" ในที่สุดข้าก็จะได้ฝึกเคล็ดลมปราณแห่งตระกูลแล้วในขณะที่ผู้อื่นเริ่มฝึกมันตอนอายุ 7 ปีแแต่ข้ากลับพึ่งทะลวงระดับแรกของปราณแรกกำเนิดได้ตอนอายุ 8 ปีแม้จะช้าไปบ้างแต่ข้านับว่าพอเยียวยาได้อยู่ ทดแทนด้วยความมุ่งมั่นของข้าไม่เกิน 4ปีข้าน่าจะขึ้นไปเหยียบลมปราณขั้นที่5แห่งปราณแรกกำเนิดให้จงได้ " เสียงของเด็กน้อยหยางเทียนดังแว่วมาจากป่าใหญ่หลังบ้านพักของตนผสมปนเปทั้งความตื่นเต้นและความ้าโทษในลิขิตฟ้าที่ตนนั้นเกิดฝึกตนได้ช้ายิ่ง
" ข้าคงรอช้าไม่ได้อีกแล้วหากยิ่งชักช้าระดับปราณข้าจะยิ่งตามผู้อื่นไม่ทัน " ขณะที่เด็กน้อยกล่าวก็ได้ขยับฝ่ามือเพื่อเปิดหน้าคัมภีร์สู่หน้าแรกไปด้วย
หน้าแรกเขียนตัวอักษรไว้อย่างชัดเจนยิ่ง“ปราณโคจรสมทุร” ลักษณ์ปราณธาตุน้ำเนื่องจากตระกูลหยางเป็ที่1ในห้าตระกูลใหญ่จึงมีลมปราณวิชาประจำตระกูลและยังใช้ออกด้วยธาตุน้ำเป็หลักอีกด้วย
" โคจรสมุทรงั้นหรืออืม... ข้าเหมือนจะเคยได้ยินมาก่อนจากท่านแม่บอกกล่าวมาบ้างเหมือนกัน " เสียงกล่าวดั่งบ่นพึมพัมกับตนเองดังลอบออกมาจากปากของหยางเทียน
ครู่ต่อมาหยางเทียนลองโคจรพลังผ่านตามจุดพลังตามร่างกายตามที่คัมภีร์ได้บอกไว้เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายและยังเป็การเตรียมร่างกายให้พร้อมรับรู้สำนึกกฎเกณฑ์แห่งธาตุน้ำอีกด้วย
ทุกวันหยางเทียนจะตื่นเช้ามาเพื่อฝึกฝนจนกระทั่งตกดึกหยางซูผู้เป็มารดาจะมาเรียกเพื่อให้หยางเทียนหยุดฝึกทุกครั้ง
เหตุที่เด็กน้อยหยางเทียนต้องฝึกฝนอย่างหนักเช้าจรดดึกดื่นเพราะการฝึกฝนเคล็ดลมปราณโคจรสมุทรนั้นประกอบไปด้วยทั้งหมด4 ขั้น แต่ละขั้นหากฝึกสำเร็จจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนลมปราณออกเพื่อใช้เคล็ดวิชาเกี่ยวกับธาตุน้ำทั้งยังรักษาสภาพร่างกายและาแรวดเร็วที่สุดในบรรดาเคล็ดลมปราณของเมืองฟ้าอำพันอีกด้วย และแม้หยางเทียนจะมีความเข้าใจต่อขั้นแรกของลมปราณโคจรสมุทรแล้วแต่กลับเคลื่อนลมปราณฝึกฝนตามอย่างยากลำบากแล้วไม่สามารถทะลวงไปต่อได้
แต่ถึงอย่างไรหยางเทียนได้ใช้เวลาถึงสองปีด้วยในการฝึกฝนสำเร็จในขั้นแรก นี่นับเป็เวลาที่ยาวนานกว่าเด็กทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากเด็กที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณแรกกำเนิดตอนอายุ 7ขวบบัดนี้สำเร็จขั้นที่2ของเคล็ดลมปราณโคจรสมุทรกันเรียบร้อยแล้วเกือบทุกคนแล้ว ด้วย่ระยะที่ห่างกันเพียงนี้ทำให้ใจของหยางเทียนคุ้นคิดโทษชะตาชีวิตลิขิต์อยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่มีครั้งใดเลยที่เด็กหนุ่มจะยอมแพ้กับเื่นี้
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งหยางเทียนเข้าสู่วัย12 ปีซึ่งเป็่เวลาที่หยางเทียนต้องเข้าทะลวงเข้าสู่ระดับห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดให้ได้ หากไม่สำเร็จมันจะไม่สามารถรับเคล็ดฝึกฝนลมปราณโคจรสมทุรระดับกลางได้อีกตลอดชีวิต
" นี่ข้าก็อายุครบ12ปีแล้วแต่กลับยังหยุดอยู่ที่ขั้นแรกแห่งลมปราณแรกกำเนิดไม่เพียงเท่านั้นเคล็ดลมปราณโคจรสมุทรก็หยุดอยู่ที่ขั้นแรกเช่นกันนี่์เล่นตลกอันใดแก่ข้ากันแน่ ข้าฝึกฝนมากมายกว่าผู้อื่นสามเท่าทุ่มเทวันและเวลา ถึงกับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดซึ่งต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักของมารดาข้าหากแต่กลับเจอคอขวดที่ไม่สมควรจะมีในการทะลวงขึ้นระดับที่สองแห่งลมปราณแรกกำเนิด " คำกล่าวอัดแน่นไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ กล่าวโทษชะตาฟ้าอย่างอดไม่ได้ดังขึ้นในป่าใหญ่เขตตระกูลหยาง
ในขณะที่หยางเทียนกล่าวสบถด่าต่อโชคชะตาของตนนั้นพลันปรากฎเสียงเดินของคนกลุ่มหนุ่มผ่านทางมาขึ้น
" นั่นมันเ้าตัวตนชั้นต่ำยิ่งกว่าขยะนามว่าหยางเทียนนี่เหอะ! ฝึกให้ตายยังไงขยะก็ยังคงเป็ขยะ ตัวตนชั้นต่ำเช่นนี้ คนทำความสะอาดห้องส้วมของข้ายังมีประโยชน์มากกว่า " เสียงเสียดสีถากถางดังขึ้นมาจากหนึ่งในกลุ่มที่เดินเข้ามาหาหยางเทียน ใบหน้าของมันผู้นี้ประดับไปด้วยสายตาแห่งความเหยียดหยามเมื่อมองไปยังตัวหยางเทียน
" ข้าจะฝึกฝนแบบใดก็เื่ของข้าหาได้เกี่ยวข้องส่วนไหนกับตัวเ้าไม่หยางกุ้ย " เด็กหนุ่มกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมขยับท่าทางจะจากไปเนื่องด้วยไม่อยากมีเื่กับเด็กกลุ่มตรงหน้า
ถึงแม้มันจะอยากมีเื่เพียงใดก็คงทำได้แค่ฝันไปเพียงเท่านั้นหาก้าความชนะต่อกลุ่มตรงหน้า เนื่องจากหยางกุ้ยเด็กน้อยผู้นี้แม้จะอายุเท่ากันกับหยางเทียนแต่กับทะลวงเข้าสู่ระดับสามแห่งปราณแรกกำเนิดแล้วแล้วอัตราความเร็วนี้ค่อนข้างรวดเร็วอย่างมาก ถึงขนาดถูกจัดให้อยู่ในห้าอันดับอัจฉริยะแห่งตระกูลหยาง แถมยังเป็บุตรชายหนึ่งเดียวของผู้าุโลำดับที่สาม หยางหลง จึงทำให้หยางกุ้ยนั้นแสดงอำนาจบาตรใหญ่ในการกดขี่ข่มเหงเด็กน้อยรุ่นเดียวกันในตระกูลอยู่บ่อยครั้ง
" นั่นเ้าจะเดินไปไหนเ้าขยะอันดับ1แห่งตระกูลหยาง ข้าไม่ได้อนุญาตให้เ้าจากไป เ้าไม่มีสิทธิ์จากไปที่ไหนทั้งสิ้น " กล่าวจบหยางกุ้ยได้สั่งให้พวกของตนเองล้อมรอบหยางเทียนเอาไว้
" เ้า้าสิ่งใดอีก " คำกล่าวของหยางเทียนเริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจปนอยู่ในน้ำเสียง " หากเ้ายังไม่หลบไปข้าจะแจ้งไปยังตำหนักคุมกฎแห่งตระกูลหยางเื่ที่เ้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กดขี่ผู้คน เ้าต้องโดนลงโทษตามกฎของตระกูลโดยการกักบริเวณสิบวันอย่างเลี่ยงไม่ได้หากข้านำเื่ไปแจ้ง น้ำเสียงของหยางเทียนแข็งกร่าวขึ้นไปอีกขั้น " ชัดเจนว่ามันยอมหักไม่ยอมงอ
" ตำหนักคุมกฎแห่งตระกูลหยางน่ะหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ข้าได้เย็นเื่ตลกอันใดเ้าคิดว่าตัวตนเช่นขยะจะมีผู้ใดรับฟังอย่างนั้นหรือฐานะเยี่ยงเ้า บุตรบุญธรรมของหญิงรับใช้ผู้หนึ่งเพียงเท่านั้นหากแต่นี่ยังไม่ได้นับรวมพร์อันสูงส่งในเื่ของการเป็ขยะของเ้าแล้วเพียงข้อสิ่งแรกเ้าคิดว่าจะมีปัญญาทำอะไรข้าหยางกุ้ยผู้เป็บุตรชายหนึ่งเดียวของผู้าุโลำดับที่สามได้หรืออย่างไร "
เสียงหัวเราะดังลั่นสนั่นไปทั้งป่าเขตตระกูลหยางไม่เฉพาะแต่หยางกุ้ยเท่านั้นแต่บรรดาลูกสมุนของหยางกุ้ยก็หัวเราะร่วมกันทุกน้ำเสียงขณะกล่าวไปหัวเราะไปของกลุ่มหยางกุ้ยอัดแน่นไปด้วยคำเหยียดหยามต่อเพืุ่์ถึงที่สุด
หยางเทียนหน้าตาบิดเบียนแสดงความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด หลังจากได้ยินคำถากถางได้ไม่นานตัวหยางเทียนไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อีกต่อไป พร้อมกำชับหมัดอันเป็อาวุธแต่กำเนิดหนึ่งเดียวข้างกายพรุ่งตรงไปสู่ร่างกายของหยางกุ้ยด้วยความรวดเร็วพลังปราณขั้นแรกแห่งปราณแรกกำเนิดปะทุขึ้นพร้ออมเคลื่อนเคล็ดลมปราณโคจรสมุทรขั้นแรกทำให้ความเร็วหยางเทียนรวดเร็วขึ้นไปอีก
ในขณะที่หมัดของหยางเทียนกำลังจะถึงตัวหยางกุ้ยนั่นเอง ร่างกายของหยางกุ้ยพลันเคลื่อนไหวมือขึ้นมาด้วยท่าร่างอันแปลกประหลาดพร้อมสวนหมัดปะทะกับหมัดของหยางเทียนกลับทันที