ฝักที่13
ดินได้แบ่งหน้าที่การทำงานให้คนงานทั้งสี่สิบห้าคนได้เสร็จสิ้นในเวลาไม่นานนักเพราะได้คิดวางแผนพวกนี้มาก่อนหน้านี้แล้วโดยแบ่งห้าคนที่พออ่านออกเขียนได้ให้ไปช่วยท่านแม่ทำบัญชีอีกยี่สิบคนให้ทำหน้าที่ในการไปหาของป่าซึ่งจะแบ่งออกเป็สองชุดๆละสิบคนเพราะป้ายศิลาศักดิ์สิทธิ์หนึ่งป้ายนั้นสามารถนำคนเข้าไปได้สิบคนและเขาตั้งใจจะขอป้ายศิลาศักดิ์สิทธิ์ของพี่สิงห์มาใช้ด้วยเพราะคิดว่าอีกไม่นานครอบครัวตนกับของพี่สิงห์ก็จะกลายเป็ครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว
คนงานส่วนที่เหลืออีกยี่สิบคนนั้นก็ให้ทำงานอยู่ที่ร้านโดยท่านพ่อได้ตั้งหัวหน้าคนงานและผู้ช่วยขึ้นมาอย่างละหนึ่งตำแหน่งเพื่อช่วยดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาปลีกย่อยอีกทีนึงเมื่อทุกคนรับทราบตำแหน่งหน้าที่กันแล้วจึงช่วยกันจัดข้าวของต่างๆขึ้นชั้นวางสินค้าเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเปิดร้านค้าอย่างเป็ทางการในเวลาอีกไม่นาน
และเมื่อแสงแดดยามเช้าเริ่มสาดแสงลงมาก็ถือเป็เวลาฤกษ์งามยามดีในการเปิดร้านค้า“มั่นคงโภชนาการ”อย่างเป็ทางการ
ท่านพ่อนั้นได้ให้คนงานที่ยังไม่ต้องเข้าไปหาของป่าในวันนี้นั้นให้ช่วยกันออกไปป่าวประกาศให้คนทั่วทั้งเมืองได้รู้ว่ามีร้านค้าเปิดใหม่ที่ขายของสดและวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารในราคาถูกและหากผู้ใดยังไม่มีเงินชำระในเวลานี้ก็ยังสามารถค้างชำระไว้ก่อนได้โดยให้นำมาชำระในทีหลังหรือจะเปลี่ยนเป็การใช้แรงงานทดแทนก็ได้
ซึ่งหลังจากที่คนในเมืองนั้นได้รับรู้ข่าวนี้แล้วเพียงเวลาไม่นานที่ร้านแห่งนี้ก็คราคร่ำไปด้วยลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของกันเป็จำนวนมากจนดินนั้นต้องกลับไปนำของมาเพิ่มจากในห้องเย็นถึงสองรอบโดยใช้ประตูเวทย์มิติที่ได้สร้างขึ้นในห้องด้านล่างฝั่งขวาของร้านค้าในการขนย้ายของต่างๆ
ลูกค้าที่มาซื้อของส่วนใหญ่นั้นจะขอกลับมาใช้แรงงานแทนการจ่ายเป็เงินกันเป็ส่วนใหญ่ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็สิ่งที่พวกเราคิดกันไว้อยู่ก่อนแล้วและไม่ได้กังวลอะไรเพราะแค่ทุกคนในเมืองสามารถผ่านหน้าหนาวของปีนี้ไปได้โดยไม่มีคนอดตายนั่นแหละคือสิ่งที่พวกตนนั้นปรารถนาแท้จริง
ด้านนัทซึกับเ้าเก่งนั้นก็วิ่งเล่นกันอยู่ที่ชั้นสองส่งเสียงดังโครมครามจนท่านพ่อกับท่านแม่ต้องขึ้นไปดุเสียหลายรอบจนคร้านจะขึ้นกันไปแล้วเลยปล่อยให้วิ่งไล่จับกันไปจนกว่าจะเหนื่อยและหลับกันไปเอง
แล้วเื่เ้าหนูเก่งนั้นก็เป็บทพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่าทฤษฎีโลกกลมนั้นมีอยู่จริงเพราะเมื่อดินนั้นเอ่ยปากขอให้พี่ชาติซึ่งเป็หัวหน้าคนงานได้ช่วยไปรับขอทานน้อยชื่อเก่งที่ชอบนั่งขอทานอยู่ที่ประตูเข้าเมืองมาให้นั้นพอพี่ชาติได้ยินแล้วก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมาแล้วบอกว่าเ้าเก่งนั้นเป็บุตรชายของตนเองซึ่งตอนนี้อยู่กับมารดาที่บ้านและจะไปรับมาให้
แล้วในเวลาเช้า่สายของวันคนที่ดินนั้นกำลังเฝ้ารออยู่ก็มาพร้อมกับกระเช้าของขวัญใบใหญ่
“เ้าตัวเล็กกำลังยุ่งอยู่หรือไม่ข้านำเอากระเช้าของขวัญมาแสดงความยินดีกับการเปิดร้านใหม่ของครอบครัวของเ้าด้วย”
“ขอบคุณขอรับพี่สิงห์ที่จริงท่านไม่ต้องเอาอะไรมาก็ได้เราไม่ใช่คนอื่นไกลกันเสียหน่อยเดี๋ยวข้าจะพาท่านไปทักทายท่านพ่อท่านแม่พี่สิงห์ตามข้าเข้ามาด้านในเถอะขอรับ”ดินพาว่าที่สามีเข้ามาพบบิดามารดาที่นั่งทำบัญชีกันอยู่ภายในห้องเล็กด้านล่างฝั่งซ้ายซึ่งห้องนี้ท่านแม่จะใช้เป็ห้องทำบัญชีของทางร้าน
“ท่านพ่อท่านแม่พี่สิงห์มาแสดงความยินดีกับพวกเราน่ะขอรับ”
“พี่สิงห์ท่านคงยังไม่เคยเจอท่านแม่ข้านี่ท่านแม่พิมมารดาของข้าเองขอรับ”
“คารวะท่านน้าพิมท่านน้ามั่นขอรับ”
“ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงเสียทีนะข้าได้ยินดินเอ่ยถึงเ้าอยู่บ่อยๆจนข้านั้นอยากจะพบหน้าเ้ามานานแล้วล่ะหน้าตาหล่อเหลาอย่างนี้นี่เองบุตรชายข้าถึงได้หายใจเข้าออกเป็ชื่อเ้าตลอดเลยล่ะเป็เช่นนั้นจริงหรือไม่ลูกแม่ หึหึหึ”
“เป็เช่นนั้นจริงๆนั่นแหละท่านแม่ อิอิอิก็ข้าคิดถึงพี่สิงห์นี่น๊า~”
“เ้านี่มันหน้าหนาเสียจริงถึงได้กล้าบอกคิดถึงผู้ชายต่อหน้าต่อตาอย่างนี้บิดาเช่นข้าล่ะอับอายนัก”
“ท่านพี่ก็อย่าไปว่าลูกนักเลยเ้าค่ะท่านพี่เมื่อตอนหนุ่มก็ใช่ย่อยที่ไหนล่ะเ้าคะ”
“โธ่…แม่พิมอ่า~เ้าก็ชอบให้ท้ายลูกอยู่เรื่อย”ท่านพ่อกลายเป็หนุ่มน้อยทันทียามที่พูดคุยกับท่านแม่ก่อนที่จะหันกลับมาคุยกับพี่สิงห์อีกครั้ง
“ไอ้หนุ่มไหนๆเ้าก็จะมาเป็ครอบครัวเดียวกันกับพวกข้าแล้วงั้นวันนี้เ้าก็ช่วยทำงานที่ร้านหน่อยแล้วกันนะ”
“ข้ายินดีขอรับไม่ทราบว่าท่านน้ามั่นจะให้ข้าช่วยทำสิ่งใดดีหรือขอรับ”
“ในเมื่อเ้ายินดีงั้นข้าก็จะไม่เกรงใจล่ะนะเ้าช่วยไปยกของทั้งหมดในห้องฝั่งขวาออกมาจัดที่ชั้นวางทั้งหมดทีนะพวกข้ากับคนงานนั้นเหนื่อยกันมาตั้งเช้าแล้วล่ะเ้ายังหนุ่มยังแน่นงานแค่นี้คงสบายสินะเ้าดินมานี่สิข้ามีเื่จะคุยกับเ้าเยอะแยะเลย”
“ขอรับท่านน้าข้าจะรีบทำให้เสร็จโดยเร็วเชิญพวกท่านไปพักผ่อนกันก่อนเถอะขอรับ”
“ท่านพ่อ~ปล่อยข้านะข้าจะไปช่วยพี่สิงห์~”นายมั่นนั้นหิ้วปีกบุตรชายคนโตขึ้นชั้นสองไปทันทีโดยไม่สนใจการต่อต้านของเ้าตัวแม้แต่น้อย
สิงห์ยิ้มขำกับการกลั่นแกล้งเหมือนเด็กของท่านว่าที่พ่อตาเขานั้นทำงานแบกหามมาั้แ่เด็กแล้วเพราะฉะนั้นแค่ยกของจำนวนแค่นี้นั้นไม่สามารถทำให้ตนรู้สึกเหนื่อยล้าได้หรอกหากท่านรู้เข้าคงจะนึกเจ็บใจน่าดูที่ไม่สามารถกลั่นแกล้งตนได้สำเร็จ
ใน่เที่ยงวันพวกคนงานนั้นสลับกันไปกินข้าวที่ทางครอบครัวดินได้เตรียมไว้ให้พวกเขานั้นตั้งใจจะเลี้ยงอาหารคนงานทุกคนวันละสองมื้อนั่นคือมื้อเช้ากับมื้อกลางวันเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของคนเ่าั้อีกทางหนึ่งด้วย
“พี่สิงห์มาทานข้าวกันเถอะขอรับข้าจัดสำรับไว้เสร็จแล้วล่ะท่านคงจะเหนื่อยสินะขอรับท่านพ่อเนี่ยนิสัยไม่ดีจริงๆเลย ข้าต้องขอโทษแทนท่านพ่อด้วยนะขอรับ”
“งานแค่นี้เองข้าไม่เหนื่อยหรอกเป็ห่วงก็แต่เ้าเนี่ยแหละเหนื่อยมากมั้ย หืม?ดูสิหน้าซีดไปหมดแล้วนะ”สิงห์พูดเสร็จ ก็ลูบหน้าลูบตาคนตรงหน้าไปด้วย
“อ่ะแฮ่ม~เ้าสองคนจะกินข้าวกันมั้ยไอ้หนุ่มเ้าไม่ต้องเป็ห่วงบุตรชายข้านักหรอกเ้านี่น่ะมันหน้าจืดชืดจนดูซีดเซียวมาั้แ่เกิดแล้วล่ะฮ่าฮ่าฮ่า”
“ท่านพ่อ!ข้าจะโกรธท่านแล้วนะชอบว่าข้าอยู่เรื่อยเลยอ่ะ”
“พอๆเลิกทะเลาะกันได้แล้วสองพ่อลูกนี่มันยังไงกันนะทะเลาะกันได้ทั้งวัน”นางพิมพ์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ
หลังจากนั้นมื้อเที่ยงจึงได้เริ่มต้นขึ้นเสียที...
“ไอ้หนุ่ม..เ้าช่วยแจ้งมารดาเ้าด้วยว่าพวกข้านั้นจะเข้าไปพบเพื่อคุยเื่ของพวกเ้าอีกเจ็ดวันหน้าข้างหน้าข้าได้ยินจากเ้าดินว่ามารดาเ้านั้นไม่ค่อยสบายนี่ใช่มั้ยฉะนั้นพวกข้าเข้าไปหามารดาเ้าที่บ้านน่าจะดีต่อสุขภาพนางมากกว่า”
บิดาเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันอิ่มแล้ว
“ข้าต้องขอขอบคุณท่านน้าที่เข้าใจและเป็ห่วงสุขภาพของท่านแม่ข้าด้วยขอรับ”สิงห์รู้สึกซาบซึ้งใจที่ครอบครัวของดินนั้นได้ห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพของมารดาตนซึ่งเขาเองก็กำลังกังวลกับเื่นี้อยู่เพราะปัจจุบันแค่ท่านแม่ตนนั้นเดินเหินภายในบ้านก็ยังมีอาการเหนื่อยหอบให้เห็นในบ้างครั้งแล้ว
“เอาเถอะอย่างไรอีกไม่นานพวกเราก็ต้องเป็ทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้วเ้าก็เรียกพวกข้าเหมือนเ้าดินเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสิงห์และดินจึงหันมายิ้มให้กัน
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อท่านแม่”
เมื่อถึงวันที่นัดหมายกับที่บ้านของสิงห์ดินนั้นปลุกบิดามารดาั้แ่ยังไม่ถึงเวลาเช้ามืดซึ่งเร็วกว่าวันเปิดร้านวันแรกเสียอีกพอปลุกท่านทั้งสองเสร็จแล้วดินก็รีบมาจับน้องชายตนที่ยังนอนหลับน้ำลายไหลยืดขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวอีก
“นี่เ้ากลัวว่าที่สามีจะหนีหายหรือไงถึงจะต้องรีบไปกันตั้งเช้าจะขนาดนี้”นายมั่นอดที่จะแขวะบุตรชายไม่ได้ซึ่งคนที่โดนแขวะนั้นกำลังหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอยู่หน้าคันฉ่องมากกว่าสิบรอบได้แล้ว
“ท่านพ่อน่ะไม่เข้าใจหรอกก็ข้าอยากแต่งงานมีสามีเร็วๆนี่น๊า”
“ที่รัก~เ้าดูลูกชายเ้าสิพูดจาน่าอายนัก”
“ก็เ้าหนุ่มคนนั้นน่ะหล่อสมชายเสียขนาดนั้นก็ไม่แปลกที่เ้าดินนั้นจะอยากแต่งงานมีสามีเร็วๆ”
“แล้วข้าล่ะข้าไม่หล่อในสายตาเ้าแล้วสินะใช่สิ๊~~~ข้ามันแก่แล้วนิ”
“ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อยท่านน่ะหล่อกว่าใครทั้งนั้นแหละน๊าเดี๋ยวคืนนี้ข้าจะบอกท่านดังๆเน้นๆ หลายๆ รอบเลยว่าท่านหล่ออย่างไรบ้างดีหรือไม่สามีข้า”
“จริงนะ!เ้าต้องบอกข้าดังๆเน้นๆ หลายๆ รอบอย่างที่เ้าพูดเลยนะข้าชอบเฮ้อ~เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้สักทีน๊า”
เอ่อ...ที่พวกท่านทั้งสองกำลังพูดกันนั้นมันคงไม่ได้มีความนัยอะไรแอบแฝงหรือเป็โค้ดลับที่รู้กันแค่สองคนใช่มั้ยขอรับ
ครอบครัวดินเดินทางมาถึงร้านค้าก็เกือบจะถึงเวลาเปิดร้านในอีกไม่นานส่วนคนงานก็ได้มาถึงที่นี่กันทั้งหมดแล้วซึ่งทุกคนกำลังกินมื้อเช้ากันอยู่ภายในห้องครัวที่อยู่ด้านหลังร้านเสียงพูดคุยและหัวเราะเฮฮานั้นดังขึ้นมาให้ได้ยินถึงชั้นบนวันนี้บิดาให้พี่ชาติกับพี่หาญที่เป็หัวหน้าและผู้ช่วยคนงานเป็คนดูแลร้านทั้งหมดแทนพวกเรา
เมื่อเห็นว่าได้เวลาเหมาะสมที่จะออกเดินทางแล้วพวกเขาจึงลงมาจากชั้นบนเพื่อจะไปบ้านพี่สิงห์กันแต่แล้วเมื่อลงมาถึงด้านล่างของร้านก็ต้องแปลกใจที่ได้เห็นว่าพี่สิงห์นั้นมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“คารวะท่านพ่อท่านแม่ข้ามารับพวกท่านไปที่บ้านของข้าน่ะขอรับไม่ทราบว่าสะดวกเดินทางกันตอนนี้เลยหรือไม่ขอรับ”
“ทุกคนพร้อมกันแล้วล่ะขอบใจเ้าที่มารับพวกเรานะลูก”มารดาของดินนั้นชื่นชมว่าที่ลูกเขยเป็อย่างมากที่รู้จักให้เกียรติมารับพวกตนทั้งที่บุตรชายของนางเองก็รู้จักบ้านของเ้าตัวดีอยู่แล้ว
“เป็สิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้วขอรับท่านแม่”
สิงห์พาทุกคนเดินมาทางท้ายตลาดและเดินไปอีกไม่ไกลนักก็เจอกับบ้านหลังเก่าที่มีขนาดไม่ใหญ่นักที่มีรั้วบ้านเตี้ยๆที่ทำจากไม้ไผ่ล้อมรอบอยู่
บริเวณหน้าบ้านในตอนนี้นั้นมีมารดาของสิงห์ซึ่งเป็ผู้ที่มีาุโที่สุดในที่แห่งนี้มายืนรอต้อนรับครอบครัวของดินอยู่ก่อนแล้วและข้างๆกันนั้นก็มีเด็กผู้ชายตัวโตที่กำลังประคองนางเอาไว้อยู่ด้วย
“ท่านแม่ขอรับนี่คือท่านน้ามั่นและท่านน้าพิมท่านทั้งสองเป็บิดาและมารดาของดินขอรับ”สิงห์แนะนำมารดาให้รู้จักกับมารดาบิดาของว่าที่ภรรยาของตน
“ยินดีที่ได้รู้จักเ้าทั้งสองข้านั้นชื่อศจีพวกเ้าเรียกข้าว่าพี่ศจีเถอะนะยังไงเราก็เป็คนกันเองกันอยู่แล้ว”
“คารวะท่านพี่ศจีขอรับ/เ้าค่ะ”เสียงเอ่ยทำความเคารพของบิดาและมารดาของดินดังขึ้นพร้อมกัน
“เชิญเข้าด้านในกันก่อนเถอะแล้วค่อยพูดจาทักทายกันทีหลังข้างนอกมันอากาศหนาวเหลือเกินเดี๋ยวจะไม่สบายกันมาเถอะข้าได้ตระเตรียมอาหารไว้รอต้อนรับพวกเ้าไว้แล้วล่ะ”
เมื่อเข้ามาด้านในห้องรับประทานอาหารก็เห็นอาหารหลากหลายชนิดที่ถูกจัดวางเตรียมไว้บนโต๊ะอยู่พร้อมแล้วทำให้ดินนั้นเห็นแล้วก็รู้สึกเป็ห่วงมารดาของพี่สิงห์กลัวว่าท่านจะเหนื่อยเกินไปจนทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นมาได้ตัวเขานั้นวางแผนไว้ว่าหลังจากแต่งงานแล้วจึงจะลงมือใช้เวทย์รักษาให้ท่านในตอนนั้น
“อาหารทั้งหมดนี้ท่านแม่ทำเองเลยหรือขอรับ”
“ใช่จ้ะไม่รู้ว่าจะถูกปากทุกคนหรือเปล่า”
“โธ่~ท่านแม่ต้องระวังสุขภาพให้มากกว่านี้นะขอรับทำอาหารเยอะแยะขนาดนี้มันต้องเหนื่อยแน่ๆคราวหลังท่านแม่ไม่ต้องทำแล้วนะขอรับแล้วท่านยังดื่มยาบำรุงที่ข้านำมาให้ทุกมื้ออยู่หรือเปล่าขอรับ”
“จ้าๆต่อไปแม่จะไม่หักโหมทำอะไรแล้วล่ะแล้วยาบำรุงที่เ้าให้มาแม่ก็ต้มดื่มทุกมื้อเลยล่ะแหม~เ้าเด็กคนนี้นี่น๊าบ่นแม่เหมือนเ้าสิงห์ไม่มีผิดเลยนะหึหึหึ”
“บุตรข้านั้นเป็คนพูดมากเช่นนี้แหละท่านพี่ศจีข้าว่าท่านเปลี่ยนใจยกเลิกงานแต่งตอนนี้ก็ยังทันนะขอรับ”นายมั่นนั้นรู้สึกหมั่นไส้เ้าบุตรชายนักที่ตอนนี้กำลังถูกิญญาผีสะใภ้ยอดกตัญญูเข้าสิงอยู่
“ไม่ได้นะท่านแม่!ท่านพ่อน่ะชอบใส่ร้ายข้าถ้าท่านแม่ศจีกับพี่สิงห์เปลี่ยนใจนะข้าจะไม่คุยกับท่านพ่อร้อยปีเลยคอยดูสิ”
“ใช่ๆข้าก็จะไม่คุยกับท่านพ่อร้อยปีด้วยล่ะขอรับ”นัทซึรีบเข้าข้างพี่ชายตนทันทีเพราะ่นี้ท่านพ่อนั้นไม่ค่อยตามใจตนเองสักเท่าไหร่
“อ้าว~เ้าตัวเล็กก็จะเอากับเขาด้วยหรือลูกหนูชื่ออะไรจ๊ะบอกป้าได้มั้ย”
“ข้าชื่อนัทซึขอรับอายุหกขวบกับเจ็ดเดือนแล้วขอรับ”
ฟอดดดดดดดดด...ด
“น่ารักจริงๆเ้าเด็กคนนี้ ตายจริง!ข้าลืมแนะนำลูกชายคนเล็กข้าไปเลยนี่ลูกชายคนเล็กของข้าเองชื่อเสือตัวอาจจะโตไปเสียหน่อยแต่จริงๆ แล้วอายุเพียงแค่สิบสองขวบเท่านั้นแหละ”
“ข้าเคยเห็น~ข้าเคยเห็น~เสือตัวลายๆเหมือนแมวเลย ข้าอยากจะเข้าไปเล่นกับมันแต่ท่านพ่อไม่ยอมท่านบอกว่าเสือจะกินข้าแล้วท่านจะกินข้ามั้ยอ่าพี่เสืออิอิอิ”
นัทซึพูดจบก็ปีนขึ้นไปนั่งตักของเสือเสมือนว่าสนิทสนมกันมานานจากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งพิงอกคนเป็พี่พร้อมกับแกว่งขาโยกตัวไปมาอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้รู้เลยว่าก้นเล็กๆของตนที่กำลังโยกไปหน้าทีหลังทีนั้นได้ไปกระตุ้นทำให้เ้าลูกชายของเสือมันตื่นตัวจนแข็งเป็ลำนูนคับแน่นอยู่ในกางเกง
เสือนั้นพยายามเก็บอาการอย่างสุดความสามารถจนหน้าเขียวคล้ำหากมีคนรู้เื่นี้เข้าเขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหนแน่ๆ
“นัทซึลงมานั่งกินข้าวดีๆก่อนเถอะลูกแล้วเ้าก็อย่าไปรบกวนพี่เขาอย่างนั้นสิมันไม่น่ารักเลยนะ รู้มั้ย?”
เมื่อโดนมารดาของตนเอ่ยเตือนเ้าเด็กน้อยก็ตั้งท่าจะปีนลงมาจากตัวของเด็กหนุ่มแต่ยังไม่ทันที่จะเลื่อนตัวลงได้สำเร็จก็ถูกกอดยึดตัวเอาไว้เสียก่อน
“ม...ไม่เป็ไรหรอกท่านน้าพิมให้น้องนั่งกับข้าก็ได้เดี๋ยวข้าจะป้อนข้าวให้น้องเองขอรับ”เสือนั้นจะปล่อยให้นัทซึลงไปจากตักตนตอนนี้ไม่ได้เป็อันขาดเพราะความเป็ชายของตนตอนนี้นั้นมันแข็งตั้งตรงเป็เสากระโดงเรืออยู่หากเ้าหนูน้อยลงไปจากตักตนในเวลานี้ก็ความแตกกันพอดีนะสิว่าเขานั้นมีอารมณ์ใคร่กับเด็กวัยเพียงเท่านี้
นัทซึยังคงแกว่งเท้าและโยกตัวโยกหัวไปมาเหมือนเดิมเพียงแต่จะแรงและถี่ขึ้นมากกว่าเดิมเท่านั้นเป็เพราะว่าเ้าตัวเล็กในตอนนี้นั้นกำลังอารมณ์ดีที่มีคนเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนปลาให้กินนั่นเองแต่คนที่เป็เบาะนั่งให้เ้าเด็กน้อยนั้นกำลังเหงื่อแตกซิกๆอยู่ และถ้าหากเ้าเด็กคนนี้ยังไม่เลิกโยกตัวไปมาแล้วล่ะก็ไม่เพียงแค่เหงื่อเท่านั้นที่จะแตก!!แต่อย่างอื่นก็จะแตกตามออกมาด้วยเช่นกัน
ข้าเข้าใจท่านแล้วล่ะพี่สิงห์วันนั้นข้าไม่น่าไปต่อว่าท่านอย่างนั้นเลยนี้ตอนนี้กรรมมันตามมาสนองข้าแล้วล่ะขอรับโอ้วว ซี๊ด~~(T_T)