ชายหนุ่มมาถึงยังเมืองโบราณอู่ทอง เขามองจากที่ไกลแลสูดหายใจเข้าลึกเพราะที่นี่นั้นยังเต็มไปด้วยอสูรพื้นแลอสูรบิน
เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วทะยานร่างเข้าหาอสูรบินอย่างรวดเร็ว กระบี่ที่แสนคมกริบถูกเรียกออกมา
“ คว๊า “ อสูรบินรูปร่างคล้ายกับไดโนเสาร์ที่บินได้ร้องคำรามลั่นก่อนที่จะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
เขากระชับกระบี่ในมือแน่นแล้ววาดเหวี่ยงออกอย่างรวดเร็ว “ ฝุบ “ ไร้เสียง ไร้แสง
ลมกระบี่พุ่งทะยานตัดผ่าห้วงอากาศตรงดิ่งเข้าหาฝูงอสูรบินที่โฉบลงมา
“ ฉั้วะ “ คมกระบี่ตัดผ่าร่างอสูรบินร่วงหล่นลงนับสิบในคราวเดียว
“ คว๊า “ มันร้องคำรามลั่นก่อนที่จะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
“ ฝุบ ฝุบ ฝุบ “ ชายหนุ่มวาดกระบี่ออกสามครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็ว
“ ฉั้วะ ฉั้วะ ฉั้วะ “ อสูรบินอีกหลายสิบตัวถูกสะบั้นร่างขาดเลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้า
“ โอกก “ เหล่าอสูรพื้นต่างร้องคำรามลั่นพวกมันอยากเข้าขย้ำชายหนุ่มแต่มิอาจทำได้เพราะพวกมันบินไม่ได้
ยิ่งเนิ่นนานอสูรบินก็ยิ่งลดทอนจำนวนลงจนเหลือรอดเพียงสอง ชายหนุ่มสะบัดกระบี่อออก
“ ฉั้วะ ฉั้วะ “ สองร่างร่วงหล่นตกตาย
ชายหนุ่มทะยานร่างลงยังผืนพารา
“ โฮกก “ อสูรร้ายนับพันทะยานร่างเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง
หนึ่งคมกระบี่ที่เขาวาดออกสะบั้นร่างใหญ่โตแยกออกเป็นสอง เลือดสีดำสาดกระเซ็นทั่วผืนพารา
เศษชิ้นส่วนกายาปลิดปลิวราวใบไม้ร่วงหล่น ซากศพกลาดเกลื่อนพอกพูนสูง
กระบี่สีเงินยวงเปล่งประกายวาววับ แสงสะท้อนจากใบกระบี่สาดส่องอาบย้อมยังร่างใหญ่โตราวกับตีเส้นตายไว้
รอยฉีกขาดจากคมกระบี่เรียบเนียนดั่งมีดหมอ ผ่ากรีดลงครั้งเดียวสะบั้นร่างขาดเป็นสอง
อสูรร้ายกู่ร้องคำรามลั่นต่างกระโจนเข้าหาชายหนุ่มอย่างมิหวาดหวั่น ตัวใหญ่น้อยกรูเข้าทุกทิศทาง
ชายหนุ่มวาดกระบี่หมุนรอบกายาพลันปรากฏวงแหวนคมกระบี่ที่แหลมคม “ วู๊มม “
วงแหวนคมกระบี่ไหวกระเพื่อมสะบัดสะบั้นร่างใหญ่น้อยปลิดปลิวแดดิ้นตาย
ปราบชายหนุ่มยืนอยู่บนกองซากศพของอสูรนับพัน เขามองจ้องยังอสูรยักษ์ที่มองมา
“ ฮือ “ เสียงคำรามทุ้มต่ำดังสนั่น ทำเอาผืนพาราสั่นสะเทือน
ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วชี้กระบี่ออกไปเบื้องหน้า “ เจ้าเฝ้าอะไรอยู่ “ ชายหนุ่มร้องถาม
“ โฮกก “ มันร้องคำรามลั่น
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันสะท้านเพราะพลังคลื่นเสียงที่หนักหน่วงรุนแรง
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นแล้วระเบิดพลังวาดเหวี่ยงกระบี่ออกสุดแรง
“ เปรี้ยงงง “ แสงสังหารพวยพุ่งเข้าหาอสูรร่างยักษ์อย่างรวดเร็ว
“ ครืนนน “ ผืนพาราสั่นไหวอย่างอย่างหนักหน่วงเมื่อคมกระบี่เคลื่อนผ่าน
“ โฮกก “ มันร้องคำรามลั่นแล้วกระโจนเข้าชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
“ เอ๋ “ ปราบพลันงุนงงเมื่อมันวิ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ เวรแล้ว “ เขาร้องลั่นพร้อมกับทะยานร่างขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
“ ตูมม “ แรงระเบิดซัดสาดออกทั่วทิศ
“ อั้ก “ ชายหนุ่มถูกแรงระเบิดของตนอัดเข้าร่างจนปลิวไปไร้ทิศทาง
เขารั้งกายไว้แล้วมองยังอสูรร่างยักษ์ “ เข้าใจแล้ว มันอาศัยเกราะกายที่แข็งแกร่งแล้ววิ่งเข้าหาเพื่อเร่งการระเบิดให้เร็วขึ้น “ ปราบเอ่ย
“ เมื่อการโจมตีมีระยะสั้นลง ระยะปลอดภัยก็มิมีแล้ว เมื่อเกิดการระเบิดเกราะกายของมันจะสะท้อนแรงระเบิดทั้งหมดเข้าใส่ผู้โจมตี “ เขาพยักหน้า
“ ความฉลาดของมัน “ เขาพึมพำ
“ แต่มันใช้ได้เพียงครั้งเดียว “ ปราบเอ่ย
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องตะโกนออกสุดเสียง พร้อมกับแทงกระบี่ออกสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ คมกระบี่พุ่งทะยานออกราวกับศรพิฆาตตรงเข้าหาอสูรร้ายอย่างเร็วรี่
ชายหนุ่มใช้ท่าร่างใหม่ที่ได้มาขับเคลื่อนกายออกข้างอย่างเร็วไว
“ เปรี้ยงง “ คมกระบี่พุ่งทะยานออกอย่างเร็ว
เขาเคลื่อนกายย้ายออกในทันใด “ เปรี้ยงง “
คมกระบี่ทั้งสี่ทิศพุ่งเข้าหาอสูรไล่เรียง มันหันรีหันขวางมิรู้ว่าไปทางใด
“ ตูมมม “ แสงสังหารทั้งสี่ทิศระเบิดออกในทันใด
“ โฮกกก “ มันร้องคำรามลั่น
“ แม้ว่าเกราะกายของมันจะแข็งแกร่งขนาดไหน ก็ไม่อาจทนต่อการโจมตีสี่ทิศทางได้ “ ปราบเอ่ย
เขาวาดมือเก็บร่างของมันลงไป แล้วออกเก็บกวาดพื้นที่
เมื่อจัดการกับซากอสูรแล้วเสร็จ ชายหนุ่มออกสำรวจทั่วเมืองโบราณอู่ทองอย่างรวดเร็ว เขาให้อัลตรอนสแกนพื้นที่ในทันใด
“ เจ้านาย พบเจอรังของมันอยู่ที่ชั้นใต้ดินที่มันเฝ้าอยู่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ไม่แนะนำให้ลงไป เพราะเปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยต่ำมาก “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ หากเป็นอย่างนี้ก็มีเพียงเผาให้สิ้นซาก “ ปราบเอ่ย
เขาเดินไปยังทางเข้าที่กว้างใหญ่ ชายหนุ่มหงายฝ่ามือ “ พรึ่บ “ เพลิงสีส้มลุกโชนกลางฝ่ามือของเขา
“ ไป “ ชายหนุ่มวาดมือส่งแก่นเพลิงเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
“ ขลุก ขลุก “ แก่นเพลิงกลิ้งลงไปตามทางจนถึงยังก้นบึ้งของหลุม
“ ตูมม “ แก่นเพลิงพลันระเบิดออก
“ ครืนน “ เปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่งออกแผดเผาสรรพสิ่งใต้ดินอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มทะยานร่างหนีอย่างรวดเร็วพร้อมกับเปลวเพลิงที่พุ่งพวยไล่หลัง
“ ครืนนน “ เปลวเพลิงลุกโชนสูงชันท่วมชั้นฟ้า
“ ช่างเป็นเพลิงที่ร้อนแรงยิ่งนัก “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขาครุ่นคิดถึงวันที่หลอมแก่นเพลิงของอสรพิษเพลิง มันทำเอาเขาแทบตายจากการถูกเพลิงแผดเผา กว่าที่จะผ่านมาได้ก็เรียกว่าเกินเยียวยาเลยทีเดียว ร่างของเขาไหม้ดำเป็นตอตะโก แต่สิ่งที่ได้มานั้นคุ้มค่ายิ่ง
ชายหนุ่มมองเปลวเพลิงที่ค่อยๆมอดดับลงทีละน้อยจนดับสนิท
“ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง
“ เจ้านายจากการสแกนพื้นที่พบซากของอสูรเด็กนับพันที่ถูกเผาอยู่ข้างใน “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้า
“ อัลตรอนสแกนลงชั้นดินได้รึไม่ “ ปราบเอ่ย
“ รอสักครู่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ เจ้านายลึกลงไปสามกิโลเมตรมีบ่อน้ำปราณเก่าแก่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางห้าสิบเมตร “ อัลตรอนเอ่ย
“ ใหญ่ขนาดนั้นเลยรึ “ ปราบเอ่ย
“ มีของเหลวอยู่มากน้อยเพียงใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เต็มบ่อ “ อัลตรอนเอ่ย
“ มีทางลงรึไม่ “ เขาเอ่ยถาม
“ มี แต่ค่อนข้างลำบากเพราะทางลงนี้เป็นฝีมือของมนุษย์โบราณที่สร้างไว้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
“ ต้องแจ้งเรื่องนี้ไปยังศูนย์ขอนแก่น “ เขาเอ่ย
“ ไป “ เขาทะยานร่างไปยังคูบัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงเขาเร่งให้อัลตรอนสแกนลงชั้นใต้ดินในทันใด
“ เจ้านายข้างล่างนี้ก็มีบ่อน้ำปราณเก่าแก่เช่นกัน “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เจ้านายเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากแหล่งพลังงานเหล่านี้ถูกเปิดอาจกระทบกับสรรพสิ่ง “ อัลตรอนเอ่ย
“ ใช่ “ ปราบพยักหน้า
“ แต่หากทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นแหล่งฝึกฝนของเหล่าอสูรได้ “ ปราบเอ่ย
“ นั่นก็ใช่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อย่างไรเสียก็ต้องแจ้ง เพื่อให้คนมาตรวจสอบ “ ปราบเอ่ย
ปราบเร่งทำการส่งข้อมูลที่ได้จากอัลตรอนให้กับศูนย์ขอนแก่น
เขาพูดคุยกับคนคุ้นเคยของเมืองคูบัวจนคนจากศูนย์ขอนแก่นมาถึง
ชายหนุ่มเร่งรายงานเรื่องราวให้กับทุกคนได้รับรู้
เมื่อทุกอย่างพร้อม ชายหนุ่มเดินนำทางลงลึกดำดิ่งลงใต้โลก