หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 31 : กระบี่อัสนี

    โดยมิรอช้า หมีหลังขาวพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกับฟาดกรงเล็บออกอย่างรวดเร็ว " เปรี้ยงง "


    " ครืนน " กรงเล็บที่แฝงไว้ด้วยความดุดันแลแข็งแกร่ง แหวกมวลอากาศพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว


    ชายหนุ่มเหยียดร่างถอยโดยที่มิได้มีท่าทีตื่นกลัวแม้นแต่น้อย เขายกท่อนสีฟ้าขึ้นรับอย่างรวดเร็ว


    " เคร้ง " เสียงราวกับเหล็กแข็งกล้ากระทบกันดังลั่นทั่วภูเขา 


    " อือ " สองมือของชายหนุ่มพลันสะท้าน แรงสะเทือนไหลไปตามท่อนแขนล่วงเลยไปถึงหัวไหล่ 


    " โฮกก " หมีหลังขาวร้องคำรามลั่นก่อนจะฟาดกรงเล็บออกไปอีกครา


    หานลี่เหยียดร่างถอยอย่างรวดเร็ว พลางตวัดท่อนสีฟ้าออกสุดแรง " ทึ๊ม " 


    เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นพร้อมกับ ร่างเงาคล้ายคลับกับค้อนพุ่งทะยานออก 


    " หือ " หานลี่ถึงกับหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน มองจ้องยังร่างเงาค้อนสีฟ้า 


    " ตูมมม " หนึ่งค้อนหนึ่งกรงเล็บระเบิดออก 


    " ครืนน " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไปหลายก้าว 


    " อึก " หานลี่กระอักโลหิตออกมาอีกครา เลือดลมทั่วร่างป่วนปั่นอย่างหนัก


    " ฮื่อห์ " หานลี่ร้องคำรามในลำคอลั่น มองจ้องยังหมีขาวที่มีอาการหวาดเกรง


    สี่เท้าของมันเดินย่ำไปมา ทั้งสองตาสีชาดยังมองจ้องอย่างมิวางวาย 


    หานลี่สะบัดมือออกไป " วิ้ง " พลันปรากฎขวานผ่าฟืนในมืออีกข้าง 


    " ตายยย " หานลี่ร้องออกสุดเสียงพลางทะยานร่างเข้าหาหมีขาวอย่างรวดเร็ว


    มือหนึ่งกระชับขวานผ่าฟืนแน่น วาดเหวี่ยงออกสุดแรง " เปรี้ยงง " 


    อีกมือฟาดท่อนสีฟ้าสุดแรงเกิด " ทึ๊ม " 


    คมขวานแลค้อนสีฟ้าพุ่งทะยานไล่ตามกัน ตรงดิ่งเข้าหาหมีขาวอย่างรวดเร็ว


    มันหยัดร่างยืน พลางใช้สองเท้าหน้าฟาดสองกรงเล็บออกอย่างรวดเร็ว " เปรี้ยง เปรี้ยง " สองกรงเล็บพุ่งทะยานออกอย่างบ้าคลั่ง 


    " ครืนนน " มวลอากาศรายรอบบีบอัดอย่างหนักหน่วง แรงบีดอัดส่งให้ทั่วโพรงถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง


    " ครึก ครัก " โพรงถ้ำสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง หินก้อนเล็กใหญ่ร่วงหล่นลงมา


    " ตูมมม ตูมมม " เกิดการระเบิดสองคราติดเมื่อสองกรงเล็บหนึ่งค้อนหนึ่งขวานเข้าปะทะ


    " อ้ากก " ร่างของชายหนุ่มล่องลอยไกลตามแรงระเบิด 


    " พลั่ก " ร่างของหานลี่กระแทกเข้ากับโขดหินใหญ่อย่างแรง 


    " อั้ก " โลหิตสดๆไหลทะลักออกทั่วร่าง ทั้งกระดูกยังแตกหัก 


    หานลี่หอบหายใจออกมาอย่างแรงจนอกกระเพื่อมยกสูง สองตามองจ้องยังหมียักษ์ที่ยืนโซเซ 


    " โฮกกก " มันร้องคำรามลั่น ทั้งยังวิ่งห้อตะบึงเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง 


    ชายหนุ่มหยัดกายลุกยืน ใช้หลังพิงโขดหิน สองตามองจ้องมิวางวาย 


    " ต้องใช้อาวุธที่แหลมคม " หานลี่พึมพำ พลางสะบัดมือเรียกกระบี่สีดำออกมา 


    " วู๊มมม " กระบี่สีดำที่ได้จากต้นไม้ถูกฟ้าผ่าระเบิดมวลอากาศจนเบี้ยวบิด 


    " เปรี้ยงง เปรี้ยงง " สองกรงเล็บหมีขาวฟาดตะปบออกอย่างรวดเร็ว 


    " ครืนนน " กรงเล็บบบดอัดมวลอากาศทะยานเข้าบีบรัดทั่วร่างของชายหนุ่ม 


    หานลี่ระเบิดพลัง แทงกระบี่สีดำออกไปสุดแรง " ครืนน " ห้วงนภาพลันแปรเปลี่ยน


    " ครืนน " เมฆาอัสนีล่องลอยเต็มทั่วเหนือยอดเขา เมฆาอัสนีบดบังดวงดาราสิ้นสูญ


    " เปรี้ยะ " สายอัสนีแปลบปลาบทั่วเมฆาอัสนี แสงม่วงว่างวับวาบ


    " เปรี้ยงงง " พลันสายอัสนีพุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่สีดำ แสงม่วงสว่างวาบอาบย้อมนภาดำมืด 


    " นั่นมันอะไร "


    " เหตุใดจึงมีสายอัสนีฟาดผ่าลงในเวลานี้ "


    " เจ้าดูท้องฟ้าเวลานี้สิเต็มไปด้วยสายอัสนี " 


    " เกิดสิ่งใดขึ้นที่บนยอดเขากัน "


    " ตูมมม " เสียงระเบิดดังกึกก้องทั่วเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ 


    " ครืนน " เสียงสะท้อนก้องดังทั่วทั้งหุบเขาเหมันต์ ทั้งแสงม่วงยังสว่างวับวาบ 


    " ครืนนน " หิมะที่เกาะแน่นหนาเตอะพลันสะเทือนแลไหลหลั่งลงยังเบื้องล่าง 


    " หิมะถล่มแล้วเร่งหนีเร็วเข้า " ฝูงชนที่อยู่เบื้องล่างต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น 


    " เวรเอ๊ย " หานลี่สบถออกมาพลางเก็บร่างของหมีขาว แลพุ่งทะยานเข้าไปในถ้ำของมันอย่างรวดเร็ว


    " ครืนนน " หิมะมากมายไหลหลั่งลงจากยอดเขา กลบกลืนสรรพสิ่งเบื้องล่างสิ้นในเวลาเพียงสิบอึดใจ


    " ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    เขากำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่านั่นเป็นสิ่งใดกันแน่ " มันคือต้นไม้อะไร " หานลี่พึมพำ


    สองตาของชายหนุ่มเพ่งมองยังกระบี่ไม้ดำที่อยู่ในมือ เขาใช้สองนิ้วลูบไล้ไปตามใบกระบี่ไม้สีดำ 


    " มันมีอักขระ " หานลี่พึมพำ สองตาของเขาเพ่งมองไปยังอักขระที่ว่า 


    " อักขระเช่นนี้มิเคยเห็นมาก่อน ทั้งในตำราที่เคยอ่านก็มิมีบันทึกไว้ " หานลี่พึมพำ 


    " มันเกิดขึ้นจากข้า รึเป็นที่ต้นไม้นั่น " หานลี่พึมพำ 


    หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ " เจ้ามิมีชื่อนี่นา เช่นนั้นแล้วข้าจะเรียกเจ้าว่ากระบี่อัสนี " 


    " ฮือ " ร่างของชายหนุ่มพลันสะท้านเมื่อโลหิตมากมายไหลออกจากร่าง จนอุณหภูมิทั่วร่างลดฮวบ


    " รักษาแผลก่อน " หานลี่พึมพำ เขาเร่งทำการรักษาแผลอย่างรวดเร็ว


    ชายหนุ่มกลืนเลือดหมีขาวเพื่อฟื้นฟูพลัง ทั้งยังกัดกินเนื้อสดๆของมันเข้าไปเป็นอย่างมาก เพราะเขาคิดว่าปราณพลังทั่วร่างของเขาแห้งเหือดหมดสิ้น จึงต้องเร่งฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว


    ด้วยความเหนื่อยล้า แลสูญเสียโลหิตไปมาก สติสัมปชัญญะค่อยๆดับวูบลง 


    รุ่งเช้าอีกวัน


    เหล่านักล่า แลผู้คนมากมายต่างเดินทางมายังหุบเขาเหมันต์ 


    พวกเขาเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าปรากฎการณ์นภาเมื่อ จะต้องมีสมบัติล้ำค่าปรากฎขึ้นเป็นแน่


    สายตาหลายพันกวาดมองทั่วภูเขาอย่างละเอียด บางคนถึงกับใช้สมบัติพิเศษตรวจสอบ 


    บางคนแผดสัมผัสควาญหา บางคนทะยานร่างเข้าใกล้เพื่อตรวจให้ชัดเจนกว่าผู้อื่น


    ผ่านไปอีกสามวัน 


    " อือ " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น สองตากรอกกลิ้งไปมามองยังเพดานถ้ำ 


    " ฮึ่บ " เขาหยัดกายลุกนั่ง พลางสำรวจทั่วร่าง 


    " เอ๋ " หัวคิ้วของหานลี่พลันพุ่งเข้าชนกัน 


    " ข้าทะลวงพลังได้ตั้งแต่เมื่อใด " หานลี่พึมพำ เขาให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง


    " ระดับหก " หานลี่พึมพำ


    หานลี่ครุ่นคิดก่อนจะหลับ เวลานั้นเขากลืนเลือดของหมีขาว ทั้งยังกินเนื้อสดๆของมันเข้าไปมากมาย 


    " หลังจากฟื้นฟูพลังแล้ว ร่างกายของข้าคงขับเคลื่อนพลังปราณส่วนที่เหลืออยู่เป็แน่ " หานลี่พึมพำ


    " ฮ่ะ " หานลี่ร้องออกมา พลางตบมือฉาดใหญ่


    " เช่นนี้แล้ว ก็สบายสิ เพียงกินให้มากพอ ก็สามารถทะลวงขั้นพลังได้อย่างราบรื่น " หานลี่ฉีกยิ้มออกมา 


    เขาหารู้ไม่ว่าช่วงที่เขาหลับนั้นเป็นภามพมังกรที่หมุนวน ปราณพลังในร่างให้กับเขา 


    " ข้าหลับมากี่วัน คงได้เวลาออกลุยแลัว " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มหยัดกายลุกยืน พลางเก็บข้าของ สองตาของชายหนุ่มกวาดมองทั่วโพรงถ้ำ 


    เขาพบโครงกระดูกของมนุษย์มากมาย ทั้งโครงกระดูกของสัตว์อสูรอีกมาก 


    ชายหนุ่มเดินเข้าหาโครงกระดูกพลางวาดมือรื้อกองโครกระดูก เขาพบเพียงอาวุธ


    " เหมือนหมีขาวตนนี้จะฉลาด มันสามารถรู้ได้ว่าในแหวนแลกระเป๋ามิตินั้นมีสิ่งล้ำค่า " หานลี่พึมพำ


    เขามองยังเศษแหวนแลเศษกระเป๋ามิติที่ถูกทำลายลง 


    หานลี่เร่งเก็บอาวุธ แลทะยานร่างไปยังปากถ้ำ มือหนึ่งกำขวานผ่าฟืนไว้แน่น 


    หานลี่เงื้อขวานผ่าฟืนขึ้นสูง แลฟาดฟันเข้าใส่หิมะหนาเตอะที่ปิดอยู่หน้าปากถ้ำ 


    " ตูมมม " หิมะถูกระเบิดออกเป็นช่องใหญ่ 


    " ไป " หานลี่ทะยานร่างออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว


    ชายหนุ่มไต่ไปตามหิมะอย่างยากลำบาก เพราะหิมะเพิ่งถล่มลงมาเพียงมิกี่วันมันจึงยังมิควบแน่น 


    คล้ายกับเดินย่ำยังบ่อโคลนที่อ่อนยวบ ร่างของชายหนุ่มจมลงในหิมะจนถึงช่วงท้อง 


    แม้นจะเดินได้ยากลำบาก แต่ก็ยังพอไปได้ เพราะหิมะยังมิได้ควบแน่น คล้ายกับเดินฝ่าบ่อโคลนยากแต่ไปได้ 


    ผ่านไปอีกสิบวัน ในที่สุดชายหนุ่มก็เดินมาถึงยังยอดเขาสำเร็จ 


    " ฟู่ว " เขาเป่าปากออกมาอย่างแรง สองตากวาดมองทั่ว 


    เขาพบพานเพียงหิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วยอดเขาน้อยใหญ่


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน