บทนำ
มีนักปราชญ์บางคน นิยามถึงคำว่าคู่ขนาน เมื่อมีสิ่งหนึ่งย่อมมีอีกสิ่งเกิดขึ้นอยู่คู่กันเสมอทว่าสองสิ่งที่คู่กัน..
.....ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักอย่างเดียว
นิยามที่ถูกบัญญัติเอาไว้จะค่อย ๆผันเปลี่ยนไปตามเวลาเมื่อนักปราญช์คนนั้นได้ตายลงและเกิดนักปรัชญารุ่นใหม่เข้ามาสานต่อความคิด
คนรุ่นหลังมีโอกาสได้มองเห็นโลกที่กว้างกว่า เมื่อโลกกลมและแสงมีต้นกำเนิด ความมืดก็ถือกำเนิดขึ้นเคียงคู่กัน บางศาสตร์กล่าวถึงสีดำและขาวผสานกันคนละครึ่งในดำมีขาวและในขาวมีดำ
.....เขา้าสื่อถึงทั้งสองด้านในจิตใจมนุษย์หรือเปล่านะ?
.....แต่สำหรับผมนั้น..มนุษย์เหมือนเหรียญที่มีสองด้านซะมากกว่า
" อิไลเธอควรพักผ่อนได้แล้วนะ " เสียงหวานแ่ ๆ เป่ารดอยู่ข้างใบหูชายที่เข้าสู่วัยยี่สิบปี
" พี่..ผมไม่อยากนอนเลย " ชายหนุ่มเหม่อลอยบนท้องฟ้าแสงนวลของดวงจันทร์สาดแสงสว่างอิไลชอบที่สุดเพราะมันช่วยให้เขาจินตนาการได้ว่าความอ่อนละมุนเป็เช่นไร
" ทั้งทำงานหนักกับโดนพวกนั้นเอาเปรียบเธอควรจะพักเพื่อวันพรุ่งนี้ " หญิงสาวหน้าพิมพ์เดียวกันกับชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะโอบกอดน้องชายอันเป็ที่รักเอาไว้
ิญญาช่างเยือกเย็น..แต่ถึงอย่างนั้นหากมันจะทำให้หัวใจของอิไลอบอุ่นอิไลซ่าก็จะกอดเขาไว้ให้นานเท่านาน
" ผมไม่อยากฝันถึงมัน "
" พี่จะปกป้องเธอเอง..นอนเสียเถอะ " คนตายจูบปลอบขวัญคนเป็ที่ขมับอย่างอ่อนโยนแม้จะอยู่กันคนละโลกแล้วก็ตามทว่าอิไลซ่าและอิไลมีความพิเศษ
และด้วยความพิเศษนี้มันจึงเป็ภัยต่อสองพี่น้องเสมอมา
" ถ้าอย่างนั้น..ผมจะงีบสักหน่อย " ั์ตาสีเขียวหม่นหันกลับมาภายในห้องเก่า ๆ อันเป็ที่ซุกหัวนอนเพียงหนึ่งเดียวที่ปลอดภัยในเวลานี้
อิไลทำงานหนักสามเท่าเพื่อแลกกับเศษอาหารที่นอนใต้บันไดชีวิตที่ลำบากมาสิบกว่าปี บ่มเพาะให้เขาทำอะไรก็ได้เพื่อจะไม่ต้องเร่ร่อนข้างถนนเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ ชีวิตที่เป็อยู่ตอนนี้ของเด็กหนุ่มก็นับว่าน่าอิจฉามากแล้ว
ร่างผอมแห้งสกปรกคู้ตัวใต้ผ้าห่มผืนเก่ามันช่วยคลายหนาวได้ดีแม้ว่ามันจะเปื่อยมากแล้ว
อิไล เมคออย มีชีวิตที่ดี มีที่นอนเสื้อผ้าและอาหารเป็ความเมตตาจากเ้าของร้านขายเนื้อที่รับเขาไว้ใช้งานถึงจะถูกใช้แรงอย่างหนักและได้กินเพียงเศษเนื้อสุก ๆดิบ ๆ แต่นี่คือชีวิตที่ดีภายในสลัมแห่งนี้
สลัมที่ถูกเรียกจากคนภายนอกว่าแหล่งโสมม บุคคลส่วนมากที่รู้จักสลัมแห่งนี้ล้วนเป็พวกเลวทราม
ในสังคมข้างนอกนั่นจะไม่มีใครรู้เื้ันักบุญว่าทำเื่ต่ำช้าได้ขนาดไหน ในที่แห่งนี้สิ่งผิดกฏหมายเป็เื่เสรี มีพวกเก็บค่าคุ้มครอง พ่อค้าอาวุธ ซ่องค้าเนื้อ มีทุกอย่างให้ซื้อ ั้แ่ร้านข้างทางไปจนถึงหอประมูล
อิไลเกลียดที่นั่นเพราะมันเป็ที่ ๆคนพวกนั้นเอาอิไลซ่าไปขายเพราะราคาชิ้นส่วนของเด็กสาวอายุสิบห้าในเวลานั้นราคาสูงมาก
ชายร่างผอมโซกัดฟันด้วยความโกรธแค้น ั้แ่เด็กที่แม่ไม่เคย้าพวกเราสองพี่น้อง เธอเพียงอุ้มท้องเพื่อเงินจำนวนมหาศาลไม่ทันที่สองฝาแฝดจะรู้ว่าพ่อของตัวเองเป็ใครแม่ก็ทิ้งพวกเขาไป
" ฮึก..ซิก.." เนื้อตัวเปรอะเปื้อนสั่นเทา อดีตวันคืนอันเ็ปมักจะเข้าเล่นงานเด็กหนุ่มเสมอเมื่อเขากำลังจะหลับและทันทีที่หลับสนิทปีศาจน่าขยะแขยงก็จะคืบคลานเข้ามากลืนกินเขาให้จมลงในบ่อโคลนสีดำ
เหม็นเน่า..หายใจไม่ออก
" อิไล..พี่อยู่ตรงนี้..จะไม่มีใครทำอะไรเธอได้ " อิไลซ่านั่งเฝ้าน้องชายอยู่ตลอดคืนเธอสามารถอยู่ข้างกายเขาได้ในเวลากลางคืนและมันก็ดีมากที่อิไลมองเห็นเธอ
...อย่างน้อย ๆ น้องชายที่รักจะได้รู้ว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยว..
แต่มีสิ่งหนึ่งที่อิไลยังไม่รู้..และก็เป็หน้าที่ของพี่สาวที่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้น้องชายต้องพบเจอเื่เลวร้ายดังเช่นตนเอง ..เพื่อให้อิไลมีชีวิตที่สดใสและเพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตในส่วนของเธอด้วย
อีกสองวัน..ก็จะครบรอบยี่สิบปีเต็ม..คนพวกนั้นต้องหาเขาเจอแน่ ๆหากว่ายังวนเวียนอยู่ในเขตกักกันนี้..จะต้องหาวิธีออกไปให้ได้
หญิงสาวหน้าอ่อนวัยกว่าน้องชายครุ่นคิด..เธอจะทำอย่างไรให้คนที่หลับอยู่เข้าใจถึงสถานะของตนเอง...และเธอจะช่วยเขาจนบรรลุจุดประสงค์ได้หรือเปล่า?
ิญญาเลื่อนลอยอยู่ได้ด้วยจิตผูกพันธ์ระหว่างฝาแฝดเช่นอิไลซ่า..จะต่อกรกับองค์กรมืดนั่นได้งั้นหรือ ?
" อิไล..เธอจะต้องรอด..พี่สัญญา "
ตีสามสิบนาทีอิไลถูกปลุกให้ตื่นด้วยฝ่าเท้าหนัก ๆ ของชายร่างท้วมเสียงตะคอกดังเพื่อให้เ้าเด็กเหลือขอไปทำงานของตนเอง ร่างผอมแห้งมีรอยพกช้ำเพิ่มขึ้นในวันนี้
อิไลยิ้มแห้ง ๆ พยุงร่างของตนไปทำงานตามสั่งอย่างไม่มีข้อโต้เถียงขอบตาคล้ำและผมเผ้ายุ่งเหยิงกับเนื้อตัวที่สกปรกช่วยให้เด็กหนุ่มรอดพ้นจากซ่อง
ใช่..ทุก ๆ ปีแม่เล้าและกลุ่มชายฉกรรจ์จะมาเดินเตร็ดเตร่ในย่านตลาดเผื่อว่าจะมีเด็กกำพร้าเดินหลงอยู่แถว ๆ นี้หากว่ามีรูปร่างหน้าตาเป็ที่ถูกใจของพวกคนมีเงินไม่ว่าจะเด็กหญิงหรือเด็กชายก็จะถูกหลอกล่อไปขายทั้งนั้น
พวกที่รู้ทันและคิดหนีก็จะถูกทำร้ายแล้วจับยัดใส่ถุงกระสอบไป
อิไลทนดูภาพนั้นทุก ๆ ปี..ถ้าเด็กพวกนั้นไม่ถูกพ่อแม่ตัวเองขายก็จะถูกจับไปแบบนั้นเสมอ ๆ
พี่สาวของเขาเป็คนฉลาดจึงทำให้รอดพ้นมาได้ทุกปีและอิไลก็ยังคงทำตัวสกปรกต่อไปเพื่อความอยู่รอด
เพื่อนร่วมงานมักจะเอาเปรียบเขาเพราะว่าเขาตัวเล็กสุดและอายุน้อยที่สุดในหมู่คนงาน ทั้งต้องทำงานในส่วนของพวกมันและถูกแกล้งบ้างบางครั้งแต่มันก็ไม่ได้แย่ เมื่อคุณนายเ้าของร้านพอจะมีแก่ใจเห็นใจเขาต่างไปจากสามีของเธอ..
อิไลคงจะมีชีวิตเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ หากว่าพี่สาวของเขาจะไม่บอกให้เขาหนีไปจากเขตกักกัน
" พวกเราหนีไม่รอดหรอก.. " เด็กหนุ่มขยับปลอกคอให้พี่สาวได้เห็นเผื่อว่าอีกฝ่ายจะลืมไป ทางเดียวที่จะหนีจากเขตโสมมนี้ก็คือ ตาย เท่านั้น
" ความตาย..เป็เพียงการเริ่มต้น..เธอไม่อยากรู้เหรอว่าข้างนอกนั่นเป็ยังไง ?..น้องรักเธอมีค่ามากกว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อพี่สาวที่ตายไปแล้วของเธอนะ " อิไลซ่าพยายามที่จะบีบกำไหล่ของชายตรงหน้าเพื่อเรียกสติ
หากว่าไม่มีวิธีหนีเธอจะคงไม่ตัดสินใจอย่างนี้การที่เธอถูกขายเพื่อเอาไปชำแหละอวัยวะในตอนนั้นอย่างน้อย ๆเธอก็ได้เห็นถึงโอกาสที่จะรอดพ้นจากปลอกคอบ้า ๆ นี่
" พี่.. "
" เธอต้องไปจากที่นี่ก่อนที่จะมีอายุครบยี่สิบปี่เต็ม..พวกของทาทามีที่ช็อตมันจะทำให้ปลอกคอเสื่อมสภาพแล้วมีเวลาตั้งสิบห้านาทีเพื่อหนีเราจะใช้ช่องส่งศพออกไป "
" แต่เราอยู่ไกลจากช่องนั่นมากนะ "
" เชื่อพี่เถอะเราทำได้แน่..พี่จะตอบทุกคำถามถ้าเราหนีรอดกันแล้ว " อิไลซ่ายกมือปรามน้องชายเมื่อสีหน้าที่มีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่นั้นเตรียมที่จะรัวคำถามใส่เธอ
ทำไมต้องหนี..หนีจากอะไร..แล้วอายุยี่สิบเต็มจะมีอะไรเกิดขึ้น..กับคำถามอื่น ๆ ที่อิไลซ่าอาจจิตนาการไม่ถึง
" ก็ได้ผมจะทำตาม..ผมรู้ว่าพี่หวังดีกับผมเสมอ " เด็กหนุ่มยิ้มเต็มที่แต่มันดูเป็ยิ้มเศร้า ๆ ในสายตาของคนที่มองเห็น
" ก่อนที่พี่จะถูกจับ...พี่รวบรวมของที่จำเป็เอาไว้คืนนี้พี่จะพาเธอไปดูที่ซ่อนแล้วระวังตัวอย่าให้ใครเห็นด้วยล่ะ "
" พี่เอาเวลาไหนไปสะสมของพวกนั้น ? "
" พี่บอกไม่ต้องถามไงตามมาเงียบ ๆ เร็วเข้า " ิญญาล่องลอยได้รวดเร็วอิไลซ่าปลิวไปตามสายลมเธอรู้ว่าน้องชายจะััถึงเธอได้จึงไม่คิดที่จะรอเขา
อิไลใช้เวลาเป็ชั่วโมงเพื่อที่จะตามพี่สาวได้ทันเพราะระหว่างทางเขาจะต้องแอบซ่อนตนเองไม่ให้ใครเห็นด้วย เมื่อมาถึงที่ ๆ พี่สาวรออยู่ที่แห่งนั้นเป็ต้นไม้ใหญ่ที่สมัยเด็ก ๆเราเอามันเป็ฐานลับเพื่อหลบภัย
ทุกคนไม่อยากมาที่นี่เพราะพวกเขากลัวคำสาปแต่สำหรับอิไลคำสาปมันเป็แค่เื่ไร้สาระ .. เหตุผลน่ะหรือ?
....ก็เพราะการเกิดในที่อย่างนี้น่ะนับว่าเป็คำสาปแล้ว !
" กระเป๋าใหญ่ขนาดนี้. . "
" ลากมันตามพี่มาเร็วเราจะเอามันออกไปก่อน " เด็กสาวี้เีจะฟังคำของน้องชายถ้ามัวแต่ตอบคำถามอาจจะมีคนมาเห็นก็ได้
อิไลลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มไม้ในป่าอ้อมเขตชุมชนและเป็ส่วนที่นาน ๆ ครั้งทหารจะผ่านมา
มันเป็ป่ารกมีสัตว์ร้ายชุกชุมและยังมีข่าวลือถึงเื่ตัวประหลาดกับยาปฏิชีวนะที่แพร่กระจายไปทั่วป่านี้ด้วย อิไลอาจจะเป็ศพในตอนเช้าถ้ามาในป่านี้เพียงลำพังแต่เมื่อมีพี่สาวนำทางเขาเชื่อว่าตนเองจะปลอดภัย
อิไลซ่าชี้กล่องไม้เก่าและให้อิไลเอากระเป๋าสอดเข้าไปในนั้นเพื่อที่จะให้มันลอยตามแม่น้ำไปภายในเป็พลาสติกกันน้ำอย่างดีและจะไม่มีใครสงสัยเปิดมันดูแน่ ๆ
เพราะทันทีที่คนในเขตกักกันเห็นกล่องไม้ลักษณะนี้พวกเขาจะเอาไม้ยาวถ่อมันให้ไกลออกจากฝั่ง เหตุผลก็เป็ที่รู้โดยทั่วกันว่ามันเป็กล่องที่เก็บยาปฏิชีวนะซึ่งมีสารปนเปื้อนทำให้เป็โรคประหลาดและก็เพราะโรคประหลาดนั้นนั่นเอง..ที่ทำให้ที่นี่ถูกแยกออกจากโลกภายนอก
"ทีนี้ก็รอพวกทาทาจะเข้ามาเอาเนื้อวันพรุ่งนี้..เธอจะต้องเอาที่ช็อตนั่นมาให้ได้นะ" อิไลซ่าย้ำน้องชายอีกครั้งขณะกำลังกลับจากการส่งกระเป๋าออกไปก่อนหน้าแล้ว
อิไลพยักหน้าเบา ๆ เป็การรับรู้ ในหัวของเขากำลังคิดถึงวิธีที่จะเอาที่ช็อตมาจากพวกทาทา
เด็กหนุ่มไม่คิดว่าพวกที่ดีแต่ใช้กำลังนั่นจะมีเทคนิคดัดแปลงด้วยหรือไม่แน่มันอาจจะไปแย่งของคนอื่นมาก็ได้
..ก็พวกที่ฉลาดน่ะ...มักจะอ่อนแอนี่นา...
" พี่..ถ้าผมต้องฆ่าคนล่ะ "
" คนที่นี่สมควรตายทั้งนั้น " อิไลซ่าโพล่งขึ้นทันทีเธอโกรธแค้นทุกคนในเขตกักกันหากเธอยังมีชีวิตอยู่เธอจะทำลายที่นี่ให้ราบด้วยวิธีที่สะใจที่สุด เธอจึงได้เก็บสะสมของเ่าั้เอาไว้และพยายามศึกษาวิธีใช้เท่าที่เธอจะทำได้แม้จะไม่เคยทดลองมาก่อนแต่เด็กสาวมั่นใจ ว่าวิธีล้างแค้นของเธอมันใช้ได้ผล
ต่อให้ใครจะว่ามันงมงายคร่ำคึกก็ตามอิไลซ่ากลับเห็นมันเป็โอกาสที่จะไม่มีใครทันระวังตัว
' ถ้าไอ้พวกเสื้อคลุมนั่นไม่เอาคัมภีร์มาล่อเราล่ะก็ ! '
" ที่พี่พูดก็ถูก..คนที่ควรจะได้รับความปราณีก็คงจะมีแค่คุณนายบิล " อิไลพูดถึงหญิงวัยกลางคนที่มักจะช่วยเขาเวลาที่ถูกพวกคนงานแกล้ง
" พี่จะภาวนาให้คุณนายบิลมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็อยู่ "
อิไลพยักหน้าตอบรับอีกครั้งแม้ว่าคืนนี้เขาจะไม่ได้นอนแต่มันไม่ได้ส่งผลให้เขาอ่อนเพลียแต่อย่างใด กลับกันเมื่อเขารู้ตัวว่าอาจจะต้องฆ่าคนเพื่อแย่งของบางอย่าง ร่างกายเขามันกลับมีแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อรู้สึกตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่ากว่าวันที่ได้กินอิ่มนอนหลับเสียอีก..
...เกิดอะไรขึ้นกับสัญชาตญาณของเรากันนะ?