เมื่อชายหญิงตกลงปลงใจกันแล้ว พวกเขาก็ไปหาสวีเหอและสวีซานในทันที และบอกกล่าวเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้เอาไว้เพื่อที่จะคบกันอย่างถูกต้องโดยไม่ทำให้เกียรติของนางต้องเสื่อมเสีย
เป็นที่แน่นอนว่าทั้งสวีเหอและสวีซานก็ตอบรับแต่โดยดี สำหรับพวกเขาลั่วอู่หลินนั้นเพรียบพร้อมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะหน้าตา พลัง หรือแม้แต่ภูมิหลังเองก็ตาม การที่สวีปิงเอ่อร์ตกลงปลงใจกับชายหนุ่มมันก็ทำให้พวกเขาดีใจกับนางไปด้วย
ลั่วอู่หลินรั้งอยู่ที่ตำหนักเทพสวรรค์อีกเจ็ดวันด้วยกัน ก่อนที่จะออกเดินทางไปทำภารกิจต่อไปกับหลินชิงหลวน ซึ่งเขาก็ให้สวีเหอพาสวีปิงเอ่อร์เดินทางไปรอที่ตระกูลหลินก่อน เนื่องจากเขาไม่อยากให้ตาแก่หลินมีข้ออ้างในการผนึกปราณของเขาอีก จึงอยากจะทำภารกิจให้มันเสร็จๆไป แค่ตรวจการเมืองต่างๆสำหรับเขาไม่ได้มีอะไรยากเย็น
"ท่านป้า เมืองที่ต้องไปตรวจการมีเมืองอะไรบ้างอย่างนั้นหรือ"ขณะที่เรือเหาะกำลังบินร่องกลางท้องนภาลั่วอู่หลินก็กล่าวถามด้วยความสงสัย
"มีอยู่ทั้งสิ้นสามเมืองด้วยกันที่พวกเราต้องไปตรวจสอบ หนึ่งคือเมืองหยาง สองคือเมืองจวิน และสามคือเมืองจ้าน สามเมืองนี้ถือว่าเป็นสามเมืองใหญ่ที่อยู่ใต้ร่มเงาของตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วง แต่ละเมืองก็จะมีเมืองระดับกลางและเล็กในการปกครองแยกย่อยกันออกไป"หลินอี้เฟยกล่าวอธิบาย
ในสามเมืองนี้ชายหนุ่มคุ้นเคยกับเมืองหยางเท่านั้น เพราะเป็นของเมืองที่หยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงอยู่ แต่สำหรับเมืองจวิน กับเมืองจ้านนั้น ชายหนุ่มไม่รู้จักมันมาก่อน แต่ดูแล้วก็ไม่น่าจะแตกต่างกับเมืองหยางเสียเท่าไรนัก
"แล้วการเดินทางครั้งนี้กว่าจะถึงต้องใช้เวลาประมาณเท่าไรขอรับ"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
"จากตำหนักเทพสวรรค์หากให้ประมาณการก็น่าจะสิบวันกระมัง"
"อืม เช่นนั้นสิบวันนี้ข้าจะอยู่แต่ในห้อง ท่านห้ามรบกวนข้าตกลงหรือไม่"ลั่วอู่หลินทำสีหน้าจริงจัง
"รู้แล้วน่า เจ้าเห็นท่านป้าผู้นี้เป็นพวกชอบก่อกวนหรืออย่างไร"นางกล่าวออกมาเช่นนั้น ลั่วอู่หลินก็พลันพยักหน้าให้นางและเดินเข้าไปในห้องของตนเองในทันที
เมื่อปิดประตูจนสนิทและเห็นว่าท่านป้าของตนไม่สงสัยอะไร เขาก็พลันเข้าไปหอคอยมหาสมบัติของตนเองอย่างรวดเร็ว และที่ๆชายหนุ่มเข้ามาแน่นอนว่าย่อมเป็นชั้นแรกของหอคอย ซึ่งในเวลานี้ช่างน่าแปลกใจยิ่งนักที่เหลือเพียงไป่หลี่เอ่อร์และเมิ่งอี้หรานสองคนเท่านั้นที่นั่งดื่มชาอยู่ข้างสระบัวแก้วอย่างสงบ
"สาวน้อยทั้งสอง พี่น้องของเจ้าไปไหนกันหมด"ลั่วอู่หลินเดินมาถึงก็กล่าวถามออกไป
"ลู่ฟางหนิงกับลู่ฟางเยว่พาซีอวิ้นไปชั้นเก้าเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อยที่จะเกิดมาว่าพวกเราจะเลี้ยงเขาในแนวทางไหน ส่วนพี่หญิงไป่หนี่กักตัวดูดแร่หินปราณเพราะกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเลื่อนระดับ พี่หญิงหยางเหมยกุ้ยและพี่หญิงหลี่อิงพวกนางไปสำรวจพื้นที่น่ะ เพิ่งไปเมื่อครู่นี้เอง"เมิ่งอี้หรานกล่าว
"โอ้ แล้วพวกเจ้าไม่ไปไหนหรือ มานั่งอยู่ตรงนี้ไม่เบื่อหรืออย่างไร"ชายหนุ่มนั่งลงและกล่าว ไป่หลี่เอ่อร์ยกยิ้มบางและรินชาให้
"พวกเราพึ่งกลับมาจากการอ่านตำราทักษะชั้นที่สาม แล้วจะให้เบื่อได้อย่างไร ว่าแต่เจ้าเถอะโลกภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง สามีเจ้ารับมือไหวหรือไม่"ไป่หลี่เอ่อร์กล่าวถาม
ลั่วอู่หลินส่ายหน้าเบาๆ"ไม่ได้มีอะไรมากมาย ที่มาในครั้งนี้ก็เพราะจะมาถามพี่หญิงหยางเหมยกุ้ยและพี่หญิงหลี่อิงของพวกเจ้าว่าจะกลับไปเที่ยวชมเมืองพร้อมกันหรือไม่ เพราะข้ากำลังจะไปถึงเมืองของพวกนางในไม่ช้า แต่นางกลับไม่อยู่เสียได้"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับกระดกชาดื่ม
"เจ้าก็ไปหาพวกนางก็ได้นี่ ไม่เช่นนั้นกว่าพวกพี่หญิงจะสำรวจพื้นที่เสร็จก็คงกินเวลาเป็นวันๆเลยทีเดียว หากเจ้ารั้งอยู่นานขนาดนั้นคนจากโลกภายนอกอาจจะสงสัยเอาได้"เมิ่งอี้หรานกล่าวแนะนำ เนื่องจากตัวนางเองไม่รู้ว่าที่โลกภายนอกเป็นอย่างไรจึงอดเป็นห่วงสามีของนางไม่ได้
"ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นไป ที่บนเรือเหาะมีท่านป้าและผู้ติดตามของนางเท่านั้น อีกทั้งข้ายังกำชับเอาไว้แล้วว่า ห้ามรบกวนโดยเด็ดขาด ดังนั้นข้ายังมีเวลาอยู่ที่นี่ได้อีกนานโข"เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งไป่หลี่เอ่อร์และเมิ่งอี้หรานดวงตาเป็นประกาย
"หากเป็นเช่นนั้นพวกข้าอยากจะขอคำชี้แนะ เรื่องทักษะยุทธกับสามีหน่อยได้หรือไม่ พอดีพวกเรากำลังศึกษาเรื่องทักษะโจมตีประสานแต่ยังไม่เข้าใจอีกหลานส่วน"พวกนางกล่าว ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็มองพวกนางด้วยความสนใจก่อนที่จะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
"มันก็ได้อยู่ แต่ทว่าข้ายังมีอะไรบางอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จนี่สิ........อืม..........เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร พวกเจ้าทำสิ่งที่ข้าอยากทำให้เสร็จก่อนแล้วข้าจะให้คำปรึกษา"ชายหนุ่มกล่าวเสนอแนะ หญิงสาวทั้งสองพยักหน้าเชิงตอบรับแต่โดยดี
เมื่อได้รับสัญญาณตอบรับจากหญิงสาวเช่นนี้ลั่วอู่หลินก็ดึงภรรยาทั้งสองเข้ามานั่งที่ตักจนพวกนางพากันตื่นตระหนกยกใหญ่
"อะไร! นี่พวกเจ้ามีสามีแล้วนะ ไฉนถึงยังดูไร้เดียงสาจัง"
"กะ ก็พวกเราเอาแต่ฝึกฝนไม่ได้เลยไม่ได้คิดเรื่องเช่นนี้เลยนี่ สามีท่านเลิกแกล้งพวกเราได้แล้ว"เมิ่งอี้หรานกล่าวอย่างติดขัดมือของนางทุบไปที่อกของชายหนุ่มเบาๆด้วยความเขินอาย
"ใครว่าข้าแกล้งพวกเจ้ากัน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตอนนี้มีพวกเจ้าอยู่กันแค่สองคน อีกทั้งเวลาก็ยังมีอยู่มากมาย พวกเรามาทำขั้นตอนที่ยังค้างคากันดีหรือไม่"น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างยิ่ง
ทั้งไป่หลี่เอ่อร์และเมื่งอี้หรานที่ได้ยินถึงกับใจเต้นโครมครามในทันใด ขั้นตอนที่ยังค้างคา!!! เหตุใดพวกนางจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร มันคงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการเข้าหออย่างแน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนี้พวกนางทั้งสองก็ได้แต่บิดไปบิดมาอย่างเขินอายภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่ม
"ไปเถอะ วันนี้ข้าจะทำหน้าที่สามีของพวกท่านให้สมบูรณ์เสียที"กล่าวจบชายหนุ่มก็ไม่รอช้าอุ้มภรรยาสาวสองนางพุ่งทะยานเข้าคฤหาสน์ไป
ต้องบอกก่อนว่าลั่วอู่หลินรอเวลานี้มานาน แล้วเขาจะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้ไปได้อย่างไร น่าเสียดายนักที่หยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงไม่ได้อยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นพวกนางย่อมไม่รอดพ้นเงื้อมมือสามีตัวร้ายคนนี้อย่างแน่นอน
ในเวลาต่อมาภายในคฤหาสน์ใหญ่ได้มีเสียงคราญครางกระเส่าของชายหญิงดังออกจากห้องๆหนึ่งไม่ขาดสาย เมิ่งอี้หราน ไป่หลี่เอ่อร์ รวมไปถึงลั่วอู่หลินตกอยู่ในภวังค์ของแห่งความกระหายไคร่อย่างยิ่งยวด และร่วมผสานบทเพลงแห่งรักที่เร้าร้อนประดุจไฟสุมนี้ตลอดทั้งวันโดยไม่หยุดพักแต่อย่างใด