หลังจากที่ทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันไปเพื่อใช้เวลาในวันหยุดของตนให้คุ้มค่า ก่อนจะถึงพิธีแต่งตั้งขุนนางในอีกสามวันข้างหน้า แล้วไหนจะการฝึกหนักที่อาจารย์คนใหม่บอก เมื่อภารกิจทุกอย่างล้วนเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ดังนั้นเวลาที่เหลืออยู่ย่อมต้องใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด!!
เหวินอวี้มุ่งหน้าไปหาตำราที่สนใจในหอตำรายุทธ จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังลานฝึกของหน่วยหลิ่งอี้เพื่อขอคำแนะนำจากหย่งผู่แหละสมาชิกหน่วยเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
ฮุ่ยหรานเองหลังจากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำอาหารกับเฟยเฟย นางจึงลงมือทำอาหารคาวหวานที่แปลกใหม่จากสิ่งที่ได้ฟังมาจากเฟยเฟย
ในขณะที่ทั้งสองต่างยุ่งอยู่กับสิ่งที่ตนเองสนใจ เหวินหลงเองตอนนี้ก็มีเป้าหมายอย่างแรงกล้าที่จะลงมือทำเช่นกัน
“ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นอู๋ซวนบอกว่าจะกลับไปช่วยมารดาขายของที่ตลาด งั้นไปหาอู๋ซวนแล้วถามเกี่ยวกับคำตอบข้อนั้นดีกว่าดีกว่า ก่อนอื่นต้องไปตลาดแล้วเดินหาสินะ เห้อจะกระโดดข้ามกำแพงไต่หลังคาเหมือนทุกที่ก็ไม่ได้ เพราะอย่างไรที่นี่ก็อยู่ในเขตพระราชวัง ถ้าหากสร้างความวุ่นวายอย่าว่าแต่ท่านอาจารย์จะลงโทษเลย น้องเล็กคงใช้ฝ่ามือน้อยๆนั่นทุบตีข้าอีกหนเป็นแน่ ”
เหวินหลงเมื่อวิเคราะห์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากตนใช้วิธีการเดินทางเหล่านั้น จึงตัดสินใจเดินออกจากพระราชวังด้วยท่าทางที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับบุรุษรูปงามเช่นตน
ใช้เวลาไม่นานเหวินหลงก็มาถึงใจกลางตลาดที่คับคั่งไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ คนมากมายเหล่านี้ส่วนหนึ่งล้วนเป็นคนจากแคว้นอื่นที่มาเพื่อทำสืบข่าวจากแคว้นซู บางส่วนก็มาเพื่อทำการค้า อีกส่วนก็เป็นชาวบ้านที่ออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ
แน่นอนว่าตลาดที่อยู่ใจกลางเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยงนี้ย่อมต้องกว้างใหญ่และมีความเจริญมากกว่าตลาดที่อยู่เมืองอื่น ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนล้วนมีสิ่งของให้เลือกจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับที่สวยงามตระการตา หรือจะเป็นอาวุธที่มีให้เลือกซื้อตามกำลังทรัพย์ของคนทุกชนชั้น
อาหารต่างๆมีทั้งที่ตั้งร้านขายทั่วไป ส่วนคุณหนูคุณชายที่มีเงินสักหน่อยหากไม่พอใจที่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนมากมายก็ไปใช้บริการเหลาอาหารที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น บรรยากาศที่คึกคื้นแบบนี้ชวนให้ผู้คนสนุกสนานไปกับการเดินชมสิ่งของต่างๆ
“ งานประลองคราวนี้ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมากเยอะเสียจริง เดี๋ยวนะ กลิ่นหอมๆนี่มันช่างคุ้นเคยเสียจริง หมูย่างอบน้ำผึ้ง!! ”
ขณะที่เหวินหลงยื่นมือจ่ายค่าขนมสาลี่ จมูกก็พลันได้กลิ่นหอมเย้ายวนจึงเดินตามกลิ่นนั้นไปก็พบเข้ากับร้านของเถ้าแก่ท่าทางใจดีกำลังพลิกไม้หมูย่างในมือเป็นระวิง เนื้อหมูขนาดพอดีคำถูกเสียบด้วยไม้ไผ่เนื้อหอม ส่งผลให้ควันไม้ไผ่แทรกซึมลงไปในเนื้อผสมเข้ากับเครื่องปรุง
และน้ำผึ้งที่ถูกเคลือบลงหลังจากย่างไปสักพัก เนื้อส่วนที่มีมันเมื่อโดนความร้อนก็มีน้ำมันหยดลงในเตา ช่างเป็นกลิ่นที่กระตุ้นความอยากอาหารเสียจริง
“ เถ้าแก่หมูย่าง นี่ขายยังไงขอรับ/เจ้าคะ ”
หลังจากยืนดูภาพเถ้าแก่พลิกไม้ไปไม้แล้วไม้เล่า เหวินหลงก็ทนความเย้ายวนนี้ไม่ไหว ทันทีที่เอ่ยปากออกไปก็ได้ยินเสียงที่ถามเหมือนตน เหวินหลงจึงรีบหันหน้าไปทางต้นเสียงทันที
“ เป็นเจ้านั่นเอง!! ”
คนตรงหน้าก็คืออิงฮวา สตรีเพียงคนเดียวที่เข้ารับการทดสอบทหาร ตอนนี้ในมือของนางล้วนหอบหิวไปด้วยของกินหลากหลายชนิดไม่แพ้เหวินหลง บนร่างสวมด้วยชุดสีเปลือกไข่ เสื้อคลุมตัวนอกปักลวดลายบุปผาหยอกเย้ากับผีเสื้อ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแม้จะผัดด้วยแป้งบางๆไร้การแต่งเติมใดเป็นพิเศษ แต่กลับไม่สามารถกลบความน่ารักของนางไว้ได้
“ เหวินหลงเป็นเจ้านี่เอง เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ”
“ ข้าก็มาซื้อหมูย่างอบน้ำผึ้งเหมือนกับเจ้านั่นแหละ ข้ายินดีกับเจ้าด้วย เจ้าได้ที่สามสินะ เก่งไม่เบาเลยนี่”
“ คราวหน้าข้าไม่แพ้แน่ ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน เถ้าแก่ที่ยืนมองมาสักพักก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวแทรกทั้งสอง
“ เอ่อ พวกเจ้าจะซื้อกันไหม ข้ารอพวกเจ้าสองคนนานแล้วน่า ถ้าจะเกี้ยวพาราสีกันอย่างไรข้าก็ไม่ว่า แต่ช่วยรบกวนรีบซื้อแล้วรีบไปตรงอื่นได้ไหม มันขวางหน้าร้านข้า!! ”
ทั้งสองคนใบหน้าก่ำในทันที ต่างคนต่างรีบจ่ายเงินซื้อหมูย่างมาคนละห้าไม้ ก่อนจะเดินมานั่งกินตรงใต้ร่มไม้ที่มีโต๊ะถูกจัดวางไว้หลายที่ เมื่อนั่งลงทั้งสองก็ไม่พูดไม่จากันสักคำ ก้มหน้าก้มตากินสิ่งที่ตนซื้อมา ก่อนที่อิงฮวาจะเป็นคนเริ่มเปิดบทสนทนา
“ เอ่อ แล้วนี่เจ้าจะไปไหนต่ออย่างนั้นหรือ ”
“ ขะ..ข้าว่าจะไปหาอู๋ซวนแล้วเจ้าล่ะ จะไปที่ใดต่อ ”
เหวินพูดติดขัดอยู่บ้างเพราะอาการประหม่าจากคำพูดของเถ้าแก่เมื่อครู่
“ เถ้าแก่นะเถ้าแก่ ถ้าไม่พูดแบบนั้นข้าก็ไม่คิดอะไรอยู่แล้วเชียว ”
ชายหนุ่มสบถขึ้นในใจก่อนจะเหลือบตามองอิงฮวา หากให้พูดตามตรงแล้วอิงฮวาก็นับว่าเป็นสาวงามนางหนึ่ง ใบหน้าเรียวเล็กนั้นก็ชวนมองไม่น้อยเลยจริงๆ
“ ข้าแอบออกมาเที่ยวเท่านั้นแหละ จริงสิ เย็นนี้ที่บ้านข้าจะจัดงานเลี้ยง เจ้าจะมาด้วยก็ได้นะ ”
อิงฮวาออกปากชวนเหวินหลง
“ บ้านเจ้าอย่างงั้นเหรอ ”
“ ใช่แล้ว ที่บ้านข้าเป็นร้านขายโอสถเล็กๆ ถ้าเจ้าสนใจก็บอกข้าได้นะ ”
“ ไปสิ ข้าย่อมไปแสดงความยินดีกับเจ้า แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าบ้านเจ้าหลังไหน ”
เมื่อได้ยินเหวินหลงตอบรับคำเชิญ อิงฮวาเองก็อดยินดีไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เผยออกมาด้วยความดีใจ แก้มที่กำลังเคี้ยวขนมไปสองชิ้น ตอนนี้ย่อมพองออกมา ส่งผลให้ยามนี้นางคล้ายกับกระรอกตัวน้อยก็ไม่ปาน
“ บ้านข้าอยู่ใกล้กับโรงเตี๊ยมซุ่ยหลิน เจ้าแค่ถามทางคนแถวนั้นว่าร้านขายสมุนไพรอิงชิวอยู่ตรงไหน พวกเขาย่อมบอกทางเจ้าได้แน่นอน ข้าจะรอต้อนรับเจ้านะ ”
“ ตกลง งั้นข้าขอตัวก่อนนะ แล้วก็นี่หมูย่างอบน้ำผึ้งของข้าถือว่าข้าเลี้ยงเจ้าก็แล้วกัน ข้าขอตัวไปหาอู๋ซวนก่อนนะแล้วพบกันเย็นนี้ ”
เหวินหลงพูดจบก็ยื่นห่อกระดาษให้กับอิงฮวาก่อนจะแยกตัวออกไปยังถนนอีกสายหนึ่ง โดยที่ไม่หันหลังกลับมามองอิงฮวาแม้แต่น้อย
เมื่อแกะห่อกระดาษออกมา อิงฮวาแสดงสีหน้างุนงงออกมาพร้อมกับมองดูสิ่งที่เหวินหลงให้มา
“ นี่มันเหลือแต่ไม้เสียบ เจ้าฝากข้าทิ้งขยะหรือไงกัน... ”
............................................................
หลังจากเหวินหลงทิ้งระยะห่างมาได้พอสมควรก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับใบหน้าที่กำลังแดงระเรื่อ เมื่อเอามือลูบไปที่อกข้างซ้ายที่ตอนนี้เต้นแทบไม่เป็นจังหวะก็อดบ่นกับตัวเองไม่ได้
“ นี่ข้าเป็นอะไรไปหรือข้าจะไม่สบายกัน ไว้กลับไปถามพี่ใหญ่ดีกว่า ”
หลังจากเดินหาร้านของอู๋ซวนมาสักพัก แม้จะหาตามแผนที่ร้านที่สหายเคยมอบให้ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่พบ ทว่ากลับมีเสียงดังขึ้นด้านหลังของเขา
“ เหวินหลงนั่นเจ้าใช่หรือไม่ ”
เหวินเบิกตากว้างเมื่อได้พบกับคนที่ตนกำลังตามหามาค่อนวัน
“ อู๋ซวนในที่สุดข้าก็เจอเจ้าสักที ”
อู๋ซวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความสงสัยขึ้น
“ เจ้ามาตามหาข้าทำไมกัน ”
“ ตอนนี้เจ้าพอจะมีเวลาว่างไหม หากเจ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ”
“ เช่นนั้นข้าขอไปซื้อของที่แม่ข้าสั่งก่อนหลังจากนั้นข้าถึงจะว่าง จริงสิ เย็นนี้บ้านข้าจะจัดงานเลี้ยงฉลอง ไหนๆก็เจอเจ้าแล้ว เจ้าจะมาด้วยไหม ”
“ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย เมื่อครู่ข้าพึ่งตอบรับคำเชิญของแม่นางอิงฮวาไปแล้ว เย็นนี้ข้าจะไปงานเลี้ยงที่บ้านของนาง เดี๋ยวก่อนสายตาของเจ้ามันหมายความว่ายังไง!! ”
อู๋ซวนยิ้มกรุ้มกริ่มพลางส่ายหน้าไปมา
“ เจ้านี่ก็ร้ายไม่เบา สาวงามอิงฮวาเช่นนั้นหรือ เจ้าไปทำความรู้จักกันตอนไหน ”
“ เมื่อครู่ก่อนที่จะมาหาเจอเจ้านี่แหละ ”
“ อะไรกัน เท่าที่ข้าได้ยินมาแม่นางอิงฮวาแห่งร้านอิงชิวเป็นสตรีที่ไม่คบค้าสมาคมกับบุรุษคนใด แล้วพวกเจ้าสองคนไป- ”
“ หยุดความคิดของเจ้าไว้เลยนะ เจ้ารีบไปซื้อของเร็วเข้า ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วย ”
เหวินหลงรีบตัดบททันทีก่อนที่อู๋ซวนจะพูดอะไรมากไปกว่านั้น
“ ก็ได้ๆ ข้ารู้นะว่าเจ้าอยากเบี่ยงประเด็น แล้วเจ้าจะให้ข้าช่วยอะไรล่ะ ”
เหวินหลงตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เอ่ยออกมาเป็นเรื่องปกติ
“ ข้าอยากไปหอนางโลม ”
จบตอน