ของในกล่องมีทั้งหมดสามชิ้นมีหม้อเหมือนหม้อเก้ามังกรสำหรับปรุงยาและหลอมสร้างอุปกรณ์มีหินวิญญาณขนาดใหญ่คล้ายที่จางเฉินเคยได้เมื่อตอนเจอกับคิเมร่ามันมีสีขาวขุ่นดูจะเป็นระดับเซียนซึ่งจางเฉินจะต้องใช้เมื่อพัฒนาสู่ระดับเซียนเปลี่ยนพลังปราณสู่ระดับเซียน และกระบี่สีขาวเล่มหนึ่งดูรู้สึกถึงความหนาวเย็นจางๆน่าจะเป็นธาตุน้ำแข็ง
“ข้าเหลือหม้อใบนี้”ถังหลิงหลิงหยิบหม้อแล้วเก็บเข้าแหวนมิติ
“งั้นที่เหลือของข้า”จางเฉินเอาทั้งกล่องเข้าแหวนมิติเมื่อสมบัติทั้งสามที่ทำหน้าที่สนับสนุนอาเรย์ของเมืองหายไป โซ่เหล็กขนาดใหญ่ที่พันอยู่ตามเสาและลอยอยู่รอบๆก็ร่วงลงพื้นเสียงดัง
รูปแบบการจัดเรียงในอดีตแปลกมากเหมือนจะเน้นไปที่ของวิเศษสามชิ้นคล้ายๆ กันโชคดีที่มีน้ำพุเซียนด้วย มิเช่นนั้นจางเฉินก็คงเดินทางเสียเที่ยวในครั้งนี้เขามีหมดแล้ว หินวิญญาณเองก็ยังใช้ไม่ได้ อาวุธก็ได้แต่ให้คนอื่น
“เจ้าออกไปก่อนตอนนี้เราใช้พลังปราณได้แล้วเจ้าน่าจะสามารถหลบหลีกและต่อสู้ร่างวิญญาณพวกนั้นได้อย่างง่ายดาย”
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า พอดีชุดนี้ไม่พอดีมันรัดนิดหนึ่ง หรือเจ้าอยากดูข้าไม่ใส่เสื้อผ้าอีกรอบหนึ่ง”
“เจ้า...”ถังหลิงหลิงชี้นิ้วใส่จางเฉิน แล้วกระทืบเท้าเดินออกจากโถงวัง
จางเฉินนั้นต้องการน้ำพุเซียนและโซ่เหล็กทั้งหมดด้วยจึงเสนอให้นางออกไปก่อนแล้วถังหลิงหลิงออกจากวังแล้วจางเฉินก็ให้เหล่าโสมออกมาช่วยดึงน้ำพุเซียนเข้าสู่มิติ
ภายนอกวังนั้นเมื่อถังหลิงหลิงออกมาก็ปลดปล่อยพลังปราณฆ่าเหล่าร่างวิญญาณเหล่านั้นอย่างง่ายดายส่วนนักรบปราณที่เหลือรอดเพียงครึ่งเดียวจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้นั่น เมื่อเห็นถังหลิงหลิงใช้พลังปราณจึงลองรวบรวมพลังปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกายและเข้าร่วมต่อสู้ได้เช่นกัน
เมื่อจางเฉินเก็บน้ำพุเซียนเรียบร้อยนักรบปราณมากมายก็เข้ามาในวังแล้ว ทุกคนต่างวิ่งไปทั่วตามเส้นทางต่างๆ ในวังจางเฉินนั้นไม่ได้มีความสนใจอะไรมากแล้ว พอมีคนเยอะก็มีแต่จะวุ่นวายจึงออกจากวังจึงพบถังหลิงหลิง รวมกลุ่มกับนักรบปราณทั้งห้าอีกครั้ง
“ข้าขอตัวต้องเดินทางต่อ”จางเฉินหันไปพูดคุย
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวัง”
“ข้ารู้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” จางเฉินยิ้มมุมปาก
นักรบปราณทั้งห้านั้นเห็นจางเฉินพูดคุยกับถังหลิงหลิงเหมือนมีความสนิทสนมกันพวกมันได้แต่เก็บความเจ็บแค้นไว้เท่านั้น
“ถ้ามีโอกาสหากเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรสามารถมาหาข้าได้ที่นิกายดาบสวรรค์ได้ครั้งนี้ได้เจ้าช่วยไว้มากเลย”
“นิกายดาบสวรรค์?”
“ใช่แล้วพวกเราคือคนของนิกายดาบสวรรค์ ส่วนแม่นางถังหลิงหลิงคือลูกสาวของเจ้าสำนักเจ้ามาจากไหนถึงไม่รู้จัก” นักรบปราณคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงไม่พอใจ
“เอาละข้าต้องขอตัว”
เมื่อไม่มีอาเรย์ปิดกั้นพลังปราณแล้ว พื้นที่เมืองโบราณนั้นก็ไม่มีอันตรายอะไรอีกสำหรับเหล่านักรบปราณต่างก็แยกย้ายกันค้นหาสมบัติในสถานที่ จางเฉินนั้นเดินทางค้นหาไปทั่วเผื่อว่าจะมีอะไรอีกพบเพียงหินวิญญาณบ้างเท่านั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษอีกแล้วจึงออกจากหุบเขาแล้วเดินทางต่อเพื่อไปจุดศูนย์กลางของดินแดนแห่งความตาย
ในครั้งแรกจางเฉินคิดว่าอาจได้เจอเผ่าปีศาจที่นี่เพราะสภาพแวดล้อมนั้นคล้ายกับที่เจอในดินแดนลับแต่กลับต้องผิดหวังเป็นอย่างมาก
ห่างออกไปหลายร้อยไมค์ประตูอาเรย์ขนส่งทางไกลอีกแห่งหนึ่งได้เปิดขั้น มีนักรบปราณและราชาปราณมากกว่าสองร้อยคนเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งความตายเมื่อมองดูที่การแต่งชุดนั้นพบว่าเกินครึ่งใส่ชุดคลุมของหอการค้าสายหมอก
“เอาละทุกท่านผู้เชี่ยวชาญของหอการค้าสายหมอกของเรานั้นจะช่วยดูแลเรื่องการเดินทางและแนะนำสิ่งต่างๆให้กับท่านในการค้นหาขุมทรัยพ์ในดินแดนแห่งความตายนี้จุดมุ้งหมายของหอการค้าเราคือต้องการให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้มั่นใจได้”
นักรบปราณหลายคนรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากและดีใจที่ได้ติดตามหอการค้าสายลมแต่หอการค้านั้นไม่ได้บอกว่าจะยึดสมบัติที่ได้จากการเดินทางที่ครึ่งหนึ่งเมื่อออกไป
“ฟงหยาง เราจะทำอะไรตอนนี้เจ้าเด็กน้อยนั่นน่าจะเดินทางผ่านอาเรย์ขนส่งทางไกลมาสักพักแล้ว”
“ไม่ต้องห่วง พี่ชายข้ามีวิธีการอยู่เด็กนั้นกล้ามีเรื่องกับสมาคมการค้าเราถ้าไม่ติดที่ว่ามันเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านหยุนเจี่ย ข้าคงจัดการมันไปนานแล้วไม่นานมันต้องตายแน่นอน”
ฟงหยางหยิบแผ่นทรงกลมเป็นเข็มทิศออกมาแล้วเปิดใช้งานลูกศรนั้นหมุนวนรอบๆ เข็มทิศอย่างรวดเร็วแล้วหยุดที่ทิศทางที่จางเฉินอยู่ “เอาละท่านตามข้ามา”
จางเฉินนั้นกำลังรีบเร่งเดินทางเพื่อค้นหาเผ่าปีศาจตนนั้นต่อไปแม้จะไม่สามารถตรวจสอบสัญญาณตราประทับได้ แต่เขามั่นใจว่ามันต้องอยู่ที่จุดศูนย์กลางของดินแดนแห่งความตายแน่นอนระหว่างเดินทางนั้นจางเฉินก็ได้เก็บสมุนไพรมากมายสมุนไพรเหล่านี้โตตามหนองบึงสีดำจำนวนมาก และมีพลังเย็นๆ คล้ายความตายแต่เมื่อตรวจสอบนั้นสมุนไพรเหล่านี้กลับมีสรรพคุณทางยาที่ยอดเยี่ยม เมื่อกลั่นด้วยไฟแล้วพลังเย็นก็จะหายไปเอง
จางเฉินหยุดที่เนินเขาเตี่ยๆ แห่งหนึ่ง เขารู้สึกว่าถูกพลังความมืดนั้นรุกรานเรื่อยๆและบางส่วนสะสมในร่างกาย แม้จะมีไฟสุริยะช่วยกลั่นกลอง แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะระหว่างทางเองก็ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรต่างๆเรื่อยๆ บนฟ้านั้นก็พบเห็นสัตว์อสูรระดับสูงเป็นระยะถ้าให้หงเอ๋อพาบินไปจะลำบากกว่ามากต้องเดินทางด้วยตัวเอง จึงหยุดเพื่อทานโอสถ
ขณะที่จางเฉินกำลังนั่งพักอยู่นั้น ก็พบว่าเนินเขานี้มีการสั่นสะเทือน สักพักหนึ่งก็มีไส้เดือนขนาดใหญ่โผล่มาจากพื้นดิน
“โอ้ย ไม่ให้ได้พักเลย”
ไส้เดือนขนาดใหญ่นั้นไม่รู้ความยาวลำตัวเท่าไหร่มันโผลหัวขึ้นมาอาจจะซักครึ่งหนึ่งฟันของมันดูแหลมคมมาก เมื่อแตกออกจากพื้นดินมันก็อ้าปากแล้วก็พยายามดูดกลืนจางเฉินทันที
พลังการดูดของมันน่ากลัวมากคล้ายกับมีสายลมยึดเป็นเชือกมัดจางเฉินไว้เพื่อไม่ให้สามารถขยับตัวได้และถูกมันดึงเข้าปากอย่างง่ายดาย จางนินนั้นมองฟันที่เรียงกันอย่างหนาแน่นและมันเงาคล้ายเหล็กของมันแอบกังวลใจเล็กน้อย รีบรวบรวมพลังปราณเพื่อต่อต้าน แล้วพุ่งเข้าโจมตีส่วนหัวของมันทันที
บูมมม
ดาบพลังปราณของจางเฉินกระแทกเข้ากับส่วนหัวของมันอย่างแรงทิ้งร่อยรอยไว้เพียงหนึ่งฟุตเท่านั้นซึ่งเหมือนเป็นแผลขีดข่วนเมื่อเทียบกับร่างกายขนาดใหญ่ของไส้เดือน
“ร่างกายแข็งแกร่งมาก”
จางเฉินหลบหลีกการโจมตีกลับของไส้เดือนดินครั้งหนึ่งแล้วใช้กระบวนท่าดาบเก้ามังกรทลายภูผาเข้าที่ส่วนหัวของไส้เดือนอีกครั้งกระบวนท่านี้รุนแรงกว่าการโจมตีด้วยดาบปราณหลายเท่าไส้เดือนนั้นมีแผลขนาดใหญ่ทันที ตาข้างหนึ่งบอดเพราะถูกฟันเป็นแผลลึก
จางเฉินกระหน่ำด้วยกระบวนท่าของเพลงดาบเก้ามังกรอีกสองสามครั้งจึงสามารถฆ่าไส้เดือนดินนี่ได้เมื่อไส้เดือนตายแล้วจางเฉินก็ขุดหาแกนวิญญาณของมัน
เมื่อได้แกนวิญญาณแล้วจางเฉินก็นำเลิอดของไส้เดือน แกนวิญญาณ และสมุนไพรเข้าสู่หม้อเก้ามังกรเพื่อนั่งปรุงยาแก้พิษใหม่ หลังจากที่สำรวจมานานเขาพบว่ายาแก้พิษเดิมนั้นมีผลอยู่ไม่นานการใช้เลือดของสัตว์อสูรระดับสูงในดินแดนแห่งความตายเพื่อช่วยปรุงยาแก้พิษนั้นจะให้ผลที่ดีที่สุด
เมื่อทานโอสถที่ปรุงขึ้นใหม่แล้วจางเฉินก็รู้สึกเหมือนร่างกายด้านพิษในดินแดนแห่งความตายที่กระจายเป็นหมอกดำไปทั่วนี่มากขึ้นพักผ่อนสักครู่หนึ่งจึงเดินทางต่อ
หลังจากเดินทางหลายร้อยไมล์จางเฉินนั้นรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในพื้นที่ด้านหน้าของเขาจึงรีบใช้พลังวิญญาณเพื่อสำรวจ ตามต้นไม้นั้นปรากฏพลังวิญญาณอย่างแผ่วเบาจากรูปร่างนั้นน่าจะเป็นงูมีถึงห้าหกตัว
“สัตว์ร้ายในดินแดนแห่งความตายนี้รู้จักซ่อนตัวและปิดบังพลังในร่างด้วยน่ากลัวจริงๆ โชคดีที่ไหวตัวทัน หากโดนโจมตีไม่ตั้งตัวด้วยสัตว์อสูรหลายตัว คงแย่มาก”