว”


    “และถึงแม้ว่าทั้งตระกูลเย่และตระกูลจ้าวจะตั้งตนเป็นผู้นำได้มานับทศวรรษ แต่พวกเขาก็ยังด้อยกว่าตระกูลฉาและตระกูลหลานอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ถึง 2 ตระกูลนี้จะด้อยที่สุดใน 4 ตระกูลใหญ่ แต่คุณอู๋ก็ห้ามประมาทตระกูลเหล่านี้นะคะ เพราะถ้าหากพวกเขาไม่มีความสามารถอะไรเลย พวกเขาคงจะไม่สามารถมีชื่อเสียงเทียบเท่าตระกูลที่ยิ่งใหญ่มากว่า 200 ปีแล้วได้ด้วยการเติบโตเพียงไม่กี่สิบปีหรอกค่ะ”


    “อันดับแรกเลยคือตระกูลเย่ ผู้นำตระกูลนี้เกิดขึ้นที่ถนนเหมือนคนทั่วๆไป ชื่อของเขาคือ เย่เฉิน ตอนนี้เขาถือเป็นตำนานแห่งท้องถนนไปแล้ว และพวกคนที่อยู่ละแวกเดียวกับเขาต่างเรียกเขาว่า พี่เฉิน”


    “จุดพลิกผันของตระกูลนี้เกิดขึ้นจากความโชคดีในการลักลอบนำเข้าสินค้าก่อน และเพราะไม่มีใครสามารถหาหลักฐานมามัดตัวได้ แถมยังไม่มีใครรู้อีกว่าเขาลักลอบนำเข้าอะไร จากนั้นเย่เฉินก็เริ่มผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ และตัวเขาเองยังหาลู่ทางที่จะทำธุรกิจทั้งมืดและสว่างไปพร้อมๆกันอีกด้วย การเติบโตของเขานั้นนับว่าเร็วมากๆ ถ้าหากคุณอู๋มีโอกาสเจอเขาละก็...ฉันแนะนำว่าอย่าไปยั่วยุอะไรเขานะคะ”


    ประโยคสุดท้ายนั้น ซี่เสี่ยวอันพูดด้วยความลังเล แต่เมื่อพูดออกมาแล้วเธอก็ดูจริงจังมากๆ เธอค่อนข้างจะกลัวเย่เฉินไม่น้อยเลย 

    อู๋ตี้พยักหน้ารับแต่ในใจของเขากำลังหัวเราะอย่างขมขื่นอยู่ นั่นก็เพราะว่าเขาเพิ่งจะเตะไข่ของเย่เหลียงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าเอง แน่นอนว่าการที่เขาลงมือกับทายาทของตระกูลก็เหมือนกับมีเรื่องกับผู้นำตระกูลไปแล้วเช่นกัน เพราะการทำแบบนี้มันหมายถึงเขาปิดประตูสู่การสืบทอดของเย่เหลียงไปแล้ว


    แต่สิ่งหนึ่งที่เขาต้องรู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากๆนั่นก็คือ เย่เหลียงไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ดังนั้นปล่อยให้เรื่องนี้มันจบไปเขาก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรตามมา


    แน่นอนว่าซี่เสี่ยวอันเองก็ย่อมไม่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว จากนั้นเธอก็เล่าต่อ 


    “นอกจากนี้ก็ยังมีตระกูลจ้าว ที่ไม่ควรจะเข้าไปยั่วยุ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือ จ้าวลี่ ฉันได้ยินมาว่าตระกูลพวกนี้ไม่ค่อยมีการศึกษา แต่สมาชิกตระกูลนั้นต่างคนต่างก็มีความบ้าคลั่งเป็นของตัวเอง คงจะพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าถึงพวกนี้จะไม่ฉลาดแต่ด้วยความดุร้ายของคนในตระกูลรวมเข้ากับธุรกิจผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แล้ว มันก็ทำให้เขาเป็นใหญ่ขึ้นมาได้”

    “ภายในตงหลิงนี้ จ้าวลี่พัวพันอยู่แค่กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้ และด้วยเม็ดเงินจากการเติบใหญ่ของธุรกิจนี้กว่า 20 ปี มันก็ทำให้สถานะของเขาเข้าสู่จุดสูงสุดของตระกูลได้ในที่สุด ตอนนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กว่า 60% ของตงหลิงนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของเขาทั้งหมด”


    “ฉันได้ยินมาว่าเมื่อครั้งในอดีต ช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้กำลังเจริญเติบโต การที่จะตั้งราคาอะไรนั้นมันยุ่งยากมากๆ เพราะคนที่เข้ามาส่วนใหญ่ล้วนแค่ต้องการที่ดินเปล่าๆเท่านั้น ดังนั้นจ้าวลี่จึงฆ่าทุกๆคนที่ต้องการจะซื้อเพียงที่ดินเปล่าจากเขา และถึงแม้เรื่องจะแดงขึ้นมา เขาก็ทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะแบบนี้เย่เฉินและจ้าวลี่ จึงถือว่าเป็นคนที่คุณอู๋ไม่ควรไปยุ่งหรือยั่วยุค่ะ”


    หลังจากฟังเสร็จ อู๋ตี้ก็พยักหน้าจริงจังอีกครั้ง


    ได้ฟังแบบนี้แล้ว เขาก็เริ่มคิดแล้วว่า สิ่งที่ทำลงไปในวันนี้นั้นมันอันตรายจริงๆนั่นแหละ ยิ่งถ้าเกิดหลี่ลี่เป็นแฟนสาวของจ้าวเทียนจริงๆแล้วละก็ การที่เขาตบหน้าเธอไป 2 ครั้ง อาจจะทำให้เขามีปัญหากับจ้าวเทียนไป 2 ชาติเลยก็ได้

    แต่ถึงหลี่ลี่จะเป็นแฟนสาวจริงๆของจ้าวเทียน ยังไงอู๋ตี้ก็จะตบเธออยู่ดีนั่นแหละ 


    เขานั้นไม่สนอยู่แล้วว่าคนอื่นจะพูดถึงเรื่องนี้ยังไง แต่เขาไม่สามารถยืนฟังคนอื่นพูดถึงเอ้อซีซีเสียๆหายๆเฉยๆได้ และถึงแม้ว่าคนที่พูดใส่เอ้อซีซีเสียๆหายๆจะเป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ เขาก็จะไม่เกรงกลัวและทำแบบนี้เหมือนกัน 


    “ผู้จัดการซี่ ในเมื่อตอนนี้ทั้ง 4 ตระกูลนั้นมีอิทธิพลอย่างมาก แบบนี้มันจะไม่ยากไปเหรอครับสำหรับผมที่จะมาตั้งตัวในตงหลิงนี้?” อู๋ตี้ถามซี่เสี่ยวอัน 


    อู๋ตี้นั้นรู้อยู่แล้วว่าในสังคมแบบนี้ การที่จะสามารถปกป้องตนเองและคนรอบข้างได้ เขาจำเป็นต้องมีกำลังที่แข็งแกร่งหรือไม่ก็อิทธิพลที่แผ่กว้างเท่านั้น 


    ดังนั้นแล้วเขาจึงพร้อมที่จะตั้งตัวให้มั่นคงและค่อยๆขยายความยิ่งใหญ่ออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเขาเอง คนที่รัก ครอบครัว พวกเขาจะได้มีกำแพงอำนาจขนาดใหญ่คอยปกป้องเอาไว้ 

    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะเรียนอยู่สาขาบัญชี แต่เขาก็ไม่ได้มีทักษะหรือประสบการณ์ในการอยู่ให้รอดในสังคมแบบนี้เลย เอาจริงๆไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยก็ว่าได้ 


    เพราะงั้นเรื่องที่ซี่เสี่ยวอันพูดนี้ ถือว่าช่วยเขาได้มากเลยทีเดียว และเขาคงต้องไปลองหาข้อมูลเรื่องพวกนี้เพิ่มดู 


    หลังจากที่ได้ฟังอู๋ตี้ถามคำถาม ซี่เสี่ยวอันก็พยักหน้า


    “ใช่แล้วค่ะ ตระกูลพวกนี้และเศรษฐกิจในตงหลิงนั้นค่อนข้างจะลงตัวแล้วในตอนนี้ มันจึงยากที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะหาช่องว่างและเติบใหญ่ด้วยตัวเองได้จนถึงระดับนั้น”


    “แต่คุณอู๋ คุณน่ะต่างออกไป ตระกูลของคุณที่อยู่ด้านหลังจะคอยช่วยคุณเพื่อเปิดโอกาสในตงหลิงเอง”


    “โอ้?” อู๋ตี้ฟังคำพูดของเธอแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะถามต่อ “โอกาสที่ว่านั่นคืออะไรกันเหรอครับ?”


    ริมฝีปากของซี่เสี่ยวอันนั้นเผยรอยยิ้มลึกลับออกมาช้าๆก่อนจะพูดด้วยเสียงเบา “เส้นทางลำเลียงแร่ในชานเมืองตอนเหนือค่ะ”


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34