จารึกที่ 218 : เตาหลอมปราณจำลอง | ผนึกมิติแดนลับสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา
กาลเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามซวี อันเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีหมึกกึ่งตะกั่วหลังดวงตะวันลับขอบฟ้า ในช่วงเดือนสามฮวาเย่วบุปผาบานสะพรั่ง 花月 (ฮวาเยว่ - ดอกไม้ผลิบาน) สายลมบนระดับความสูงเสียดฟ้าช่างหนาวเหน็บจนบาดลึกถึงกระดูก หากเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคงถูกความเย็นแช่แข็งจนเลือดหยุดไหลไปนานแล้ว
เรือพายเมฆาซ่อนเงา 隐云舟 (อิ่นอวิ๋นโจว) พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆาอย่างไร้สุ้มเสียง บนดาดฟ้าเรือที่ถูกครอบด้วยค่ายกลพรางตาระดับปฐพี อาเจียในชุดซอมซ่อนั่งขัดสมาธิอยู่บนกระดานไม้ ดวงตาทั้งสองข้างยังคงถูกพันด้วยผ้าหยาบๆ ทว่าภายในห้วงอนธการนั้น เนตรสูญตา 空性眼 (คง-ซิ่ง-หยั่น) กำลังจับจ้องไปยัง 'กลุ่มก้อนพลังงานสีเทา' เบื้องหน้าอย่างไม่วางตา
"ตั้งสติให้ดีไอ้หนูหน้าเงิน! หากเจ้าไม่อยากให้ จุดตันเถียน 丹田 (ตันเถียน) ระเบิดเป็นจุลตอนที่กลืนรากบัวผสานกระดูกลงไป ก็จงจดจำวิถีการโคจรปราณของข้าให้ขึ้นใจ!"
นักพรตหมื่นอีแปะตวาดเสียงกร้าว แม้น้ำเสียงจะดูยียวน ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับทรงพลังและลึกล้ำ ชายชราเริ่มยกมือขึ้นผสานอินช้าๆ ดึงเอา ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) จากฟ้าดินรอบทิศให้ไหลบ่าเข้ามาในร่าง
ในมุมมองของอาเจีย เขามองเห็นเส้นสายพลังงานสีฟ้าครามนับหมื่นนับแสนเส้น ถูกสูบเข้าไปในร่างของตาเฒ่าราวกับพายุหมุน ทว่าเมื่อปราณเหล่านั้นไหลลงสู่จุดตันเถียน แทนที่มันจะขยายตัวออก มันกลับถูก 'บีบอัด' อย่างรุนแรงจนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จากขนาดเทากำปั้น หดเหลือเท่าผลท้อ หดเหลือเท่าเมล็ดถั่ว... และท้ายที่สุด มันถูกบีบอัดจนกลายเป็น 'จุด' เล็กๆ ที่ไร้รูปทรง ทว่าอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล!
"นี่มัน... กลไกฟ้าอันใดกัน..." อาเจียพึมพำด้วยความตื่นตะลึง "บีบอัดพลังมหาศาลให้เหลือเพียงจุดที่ไร้ตัวตน... ไม่ให้มีพลังงานรั่วไหลออกมาแม้แต่อีแปะเดียว!"
(ใช่แล้วอาเจีย...) เสียงของมู่เฉินดังก้องในห้วงจิต ชี้แนะศิษย์รักอย่างภาคภูมิใจ (ตาเฒ่าผู้นี้เชี่ยวชาญการบีบอัดปราณถึงขีดสุด มันช่างสอดคล้องกับ วิถีแห่งสูญญตา 空之道 (คง-จือ-เต้า) ของเรายิ่งนัก! ความว่างเปล่ามิใช่ความไม่มี แต่คือการกักเก็บทุกสรรพสิ่งไว้ในจุดกำเนิด... นี่แหละคือรากฐานที่จะนำไปสู่การขีดเขียน อักขระสูญญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ในอนาคต!)
(นายท่าน... ท่านมัวแต่ชื่นชมตาเฒ่าหน้าเลือดนั่นอยู่ได้ รีบๆ สร้างเตาหลอมปราณจำลองเสียทีเถิดขอรับ) เสียงทุ้มต่ำของเจ้าสัวในร่าง พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี) ดังแทรกขึ้นมาอย่างกวนประสาท (หากท่านทำพลาดจนตันเถียนระเบิด ศัสตราประกอบและชิ้นส่วนพยนต์อันล้ำค่าของข้าที่อยู่ในแหวนมิติอาจจะพลอยหมองหม่นไปด้วย ข้ายังไม่อยากเป็นหุ่นกลศิลาไร้บ้านนะขอรับ)
"หุบปากแล้วดูเศรษฐีผู้มีพรสวรรค์ลงมือซะไอ้หุ่นกระป๋อง!"
อาเจียสวนกลับในใจ เขาสูดลมหายใจลึก ใช้เนตรสูญตาเพ่งมองรอยร้าวที่จุดตันเถียนของตนเอง จากนั้นจึงค่อยๆ ดึง 'เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า' ที่ตกค้างอยู่ในร่าง ออกมาถักทอเป็นเส้นสายอักขระหลิง (零) ที่มองไม่เห็น เขาไม่ได้ใช้ปราณเซียนแท้ เพราะรู้ดีว่าร่างกายรับไม่ไหว แต่เขาใช้สภาวะแห่งความว่างเปล่า สร้าง 'เปลือกหุ้ม' ขึ้นมาล้อมรอบจุดตันเถียนที่แตกร้าวเอาไว้อย่างช้าๆ
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มเงินนับหมื่นเล่มแทงทะลุเส้นชีพจร เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนเสื้อคลุมชุ่มโชก ทว่าอาเจียกัดฟันแน่น ท่องจำภาพการบีบอัดของนักพรตเฒ่า บีบอัดเจตจำนงแห่งความว่างเปล่าให้ควบแน่นเป็น 'เตาหลอมปราณจำลอง' ทับซ้อนกับจุดตันเถียนเดิมจนสำเร็จ!
วูบ...
ความเจ็บปวดที่เคยเสียดแทงทุเลาลงอย่างน่าประหลาด รอยร้าวถูกผนึกตรึงไว้ด้วยสภาวะสูญตา แม้จะยังไม่หายดี แต่มันก็แข็งแกร่งพอที่จะรับสมุนไพรระดับปฐพีได้แล้ว!
"สำเร็จ... ข้าทำได้แล้วขอรับอาจารย์ตาเฒ่า!" อาเจียหอบหายใจฮัก รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าที่ซีดเซียว
"หึ... พรสวรรค์ไม่เลว สมกับค่าเล่าเรียน 50,000 ก้อนที่ติดหนี้ข้าไว้" นักพรตหมื่นอีแปะลูบเคราแพะอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อเรือพายเมฆาซ่อนเงาค่อยๆ ลดระดับความเร็วลง "เตรียมตัวซะไอ้หนู เรามาถึงแล้ว"
เรือวิเศษลอยตัวหยุดนิ่งอยู่เหนือหุบเขาลึกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ หากมนุษย์ธรรมดามองลงมา คงเห็นเพียงป่ารกร้างและหุบเหวที่ไร้จุดสิ้นสุด ทว่าในสายตาของอาเจียที่เบิกเนตรสูญตาอยู่ โลกใบนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!
ภาพหุบเขาและหมอกควันถูกลอกคราบออก เผยให้เห็น 'ม่านพลังงานขนาดยักษ์' ที่กางกั้นครอบคลุมพื้นที่นับร้อยลี้! มันคือค่ายกลบรรพกาลที่เกิดจากการถักทอของเส้นสายอักขระสีทองและสีเลือดนับล้านๆ ตัว กลิ่นอายความเก่าแก่และจิตสังหารที่แผ่ออกมานั้น หนักหน่วงเสียจนทำให้อาเจียรู้สึกหายใจติดขัด!
"นี่คือ... ผนึกมิติแดนลับสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา..." อาเจียกลืนน้ำลาย "ค่ายกลระดับนี้... ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับ แก่นทองคำ 金丹 (จินตัน) นับร้อยคนมาโจมตีพร้อมกัน ก็ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้เลยด้วยซ้ำ!"
"ตาแหลมคมนี่" นักพรตเฒ่าชี้มือลงไปยังเบื้องล่าง "สัมผัสปราณดูสิไอ้หนู รอบๆ ทางเข้านั้น ไม่ได้มีแค่พวกเราหรอกนะ"
อาเจียเพ่งเนตรสูญตาทะลวงผ่านม่านหมอกลงไปเบื้องล่าง ทันใดนั้นเขาก็ต้องสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ! ที่บริเวณลานหินหน้าค่ายกลกางกั้น มีกลุ่มก้อนพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวหลายสิบกลุ่มยืนประจันหน้ากันอยู่ แต่ละกลุ่มแผ่กลิ่นอายที่เหนือล้ำกว่าเหลยเจิ้นหรือนักฆ่าจากหอเร้นเงาอย่างเทียบไม่ติด!
มีทั้งเรือรบหยกขาวของสำนักใหญ่ ราชรถเทียมอสูรวิหคเพลิง และยอดคนบำเพ็ญอิสระที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยวิชาเหาะเหินขั้นสูง!
"นั่นมัน... มีแต่ระดับแก่นทองคำขั้นปลาย และ... ระดับวิญญาณแรกเริ่ม 元婴 (หยวนอิง)!" อาเจียเหงื่อตก "ผู้อาวุโส ท่านพาข้ามาแดนประหารหรืออย่างไรขอรับ! มดปลวกที่ตันเถียนร้าวอย่างข้า แค่โดนคลื่นปราณของพวกสัตว์ประหลาดนั่นกระแทกก็คงแหลกเป็นผุยผงแล้ว!"
ตูมมม!!
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงระเบิดดังกึกก้องก็สั่นสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน ยอดฝีมือระดับแก่นทองคำขั้นปลายผู้หนึ่งทนความโลภไม่ไหว พุ่งทะยานเข้าไปโจมตีม่านค่ายกลด้วยศัสตราวิเศษหมายจะเบิกทาง ทว่าเพียงแค่ศัสตรานั้นสัมผัสถูกผนึก อักขระสีเลือดก็สว่างวาบ คลื่นพลังสะท้อนกลับกระแทกร่างของยอดฝีมือนั้นจนแหลกละเอียดกลายเป็นละอองเลือดกลางอากาศ ในพริบตาเดียว!
บรรยากาศรอบลานหินเงียบกริบลงทันที แม้แต่สัตว์ประหลาดระดับวิญญาณแรกเริ่มยังต้องขมวดคิ้วด้วยความหวาดหวั่น
นักพรตหมื่นอีแปะแค่นเสียงหัวเราะ "เห็นหรือไม่ไอ้หนู? ค่ายกลบรรพกาลนี้ ใช้กำลังทะลวงมีแต่ตายกับตาย... และนั่นคือเหตุผลที่ข้าพามหาเศรษฐีหน้าเงินผู้มีดวงตาวิปริตเช่นเจ้ามาด้วยอย่างไรเล่า... บอกข้ามา มองเห็น 'รอยรั่วแห่งสวรรค์' ของมันหรือไม่?"
อาเจียกวาดเนตรสูญตาไปทั่วโครงสร้างค่ายกลอันมหาศาล เขาต้องใช้ เอกธารูญาณ ขั้นสูงเพื่อประมวลผลความซับซ้อนของอักขระนับล้านตัว สมองของเขาเริ่มร้อนผ่าว เลือดกำเดาหยดหนึ่งไหลรินออกจากจมูก ทว่าริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย เมื่อเขาพบเห็น 'จุดสีดำ' เล็กๆ เท่าปลายเข็มที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางทะเลอักขระสีทอง!
"เห็นแล้วขอรับอาจารย์..." อาเจียเช็ดเลือดกำเดาพลางแสร้งทำน้ำเสียงอ่อนแรง "แต่โอ๊ย... ค่ายกลนี้ซับซ้อนเกินไป ข้าต้องใช้พลังสมองและดวงตาอย่างหนักหน่วงจนอายุขัยแทบจะสั้นลง..."
มหาเศรษฐีตาบอดแบมือออกไปทางนักพรตเฒ่าอย่างหน้าไม่อาย
"ค่าบอกตำแหน่งรอยรั่วแห่งสวรรค์ และวิธีทะลวงค่ายกลอย่างปลอดภัย... ข้าคิดราคา 5,000 ศิลาปราณระดับกลาง หักลบจากหนี้ก้อนเดิม... ท่านตกลงหรือไม่ขอรับ ปรมาจารย์หน้าเลือดของข้า?"
การค้ากำไรเกินควรในสภาวะเสี่ยงตาย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเบื้องหน้าสุสานบรรพชน!